การดำเนินชีวิตในประเทศออสเตรเลีย, รัฐควีนส์แลนด์ในฐานะผู้มาอยู่ใหม่

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศออสเตรเลีย เธอคือคุณ Sunny และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลีย

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Sunny

ย้ายมาอยู่ประเทศออสเตรเลีย (Australia)

เมือง: บริสเบน (Brisbane) รัฐควีนสแลนด์ (Queensland)

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Sunny

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศออสเตรเลียเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศออสเตรเลียครับ

ดิฉันตัดสินใจมาอยู่ที่ออสเตรเลียเพราะดิฉันตอบตกลงที่จะแต่งงานกับแฟนชาวออสเตรเลี่ยนที่คบหาดูใจกันมาประมาณหนึ่งปีเศษ ดิฉันอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเมืองบริสเบน,รัฐควีนสแลนด์

Sunshine coast

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเป็นลูกคนแรก ถิ่นเกิดของดิฉันคือจังหวัดพิษณุโลก ดิฉันมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันสามคนรวมดิฉันซึ่งเป็นพี่สาวคนโตสุด ครอบครัวทางฝ่ายคุณพ่อเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายจีน ดิฉันเกิดและเติบโตในครอบครัวใหญ่ เป็นครอบครัวธุรกิจแว่นตาเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ดิฉันช่วยเหลืองานบ้านเล็กๆน้อยๆในขณะเป็นเด็กเล็ก ทุกๆคนในครอบครัวช่วยเหลือกันและกันในธุรกิจ ในสมัยเด็กๆจำได้ว่าทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันประหยัดเพื่อสร้างฐานะให้เป็นปึกแผ่น ต่อมาเมื่อธุรกิจเจริญรุ่งเรืองขึ้นก็เริ่มขยายมีหลายสาขา

ดิฉันเรียนรู้สิ่งดีๆหลายๆอย่างจากครอบครัวธุรกิจของเรา เช่นความอดทน ความมุมานพพยายาม การร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การประหยัด ในสมัยเด็กดิฉันมักจะได้รับชุดสวยๆจากผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง อาจจะดูผู้ใหญ่เกินวัยของดิฉันไปบ้างแต่ดิฉันใส่ได้เพราะตัวสูง และมีบางครั้งที่เพื่อนสมัยเด็กของดิฉันล้อเลียนดิฉันว่าดิฉันแต่งตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่ดิฉันชอบเพราะดูเรียบร้อยดี ดิฉันเชื่อฟังผู้ใหญ่ เป็นเด็กเรียบร้อยไม่เคยเป็นเด็กเกเร ดิฉันเป็นเด็กที่ชอบงานวาดเขียน งานประดิษฐ์ งานฝีมือทุกประเภท และที่สำคัญดิฉันเป็นเด็กรักภาษา คุณพ่อของดิฉันเป็นคนเก่งภาษาอังกฤษมาก คุณพ่อสอนให้ดิฉันรักภาษาอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันในวัยประถมศึกษาดิฉันได้รับรางวัลที่หนึ่งจากการประกวดการแข่งขันอ่านภาษาอังกฤษ, การอ่านออกเสียงอย่างถูกต้องเป็นที่หนึ่งของโรงเรียนนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างไม่มีวันลืมในวัยเด็ก(คุณพ่อของดิฉันเคยเรียนและทำงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกามาหลายปี)

Horse farm sunshine coast

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย

ตอนนี้ดิฉันทำงานในสถานศึกษาเด็กวัยก่อนวัยเรียนและทำงานส่วนตัวเป็นอาร์ทิสบอดี้เพ้นท์และช่างภาพอิสระ

ดิฉันเคยมีประสบการณ์ในการทำงานค้าขายส่วนตัว,ทำงานในร้านอาหารจานด่วนประเภทสแน็คบาร์ (snack bar)
-เคยทำงานในฟาร์มทำงานแพ็คสตรอเบอรี่, งานล้างดูแลทำความสะอาดรถยนต์มือสอง, ต่อทะเบียนรถ ( detailing cars at an auto showroom, ทำงานเป็นลูกมือในร้านอาหารไทย, ร้านอาหารจีน, ทำงานเป็นกุ๊กในร้านอาหารญี่ปุ่น, งานควบคุมการผลิตอาหาร(quality control), ทำงานเป็นผู้ให้ความบันเทิงแก่เด็กเล็กให้กับร้านอาหารฮังกรี้แจ๊ค (Hungry Jack’s) ตามสาขาต่างๆทั่วบริสเบน โดยแต่งตัวเป็นตัวตลก เพ้นท์หน้าเด็กเล็กและปั้นลูกโป่งเป็นรูปร่างต่างๆ

China town, Brisbane

คุณพูดภาษาอังกฤษไหม คุณคิดว่าภาษาอังกฤษยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ดิฉันพูดและเขียนภาษาอังกฤษได้ดีไม่มีปัญหาในการสื่อสาร ดิฉันรักภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนตัวแล้วดิฉันไม่คิดว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ยาก ดิฉันคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ยังเล็ก ดิฉันเริ่มหัดการเขียนและการอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นอนุบาลเป็นขั้นพื้นฐาน เริ่มต้นที่การทำความเข้าใจกับวิธีการเขียนอักษรและการออกเสียงให้ถูกต้อง ดิฉันเรียนจริงจังและใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนมาโดยตลอด ดิฉันเลือกวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาเอกในขณะที่ยังเรียนในมหาวิทยาลัยคณะมนุษย์ศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ดิฉันคิดว่าคนเราสามารถพูดสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วพอสมควรในระยะเวลาห้าปีหากมีการฝึกฝนทางภาษาอย่างจริงจัง ดิฉันพูดภาษาอย่างคล่องแคล่วจริงๆภายในระยะเวลาสี่ปี นอกจากนี้ดิฉันเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยและดิฉันศึกษาภาษาจีนแมนดารินด้วยตัวเองพอพูดได้บ้างนิดหน่อย ไม่เก่ง แต่สามารถเอาตัวรอดได้ในขณะที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีน นอกจากนี้ก็ยังมีภาษาอื่นๆอีกหลายภาษาที่ดิฉันพยายามเรียนรู้ในการสื่อสารกับเพื่อนนานาชาติอยู่ในขณะนี้ เช่น ภาษาอิตาลี ภาษาสเปน

Khun Sunny

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนออสเตรเลีย แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

การปรับตัวสำหรับคนไทยในช่วงห้าปีแรกไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพื้นฐานสังคมแตกต่างกันรูปแบบชีวิตต่างกันในทุกๆด้าน ทุกคนจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวและปรับใจ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ศูนย์ ในการปรับตัวจะยากหรือง่าย เร็วหรือช้าเพียงใดขึ้นอยู่กับการย้ายถิ่นในขณะที่ยังมีอายุน้อยหรือมากอีกด้วย

ความยากในปีแรกๆที่มาอยู่ใหม่มีอยู่หลายประการเช่น
ต้องเริ่มต้นสร้างเพื่อนใหม่ซึ่งใช้เวลา การหาเพื่อนไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคนที่นี่ใช้ชีวิตมีความเป็นส่วนตัวสูงมากหากไม่ใช่เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน การหาเพื่อนใหม่ก็ยิ่งลำบาก

– ในแง่มุมของการหางานทำทุกคนไม่สามารถหางานทำได้ทันที ความรู้ การศึกษาและประสบการณ์การทำงานจากประเทศไทยไม่สามารถนำมาใช้ได้ทุกอย่าง การจะหางานทำในออสเตรเลียได้ทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่างๆและมีประสบการณ์การทำงานในสาขานั้นๆของประเทศออสเตรเลียมา เพราะการสมัครหางานในอาชีพที่ทุกคนต้องการ(ตามความสามารถของตนเอง) ยังมีการแข่งขันกับผู้สมัครหางานรายอื่นๆอีกด้วย เมื่อได้งานทำในระยะปีแรกๆต้องปรับตัวและเรียนรู้ในระยะเวลาที่กำหนด เป็นการยากสำหรับชาวไทยหรือคนต่างชาติในระยะเริ่มต้นที่จะปรับตัวได้ทันทีทันใดและต้องทำใจหากไม่ผ่านการทดลองงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากงานนั้นเป็นงานแรกของชีวิตในประเทศออสเตรเลีย อย่าท้อใจ เพราะชาวไทยยังต้องเรียนรู้อีกมากเนื่องจากประสบการณ์ในการทำงานยังไม่เพียงพอ
– ในแง่มุมของภาษา ชาวไทยหลายคนที่สื่อสารภาษาอังกฤษยังไม่คล่องจะไม่สามารถทำงานปรกติทั่วไปในสังคมออสเตรเลีย ทางออกสำหรับชาวไทยที่ยังไม่มีทักษะการทำงานแบบชาวออสเตรเลียที่พอจะทำได้คือมองหางานในกลุ่มคนเชื้อชาติไทยที่เปิดร้านอาหาร ถือเป็นก้าวแรกของชีวิตที่นี่เช่นทำงานเป็นคนเสิร์ฟอาหารหรือทำครัว ซึ่งเป็นการเริ่มต้นหาประสบการณ์ที่ไม่เลวนัก
– ในแง่มุมของการใช้ชีวิตกับคู่สมรส ต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีการใช้ชีวิตทุกด้านในสังคมออสเตรเลียควบคู่ไปกับการเรียนรู้อุปนิสัยของสามีและคนรอบข้าง เรียนรู้วิธีการทำอาหารแบบชาวตะวันตกและอื่นๆอีกมากมาย
– ในช่วงระยะปีแรกของการปรับตัวจะเป็นช่วงที่ชาวไทยอาจรู้สึกหงุดหงิดเกิดความท้อและมีความเหงาคิดถึงบ้านอย่างรุนแรง มีการตกตะลึงทางวัฒนธรรมการเรียนรู้ทุกๆอย่างพร้อมๆกัน เป็นช่วงที่กดดันบีบคั้นจิตใจ ชาวไทยต้องดูแลจิตใจตัวเองให้ดีที่สุดเพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาจเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับสามีเนื่องจากเกิดโรคซึมเศร้าหลังจากใช้ชีวิตร่วมกันมาสักระยะหนึ่ง
– ช่วงปีแรกที่ย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย การปรับตัวหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่ยาก แต่เรื่องที่ยากที่สุดในการปรับตัวคือการใช้ชีวิตที่ต้องเลี้ยงดูลูกหลังการหย่าร้างกับสามีหรือภรรยา ต้องอยู่คนเดียวเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่ายในต่างประเทศซึ่งไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือสนับสนุน ชาวไทยต้องมีจิตใจเข้มแข็งมีสติในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ต้องพยายามสร้างเพื่อนสร้างมิตรภาพ สร้างเครือข่ายใหม่ๆให้ตนเองทุกช่วงของชีวิต
เพื่อการเอาตัวรอดให้ดีขึ้น

Natural Bridge , Queensland

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหมอย่างไร

เมืองบริสเบนคือเมืองที่ดิฉันอยู่อาศัยมาตั้งแต่วันแรกที่มาถึงออสเตรเลียและอยู่มาถึงปัจจุบัน เท่าที่เห็นมาโดยตลอดจากประสบการณ์ตรงคนไทยมีไม่มาก ส่วนใหญมีชีวิตกระจายไปตามแหล่งต่างๆที่อยู่ห่างไกลออกไป ชาวไทยที่อยู่อาศัยอย่างจริงจังมีน้อยเห็นบ้างในแถบตอนใต้ของเมืองบริสเบน และบ้างก็อาศัยในแถบชนบท หรือตามเมืองเล็กที่ห่างจากบริสเบนราวๆ 40 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงในการขับรถยนต์ เท่าที่ดิฉันได้พบเจอชาวไทยบางส่วนบ้างก็อยู่ในสถานการณ์ที่ดี บ้างก็กำลังมีปัญหากับชีวิตคู่และบ้างก็เลิกลากันไป เท่าที่มีโอกาสพบเจอชาวไทยที่นี่ส่วนใหญ่ภาษาอังกฤษยังไม่ดีพอที่จะเข้าทำงานในหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆที่ส่วนใหญ่มีพนักงานเป็นชาวออสเตรเลี่ยน 99% ดิฉันไม่รู้จักชาวไทยที่นี่อย่างลึกซึ้งหมดทุกคน แต่เท่าที่สังเกตเห็นก็พอจะมีบ้างที่มีความสุขปานกลางและบางคนยังมีความลำบากในชีวิตเนื่องจากแต่งงานกับคนที่ไม่ค่อยมีฐานะจึงต้องต่อสู้ลำบากด้วยกันทั่งสองฝ่าย เคยพบเจอผู้หญิงไทยบางคนเปิดเผยให้ฟังเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวโดยเล่าว่าตัวเองยังลำบากอยู่เพราะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเนื่องจากความรู้น้อย ไม่เคยมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี ไม่สามารถหางานทำที่ไหนได้ จึงรับทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบ้านให้คนที่อยู่ในละแวกเดียวกันโดยสามีช่วยหางานแม่บ้านให้ ผู้หญิงชาวไทยคนนี้เล่าให้ฟังถึงความลำบากว่าสามีไม่ให้อิสระ ไม่สอนให้ขับรถ จึงขับรถไม่เป็นไปไหนเองไม่ได้ไกล ต้องพึ่งสามีโดยตลอด หญิงไทยคนนี้เอ่ยขอให้ดิฉันช่วยสอนภาษาอังกฤษแต่สุดท้ายสามีก็ไม่ให้เรียนเพราะไม่ต้องการให้หญิงไทยคนนี้ออกจากบ้านถ้าสามีไม่ได้ออกไปด้วย ดิฉันไม่สามารถก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของใครได้จึงไม่สามารถแนะนำอะไรได้อีกและไม่ได้พบเจอหญิงไทยผู้นี้อีกเลย อย่างไรก็ตามดิฉันมีโอกาสพบเจอชาวไทยและมีโอกาสพูดคุยกันบ้างประปรายและทราบว่ามีบ้างที่ผู้หญิงไทยบางคนโชคดีที่มีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกภาษา และเข้าคอร์สฝึกอบรมสายวิชาชีพและเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ และทุกคนมักเป็นคนสู้ชีวิตจึงจะประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือพึ่งตนเอง คนไทยที่อยู่อาศัยที่เมืองบริสเบนจริงๆมีอยู่จำนวนน้อย ที่พบเห็นบ่อยๆคือนักศึกษาที่มาเรียนและทำงานในร้านอาหาร

Brisbane South side at night

อะไรที่คนออสเตรเลียชอบ และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายออสเตรเลียเป็นอย่างไร ผู้หญิงออสเตรเลียเป็นอย่างไร และครอบครัวของคนออสเตรเลียเป็นอย่างไร

จากการที่อยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย(รัฐควีนสแลนด์ )และคลุกคลีกับชาวออสเตรเลียมากกว่าชนชาติใดในโลก ทำให้ดิฉันได้ซึมซับและคุ้นเคยกับวิถีความเป็นอยู่ของคนชาวออสเตรเลียมากพอสมควร จากการคลุกคลีกับคนในท้องที่และเพื่อนฝูงญาติมิตรดิฉันคิดว่าผู้ชายและผู้หญิงชาวออสเตรเลี่ยนชอบดื่มเบียร์กันมากไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคมหรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงและญาติสนิทที่บ้าน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเบียร์และไวน์ต่างคนต่างนำเครื่องดื่มทั้งเบียร์และไวน์ที่ตนชอบเข้ามาในการพบปะสังสรรค์
– การเล่นกีฬาหรือเชียร์กีฬายอดฮิตประจำประเทศคือออสเตรเลี่ยนฟุตบอล (Aussie rules) และอีกประเภทหนึ่งคือ คริกเก็ท น่าจะไม่ต่างจากประเทศอังกฤษเท่าไหร่นัก
– การไปแค้มปิ้งกันเป็นครอบครัวในป่าหรือสถานที่ต่างๆที่ห่างไกลออกไปหรือไปต่างเมืองกิจกรรมที่ไปทำระหว่างการไปแค้มปิ้งในป่า หรือชายทะเลคือการตกปลา บาบีคิว ปิ้งย่างเนื้อสเต๊กหรืออาหารทะเล กิจกรรมหลายประเภทที่เกี่ยวพันกับการไปเที่ยวทะเล เที่ยวชายหาด หรือการเล่นกีฬาทางน้ำ เช่นกีฬาโต้คลื่น พายเรือแคนู
ชาวออสเตรเลียในรัฐควีนสแลนด์โดยทั่วไปค่อนข้างแต่งตัวง่ายๆสบายๆ ไม่ค่อยเรียบร้อยและไม่พิถีพิถันเท่าไหร่นัก ดิฉันเคยเห็นบางคนเดินเท้าเปล่าเข้าไปซื้อของตามปั๊มน้ำมัน บางคนใส่รองเท้าหรือแต่งตัวที่ไม่เหมาะสมไปสมัครงาน

ทั้งชายและหญิงจำนวนหลายคนและมีเกือบทุกๆอาชีพที่ชอบการสักตามเนื้อตัวสักตามแขนและขา ดิฉันเคยสังเกตเห็นบางคนเดินมาด้วยกันห้าถึงหกคน ห้าคนจะมีลอยสักตามแขนและขา ปัจจุบันนี้เริ่มหาคนที่ไม่มีลอยสักเลยค่อนข้างน้อย

Wategos , Byron Bay, Queensland

ผู้ชายชาวออสเตรเลียในความคิดของดิฉันหลายคนมีความเห็นแก่ตัว ส่วนแต่ละคนจะมีความเห็นแก่ตัวมากน้อยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการถูกเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัวอีกด้วย ส่วนใหญ่ที่ดิฉันพบมักมีส่วนที่ทำให้ดิฉันเห็นความเห็นแก่ตัว และส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะลักษณะของสังคมของประเทศนี้ที่ทุกคนต่างต้องช่วยเหลือตนเองมากถึงมากที่สุด ชายทั่วไปมักมีมุมมองที่ยึดถือความคิดของตนเป็นหลัก ใจแคบ ไม่เปิดใจ โดยเฉพาะคนออสเตรเลียที่ไม่เคยท่องเที่ยวต่างประเทศมีข้อแตกต่างระหว่างชายชาวออสเตรเลียที่เคยผ่านการท่องเที่ยวและคนที่ไม่เคยผ่านการท่องเที่ยวต่างประเทศ ดิฉันพบว่าใครก็ตามที่ผ่านการท่องเที่ยวต่างประเทศมาหลายๆประเทศพวกเขามีความคิดดี มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล คุยเข้าใจกันง่ายในหลายๆเรื่อง มักจะเป็นคนที่มีมุมมองและมีวิธีการคิดแตกต่างและจะเปิดใจกว้าง ยอมรับและเข้าใจความแตกต่างได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยผ่านการท่องเที่ยวไปต่างประเทศใดๆเลย

โดยทั่วไปผู้ชายชาวออสเตรเลียในที่นี้ดิฉันหมายถึงชาวควีนสแลนด์ พวกเขามีมนุษย์สัมพันธ์มีหน้าตายิ้มแย้ม มีน้ำใจ ขอความช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่อาศัยในแถบชนบทหรือตามเมืองเล็กๆ

ส่วนผู้หญิงออสเตรเลี่ยน(ในรัฐควีนสแลนด์) เป็นคนง่ายๆและแข็งๆ ไม่อ่อนหวาน ทำงานเก่ง คล่องแคล่วไม่ต่างจากผู้ชายนัก ส่วนใหญ่ผู้หญิงสนใจการศึกษาในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยมากกว่าฝ่ายชาย ผู้หญิงชาวควีนสแลนด์ดื่มเบียร์หรือดื่มของมึนเมาเก่ง บางคนไม่แพ้ผู้ชายในเรื่องของการดื่ม หลายคนนิยมการสักตามตัวไม่ต่างจากผู้ชาย พูดจาตรงไปตรงมา กล้ามีเพศสัมพันธ์ไม่ต่างจากการดื่มเบียร์ สังคมปัจจุบันทั้งหญิงและชายมีความเท่าเทียมกันทางความประพฤติในรูปแบบต่างๆ

ครอบครัวชาวออสเตรเลียในมุมมองของดิฉัน จะเป็นลักษณะต่างคนต่างอยู่มีชีวิตเป็นส่วนตัวถือความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง บางครั้งดูเหมือนคนเห็นแก่ตัวเมื่อลูกเติบโตขึ้นเริ่มเข้าวัยผู้ใหญ่ตอนต้นบางครอบครัวกดดันให้ลูกออกไปใช้ชีวิตด้วยตนเองหาเงินเลี้ยงตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากครอบครัวคนไทยที่ตราบใดลูกๆยังไม่ถึงวัยแต่งงานแยกครอบครัวลูกๆก็สามารถอยู่กับพ่อแม่ได้ตลอดและช่วยดูแลเลี้ยงดูพ่อแม่ทั้งด้านการเงินและความเป็นอยู่ ไม่ใช่สิ่งผิดปรกติแต่อย่างใดที่ลูกจะอยู่ร่วมกับพ่อแม่ตราบใดที่ยังไม่คิดแต่งงาน

สามีภรรยาชาวออสเตรเลียต่างคนต่างมีงานทำ ช่วยกันทำงานช่วยกันออกเงินดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆภายในครอบครัว ผู้หญิงที่คลอดลูกได้สักสามสี่เดือนเริ่มออกหางานทำทันทีมีมากขึ้น

Bribie Island

ค่าครองชีพที่รัฐควีนส์แลนด์ ออสเตรเลียเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่รัฐควีนสแลนด์ค่อนข้างสูงมากหลายๆอย่าง อย่างเห็นได้ชัดในอดีตที่เคยช้อปปิ้งซื้อผักซื้อเนื้อรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ไม่เกินแปดสิบดอลล่าร์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ในปัจจุบันซื้อของอย่างเดียวกันรายจ่ายพุ่งพรวดสูงขึ้นไปเกินหนึ่งร้อยเหรียญได้อย่างง่ายดาย นี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการไปช้อปปิ้งเท่านั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด

สิ่งที่เห็นว่าราคาพุ่งขึ้นสูงเกินไปคือ
1. ราคาน้ำมัน ขณะนี้อยู่ที่ 150เซ็นต่อหนึ่งลิตร
2. การไปทานข้าวนอกบ้านตามร้านอาหารราคาแพงมาก ต้องเลือกร้านและเช็คราคาให้ดีก่อนเข้า
3. ราคาค่าซ่อมรถหรือการเปลี่ยนอะหลั่ยแต่ละชิ้นส่วนราคาสูงมากเกินไป หากใช้รถมียี่ห้อดีทางออกคือไม่เข้าไปใช้บริการในศูนย์รถยนต์แต่เลือกเข้าอู่ซ่อมรถที่เชื่อถือได้และไม่ใช้อ่ะหลั่ยราคาแพง

สิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมกับราคาแล้วก็คือ
1. จำพวกผลไม้บางประเภทเช่นกล้วยและผลไม้หรือผักบางประเภท
2. จำพวกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ราคายังไม่สูงมาก
3. สินค้าประเภทกระดาษชำระและกระดาษชนิดต่างๆในส่วนของงานพิมพ์

In the countryside somewhere, on the way to Sunshine Coast

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลียตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลีย

ข้อดีของการใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลียที่เห็นได้ชัดคือ

คุณภาพชีวิตที่ดี – ประชาชนให้ความร่วมมือในสังคมและทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประชาชนที่มีความเข้าใจและมีความรู้เรื่องกฎหมายมีมาก ,การบริการช่วยเหลือประชาชน,ให้ความรู้แก่ประชาชนค่อนข้างดี อุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอนมีวิทยาการก้าวหน้า

สวัสดิการสังคมดี – ประชาชนหลายกลุ่มอายุได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีตามความจำเป็นทั้งในแง่การศึกษา ,การขาดรายได้เนื่องจากมีสภาพร่างกายทุพลภาพ พิการไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดระหว่างการทำงานหรือเกิดจากกรณีอื่นใดก็ตาม, กลุ่มคนในวัยเกษียรอายุ, กลุ่มคนจากการเป็นพ่อหรือแม่ยังโสดที่มีรายได้ไม่พอเพียงต่อการเลี้ยงดูบุตรที่ยังอยู่ในวัยไม่เกินสิบแปดปี

รายได้ดี – การทำงานที่ออสเตรเลียค่าจ้างในการทำงานในบริษัททั่วไปพนักงานได้รับค่าจ้างในอัตราที่เหมาะสมกับประสบการณ์ แม้กระทั่งงานระดับล่างพนักงานได้รับเงินในอัตราที่สูงพอๆกับการทำงานในบริษัทบางสาขาหากประชาชนไม่เลือกงานมากเกินไป อัตราค่าแรงในการทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวสำหรับคนที่มีคุณวุฒิที่เหมาะสมในสายอาชีพบางสาขาจะตกอยู่ที่ราวๆเกือบยี่สิบเจ็ดดอลล่าร์ต่อหนึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์และจำนวนปีของการทำงานอีกด้วย

ข้อเสียของการอยู่ในออสเตรเลีย
– ประสบการณ์และมาตราฐานทางด้านการทำงานและวุฒิการศึกษาจากประเทศไทยไม่ได้รับการยอมรับ ทุกคนต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์หากต้องการมีงานทำ

– การสร้างมิตรภาพ คบเพื่อนใหม่เป็นสิ่งที่ทำได้ยากสำหรับชาวต่างชาติที่มาอยู่อาศัยในวัยผู้ใหญ่ จำเป็นต้องออกสังคมบ่อยขึ้นหากต้องการมีเพื่อน ทางออกอีกทางที่พอจะทำได้คือการศึกษาโดยเลือกเรียนในสายอาชีพที่คิดว่าจะช่วยเกื้อหนุนตนเองให้มีโอกาสในการหางานทำหรือการเข้าไปเป็นสมาชิกของกลุ่มสมคมใดสมาคมหนึ่ง

– ระบบช่วยเหลือตนเองเกือบจะทุกอย่างในการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย ชาวต่างชาติที่ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการช่วยเหลือพึ่งตนเองมากถึงมากที่สุดอย่างชีวิตของชาวออสเตรเลี่ยน เนื่องจากความเชื่อหรือความคุ้นเคยแบบดั้งเดิมที่แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆในแง่ของความเป็นหญิงหรือชายเช่นงานหนักหรือแบกของหนักมักจะยกให้เป็นงานของผู้ชาย งานตัดหญ้าเป็นงานของผู้ชาย และงานเบาเช่นการซักผ้า งานทำครัว งานล้างจาน งานเลี้ยงดูแลลูกๆภายในครอบครัวเป็นงานของผู้หญิง ผู้หญิงคือผู้ตามไม่ใช่ผู้นำ ซึ่งความเชื่อหรือการแบ่งแยกลักษณะนี้ยังมีให้เห็นในสังคมชาวเอเชีย สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการปรับตัวและปรับใจซึ่งต้องใช้เวลามากพอสมควรในการปรับให้เข้ากับระบบใหม่ๆที่ยังไม่คุ้นเคย และในวัยผู้ใหญ่จะใช้เวลานานกว่าวัยเด็ก คนส่วนใหญ่ที่ดิฉันรู้จักมักจะมาจากครอบครัวฐานะความเป็นอยู่ที่ดีมีคนรับใช้ที่สามารถจ้างมาช่วยทำงานบ้านในราคาไม่สูง แต่ชีวิตใหม่ในออสเตรเลียหลายคนไม่สามารถจ้างคนในท้องถิ่นให้มาช่วยงานบ้านได้อย่างในประเทศของตนเนื่องจากค่าแรงสูงเกินกว่าที่จะจ้างได้บ่อยๆ สุดท้ายต้องทำทุกอย่างเองหมด บางคนปรับตัวไม่ได้ถึงขั้นเกิดสภาวะซึมเศร้าคิดถึงบ้าน รู้สึกท้อต้องการกลับไปอยู่ประเทศของตนก็มีบ้างเท่าที่ทราบมา

Brisbane CBD

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวออสเตรเลีย

ปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวออสเตรเลียเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและมาจากหลายๆสาเหตุที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากความต่าง นั่นคือความต่างทางด้านการเลี้ยงดู ต่างฐานะ ต่างทางด้านการศึกษา ต่างความคิด ต่างสามัญสำนึก ต่างทางด้านวัฒนธรรม ต่างภาษาและต่างทางด้านอาหารการกินอยู่ สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้งที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกันเพราะต่างฝ่ายต่างมีรสนิยม มีเหตุผลและการกระทำที่เป็นความเคยชินจากสิ่งแวดล้อมและสังคมของตนเองและใช้ความคิดของตัวเองเป็นหลักด้วยกันทั้งสองฝ่าย สิ่งเหล่านี้จะเริ่มแสดงออกอย่างชัดเจนหลังจากมีการใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันอย่างจริงจัง หรือจะพูดให้ชัดเจนคือหลังจากช่วงฮันนีมูนจบลง ความต่างที่ทำให้เกิดความหงุดหงิดและเกิดการทะเลาะกันได้เช่น ภาษากายกิริยาท่าทางระหว่างการสื่อสาร และบ่อยครั้งที่คู่รักชาวออสเตรเลียมักจะคาดหวังว่าผู้หญิงชาวไทยจะสามารถปรับตัวได้และใช้ชีวิตตามวิถีของชาวออสเตรเลีย สิ่งหนึ่งที่ผู้ชายชาวออสเตรเลี่ยนหลายๆคนไม่เข้าใจนั่นก็คือหากหญิงไทยที่ไม่เคยใช้ชีวิตในโลกตะวันตกมาก่อนมักจะไม่คุ้นเคยกับระบบการช่วยเหลือตนเองอย่างมากมายซึ่งเป็นเรื่องปรกติของชาวออสเตรเลีย อาจจะทำให้ฝ่ายชายชาวออสเตรเลี่ยนเกิดความหงุดหงิดที่ต้องแบกรับภาระหลายๆอย่างคนเดียวโดยที่ผู้หญิง, คู่รักชาวไทยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรมากมายนักเพราะยังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ใหม่ๆในช่วงระยะเวลา 3-5 ปีแรก หากหญิงไทยไม่ค่อยมีความรู้ภาษาอังกฤษและพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งทำให้ความเข้าใจระหว่างกันเป็นไปด้วยความลำบาก ทำให้ชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น และสุดท้ายต่างเกิดความรู้สึกเหงาในความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือแบบคู่สามีภรรยา บ่อยครั้งที่เพื่อนชายชาวตะวันตกที่ดิฉันรู้จักหลายๆคนที่แต่งงานกับผู้หญิงไทยนำเรื่องราวมาแชร์หรือมาพูดระบายความในใจอย่างตรงไปตรงมาด้วยความรู้สึกอึดอัดให้ดิฉันได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเขาเหล่านั้นกับภรรยาชาวไทยหรือภรรยาชาวเอเชีย ประเด็นหลักๆมักมีเรื่องราวของความเข้าใจทางภาษาที่ไม่ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของการแสดงความรักต่อกัน การเล่าเรื่องขำขันก็ไม่สามารถสื่อกันไม่สามารถแชร์กันได้ 100% และที่สำคัญคือความคิดและการกระทำต่างกันในแง่มุมของการมีเพศสัมพันธ์ซึ่งผู้ชายชาวตะวันตกมักมีความกล้าในการแสดงออกมากกว่าชาวเอเชียในเนื้อหาของความรักและการมีเพศสัมพันธ์ซึ่งผู้หญิงชาวไทยหรือชาวเอเชียไม่กล้าแสดงออกมากเท่าคนชาวตะวันตกหรือชาวออสเตรเลีย ผู้หญิงชาวไทยไม่มีประสบการณ์มากเท่าผู้หญิงชาวตะวันตก เหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายชาวตะวันตกเกิดความรู้สึกหงุดหงิดใจและรู้สึกเครียดที่คู่รักหรือภรรยาชาวไทยหลายๆคนขี้อายมากไม่เปิดใจยอมรับแม้แต่งงานอยู่กินด้วยกันแล้ว ซึ่งดิฉันเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาและเกิดการทะเลาะเบาะแว้งสืบเนื่องมาจากความต่างและความเชื่อในหลายๆด้านที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ทั้งนั้นระดับความขัดแย้งจะมีมากน้อยเพียงใดนั้นดิฉันเชื่อว่ามันจำเป็นที่จะต้องเป็นความยินยอมของคู่รักต่างชาติทั้งสองฝ่ายที่จะพยายามปรับตัวอะลุ้มอล่วยเพื่อให้อยู่กันด้วยดีในความสัมพันธ์ และก็ยังขึ้นอยู่กับอุปนิสัยส่วนบุคคลของผู้หญิงไทยแต่ละคนอีกด้วย

ก่อนตกลงใจมีคู่รักต่างชาติทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องไม่ยึดบรรทัดฐานในสังคมของตนเองเข้ามาใช้ควบคุมชีวิตของกันและกัน ซึ่งส่วนนี้ดิฉันเชื่อว่าอาจจะช่วยลดความขัดแย้งลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ทุกคนจำเป็นต้องเปิดใจเรียนรู้และถ่อมใจยอมรับความแตกต่างของกันและกัน ยอมรับความจริงว่าความต่างในหลายๆทางจำเป็นต้องมีเวลาเป็นตัวช่วยในการปรับตัว ชีวิตคู่ต่างชาติต่างภาษาจะใช้เวลาปรับตัวและต้องมีความอดทนมากกว่าคู่รักทั่วๆไปหลายเท่า ถามใจตนเองว่ายอมรับได้หรือไม่ก่อนตกหลุมรักกับชาวต่างชาติและยอมละทิ้งอัตตาไว้เบื้องหลัง การแต่งงานคือการแต่งกับงาน คู่รักต่างชาติต้องช่วยกันสานความสัมพันธ์ทุกระยะของชีวิตการแต่งงานเพื่อให้สำเร็จลุล่วง( you wed with work – a lot more work to work on to maintain married life) you get what you pay for)

Wategos, Byron bay, Queensland

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่า

ดิฉันมีครอบครัวทางฝ่ายคุณแม่และคุณพ่ออยู่ทางเมืองไทย ระยะแรกที่ย้ายมาอยู่ในช่วงปีแรกก็มีความคิดถึงมากพอสมควรเนื่องจากดิฉันยังจดจำภาพของการเป็นครอบครัวใหญ่ มีญาติพี่น้อง มีเพื่อนสนิท. มีอาหารไทยที่ชอบและสามารถหาซื้อรับประทานได้ทุกเมื่อที่ต้องการรวมถึงบรรยากาศเก่าๆและสภาพแวดล้อมที่ประเทศไทย และรู้ว่าต่อไปชีวิตจะเปลี่ยนแปลงเพราะชีวิตในต่างแดนต้องอดทน ดิฉันไม่สามารถพูดคุยกับญาติและเพื่อนสนิทได้ทุกเวลาหรือทุกครั้งที่ต้องการพูดคุยกัน สิ่งเหล่านี้ไม่มีอีกต่อไป

ปัจจุบันดิฉันเคยชินกับการใช้ชีวิตที่ประเทศออสเตรเลียและประเทศออสเตรเลียเปรียบเสมือนบ้าน ดิฉันไม่มีความรู้สึกแย่เหมือนคราวที่ย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ดิฉันอยู่ได้ด้วยตนเองถึงแม้ไม่มีญาติสนิทหรือเพื่อนสนิทในแวดล้อม ซึ่งแต่ดั้งเดิมที่ดิฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย ดิฉันต้องทำงานและดูแลตัวเอง มีชีวิตที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวทั้งฝ่ายคุณพ่อและฝ่ายคุณแม่ และไม่มีความรู้สึกทุรนทุรายคิดถึงครอบครัวหรือคิดถึงประเทศไทยอีกต่อไป เพราะหลายปีที่ผ่านมาดิฉันปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมในออสเตรเลียได้ทุกอย่าง อาจมีบ้างที่บางครั้งรำลึกถึงความหลังครั้งเก่า ความคิดถึงส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอาหารไทยมากที่สุด ในปัจจุบันมีเครื่องมือทันสมัยทางด้านการสื่อสาร เช่นแอพเฟสบุ๊คหรือแอพไลน์ หากต้องการติดต่อกับญาติสนิทหรือเพื่อนสนิทก็สามารถทำได้สะดวกในการติดต่อและไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์ทางไกล

ดิฉันมีโอกาสพบปะเพื่อนใหม่ มีสังคมและมีเพื่อนสนิทที่คบหากันมาเป็นระยะเวลายาวนานในประเทศออสเตรเลียเลยไม่รู้สึกเหงาเหมือนในอดีต อีกทั้งดิฉันยังมีลูกสาวที่ดิฉันต้องดูแลเอาใจใส่ ชีวิตของดิฉันที่ออสเตรเลียมีกิจกรรมและมีภาระหลายๆอย่างที่ต้องดูแล ดิฉันจึงไม่มีความรู้สึกเหงาเพราะดิฉันมีสิ่งต้องทำตลอดเวลา

Khun Sunny

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในควีนส์แลนด์และในออสเตรเลียโดยทั่วไปครับ

ไม่เคยค่ะ ถ้าในแง่ของอาชญากรหรืออาชญากรรม
ชีวิตของดิฉันกับความเป็นอยู่ในรัฐควีนสแลนด์หรือทั่วๆไปในออสเตรเลียค่อนข้างปลอดภัยจากมุมมองของดิฉันเอง แต่ดิฉันจำเป็นจะต้องพูดถึงพื้นฐานของการดำรงชีวิตนั่นก็คือการไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองไปเสี่ยงอยู่ในจุดที่จะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายในหลายๆด้าน เช่นไม่พาตัวเองไปอยู่ในแหล่งมั่วสุม ไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดลับตาคนหรือในที่ๆคนอื่นไม่เห็นและไม่สามารถช่วยดิฉันได้หากเกิดเหตุร้ายต่างๆนานา และไม่คบคนพาล การเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้และระวังตัวเองอยู่เสมอและพยายามใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดมีสติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เป็นการช่วยลดไม่ให้ตัวเองประสบปัญหาหรือประสบเพทภัยต่างๆ

ส่วนในแง่ของภัยธรรมชาติอาจมีเกิดขึ้นได้ในรัฐควีนสแลนด์เป็นบางครั้งเช่นพายุลูกเห็บ และอุทกภัย ซึ่งในครั้งหนึ่งราวๆสองปีก่อนดิฉันถึงกับเสียรถยนต์ส่วนตัวเพราะขับรถเข้าไปในพื้นที่ๆไม่คุ้นเคยตอนกลางคืนในขณะที่น้ำท่วมสูงขึ้นมากระทันหันเพราะพายุฝนและระบบการระบายน้ำไม่สามารถรองรับได้ทันต่อเหตุการณ์ ในภาวะปรกติทั่วๆไปค่อนข้างจะปลอดภัยพอสมควร ในแง่ของสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติก็มีส่วนที่จะต้องระมัดระวังหากใครพักอาศัยอยู่ไม่ห่างจากสวนสาธารณะที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้มีลักษณะเดียวกับป่าธรรมชาติ เพราะที่ใดสมบูรณ์ที่สุดสัตว์ตามธรรมชาติก็จะมาอาศัยหลบซ่อนตัวหรือหากินในบริเวณสวนสาธารณะดังกล่าวรวมทั้งงูเหลือม มีบางครั้งโดยเฉพาะฤดูร้อนที่บางช่วงอากาศร้อนจัดงูเหลือมเริ่มตื่นตัวออกหากินก็อาจมีหลุดเข้ามาในเขตชุมชนที่คนอาศัยอยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะ ดิฉันมีประสบการณ์พบเจองูเหลือมถึงสองครั้งเพราะดิฉันเลี้ยงกินนี่พิกไว้ในกรง ครั้งที่หนึ่งเลื้อยเข้าทางหลังบ้านและฆ่ากินนี่พิกหนึ่งตัวและปีต่อๆมาก็เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองนั่นคืองูเหลือมเลื้อยขึ้นมาบนบ้านบริเวณระเบียงหลังบ้านซึ่งดิฉันตั้งกรงที่มีตัวกินนี่พิกที่เลี้ยงไว้และงูเหลือมเลื้อยขึ้นไปหลบบนขื่อใต้หลังคา ดิฉันจึงติดต่อผู้ชำนาญเพื่อมาจับงูเหลือมออกไปให้พ้นบ้าน นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปต้องระวังภัยที่อาจจะไม่เกิดขึ้นกับคนแต่จะเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงเพราะในรัฐควีนสแลนด์มีป่าธรรมชาติอยู่ทุกมุมเมือง ที่ไหนๆก็อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่นอกเมืองที่ห่างไกลความเจริญ

การลักขโมยเคยมีเกิดขึ้นบ้าง เช่นจักรยานถูกขโมยในช่วงเวลาตีสี่หรือตีห้า ( 4am -5am) เพราะต้องจอดจักรยานไว้ข้างล่างแต่ยังอยู่ในบริเวณบ้าน ขโมยแอบปีนเข้ามาในบริเวณบ้านเพราะประตูหน้าบ้านไม่ได้สูงมาก สูงแค่ระดับเอวตามแบบบ้านทั่วๆไปในออสเตรเลีย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ดิฉันได้ข้อสรุปให้ตัวเองว่าไม่มีที่ใดในโลกปลอดภัย 100%เต็ม ขอแต่เพียงไม่เกิดขึ้นบ่อยกับดิฉันจนทำให้ดิฉันไม่สามารถอยู่ได้โดยปรกติสุขหรือต้องย้ายที่อยู่หนีไปเขตอื่นก็พอแล้ว ดิฉันไม่รู้สึกเครียดและไม่เคยมีความคิดว่าชีวิตนี้ไม่ปลอดภัยค่ะถือว่าดีพอสมควรในระดับหนึ่งของการดูแลรักษาความปลอดภัยของบ้านเมืองในประเท
ศออสเตรเลีย

Japanese garden Toowoomba

สถานที่ไหนในออสเตรเลียที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – ออสเตรเลียสวยไหมครับ / สถานที่ไหนในออสเตรเลียที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – ออสเตรเลียสวยไหมครับ

ดิฉันต้องการไปเที่ยวทุกๆรัฐค่ะ และนั่นก็เป็นเพราะดิฉันมีความเห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของแต่ละรัฐมีเสน่ห์ในตัวเอง ดิฉันคิดว่าในแต่ละรัฐของประเทศออสเตรเลียมีจุดเด่นในตัวเองและมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ขึ้นอยู่กับความชอบเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจัดแบ่งเวลา บางคนมีเวลาท่องเที่ยวได้สามวันหรือหนึ่งอาทิตย์หรือมากกว่านั้น

ดิฉันชอบการท่องเที่ยวไปในทุกๆที่ๆเป็นแหล่งธรรมชาติ เช่นเที่ยวทะเล เที่ยวหาดเรนโบว์ ( rainbow beach) ชมเครื่องร่อน ( hang gliding ), การไปแค้มปิ้งบนเกาะ ดิฉันจะดูว่าจะไปที่ไหนได้บ้างหากมีเวลาเพียงแค่สองถึงสามวันหรือหนึ่งอาทิตย์ซึ่งแล้วแต่โอกาสจะอำนวยในแต่ละปี ดิฉันเคยไปอยู่บนเกาะเฟรเซอร์ ( fraser Island ) อยู่ราวๆสองอาทิตย์ ได้พบเจอกับบรรยากาศแปลกใหม่มีความเงียบสงบ เห็นสุนัขดิงโก้วิ่งกันมาเป็นฝูงออกล่าเหยื่อแถวๆหาด ได้เห็นชีวิตสัตว์ป่าตามธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ได้เรียนรู้วิธีหาหอยที่ฝังตัวอยู่ในทรายบนเกาะเฟรเซอร์ ชมทะเลสาปบนเกาะ

Camping on Fraser Island

ดิฉันอยู่ในเขตรัฐควีนสแลนด์ แต่ดิฉันยังไม่สามารถท่องเที่ยวได้ครบทุกเขต และยังมีสถานที่ๆน่าสนใจอีกมากในรัฐอื่นๆ จุดสนใจของการท่องเที่ยวของดิฉันคือการถ่ายรูปตามสถานที่ธรรมชาติต่างๆ ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวซันไชน์ โคสท์ และโกลด์ โคสท์ หลายครั้งพอสมควรในช่วงเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา และมีบทสรุปให้ตัวเองว่าดิฉันชอบเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนแน่นขนัด อย่างไรก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในออสเตรเลียมีมากจริงๆเที่ยวอย่างไรก็ไม่ทั่ว และดิฉันเชื่อว่ายังมีแหล่งธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวยังไม่ทราบอีกมากมาย ดิฉันสนใจที่จะค้นหาสถานที่เหล่านั้นเพื่อถ่ายภาพที่ยังไม่มีคนเคยเห็น

Gold Coast

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

สิ่งที่ดิฉันรักคือ การถ่ายรูป การท่องเที่ยว การฟังเพลง การขับร้อง การเล่นดนตรี การเต้นรำ การทำงานฝีมือทุกประเภท การวาดภาพ การปลูกต้นไม้ การอ่านหนังสือ และการทำอาหารแปลกๆใหม่ๆที่ดัดแปลงจากอาหารนาๆชาติ

สิ่งที่ชอบทำในยามว่างเท่าที่โอกาสจะอำนวยให้คือการขับร้อง การเล่นดนตรี การถ่ายรูป และอะไรอีกหลายๆอย่างตามที่กล่าวมาข้างต้น น่าเสียดายที่เวลาแต่ละอย่างมีไม่มากพอเพราะต้องแบ่งเวลาให้กับส่วนอื่นๆในชีวิตประจำวัน ดิฉันจึงไม่สามารถทำตามที่ใจต้องการได้บ่อยๆ อย่างไรก็ตามการฟังเพลงและการเล่นดนตรีได้มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของดิฉันมากพอสมควรเพราะเป็นการสร้างเสริมบำรุงจิตใจให้เกิดสมาธิและเกิดความสงบสุข รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งต่างๆ และสิ่งสำคัญที่ดิฉันชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือการอ่านเรื่องราวขำขันที่ทำให้ดิฉันได้หัวเราะอย่างเต็มที่ได้รับความรู้สึกเหมือนได้คุยกับเพื่อนที่ถูกใจเพราะชีวิตประจำวันในออสเตรเลียเป็นวิถีชีวิตที่ต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน เป็นชีวิตที่ทุกคนต่างยุ่งมีภาระของตนเอง เพื่อนสนิทที่รักที่ชอบอยู่ต่างเมืองหรืออยู่คนละประเทศกับดิฉันจึงไม่มีโอกาสพบปะกันได้บ่อย โชคดีที่ดิฉันมีกิจกรรมดีๆมาเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนและทดแทนในส่วนที่เคยมีและขาดหายไปจากชีวิต กิจกรรมเหล่านี้ดิฉันสามารถทำอยู่กับบ้านได้ทุกเวลาที่ต้องการ ทำให้ดิฉันมีความสุขมีอารมณ์ดีและมีกำลังใจที่ดีค่ะ

ฉันเป็นช่างภาพ ฉันรับถ่ายภาพครอบครัว, ภาพเด็กๆ, ภาพโพรไฟล์ที่ใช้ในเฟสบุ๊ค และฉันรับถ่ายภาพที่สนุกๆด้วยค่ะ ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อฉันได้ทางเฟสบุ๊คของฉัน หรือเบอร์โทรศัพท์ 0425540233 หรือทางอีเมล์ pomalicia@gmail.com

Khun Sunny Facebook Page

Nudgee beach, Brisbane

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ /ออสเตรเลีย จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

อันดับแรกสำหรับทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่จะต้องคิดเตรียมตัวเตรียมใจรับให้ได้มากที่สุดคือสภาพความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน คุณจะต้องปรับตัวทุกๆด้านอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงเพราะสภาพเบื้องต้นที่คุณต้องเผชิญคือคุณไม่รู้จักใครและไม่มีใครรู้จักคุณ ไม่มีสิ่งแวดล้อมเดิมๆที่คุ้นเคย คุณเริ่มต้นจากศูนย์ทุกอย่างในชีวิตเมื่อคุณตัดสินใจย้ายมาอยู่กับสามีชาวต่างชาติ คุณต้องปรับตัวทำความรู้จักสามีของคุณในแง่มุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนและสามีของคุณอาจมีสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจ หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมๆกันในบางขณะอาจทำให้คุณเกิดความรู้สึกเหงาและการตกตะลึงทางวัฒนธรรม รวมไปถึงรูปแบบการใช้ชีวิตซึ่งมีส่วนที่จะกระทบสภาวะอารมณ์ ความรู้สึกและที่สำคัญคือกระทบสุขภาพจิตมากพอสมควรโดยเฉพาะในช่วงปีแรกๆซึ่งไม่ใช่สิ่งง่ายสำหรับใครที่จะรับมือ สิ่งที่ดิฉันต้องการแนะนำและอยากพูดให้เข้าใจคือ

1. การย้ายถิ่น ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ประเทศใดก็ตามไม่มีใครสามารถรับประกันให้คุณได้ว่าการอยู่อาศัยในต่างประเทศจะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นหรือเลวลง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ว่าด้วยการปรับตัวและการเปิดใจเป็นสำคัญ จากมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวของดิฉันที่ผ่านมาหลายปีพอสมควรดิฉันได้ข้อสรุปมาพอสังเขป และขอพูดตรงๆว่าคุณจะต้องต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่คุณต้องการ สามีของคุณไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคุณได้มากกว่าการให้กำลังใจและให้ข้อมูลชี้แนะบางอย่างขึ้นอยู่กับความรู้ของเขาว่ามีมากน้อยเพียงใดในสิ่งที่คุณต้องการคำแนะนำ ชีวิตของคุณจะค่อนข้างอยู่ในมุมจำกัดหากคุณเป็นเพียงแม่บ้านไม่มีงานทำและต้องคอยพึ่งเงินสามีแต่เพียงอย่างเดียว ชีวิตของคุณจะลำบากหากสามีของคุณเกิดการเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวหรือมีปัญหาถึงขั้นหย่าร้างกัน สิ่งที่คุณหนีไม่พ้นคือการขวนขวายต่อสู้เพื่อเอาชนะกับอุปสรรคต่างๆในโลกใหม่ของคุณ เช่นการแข่งขันกับผู้อื่นมื่อคุณตกลงใจที่จะหางานทำ ก่อนที่คุณจะไปถึงจุดนั้นคุณจำเป็นต้องหาข้อมูลให้ตัวเองว่าตลาดแรงงานหรือการหางานเขาต้องการคนเข้าทำงานในสายงานไหนบ้าง ซึ่งบางครั้งหรือบ่อยครั้งคุณจำเป็นต้องตัดความชอบหรือความไม่ชอบออกไปให้เหลือแต่ความรู้สึกว่า งานประเภทนี้คุณสะดวกใจที่จะเรียนรู้และสามารถทำได้ตราบใดที่คุณต้องการรายได้ช่วยเหลือจุนเจือตนเองและครอบครัวของคุณ กำหนดทิศทางให้ตัวของคุณเองและต้องทราบให้ได้ว่าคุณต้องการอะไร เลือกทางออกของคุณให้ชัดเจน และขั้นต่อไปคือศึกษาต่อในวิชาชีพที่คุณรับได้ ที่สำคัญคือสามีต้องพยายามเข้าใจและช่วยสนับสนุนการเงินในเบื้องต้นจนกว่าคุณจะเข้าใจและช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับภาษาอังกฤษของคุณอีกด้วยว่ามีพื้นฐานมาดีพอหรือไม่ ระดับภาษาของคุณจะเป็นตัวกำหนดอนาคตและตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณอีกด้วย

Queensgarden, Toowoomba

2. คุณต้องพยายามดูแลรักษาสุขภาพจิตของตนเองอยู่เสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

3. คุณต้องมีกิจกรรมเสริมสร้างความสุขให้ตนเองเพื่อลดความเครียดและหลีกเลี่ยงโรคซึมเศร้าซึ่งสามารถเกิดขึ้นแม้กระทั่งกับคนในท้องถื่น คุณได้สิทธิ์นั้นเช่นกัน อย่าพึ่งสามีมามอบความสุขให้คุณเพราะทุกคนในสังคมตะวันตกเคยชินกับสิ่งแวดล้อมที่ต่างคนต่างต้องพึ่งตนเอง

4. ศึกษาและเข้าใจหน่วยงานทุกหน่วยที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ในยามมีปัญหาชีวิตเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นมากเพราะคุณไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตของคุณเองได้ อย่ารอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนเพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วชีวิตของคุณจะลำบากเกินความคาดหมายเนื่องจากคุณไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือคุณ หน่วยงานดังกล่าวเช่น Centrelink, Child Support , สถานฑูตไทย, สถานกงศุลเป็นต้น

5. คุณจะรู้จักตัวตนรู้จักนิสัยใจคอของสามีต่างชาติก็ต่อเมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว ระวังเรื่องการมีปากเสียงทะเลาะกัน สาเหตุเกิดจากความแตกต่างทุกประการซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหลังจากเวลาผ่านช่วงฮันนีมูนระยะเวลาสามถึงหกเดือนผ่านไปแล้ว สิ่งที่สำคัญคือต้องระวังและดูแลสุขภาพจิตอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะอาการของโรคซึมเศร้าตลอดช่วงของระยะการปรับตัวให้เข้ากับความเป็นอยู่หลายๆด้านของชีวิตต่างประเทศ

6. การพลัดพรากเกิดขึ้นได้ระหว่างคุณและสามีของคุณ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครบอกได้ ต้องวางแผนให้ตัวเองว่าต้องการทำอะไรหากสามีของคุณเสียชีวิตหรือสามีต้องการหย่าร้างกับคุณ ชีวิตแห่งความจริงบางครั้งไม่ได้จบที่การแต่งงานมีความสมหวังและมีลูกอยู่ด้วยกันจนถึงวัยชรา ในออสเตรเลียมีคู่แต่งงานระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติที่ไม่สมหวังในชีวิตแต่งงานและต้องเลิกร้างกันไปในที่สุดก็มีหลายคู่ เพราะฉะนั้นให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าคุณจะอยู่ต่อในต่างประเทศหรือจะกลับเมืองไทย หาทางออกให้ตัวเองเมื่อคุณอยู่ในประเทศออสเตรเลีย(หรือที่ใดก็ตาม) จนคุ้นเคยกับสภาพชีวิตใหม่ จะสู้หรือจะถอยหลังการหย่าร้างคุณควรวางแผนคิดเป็นการบ้านล่วงหน้าไม่ใช่เรื่องไร้สาระแต่อย่างใด

Breakfast Creek, Brisbane

7. ศึกษากฎหมายของประเทศที่คุณกำลังจะย้ายไปอยู่ร่วมกับสามีชาวต่างชาติและศึกษากฎหมายของการหย่าร้าง อย่าจดทะเบียนสมรสในเมืองไทย เพราะไม่มีผลบังคับใดๆกับฝ่ายชายหากมีปัญหาในภายหลัง คุณต้องจดทะเบียนสมรสที่ประเทศบ้านเกิดของฝ่ายชายเป็นการดีที่สุด

8. เรียนรู้การขับรถ เมื่อคุณขับรถเองได้คุณจะพึ่งตัวเองได้ดี

9. คุณต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ๆเพื่อการอยู่รอด เพราะประสบการณ์ของคุณจากประเทศไทยไม่สามารถนำมาใช้ได้ในประเทศออสเตรเลีย ยกเว้นการนวดแผนโบราณแบบไทยหรือการทำอาหารไทย และสิ่งพิเศษใดๆที่ไม่มีในประเทศออสเตรเลียและเป็นสิ่งที่ชาวออสเตรเลียไม่สามารถทำได้ นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาคุณต้องเรียนรู้วิธีการทำงานและมีวุฒิการศึกษาตามที่กำหนดในประเทศออสเตรเลียคุณจึงจะได้รับการยอมรับ

ในเรื่องของการเข้าไปเป็นลูกมือในร้านอาหารไทย ประสบการณ์ที่คุณมีความรู้จากเมืองไทยไม่สามารภใช้ได้ในสังคมออสเตรเลี่ยนเพราะหน้าตาพืชผักมีการดัดแปลงปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนในท้องถิ่น คุณต้องทำความเข้าใจ ถ่อมใจเรียนรู้วิธีการ ร้านอาหารใหญ่บางร้านหรือหลายๆร้านไม่มีเวลามาสอนคุณ เขาอาจบอกปัดให้คุณไปเข้าคอร์สเรียนการทำอาหาร การหั่ และอื่นๆ อาจมีร้านอาหารบางร้านใจดียอมรับคุณเข้าทำงานโดยให้ค่าจ้างน้อย คุณจำต้องยอมเพื่อแลกกับความรู้

10. เปิดโอกาสให้ตัวของคุณเองได้พบปะผูกมิตรกับเพื่อนบ้านและคนในท้องถิ่น สร้างเพื่อนใหม่ๆให้ตัวเองและ พยายามสร้างมิตรในทุกที่ๆคุณไป สร้างเครือข่ายให้ตนเองให้ได้มากที่สุด คนเหล่านี้อาจมีส่วนช่วยในด้านเอกสารสำค้ญ เขาต้องรู้จักคุณดีพอที่จะช่วยด้านการเซ็นเป็นพยานให้คุณนอกเหนือจากสามีของคุณในอนาคตซึ่งเป็นสิ่งที่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น

11. เปิดบัญชีส่วนตัวแยกต่างหากจากบัญชีร่วมกับสามีเพื่อสร้างหลักฐานการเงินและตั้งต้นสร้างเครดิตให้ตนเอง ทุกอย่างอย่าพึ่งสามีหมดทุกอย่างเพราะหากอยู่ร่วมกันไม่ได้ในภายหลังคุณจะเดือดร้อนมากมายอย่างคิดไม่ถึง คุณไม่ต้องการเช่นนั้นเพราะหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นไม่มีใครช่วยเหลือคุณได้ทันเหตุการณ์เพราะคุณไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือในยามลำบาก

12. กรณีหย่าร้างและมีลูกติดจากสามีต่างชาติของคุณ คุณต้องระวังในการคบหาผู้ชายคนใหม่ ในสังคมออสเตรเลี่ยนคุณสามารถพบเจอผู้ชายทุกประเภทที่เห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้โดยเฉพาะผู้ชายที่หวังพึ่งทางลัดอาศัยเกาะหญิงหม้ายลูกติด ยิ่งมีลูกเล็กๆหลายคนยิ่งดี เพราะรัฐบาลจะช่วยเรื่องการเงินมากพอสมควรให้แก่หญิงที่เป็นคุณแม่ยังโสดและมีลูกติดที่ยังเล็กอยู่ และอีกประเภทคือชายโรคจิต อารมณ์แปรปรวน ไม่เหมาะให้เข้าใกล้ลูกๆของคุณ อย่าให้ความเหงาทำร้ายคุณและลูกๆของคุณ

13. สังคมออสเตรเลี่ยนเป็นสังคมที่ทุกคนเคยชินกับการพึ่งพาตนเองมาก ไม่ว่าคุณจะมีสามีหรือไม่ก็ตามไม่มีใครตามช่วยเหลือคุณได้ตลอด คุณต้องปรับตัวให้ได้และฝึกตนเองให้เกิดความเคยชิน ทำให้ได้เช่นเดียวกับคนในท้องถิ่นจึงจะเอาตัวรอดได้ดี

Bribie Island – dusk settling in.

14. อย่าคาดหวังว่าชีวิตจะสบายดีขึ้นกว่าชีวิตในเมืองไทย ทุกอย่างต้องเกิดจากการเรียนรู้ศึกษาต่อสู้ด้วยตนเองทั้งสิ้น แม้กระทั่งสามีก็ไม่สามารถช่วยคุณได้หรือให้คุณพึ่งพาได้ตลอด หน่วยงานรัฐที่ช่วยเหลือทางด้านสวัสดิการสังคมช่วยคุณได้ในยามเดือดร้อนให้เพียงแค่พอมีพอกิน คุณไม่สามารถนำเงินไปใช้จ่ายทางด้านฟุ่มเฟือยใดๆเป็นพิเศษ

15. คุณต้องพยายาม พยายาม พยายามและพยายามขวนขวายเรียนรู้ทุกวิถีทาง อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค คุณถึงจะเอาตัวรอดและรู้สึกสะดวกใจในการดำรงชีวิตในออสเตรเลียได้ราบเรียบดีขึ้นเฉกเช่นคนในท้องถิ่น ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ใดในโลกคุณต้อง ”พยายามมากกว่าคนในท้องถิ่นหลายเท่า” เพราะคุณไม่ได้ใช้ภาษาของตัวเอง นี่คือความเป็นจริงที่คุณต้องทำใจยอมรับโดยเฉพาะผู้ที่ภาษาอังกฤษยังไม่อยู่ในขั้นที่สามารถสื่อสารได้ในระดับการติดต่องานเองหรือการทำงานทั่วไป

16. การอาศัยอยู่ต่างประเทศ คุณต้องพยายามติดตามข่าวหาความรู้ให้ตัวเองเสมอ เช่นข่าวภายในประเทศทางทีวี และการอ่านหนังสือพิมพ์ พยายามเข้าใจสภาพสังคมโดยทั่วไป

17. ไม่ยึดความคิดและวัฒธรรมดั้งเดิมมาใช้เป็นแบบอย่างในการตัดสินคนอื่นๆในท้องถิ่น อย่าลืมว่าคุณต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของเขา เขาไม่ปรับตัวเข้าหาเรา เราเองต่างหากที่ต้องปรับตัวเข้าหาคนในท้องถิ่น ต้องทำใจยอมรับและปรับตัวให้ได้ในที่สุด การยึดติดกับความคิดและความเชื่อเดิมๆจากประเทศของตนจะเป็นอุปสรรคทำให้ไม่เกิดการพัฒนาตนหรือพัฒนาได้ช้า

18. หากคุณทำใจไม่ได้ในหัวข้อการพยายามและการปรับตัว คุณไม่เหมาะต่อการเสี่ยงมีคู่เป็นชาวต่างชาติค่ะ

19. เช็คความประพฤติและสุขภาพจิตฝ่ายชาย ระวังเรื่องการมีประวัติตบตีผู้หญิง อย่าปล่อยใจรักชายต่างชาติก่อนการเช็คพฤติกรรม พยายาม สอบถามความคิดหลายๆแง่มุม เช็คดูน้ำใจ มีความเห็นแก่ตัวหรือไม่ สังเกตพฤติกรรมการใช้จ่าย ถามใจคุณเองว่าคุณพอใจผู้ชายต่างชาติคนนี้หรือไม่ หากคุณไม่สนใจตรวจสอบ ความผิดพลาดในการเลือกของคุณคุณโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเองค่ะ

20. ดิฉันอยากเตือนให้ระวังคือ คุณควรตกลงให้ชัดเจนอีกด้วยว่าเขายอมรับได้หรือไม่หากคุณยังมีภาระช่วยเหลือทางบ้านเรื่องการเงิน คนไทยหลายคนคิดผิดๆกันมากมายเรื่องการนำญาติเข้ามาเกี่ยวข้อง คิดว่าจะขอเงินจากชายต่างชาติได้หากแต่งงานกันแล้ว เป็นความคิดที่ผิดๆค่ะเพราะนั่นคือความคิดแบบคนไทยที่คิดหวังพึ่งลูกเรื่องการเงิน หรือการให้ญาติทางเมืองไทยขอยืมเงิน ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดกันในวงคนต่างชาติมากมายเรื่องถูกขอเงินจนพวกเขารู้สึกว่ามันเป็นการเบียดเบียนชีวิตครอบครัวของเขา และบางรายมีการทะเลาะเบาะแว้งอย่างหนักหน่วงถึงขนาดทำให้ครอบครัวแตกแยกถึงขั้นเกลียดชังกันและสุดท้ายต้องหย่าร้างกันก็มี เรื่องแบบนี้ต้องระวังให้ดีค่ะ เรื่องแบบนี้ไม่มีในสังคมออสเตรเลี่ยน ไม่มีญาติพี่น้องหรือพ่อแม่ของคนที่นี่ตามรบกวนขอเงิน ทุกคนต่างพึ่งตนเองและสวัสดิการสังคมในประเทศออสเตรเลียค่อนข้างดี ความคิดของคนชาวออสเตรเลี่ยนจึงต่างจากสังคมไทยในทุกๆด้าน การรบกวนเงินจากสามีต่างชาติทุกครั้งคุณจะสร้างความกดดันให้ฝ่ายชายเพราะความคิดต่างมุมค่ะ และพวกเขาไม่เคยส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้ญาติพี่น้องอย่างเช่นชาวไทยปฏิบัติกันทางเมืองไทย ชาวออสเตรเลี่ยนมีวิถีชีวิตที่ต่างคนต่างดูแลตัวเอง การขอยืมเงินญาติหรือขอยืมพ่อแม่คือความล้มเหลวในการดูแลตัวเอง

Khun Sunny

เพิ่มเติม

รูปถ่ายทั้งหมดนี้คือผลงานตัวอย่างส่วนหนึ่งของคุณ Sunny

ฉันเป็นช่างภาพ ฉันรับถ่ายภาพครอบครัว, ภาพเด็กๆ, ภาพโพรไฟล์ที่ใช้ในเฟสบุ๊ค และฉันรับถ่ายภาพที่สนุกๆด้วยค่ะ ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อฉันได้ทางเฟสบุ๊คของฉัน หรือเบอร์โทรศัพท์ 0425540233 หรือทางอีเมล์ pomalicia@gmail.com

All photographs here are the work of Khun Sunny.

Contact Khun Sunny for photography. She does family portraits, baby portraits, fun photos, Facebook profile photos and much, much more. Khun Sunny can be contacted via her Facebook page, mobile phone 0425540233, or email : pomalicia@gmail.com

Khun Sunny Facebook Page

 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s