ประเทศสวีเดนดีจริงไหม?

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศสวีเดน เธอคือคุณ Netnapha  และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศสวีเดน

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Netnapha Bunming

ย้ายมาอยู่ประเทศสวีเดน (Sweden) เมื่อปี 2003

เมือง: Karlstad เขต Värmland

บางรูปที่เป็นของคุณ Netnapha ส่วนรูปของสถานที่ Pixabay

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศสวีเดนเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเทศสวีเดนครับ

ขอตอบแบบตรงๆอย่างไม่อายนะคะว่าที่ตัดสินใจเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ประเทศสวีเดนก็เพราะว่าตอนนั้นมีความคิด หรือว่าความเชื่อว่าถ้าได้มาอยู่ต่างประเทศแล้วชีวิตจะสบายขึ้นค่ะ ตอนนี้อาศัยอยู่ในเมือง Karlstad เขต Värmland Sweden ค่ะ

Karlstad

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ตัวดิฉันเกิดและเติบโตที่จังหวัด นครราชสีมาค่ะ ชีวิตวัยเด็กจะว่าลำบากก็คงจะว่าได้ค่ะ เพราะว่าพ่อโดนลอบยิงเสียชีวิตตั้งแต่ดิฉันอายุได้ห้าขวบ แม่ก็ต้องลำบากเพราะว่ามีลูกสามคนที่ต้องหาเลี้ยงน่ะค่ะ

Winter in Sweden

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศสวีเดนครับ

ตอนมาอยู่เริ่มแรกปี 2003 ก็ยังไม่ได้ทำอะไรค่ะเป็นคุณแม่ พอปี 2005 ก็เริ่มไปเรียนภาษาสวีเดนค่ะเรียนฟรีแถมทาง คอมมูน (คล้ายๆอำเภอบ้านเรา) ช่วยค่ารถโดยสารไปเรียนด้วยค่ะเพราะว่าต้องไปเรียนคนละเมืองกับที่ๆอยู่ค่ะ งานแรกที่เริ่มทำก็คือ รับซื้อเห็ดตามฤดูกาลค่ะจะเป็นงานแค่ช่วงฤดูร้อนค่ะ หลังจากนั้นก็ได้ทำงานที่โกดังสินค้าค่ะ ซึ่งส่วนมากสินค้าจะเป็นพวกของใช้ประจำวันค่ะ ส่งประเทศ นอร์เวย์, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศสและในสวีเดนเองค่ะ ซึ่งก็ทำมาได้ประมาณสิบปีค่ะ เพิ่งลาออกไปเมื่อต้นปีที่แล้วจากปัญหาความเจ็บป่วยค่ะ

Karlstad Mushrooming

คุณพูดภาษาสวีดิชได้ไหม คุณคิดว่าภาษาสวีดิชยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาสวีดิชจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

พูด อ่าน เขียน ได้ในระดับที่ดีค่ะ เพราะว่าเรียนค่ะ ก็เรียนรู้และฝึกฝนตลอดเวลาแหละค่ะ โชคดีที่เป็นคนกล้าพูดด้วยค่ะ ใหม่ๆตอนเริ่มหัดเรียนก็ยากหน่อยเพราะว่าไม่มีพื้นฐานค่ะ จบแค่ ป.6 ที่เมืองไทยค่ะ ภาษาที่พูดก็มีสวีดิช, อิงลิช ( มาเรียนที่สวีเดน พูด อ่าน เขียน ได้ในระดับหนึ่ง) แล้วก็ภาษาไทยค่ะ

Värmland Church

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวีเดน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ถ้าจะถามว่ายากไหมคงจะต้องตอบตรงๆว่ายากถึงยากมากค่ะ เอาเป็นว่ามีคนไทยในสวีเดนฆ่าตัวตายมาหลายคนแล้วค่ะ ที่ยากที่สุดในความคิดของดิฉันเรื่องที่ยากที่สุดคงจะเป็นเรื่อง วัฒนธรรมค่ะ เรื่องภาษาหรือว่าการใช้ชีวิตหรือว่าการทำงานทั่วไปเราปรับตัวได้ค่ะ ส่วนเรื่องภาษาถ้าตั้งใจจริงๆก็ไม่ยากค่ะ ส่วนเรื่องวัฒนธรรมคุณต้องเข้าใจก่อนว่าคนไทยส่วนมากมาอยู่ที่นี่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว (ไม่รวมเด็กที่ติดตามพ่อหรือแม่มาตอนยังเล็ก) เราถูกหล่อหลอมมาในวัฒนธรรมหนึ่ง พอเรามาอยู่ที่นี่เราก็มาเจอกับวัฒนธรรมอีกอย่างของคนสวีเดน ซึ่งบางทีมันยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของที่นี่ คงจะเป็นเพราะว่าเราถูกสอนหรือว่าปลูกฝังมาในอีกแบบหนึ่งน่ะค่ะ

ลืมไปเรื่องนึงค่ะ เพราะว่าตอนที่ตอบนั่งอยู่ในบ้านค่ะ เมื่อกี้ออกไปข้างนอกแล้วมันหนาวมากแถมหิมะตกอีกต่างหากก็เลยนึกขึ้นได้เรื่องอากาศค่ะ เรื่องนี้ก็เป็นความลำบากอีกอย่างนึงของคนที่มาอยู่สวีเดนค่ะ เพราะว่าถ้าเป็นหน้าหนาวนี่อากาศก็จะหนาวตามสไตล์ขั้วโลกเหนือแหละค่ะ ยิ่งถ้ามีลูกเล็กด้วยก็ยิ่งลำบาก จะออกไปไหนทีก็ต้องใส่เสื้อผ้าป้องกันความหนาวซะมากมายค่ะ แล้วบรรยากาศก็จะเงียบๆทึมๆน่ะค่ะทำให้คนไทยที่เคยชินกับวิถีชีวิตที่บ้านเรากลายเป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะค่ะ

Winter in Sweden

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

เมืองที่ดิฉันอาศัยอยู่มีคนไทยเยอะมากค่ะ แล้วก็มีมาเพิ่มเรื่อยๆ ประมาณว่าพอมีคนไทยได้มาอยู่ที่นี่ก็จะแนะนำติดต่อญาติพี่น้องให้แก่คนสวีเดนแล้วก็ให้คนสวีเดนรับรองให้มาอยู่น่ะค่ะ คนไทยที่นี่ตามที่เห็นจะบอกว่าสบายก็ไม่ใช่ จะว่าลำบากก็ไม่เชิงค่ะ คือว่ามันสบายตรงที่ไม่ต้องไปขุดดินถางหญ้าทำนา กายน่ะสบาย แต่ว่าทางด้านจิตใจดิฉันคิดว่า 99% ไม่สบายทางใจค่ะ เพราะว่าต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอาศัยอยู่ต่างประเทศ เคยมีเพื่อนฝูงญาติมิตรล้อมรอบใช้ชีวิตสบายๆที่เมืองไทย แต่ก็ต้องมาอาศัยอยู่ในประเทศที่เงียบเหงา (โดยเฉพาะฤดูหนาว) บางคนมาก็สื่อสารกับสามีไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่รู้กฎหมาย ไม่มีที่พึ่งทางจิตใจ คือว่าถ้าไม่เข้มแข็งจริงๆก็ต้องอยู่อย่างลำบากน่ะค่ะ แต่รวมๆแล้วจะพูดว่าสุขสบายตามอัตภาพก็ได้ค่ะ

Reflection on life in Sweden

อะไรที่คนสวีเดนชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายสวีเดนเป็นอย่างไร ผู้หญิงสวีเดนเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนสวีเดนเป็นอย่างไร

ข้อที่จะตอบต่อไปนี้ตอบตามประสบการณ์ของตัวเองนะคะ ของคนอื่นจะเป็นอย่างไรหรือว่าแตกต่างไปอันนั้นก็ไม่ทราบนะคะ ขอตอบแบบรวมๆค่ะ

คนสวีเดนส่วนมากจะชอบสันโดษและรักสงบค่ะ มีความเป็นส่วนตัวสูงมากค่ะ แต่ก็ใจดีค่ะส่วนมากนี่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือถ้าเราถามหรือว่าขอความช่วยเหลือ มองโลกในแง่ดีเกิน (ทุกวันนี้กลายเป็นผลเสียค่ะ) ค่อนข้างที่จะกลัวการทะเลาะค่ะ และจะเป็นอย่างนี้ทั้งหญิงและชายค่ะ ส่วนผู้ชายสวีเดนส่วนมากก็จะชอบสังสรรค์วันหยุดกับเพื่อน แล้วก็ชอบเล่นกีฬา ก็คละเคล้ากันไปค่ะเหมือนผู้ชายชาติอื่นๆค่ะ ผู้หญิงสวีเดนส่วนมากก็จะมีความมั่นใจในตัวเอง เพราะว่าประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงเท่าๆกันกับผู้ชายค่ะ ส่วนในเรื่องครอบครัว ในประเทศสวีเดนนั้นผู้ชายกับผู้หญิงมีสิทธ์เท่าๆกันเพราะฉะนั้น ในสังคมครอบครัวของประเทศสวีเดนจะมีครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยวหรือว่าแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะมากค่ะ คนโสดก็เยอะมาก (อาจจะเป็นเพราะว่ารักอิสระ) แต่ที่เป็นครอบครัวแบบพ่อแม่ลูกก็เยอะเช่นกันค่ะ เรื่องครอบครัวที่ประเทศสวีเดนนี่ถ้าให้อธิบายคงจะยาวหลายร้อยหน้ากระดาษค่ะ เอาเป็นอธิบายแค่นี้ก่อนนะคะ ถ้ายังไม่ละเอียดพอก็ถามไปใหม่ค่ะ

Folk Dance

คุณคิดว่าค่าครองชีพที่สวีเดนเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (ยกมาสามตัวอย่าง) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (ยกมาสามตัวอย่าง)

ค่าครองชีพที่สวีเดนก็แพงนะคะถ้าเทียบกับประเทศไทย แต่ก็ไม่ถึงกับขนาดเงินเฟ้อ ขอยกมาสามตัวอย่างตามความคิดของดิฉันนะคะ

1. ภาษีค่ะ บุคคลทั่วไปที่ทำงานจะเสียภาษีทั่วไปอยู่ที่ 34 – 45 % ซึ่งระบบการจัดเก็บภาษีของสวีเดนจะเป็นการหัก ณ ที่จ่าย คือในใบรับเงินเดือน จะมีบอกไว้เลยว่าหักค่าภาษีไปเท่าไหร่ ซึ่งการหักภาษีในจำนวนที่แตกต่างกันนี้ขึ้นอยู่กับอาชีพที่ทำและคอมมูนที่คนๆนั้นอยู่ด้วยค่ะ ถ้าโดนหักภาษีเยอะเกินไปพอถึงปีถัดไปคุณก็จะได้เงินคืนค่ะ ข้อดีของการจัดเก็บภาษีที่แพงก็คือ การนำเงินภาษีไปใช้ในทางที่เหมาะสม เช่นเด็กเรียนฟรี ฟรีทุกอย่างจริงๆตั้งแต่เข้าชั้นหนึ่งจนถึงจบชั้นยิมนาเซียม ( คล้ายๆ ม. 6 เมืองไทย) เด็กตั้งแต่เล็กจนถึง 23 ปี หาหมอฟันฟรี ไปโรงพยาบาลไม่ต้องเสียเงินเยอะถึงเสียก็น้อยมาก ยกตัวอย่างที่ดิฉันผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูก ซึ่งไม่ได้ผ่าตัดในเมืองที่ดิฉันอยู่ หมอส่งไปผ่าตัดที่เมืองอื่น รวมค่าใช้จ่าย (แค่ค่าห้อง + ค่าอาหาร) ค่าหมอไม่เสีย รวมทั้งหมดนอนโรงบาล 28 วัน ห้องส่วนตัวนอนคนเดียว อาหารสามมื้อ ชา กาแฟ ยา จ่ายเงินไปประมาณ 1200 โครน = 4800 บาท อันนี้แค่ตัวอย่างคร่าวๆเรื่องข้อดีของการเสียภาษีแพงๆนะคะ

ที่ยกตัวอย่างที่หนึ่งเรื่องการเสียภาษีแพงๆ ส่วนตัวดิฉันแล้วคิดว่าเหมาะสมค่ะ เพราะว่ารัฐบาลเท่าที่เห็นได้เอาเงินภาษีไปใช้อย่างมีคุณภาพ (กว่าเมืองไทย)

2. ค่าประกันบ้าน ที่ทุกบ้านจะต้องมีค่ะ จะเสียเป็นรายเดือนหรือรายปีก็แล้วแต่ตัวผู้ประกันเองค่ะ คล้ายๆข้อบังคับ แต่ก็ไม่ใช่กฎหมาย การจัดเก็บของที่นี่ก็คือจัดเก็บตามจำนวนเนื้อที่ของบ้านหรืออพาร์ทเม้นท์ที่คุณเช่าหรือซื้อค่ะ ข้อดีก็คือทุกคนมีประกันบ้าน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เช่น ไฟไหม้, โจรขึ้นบ้าน, น้ำท่วม ทางประกันจะช่วยเหลืออย่างดีค่ะ

3. ค่าหมอฟันหรือทันตแพทย์ แพงมากถึงมากที่สุดค่ะ ยกตัวอย่าง อุดฟัน 1 ซี่ ประมาณ 890 โครน = 3000 – 4000 บาท ข้อดีก็คือถ้าหมอฟันอุดฟันแล้วภายในหนึ่งปีฟันซี่ที่อุดเกิดหลุดหมอจะทำการอุดให้ใหม่ฟรีค่ะ ข้อนี้แพงแต่ว่าส่วนตัวดิฉันคิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมค่ะ คนสวีเดนส่วนมากจะไม่ค่อยมีปัญญาเรื่องฟันค่ะ เพราะว่าพวกเขารู้ว่าถ้าไม่รักษาฟันให้ดีพอโตขึ้นมาไปหาหมอฟันจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงมากๆก็เลยดูแลฟันตัวเองอย่างดีค่ะ

Moose,, Sweden

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในสวีเดน ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน สวีเดนครับ

ข้อดี

1. มีความเป็นอิสระทั้งการพูด การอ่าน การเขียน
2. มีสิทธิ์เท่าเทียมกันทุกคนในด้านการใช้ชีวิต
3. สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ในทุกๆเรื่อง

ข้อเสีย

1. ช่วงที่มาใหม่ๆจะต้องปรับตัวเพราะว่าเราโตมาจากวัฒนธรรมอีกอย่าง
2. บางคนใช้สิทธิของตัวเองในทางที่ไม่ถูกต้อง
3. ถ้าตัดถ้าตัดสินใจผิดก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาค่ะ

Sweden

ในมุมมองของคุณคุณคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องความโรแมนติก ความรัก ระหว่างคนไทยและคนสวีเดนอะไรคือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

ในมุมมองของดิฉันในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทย และคนสวีเดนเรื่องความรักก็คล้ายๆคนไทยค่ะ เพียงแต่ว่าคนสวีเดน(ส่วนมาก)จะไม่ค่อยแสดงออก เราคิดอะไรเราต้องบอกค่ะเขาถึงจะเข้าใจ ส่วนเรื่องปัญหา มันมีปัญหามาตั้งแต่แรกเริ่ม จากการแตกต่างกันทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติค่ะ เรื่องภาษานี่เป็นเรื่องใหญ่เพราะว่าถึงจะรักกันยังไงก็ตาม แต่ถ้าฟัง,พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ปัญหาต่างๆก็จะตามมาค่ะ ไม่ใช่เฉพาะแต่ในเรื่องของความรัก มันรวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันด้วยค่ะ

Swedish man

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ครอบครัวที่เมืองไทยก็ยังมี แม่, พี่สาว, แล้วก็น้องสาวค่ะ ไม่ค่อยคิดถึงครอบครัวค่ะ คิดถึงบ้างเป็นบางครั้ง อาจจะเป็นเพราะว่าดิฉันไม่ได้เติบโตมากับครอบครัวก็เลยไม่ค่อยผูกพันธ์เท่าไหร่น่ะค่ะ ส่วนเรื่องคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่านั้นก็ไม่ค่อยคิดถึงค่ะอาจจะเป็นเพราะว่ามาอยู่ที่สวีเดนนานแล้วก็อาจจะเป็นได้ค่ะ ไม่ค่อยมีสถานที่ไหนในเมืองไทยที่ดิฉันชอบไปหรอกค่ะ เพราะว่าตอนที่อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้ไปไหนทำแต่งานค่ะ อืม ถ้ามีก็คงจะเป็นเกาะสมุยค่ะที่ชอบบรรยากาศ ความจริงบ้านเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะนะคะ แต่ถ้าจะให้ตอบตรงๆคือว่าที่ไม่อยากไปเที่ยวที่ไหน เพราะว่าเบื่อความไม่เป็นระเบียบของคนหรือสถานที่มากกว่าค่ะ (ขอโทษที่ตอบตรงเกินไปนะคะ)

Värmland

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในประเทศสวีเดน ถ้ามีไม่ปลอดภัย มีความไม่ปลอดภัยอย่างไร

สมัยที่มาอยู่ประเทศสวีเดนใหม่ๆทั้งๆที่พูดภาษาไม่ได้เลยก็ยังรู้สึกว่าประเทศนี้มีความปลอดภัยสูงมากๆ ผู้คนก็ใจดีและเป็นมิตรค่ะ แต่นั่นมันก็ผ่านมาเกือบจะ 16 ปีแล้วค่ะ (มาอยู่ 2003 ) ตอนนี้ความปลอดภัยจากที่เคยอยู่ประมาณ 99 % ตอนนี้ลดลงเหลือ 50 % แล้วค่ะ สาเหตุหลักใหญ่ๆก็คือ เมื่อประมาณสี่ห้าปีก่อนมีการทะลัก (ที่ต้องใช้คำว่าทะลักเพราะว่ามันไม่มีการควบคุมหรือว่าควบคุมไม่ไหว) เข้ามาของกลุ่มผู้อพยพเป็นจำนวนมาก และกลุ่มคนอพยพเหล่านี้การใช้ชีวิตหรือหลักศาสนาเป็บแบบตรงกันข้ามกับผู้คนท้องถิ่นในสวีเดนโดยสิ้นเชิง ทำให้เกิดการมีปัญหาแบ่งพรรคแบ่งพวกต้องการนำเอากฎหมายทางศาสนาของประเทศที่กลุ่มคนเหล่านั้นอพยพหนีมาเอามาใช้ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งเรื่องนี้คุณเองก็คงพอจะรู้นะคะ ปัญหาที่ตามมาก็คือ ปล้น, ฆ่า, ข่มขืน, ฉกชิงวิ่งราว, ทำร้ายร่างกาย, ยาเสพติดและปัญหาที่เลวร้ายอีกหลายอย่าง ซึ่ง 95% เกิดจากอาชญากรชาวต่างชาติที่อพยพหลบหนีมาอาศัยที่ประเทศสวีเดนค่ะ ทุกวันนี้ไม่ค่อยจะมีผู้หญิงกล้าออกไปเดินหรือไปวิ่งตอนกลางคืนแล้วค่ะ เพราะว่ากลัวเกิดเหตุร้าย

Sweden Road E 45

สถานที่ไหนในสวีเดนที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – สวีเดนสวยไหมครับ

ถ้าจะให้ตอบคงตอบยากค่ะ เพราะว่าทุกๆที่ในสวีเดนที่ดิฉันเคยไปเที่ยวมาก็สวยเกือบจะทุกที่แหละค่ะ บางที่ก็จะสวยงามมากตอนฤดูหนาว สำหรับบางที่ก็สวยมากตอนฤดูร้อน บางที่ก็สวยทั้งสองฤดู ตอบยากค่ะ อาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติเยอะน่ะค่ะก็เลยทำให้ทุกที่สวยงามไปหมด

Swedish Fall

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

รักประเทศสวีเดนตรงที่ผู้คน (สวีเดน) เป็นคนที่มีจิตใจดี ให้โอกาสทุกคน รักสภาพแวดล้อม รักความเป็นระเบียบของที่นี่ค่ะ สิ่งที่ชอบทำในยามว่างถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะไปเดินป่าหาเก็บผลไม้ป่าและเห็ดในป่าค่ะ ทั้งเอามากินทั้งเอามาขายค่ะ ส่วนหน้าหนาวก็จะไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมนอกบ้านค่ะเพราะว่าอากาศหนาวถึงหนาวมาก ถ้าหิมะไม่ตกแล้วถนนไม่ลื่นก็ออกไปเดินออกกำลังกายค่ะ ไม่งั้นก็อ่านหนังสือค่ะ อ่านทั้งภาษาไทย ภาษาสวีเดนค่ะ

Landscape country cottages

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่สวีเดน จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การที่ผู้หญิงไทยหลายๆคนคิดว่าการได้ย้ายมาอยู่ที่สวีเดนนั้นจะทำให้ชีวิตดีขึ้น อยากจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างใรโลกนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดนะคะ ชีวิตอาจจะดีขึ้นจริง แต่ว่าไม่ใช่กับทุกคน คนไทยฆ่าตัวตายที่สวีเดนเกือบจะทุกปี ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น ถ้าคุณคิดว่าการที่จะมาอยู่ที่สวีเดนจะทำให้คุณสบาย ขอบอกว่าคุณคิดผิด ถึงคุณจะได้สามีร่ำรวย โดยที่คุณไม่ต้องออกไปหางานทำอย่างผู้หญิงไทยหลายๆคน แต่คุณก็ต้องทนกับอากาศที่หนาวเหน็บในฤดูหนาว คุณต้องอยู่ห่างไกลจากญาติพี่น้อง สิ่งแวดล้อมที่คุณคุ้นเคยมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไหนจะเรื่องภาษาอีก คำแนะนำที่ดิฉันจะแนะนำคงจะไม่มีประโยชน์อะไรมาก เพราะว่าสำหรับคนที่ตั้งใจแล้วว่าอยากจะมาคงจะไม่ค่อยอยากจะฟัง เข้าทำนอง คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าค่ะ สิ่งที่จะแนะนำสำหรับผู้หญิงไทยที่คิดจะย้ายถิ่นฐานมาสวีเดนคือ คุณ ต้องพกความอดทนมาเยอะๆค่ะ เพราะนี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเจอ

1. ภาษา นี่สำคัญมากถ้าคุณพูดภาษาสื่อสารไม่เข้าใจมันก็เหมือนคนเป็นใบ้ ที่สวีเดนมีทั้งคนดีและคนเลวเหมือนประเทศอื่นทั่วไปถ้าคุณไม่สามารถที่จะสื่อสารกับใครได้ คุณก็มีสิทธิ์โดนหลอกค่ะ ที่สวีเดนใช้ภาษาสวีเดนเป็นหลัก แต่ผู้คนส่วนมากก็พูดภาษาอังกฤษได้

2. เรื่องอากาศ เนื่องจากประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่อยู่ติดกับขั้วโลกเหนือ เพราะฉะนั้นพอถึงฤดูหนาวก็จะหนาวมาก ยิ่งขึ้นไปทางเหนือของประเทศอากาศก็จะยิ่งหนาว ตัวดิฉันเองอยูแถบภาคกลางบางปียังติดลบถึง -25 เวลาฤดูหนาวผู้คนส่วนมากจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน (หลังจากกลับมาจากทำงาน) บรรยากาศก็จะทึมๆเกือบตลอดฤดูซึ่งเราที่เคยอยู่เมืองไทยมีแดดตลอดเวลา อาจจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

3. มารยาททางสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมของการใช้ชีวิตของผู้คนที่นี่ แตกต่างกับบ้านเราที่เมืองไทยอย่างมาก ควรศึกษาก่อนมาจะดีที่สุด

คำแนะนำของดิฉันก็คงจะมีแค่นี้แหละค่ะ มันยากที่จะอธิบายความคิดออกมาได้หมดค่ะ เอาเป็นว่าถ้าคิดจะมาอยู่ที่สวีเดนก็ต้องพกคำว่า อดทนกับพยายาม มาให้เยอะมากๆค่ะ

คุณ Netnapha Bunming

เพิ่มเติม

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

One thought on “ประเทศสวีเดนดีจริงไหม?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s