วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศอิสราเอล

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Juntira อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Juntira จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนอิสราเอล และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศอิสราเอล

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Juntira Hasuk

ย้ายมาอยู่ประเทศอิสราเอล (Israel)

ภาพถ่ายจาก คุณ Juntira Hasuk

ตั้งแต่ที่คุณ Juntira ย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศอิสราเอลครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวอิสราเอลบ้างครับที่คุณ Juntira รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

อิสราเอลเป็นประเทศกลางเก่ากลางใหม่ มีขนาดเล็กแต่มีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ประชากรต่างมีหลายเชื้อชาติจึงมีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ

ตั้งแต่ย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างแรกที่ทำให้ดิฉันประหลาดใจเป็นอย่างมากนั้นคือประตูบ้านค่ะ ขอบประตูของทุกอาคารบ้านเรือนจะมีกล่องแท่งเล็กๆเป็นทรงกระบอก ด้านในจะบรรจุแผ่นกระดาษเล็กๆซึ่งนำมาจากไบเบิ้ลซึ่งเรียกกันว่าเมซูซ่า ชาวยิวเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องภัยอันตรายและนำความโชคดีมาให้ คนที่นี่จึงมักจะใช้มือแตะที่เมซูซ่าแล้วนำไปจุมพิตที่ริมฝีปากก่อนเข้าบ้าน รวมทั้งสถานที่อื่นๆด้วยค่ะ

วันหยุดของที่นี่คือวันศุกร์และวันเสาร์(ตามหลักศาสนา)แต่วันหยุดของที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่นเป็นอย่างมาก เพราะมันคือการหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างจริงๆไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ทำงานบ้าน การทำสิ่งเล็กน้อยหรือแม้กระทั่งขับรถ รถเมล์แถบจะไม่มี ทุกอย่างปิดหมด แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคร่งศาสนาก็ยังใช้ชีวิตตามปกติค่ะ

ชาวยิวเป็นชนชาติที่มีความตรงไปตรงมา กล้าคิดกล้าทำ การแสดงออกของคนที่นี่จึงอาจจะดูเถรตรงไปสักหน่อย ถ้าหากไม่ชอบไม่พอใจเขาจะพูดหรือแสดงออกมาเลย ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก หากไปร้านอาหาร หลังจากที่บริกรเสิร์ฟอาหารแล้วผ่านไปสักพักบริกรจะกลับมาถามถึงรสชาติของอาหารถ้าไม่ถูกใจ เชฟจะเปลี่ยนและทำให้ใหม่ในทันที ซึ่งหากเกิดขึ้นที่เมืองไทยเราคงจะถูกมองว่าไร้มารยาทและเรื่องมากไปเลย คนที่นี่มักจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาแต่ก็ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันเกิดขึ้น การทำงานร่วมกันบ่อยครั้งเกิดการโต้แย้งแต่พวกเขาก็ยังทำงานร่วมกันและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีค่ะ

พูดเสียงดัง ตอนแรกดิฉันมักจะคิดว่าพวกเขาทะเลาะกัน แต่ความจริงแล้วเป็นการสนทนากันแบบปกติค่ะ

การแต่งงานของชาวยิว ในพิธีหลังจากสวมแหวนให้กันแล้ว เจ้าบ่าวจะต้องเหยียบแก้วให้แตกค่ะ เป็นการรำลึกถึงเมืองเยรูซาเล็มที่เคยเกือบล่มสลาย ซึ่งหมายถึงเป็นการรำลึกทุกช่วงเวลาในชีวิตแม้ในขณะที่เรากำลังมีความสุขค่ะ

วัฒนธรรมในเรื่องของอาหารที่นี่ค่อนข้างหลากหลาย และชาวยิวมีความพิถีพิถันในเรื่องอาหารการกินมาก โดยมีธรรมเนียมปฏิบัตินับตั้งแต่กรรมวิธีการปรุงอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยจะห้ามใช้ภาชนะปรุงอาหารระหว่างสัตว์ปีกและเนื้อวัวร่วมกัน มารยาทบนโต๊ะอาหารที่ทุกครั้งจะต้องสวดมนต์เพื่อขอบคุณพระเจ้าสำหรับมื้ออาหารทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร(สำหรับผู้ที่เคร่งศาสนา)ไปจนถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับอาหารหรือโคเชอร์ (Kosher) ซึ่งเป็นข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามบนโต๊ะอาหารด้วย เช่น ห้ามกินเนื้อสัตว์พร้อมกับนมเนยในอาหารมื้อเดียวกัน ห้ามกินหรือดื่มเลือดสัตว์ ห้ามกินสัตว์ที่ตายเอง ห้ามกินสัตว์ที่ไม่เคี้ยวเอื้องและไม่มีกีบเท้า ด้วยค่ะ

พระหรือนักบวชสามารถมีภรรยาได้ และยังได้รับเงินเดือนทุกเดือนจากรัฐบาลเหมือนคนทำงานทั่วไปด้วยค่ะ

การขอขึ้นรถกับคนแปลกหน้าเป็นเรื่องปกติ คนส่วนใหญ่มีน้ำใจและมักจะให้ติดรถไปด้วยถ้าไปในทิศทางเดียวกันค่ะ

ผู้หญิงและผู้ชายต้องเป็นทหารกันทุกคน และพวกเขาล้วนภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ

ภูมิประเทศส่วนใหญ่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก แต่อิสราเอลก็เป็นประเทศที่การเกษตรอยู่อันดับต้นๆของโลกค่ะ

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศอิสราเอลสักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนอิสราเอลทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

สังคมทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สังเกตุได้ว่าในยุคปัจจุบันความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็กนั้นมีน้อย จากการที่ดิฉันได้เห็นตามข่าวสารต่างๆบางครั้งก็เกิดความกังวลเวลากลับเมืองไทยแต่ละทีต้องระวังทั้งเรื่องการแต่งกายและการเดินทางคนเดียว ปัญหาอาชญากรรมที่มากขึ้น แต่กฎหมายกลับอ่อนด้อยและไม่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน ส่วนอีกอย่างก็คงจะเป็นข้าวของก็เริ่มมีราคาสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งบางอย่างราคาก็ไม่ได้แตกต่างจากที่อิสราเอลเท่าใดนัก และสังคมสมัยใหม่ผู้คนต่างทำงานหนักเพราะความต้องการตามวัตถุนิยม ทุกวันนี้แม้แต่ตามชนบทเองก็มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความเจริญที่เข้ามามีส่วนมีการพัฒนาที่มากขึ้น แต่ผู้คนกลับสื่อสารกันน้อยลงค่ะ

ส่วน 3 สิ่งที่ดิฉันชอบและประทับใจในสิ่งที่คนอิสราเอลทำคือ
ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน และได้รับการปฏิบัติที่เหมือนๆกัน ไม่มีการแบ่งแยกฐานะ เพราะทุกคนจ่ายภาษีเท่าๆกันตามแต่รายได้ของแต่ละบุคคล

การให้เกียรติสำหรับผู้หญิงมีค่อนข้างมาก ถึงแม้จะไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์แต่ความปลอดภัยค่อนข้างดีกว่าเมืองไทยเป็นอย่างมากเลยละค่ะ (ไม่ขอพูดถึงในบางพื้นที่ที่ชาวอาหรับมุสลิมอาศัยอยู่นะคะ เนื่องจากวัฒนธรรมเก่าแก่บางอย่างก็ไม่เอื้อประโยชน์ต่อผู้หญิงเท่าใดนัก)

ความมีระเบียบวินัยและกฎหมายที่เด็ดขาด ถึงแม้บางครั้งอาจจะรู้สึกอึดอัดและไม่สะดวกสบายเมื่อเทียบกับเมืองไทย แต่ถ้าหากมองในด้านส่วนรวมมากกว่าส่วนตนก็ถือว่าดีสำหรับทุกๆคนค่ะไม่ว่าจะเป็นในด้านการจราจร ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น ด้านการศึกษาและในอีกหลายๆด้านเลยค่ะ

เมื่อคุณมาถึงประเทศอิสราเอลใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิสราเอลเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

จริงๆแล้วดิฉันเป็นคนทานง่ายและชอบลิ้มลองอะไรใหม่ๆอยู่แล้ว อาหารส่วนใหญ่เป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน เน้นธัญพืช การที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ จึงทำให้มีการผสมผสานเกิดเมนูใหม่ๆขึ้น แต่ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อก็คงจะเป็นฮุมูสและฟาราเฟลค่ะ ส่วนเมนูที่ดิฉันชอบนั้นจริงๆแล้วมีมากมายเพราะเป็นคนทานง่ายและทานได้ทุกอย่างเลยค่ะ และอาหารแต่ละอย่างส่วนมากก็มักจะมีที่มาที่ไปด้วย ส่วนเมนูที่คิดว่าแปลกนั้นคงจะเป็นอาหารในวันเพสซัค(Pesach)ซึ่งเป็นวันที่รำลึกถึงพระเจ้าที่ได้ช่วยให้ชาวยิวได้รับอิสรภาพจากอาณาจักรอียิปต์โบราณ ตอนที่เดินทางเพื่ออพยพพวกผู้หญิงไม่มีเวลารอให้ขนมปังฟูขึ้น ดังนั้นขนมปังจะเป็นขนมปังไร้เชื้อทั้งสิ้น คือเป็นขนมปังที่ไม่ใส่ยีสต์นั้นเองซึ่งมีชื่อเรียกว่า มัทซะ ในวันนี้ทุกคนจะทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวและอาจจะมีอาหารบางอย่างที่มีส่วนผสมของขนมปังชนิดนี้ด้วย มีการอ่านคัมภีร์และสวดมนต์ก่อนทานอาหาร ส่วนบ้านไหนที่มีเด็กๆ ผู้ใหญ่จะนำขนมปังมัทซะห่อใส่ผ้าแล้วนำไปซ่อนไว้ตามที่ต่างๆในบ้าน ถ้าใครหาเจอก่อน คนนั้นก็จะได้รับของขวัญตามที่ขอ ซึ่งจะขออะไรก็ได้ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วชาวยิวนิยมทานมังสวิรัติเป็นอย่างมากและอาจจะเพราะข้อห้ามทางศาสนาที่ห้ามทานเนื้อทุกชนิดพร้อมกับนมหรือชีส ตามร้านอาหารส่วนใหญ่จึงมีการแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจนค่ะ

ภาพที่เห็นนี้คือ ฟาราเฟลค่ะ อาหารขึ้นชื่อของอิสราเอล และมีราคาไม่แพง(ประมาณร้อยกว่าบาท)ที่เห็นเป็นก้อน
กลมๆนั้นทำมาจากถั่วชนิดหนึ่งค่ะจะทานพร้อมกับผักดองและสลัดต่างๆด้วยค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศอิสราเอลคุณเคยคิดว่าประเทศอิสราเอลเป็นอย่างไร และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ คุณ Juntira รู้สึกปลอดภัยในอิสราเอลครับ

หากพูดถึงประเทศอิสราเอล หลายๆคนคงนึกถึงสงครามก่อนเป็นอันดับแรก และคิดว่าคงเป็นประเทศที่ไม่มีความปลอดภัยเนื่องจากข่าวที่เราเห็นตามสื่อต่างๆ และหลายๆคนก็มักจะเข้าใจผิดคิดว่าคนอิสราเอลนับถือศาสนาอิสลาม เป็นส่วนใหญ่ ผู้หญิงไม่มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างกลับตรงกันข้ามค่ะ ในครั้งแรกดิฉันก็รู้สึกกังวลที่จะต้องเดินทางมายังประเทศอิสราเอล แต่หลังจากที่ได้มาเหยียบที่นี่ความคิดของดิฉันก็เปลี่ยนไป กลับรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทุกอย่างที่นี่มีเรื่องราวและเรื่องเล่า เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ผู้คนส่วนใหญ่มีน้ำใจและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับคนอิสราเอลที่แม้จะใช้ภาษาฮิบรูในการสื่อสารก็ตาม ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ เศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัย อย่างที่ใครๆก็มักจะพูดว่าชาวยิวเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก บุคคลสำคัญหลายๆคนในประวัติศาสตร์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นชาวยิวทั้งนั้น อิสราเอลมีสินค้าที่ผลิตส่งออกมากมายแต่นำเข้าไม่มากเพราะเน้นผลิตทำเอง ผู้คนส่วนใหญ่มีฐานะดีแต่กลับใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่เน้นวัตถุนิยม การเกษตรที่ทันสมัยทำให้ได้ผลผลิตตลอดทั้งปี ถึงแม้สภาพภูมิอากาศจะแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ส่วนในด้านความปลอดภัย ดิฉันรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ถึงแม้อาจจะยังมีสถานการที่ยังไม่สงบและมีการสู้รบกันอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชนทั่วไปค่ะ

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศอิสราเอล ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศอิสราเอล)

วัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศอิสราเอล ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับศาสนาเป็นส่วนมาก อย่างเช่น

1. วันเสาร์ห้ามทำงาน ห้ามทำทุกอย่างแม้กระทั่งเปิดปิดไฟ ดังนั้นตามโรงแรมหรือห้างร้านส่วนใหญ่จึงมีระบบเปิดปิดอัตโนมัติ หรือบางทีถึงขั้นต้องจ้างคนนอกศาสนาคอยเปิดปิดไฟให้ในช่วงวันเสาร์ แม้กระทั่งที่สนามบินก็จะไม่มีเที่ยวบินในช่วงวันเสาร์ด้วยค่ะ

2. ต้นโอลีฟ มีกฎหมายห้ามตัดหรือทำลายโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญในศาสนา ถ้าหากมีความจำเป็นก็ให้สามารถเคลื่อนย้ายไปปลูกที่อื่นได้ แต่ห้ามตัดหรือทำลายค่ะ

3. ควรแต่งกายให้สุภาพเมื่อเที่ยวชมศาสนสถาน หรือสถานที่ที่มีชาวอาหรับอาศัยอยู่ ส่วนในกรุงเยรูซาเล็ม ผู้คนที่อาศัยอยู่ส่วนมากเป็นชาวยิวที่เคร่งศาสนา ดังนั้นหากเราแต่งกายไม่สุภาพอาจจะถูกมองแปลกๆได้ค่ะ

4. สถานที่บางอย่างก็ห้ามถ่ายรูป ดังนั้นจึงควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดค่ะ

5. การระมัดระวังคำพูดกับผู้หญิง อย่างเช่นคำว่า เซ็กซี่ ไม่ควรพูดกับผู้หญิงทั่วๆไปเพราะที่นี่ถือว่าเป็นคำไม่สุภาพค่ะ

6. ร้านอาหารส่วนมากไม่มีหมู หรืออาหารทะเลยกเว้นตามแหล่งท่องเที่ยวอาจจะมีบ้างและชาวยิวไม่ทานเนื้อสัตว์พร้อมกับนมหรือชีส ตามร้าน
พิชซ่าจึงมีแต่หน้าผักกับชีสเท่านั้น ส่วนร้านเบอร์เกอร์ก็ไม่ใส่ชีส ตามโรงแรมใหญ่ๆก็จะมีห้องอาหารแยกไว้เป็นสองส่วน

7. การเข้าโบสถ์ที่นี่จะแยกหญิงชาย ไม่สามารถรวมกันได้

8. การแต่งงานของชาวยิวที่เคร่งศาสนาจะต้องแยกหญิงชาย โดยแขกที่มาในงานจะต้องนั่งแยกกันและเต้นรำแยกกันด้วยค่ะ ส่วนในด้านอื่นๆก็เป็นไปตามมารยาทสากลทั่วไป ที่ผู้คนปฎิบัติกันค่ะ

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิสราเอลสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

จริงๆแล้วอย่างที่เคยกล่าวไว้ว่ามีแรงงานไทยจำนวนมากในอิสราเอลและส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชายและทำงานในด้านการเกษตร ซึ่งทางกรมแรงงานได้มีการทำสัญญาและดำเนินการให้ ส่วนค่าแรงก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้หญิงไทยที่ย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ก็มักจะทำงานในด้านนวด สปา ล่าม หรือไม่ก็ตามร้านอาหารทั่วไปหรือดูแลผู้สูงอายุ การจะทำงานในอิสราเอลจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเรียนรู้ภาษาฮิบรู โดยเฉพาะกับงานที่ต้องพบเจอหรือพูดคุยกับผู้คน  มีงานหลายอย่างที่คนไทยสามารถทำได้ จากที่ดิฉันพบเห็นมาก็มีคนไทยหลายๆคนที่เปิดกิจการหรือทำธุรกิจในอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทย ร้านนวดสปา ร้านทำเล็บหรือการนำเข้าสินค้าจากไทยมาขายในอิสราเอล ซึ่งได้ค่าตอบแทนที่สูงแต่ก็เป็นการลงทุนที่สูงด้วยเช่นกันค่ะ

ต้นโอลีฟที่อยู่กลางร้านอาหารแห่งหนึ่ง

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศอิสราเอล อย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอิสราเอลล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิสราเอล สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศอิสราเอล

การขอวีซ่าอิสราเอลความจริงแล้วไม่ยากค่ะ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจในแต่ละขั้น ตอนเพราะวีซ่าอิสราเอลค่อนข้างแตกต่างและไม่เหมือนกับยุโรปหรืออเมริกา ที่อิสราเอลไม่มีวีซ่าถาวร มีแต่วีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าที่อาศัยอยู่ได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ส่วนขั้นตอนในการขอวีซ่านั้นรายละเอียดมีดังนี้

1. เราต้องไปติดต่อที่สถานทูตอิสราเอลในไทยเพื่อขอใบอนุมัติประทับตราวีซ่า

2. ต้องส่งใบขออนุมัติประทับตราวีซ่าให้กับบุคคลสัญชาติอิสราเอล(แฟนหรือสามีของเรา)เพื่อนำไปยื่นที่กระทรวงมหาดไทยในอิสราเอล

3. หลังจากนั้นบุคคลที่เป็นคนเชิญเราไปอิสราเอลก็ต้องเตรียมเอกสาร ซึ่งทางกระทรวงจะระบุมาเองว่าต้องการเอกสารอะไรบ้างและต้องจ่ายเงินจำนวนประมาณสามแสนบาท เพื่อเป็นการการันตี ซึ่งเขาจะได้รับเงินก้อนนี้คืนเมื่อเรากลับไปประเทศของเราตามกำหนดอย่างปลอดภัย

4. บุคคลที่เชิญเราไปอิสราเอล ได้จัดแจงเอกสารและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถนำเอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ ไปยื่นที่สถานทูตอิสราเอลในไทย และก็จะได้วีซ่าในวันนั้นเลยค่ะ

ในส่วนของเอกสารนั้น เราสามารถโทรไปขอคำปรึกษาหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของสถานทูตอิสราเอลในไทยได้เลยค่ะเพื่อดาวน์โหลดเอกสารในการขอวีซ่าและรายละเอียดต่างๆด้วยค่ะ ส่วนวีซ่าที่อยู่อาศัย 1 ปีที่นี่เมื่อครบกำหนดเราก็ต้องไปทำการต่อวีซ่า ซึ่งในส่วนนี้จะมีการสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ กิจกรรมต่างๆที่ทำในช่วงที่ผ่านมา(ในระหว่างที่เราอยู่กับแฟนหรือสามี)ส่วนวีซ่าสำหรับผู้ที่มาทำงานก็ต้องต่อวีซ่าปีต่อปีด้วยเช่นกันค่ะ

การเปิดบัญชีในอิสราเอลนั้น บุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติอิสราเอลค่อนข้างจะดำเนินการยุ่งยากอยู่สักหน่อยและต้องเตรียมเอกสารมากมาย ส่วนใหญ่แล้วบุคคลที่ยังไม่ได้สัญชาติอิสราเอลมักจะเปิดบัญชีที่ไปรษณีย์ ซึ่งฟังดูแล้วอาจจะค่อนข้างแปลกอยู่สักหน่อย แต่ไปรษณีย์ที่นี่ไม่ได้มีหน้าที่ส่งของเพียงอย่างเดียวแต่สามารถทำธุรกรรมทางด้านการเงินได้ด้วยค่ะ

ผู้ชายชาวอิสราเอลมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวอิสราเอล เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวอิสราเอลมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ผู้ชายชาวอิสราเอลจริงๆแล้วก็เหมือนผู้ชายทั่วไปค่ะ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยส่วนบุคคลและแตกต่างเพราะวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ภาษาก็เท่านั้น ซึ่งดิฉันมักจะเจอคำถามลักษณะนี้บ่อยว่าผู้ชายอิสราเอลดีไหม?เป็นอย่างไร? อย่างที่บอกไปน่ะค่ะเชื้อชาติไม่สามารถจำแนกคนดีหรือไม่ดีได้ แม้แต่การศึกษาก็ไม่สามารถบ่งบอกว่าคนๆนั้นเป็นคนโง่หรือฉลาดเพราะทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน มีสองด้านเหมือนเหรียญ อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะนำเสนอด้านใดมากกว่าก็เท่านั้นเอง ซึ่งมันขึ้นอยู่กับบุคลิกและลักษณะนิสัยของคนๆนั้น การปฏิบัติตัวต่อตนเองและผู้อื่นอย่างไร

ผู้ชายอิสราเอลส่วนใหญ่บุคลิกภายนอกของพวกเขาอาจจะดูเงียบขรึม ยิ้มยากแต่จริงๆแล้วพวกเขามีน้ำใจ ฉลาด หัวไว และค่อนข้างตรงไปตรงมา รักครอบครัว ให้เกียรติผู้หญิงมากๆ ส่วนที่ว่าเหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม ดิฉันมองว่าความเหมาะสมของแต่ละคนคงไม่เท่ากัน เพราะบางคนอาจมองหาคู่ชีวิตที่ดีก็เท่านั้น หรือบางคนอาจจะมองหาความเหมาะสมทางด้านฐานะและสังคมด้วย การที่คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีน้ำใจ เคารพและให้เกียรติต่อกัน สิ่งเหล่านี้คงมองหาจากเชื้อชาติไม่ได้ แต่จำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษาดูใจคนๆนั้น และพร้อมที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจถึงความแตกต่างด้วยค่ะ

ส่วนปัญหาในความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมนั้น จริงๆแล้ววัฒนธรรมก็ไม่ใช่ปัญหาหลักในความสัมพันธ์ เพราะสิ่งเหล่านี้เราสามารถเรียนรู้ ปรับตัวและทำความเข้าใจได้ ปัญหาส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากตัวบุคคลมากกว่าค่ะ อย่างเช่น

1. การขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน

2. แม้ภาษาไม่ใช้ปัญหาหลัก แต่ก็มีหลายคู่ที่พูดคุยกันรู้เรื่องแต่อีกฝ่ายไม่อยากรับฟังหรือเมินเฉยก็เท่านั้น

3. การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ให้เพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่เคยได้รับสิ่งตอบแทน ให้ในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองเท่านั้นแต่หมายถึงการให้เกียรติ ให้ความรัก ให้ความซื่อสัตย์ต่อกันและกันด้วยค่ะ

ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวนอกจากจะเริ่มจากความรักแล้วก็ต้องมีความเข้าใจและเอาใจใส่ต่อกันและกันด้วย ความอดทนและยอมรับในข้อดีข้อเสีย แต่ไม่ใช่การจำยอมและยอมทนกับสิ่งที่ไม่ได้ให้ความมั่นคงต่ออนาคตของตัวเอง จุดประสงค์ในการหาคู่ชาวต่างชาติของแต่ละคนมีเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ในความถูกต้องและมีสติด้วย เพราะอาจจะมีหลายๆคนที่ไม่โชคดีและต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆอย่างที่ตามมาในภายหลัง

คุณ Juntira Hasuk

เพิ่มเติม

บทสัมภาษณ์: อิสราเอล ดินแดนแห่งศรัทธา

 

ISSUE 2

สำหรับท่านที่สนใจจะให้ผมบริการเกี่ยวกับการเขียนโพร์ไฟล์หาคู่หรือเขียนแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถคลิกลิงค์ตรงนี้เพื่อติดต่อ เทรเวอร์ ซึ่งลิงค์นี้จะแยกออกจากเพจครับ

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน เฟสบุ๊คเพจ 

One thought on “วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศอิสราเอล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s