อิสราเอล ดินแดนแห่งศรัทธา

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศอิสราเอล เธอคือคุณ Juntira และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศอิสราเอล

ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Juntira Hasuk

ย้ายมาอยู่ประเทศอิสราเอล (Israel)

เมือง: เทลอดาชริม  (Tel Adashim)

ภาพถ่ายจาก คุณ Juntira Hasuk

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเทศอิสราเอลเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเทศอิสราเอลครับ

ดิฉันมาอยู่ที่อิสราเอลเพราะย้ายมาอยู่กับแฟนที่นี่ค่ะ ดิฉันอาศัยอยู่ทางภาคเหนือของอิสราเอล เป็นหมู่บ้านชื่อ
เทลอดาชริม (Tel Adashim) ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองนาซาเร็ธและ
อฟูล่าค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเกิดและเติบโตที่จังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ ซึ่งอยู่ทางภาคอีสาน ส่วนชีวิตครอบครัวในวัยเด็กนั้น ครอบครัวดิฉันเป็นครอบครัวใหญ่มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน และดิฉันเป็นน้องคนสุดท้อง พ่อและแม่ของดิฉันแยกทางกันตั้งแต่ดิฉันยังเด็ก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดิฉันรู้สึกมีปมด้อยนะคะ ตรงกันข้ามดิฉันกลับเห็นความเข้มแข็งของแม่(แต่ปัจจุบันพ่อและแม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ) ครอบครัวเราไม่ยากจนแต่ก็ไม่ถึงกับร่ำรวย ดิฉันเกิดมาในช่วงที่พี่น้องคนอื่นๆเติบโตและไปทำงานกันหมดแล้ว เรียกได้ว่าเกิดมาสบายกว่าคนอื่นๆก็ได้ค่ะ เพราะเป็นลูกคนเล็กจึงได้รับการเอาอกเอาใจจากแม่และพี่น้องคนอื่นๆเป็นพิเศษค่ะ

ภาพด้านล่างเป็นวิวจากทางหลังบ้านค่ะ ที่เห็นเป็นภูเขานั้นคือเมืองนาซาเร็ธค่ะ สถานที่ที่พระเยซูประสูติและเจริญวัยที่นี่ ทุกปีช่วงคริสมาสต์จะมีชาวคริสต์มากมายจากทั่วโลกหลั่งไหลมาที่นี่กันค่ะ หมู่บ้านที่ดิฉันอยู่เป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่มากนักแต่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ เพราะไม่ได้อยู่ในตัวเมือง

และผู้คนส่วนใหญ่จะทำฟาร์ม ครอบครัวของแฟนดิฉันก็ทำฟาร์มเหมือนกันค่ะ เรามีไร่ส้มและเลม่อน แต่แฟนก็ทำธุรกิจส่วนตัวด้วยค่ะ คนไทยมาขายแรงงานที่อิสราเอลเยอะมากค่ะ ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย งานที่เขาทำกันส่วนใหญ่ก็คืองานในฟาร์มนี้ละค่ะ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศอิสราเอลครับ

ดิฉันอยู่บ้านเป็นแม่บ้านค่ะ ไม่ได้ทำงานนอกบ้าน แต่เราทั้งสองยังไม่มีลูกค่ะ เนื่องจากยังไม่พร้อมและอีกอย่างคือทั้งดิฉันและแฟนเราโสดทั้งคู่ไม่เคยผ่านชีวิตการแต่งงานมาก่อน จึงทำให้ต้องใช้เวลาคิดสักนิดในการวางแผนเพื่อสร้างครอบครัวค่ะ กิจกรรมส่วนใหญ่ก็คือทำงานบ้าน ทำอาหารไทยทานทุกวันเลยค่ะ ปลูกต้นไม้ วาดภาพ ช่วงเย็นๆก็จะหาเวลาไปนั่งเล่นพูดคุยกับคุณแม่ของแฟนค่ะ บางครั้งก็ออกไปเดินเล่นกับแกด้วย ส่วนใหญ่แฟนจะทำงานที่บ้านค่ะ นานๆจะเข้าออฟฟิศที ทำให้ดิฉันไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่ ยามว่างๆของเราก็มักจะไปทริปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมากเพราะดิฉันชอบเกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆบ้าง เดินเล่น ขี่ม้าและดูหนังด้วยกันเป็นประจำ ส่วนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันมักจะไปหาเพื่อนที่เป็นคนไทยด้วยกันทำอาหารทานด้วยกันและสนทนากันเรื่องต่างๆค่ะ หลายๆคนอาจจะคิดว่าการอยู่บ้านเฉยๆคือการปิดกั้นตัวเองหรือเปล่า สำหรับดิฉัน…งานบ้านก็เป็นงานอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน และการอยู่บ้านไม่ใช่การปิดกั้นตัวเองค่ะเพราะดิฉันมีสังคม มีเพื่อน มีกิจกรรมที่ทำกับครอบครัว เราสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากผู้คนและสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราได้ แต่ถ้าทำงานก็จะดีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันเองก็ยังไม่มีลูกที่จะต้องให้ดูแลด้วยค่ะ

คุณพูดภาษาฮีบรูได้ไหม คุณคิดว่าภาษาฮีบรูยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาฮีบรูจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ในส่วนของภาษานั้นคนที่นี่ใช้ภาษาฮิบรูกันในการสื่อสาร และภาษาอารบิคสำหรับชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ที่นี่ แต่ผู้คนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก จึงทำให้ไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับคนที่นี่ค่ะ สำหรับตัวดิฉันนั้นพูดได้ 4 ภาษาค่ะ คือ ไทย อังกฤษ ลาว ส่วย (ภาษาส่วยเป็นภาษาพื้นบ้านทางบ้านเกิดของดิฉันค่ะ) ส่วนตอนนี้ก็กำลังเรียนรู้ภาษาฮิบรูอยู่ค่ะ เป็นภาษาที่เรียนรู้ค่อนข้างยาก เพราะเราไม่เคยได้ฟังและคุ้นเคยเหมือนภาษาอังกฤษที่เราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็ก และอีกอย่างดิฉันเพิ่งมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก ตอนนี้ก็พอพูดได้บ้างคงต้องใช้เวลาอีกสักพักค่ะ ส่วนดิฉันกับแฟนไม่มีปัญหาในการสื่อสารกัน เพราะเราสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีด้วยกันทั้งคู่ ตอนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ ดิฉันก็เรียนรู้ด้วยตัวเองค่ะ เริ่มจากการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษและเริ่มพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากความพยายามและมุ่งมั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันใช้อยู่ในตอนนี้ค่ะ

ชมพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนอิสราเอล แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

หากพูดถึงประเทศอิสราเอลนั้น หลายคนๆที่ได้ยินชื่อนี้มักจะนึกถึงสงคราม ความรุนแรงและความวุ่นวาย จนทำให้รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยหากจะเดินทางเพื่อมาใช้ชีวิตที่นี้ ในตอนที่แฟนบอกว่าจะทำวีซ่าเพื่อให้ดิฉันได้มาท่องเที่ยว ดิฉันก็เกิดความรู้สึกกลัวและหวั่นๆเช่นกันในตอนแรก แต่ก็ได้ลองอ่านและศึกษาเกี่ยวกับประเทศอิสราเอลทางอินเตอร์เน็ต และความเชื่อใจที่ดิฉันมีต่อแฟน ทำให้ดิฉันตัดสินใจทำวีซ่ามาที่นี่ และนี่คือจุดเริ่มต้นในการเปิดโลกทัศน์ใหม่และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตั้งแต่มาเหยียบที่นี่ค่ะ

ด้านหลังนั้นคือเครื่องบินรบของจริงค่ะ

ในเรื่องของการปรับตัวนั้นสำหรับดิฉันคิดว่าไม่ยากแต่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ เพราะที่อิสราเอลทุกอย่างในการใช้ชีวิตนั้นขึ้นอยู่กับหลักของศาสนาทั้งหมด ซึ่งคือศาสนายิว… แต่พื้นฐานของคนไทยนั้น เราค่อนข้างเรียนรู้ง่าย เปิดใจต่อสิ่งใหม่ๆและปรับตัวได้เร็ว จึงทำให้ไม่มีปัญหาในส่วนของตรงนี้ แต่อย่างที่บอกว่าต้องอาศัยความเข้าใจนั้นเพราะที่อิสราเอลแตกต่างจากทางยุโรปหรืออเมริกาที่มีคนไทยไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่อิสราเอลผู้หญิงที่แต่งงานมาใช้ชีวิตที่นี่ยังมีไม่มากนักเพราะเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตกับคนศาสนาเดียวกันซะมากกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยที่มาขายแรงงานซึ่งเป็นผู้ชายซะส่วนมาก ดิฉันมีเพื่อนๆที่อาศัยอยู่ทางยุโรป ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตที่แตกต่าง ความมีระเบียบวินัย ภาษา และสภาพอากาศ การตรงต่อเวลาที่คนส่วนใหญ่ควรจะให้ความสำคัญอยู่แล้ว แต่คนไทยส่วนมากมองว่าไม่สำคัญเท่าไหร่จึงทำให้มองดูแปลกเมื่อต้องใช้ชีวิตกับผู้คนที่ตรงต่อเวลากัน ในส่วนของอิสราเอลนั้นนอกจากเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นแล้วสิ่งสำคัญคือเรื่องของศาสนา ดิฉันอาศัยอยู่ที่นี่ไม่สามารถทานหมูได้ แต่ครอบครัวของแฟนดิฉันไม่ได้เคร่งศาสนามากดิฉันจึงไม่ต้องถึงขั้นต้องเปลี่ยนศาสนาหรือทำตามอย่างที่เขาทำทุกอย่าง ทานทุกอย่างได้ยกเว้นหมูเท่านั้นที่ไม่สามารถนำเข้าบ้านได้ ถ้าอยากทานหมูก็สามารถออกไปทานที่ร้านอาหารได้ ซึ่งมีอยู่น้อยมาก เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่ของที่นี่จะไม่มีหมูหรืออาหารทะเลเลย นอกจากหมูก็มีอาหารทะเลที่คนไม่นิยมทานกัน เพราะในไบเบิ้ลไม่อนุญาตให้ทานสัตว์ที่ไม่มีเลือดหรือสัตว์ที่ไม่เคี้ยวเอื้องหรือไม่มีกีบเท้า แต่ทานปลาได้ ส่วนมากจะมีขายตามแหล่งท่องเที่ยวหรือตามแถบของอาหรับ ทั้งๆที่ประเทศอิสราเอลมีทะเลตั้งแต่เหนือเกือบจรดใต้แต่อาหารทะเลกลับมีราคาแพงและไม่ได้มีขายทุกที่ นอกจากนี้ในไบเบิ้ลยังไม่อนุญาตให้ทานนมหรือชีส พร้อมกับเนื้อสัตว์ ตามโรงแรมใหญ่ๆเขาจะมีห้องอาหารแยกไว้เลยค่ะสำหรับคนทานเนื้อและสำหรับคนทานชีส ส่วนครอบครัวไหนที่เคร่งศาสนาก็จำเป็นต้องทำห้องครัวเป็นสองส่วนด้วยเหมือนกัน ร้านพิซซ่าของที่นี่เลยมีขายแต่หน้าผักกับชีสเท่านั้น ส่วนวัตถุดิบในการทำอาหารไทยนั้นก็มีขายแต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบแห้ง เพราะที่นี่ไม่นำเข้าผักไทยเลย เวลาทำอาหารจำเป็นต้องประยุกต์ในสิ่งที่มีหรือไม่ก็นำเมล็ดจากเมืองไทยมาปลูกเองเลยค่ะ วันหยุดของที่นี่ก็คือวันศุกร์และวันเสาร์ วันศุกร์คือวันที่ทุกคนในครอบครัวจะทานอาหารพร้อมกันในมื้อค่ำ ส่วนดิฉันกับแฟนเราก็จะไปทานมื้อค่ำกับคุณแม่แฟนทุกวันศุกร์ค่ะ

อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนค่ะ ที่เห็นอยู่นี้เป็นแค่เครื่องเคียงนะค่ะ ยังไม่รวมอาหารจานหลัก

คนที่เคร่งศาสนาในช่วงวันหยุดนั้นเขาจะห้ามดูทีวี ห้ามขับรถ ห้ามช้อปปิ้ง ห้ามเปิดปิดสวิตซ์ไฟ(ส่วนใหญ่เขาจะทำสวิตซ์ไฟแบบอัตโนมัติไว้แล้ว) ส่วนวันเสาร์ร้านต่างๆจะเริ่มเปิดในช่วงของตอนเย็นหลังจากที่เห็นดาวดวงแรกส่องสว่างขึ้นตามในไบเบิ้ลกล่าวไว้ และนี่เป็นเพียงรายละเอียดในบางส่วนเท่านั้น จะเห็นได้ว่าในเรื่องของศาสนานั้นสำคัญเป็นอย่างมาก สำหรับตัวดิฉันเองทุกวันนี้ก็ชินกับสิ่งเหล่านี้ไปแล้วถึงแม้ในช่วงแรกจะเกิดคำถามขึ้นมากมายนั้นเอง เพราะการปรับตัวทำให้มนุษย์เราดำรงชีวิตมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ และนั่นทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ในทุกๆที่ที่มีความแตกต่างทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรมค่ะ

(Wailing wall) กำแพงร้องไห้ ในนครเยรูซาเล็ม ชาวยิวเชื่อกันว่าบริเวณนี้เป็นสถานที่ใกล้ชิดพระเจ้ามากที่สุดในโลก จึงนิยมเขียนคำอธิษฐานใส่ในกระดาษแล้วสอดเข้าไปตามรูเล็กๆของกำแพงเพื่อให้สาสน์นั้นได้ส่งถึงพระเจ้าค่ะ

ภาพด้านล่างที่เห็นอยู่นี่คือสวนบาไฮต์ การ์เด้นค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองไฮฟา(Haifa) เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญมีท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาบาไฮต์ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความไฮเทคระดับโลกด้วยค่ะ เพราะเป็นศูนย์กลางพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเทคโนโลยี บริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลกจึงมาตั้งฐานทัพที่นี่ค่ะ ทั้ง Google, Yahoo, Microsoft, IBM, Volvo และอีกมากมาย

เทศกาล “ปูริม”(Purim) ผู้คนจะแต่งตัวแฟนซี และออกไปปาร์ตี้กันค่ะและทานคุ๊กกี้ชนิดพิเศษที่ทำขึ้นในช่วงเทศกาล ออกจะคล้ายๆวันฮาโลวีนค่ะ

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหมอย่างไร

คนไทยที่อาศัยอยู่ก็มีเยอะพอสมควรนะคะ เนื่องจากดิฉันอาศัยอยู่นอกตัวเมืองคนไทยที่เจอส่วนใหญ่จึงเป็นพวกที่เขามาทำงานในฟาร์มกันค่ะและเป็นผู้ชายซะส่วนมาก แต่ผู้หญิงไทยที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็มีเยอะพอสมควร แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะอาศัยอยู่ในเมืองเทลอาวีฟกันค่ะ(Tel Aviv..เทลอาวีฟเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในอิสราเอล เป็นที่ตั้งของตลาดหุ้นเทลอาวีฟและสำนักงานและศูนย์กลางการพัฒนาและวิจัยหลายๆแห่ง) เมืองที่ดิฉันอาศัยอยู่จึงไม่ค่อยมีผู้หญิงไทยมากนัก หากพูดถึงชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม หากพูดถึงตัวดิฉันแล้วก็มีความสุขดีตามอัตภาพค่ะ บางครั้งอาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างแต่ไม่รุนแรงเป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่ การใช้ชีวิตในต่างแดนนอกจากการปรับตัวแล้วสิ่งสำคัญก็คือ คนที่เราอยู่ด้วยค่ะก็คือแฟนหรือสามีของคุณนั่นเอง หากมีคู่ชีวิตที่ดีมีความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม เห็นอกเห็นใจกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน รักและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี การใช้ชีวิตในต่างแดนย่อมมีความสุขอย่างแน่นอน และนี่เป็นเหตุผลที่หญิงไทยหลายๆคนหากจะตัดสินใจมาอยู่ที่ต่างประเทศควรจะต้องศึกษาดูใจกันให้ดีซะก่อน และอีกอย่างคือการไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นค่ะ ถ้าหากคุณพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีแค่นี้คุณก็จะมีความสุขแล้วละค่ะ ความจริงแล้วความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกันและไม่สามารถบ่งบอกได้ทั้งหมดนะคะเพราะทุกคนล้วนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน อยู่ที่มุมมองของแต่ละคนมากกว่า แต่ถ้ามองในมุมกว้างๆ จากผู้คนที่รู้จักหลายๆคู่ก็ดูมีความสุขดีและส่วนใหญ่ฝ่ายชายก็จะดูแลค่าใช้จ่ายภายในบ้านเกือบทั้งหมด ที่อิสราเอลนั้นทุกปีเขาจะมีการสัมภาษณ์ก่อนจะต่อวีซ่าซึ่งจะให้วีซ่าปีต่อปีเท่านั้น การสัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ถ้าหากมีปัญหาหรือการทำร้ายเกิดขึ้นคุณสามารถขอความช่วยเหลือได้ตลอดค่ะ จึงไม่เคยมีเรื่องแย่ๆเกี่ยวกับการทำร้ายภรรยาชาวไทยที่อาศัยอยู่ที่นี่ ในทุกๆปีที่อิสราเอลจะมีการจัดงานสำหรับคนไทยมาร่วมทำกิจกรรมในช่วงวันสำคัญต่างๆอย่างเช่น วันสงกรานต์ เป็นต้น ซึ่งจะมีการนำของมาขายกันมากมาย อาหารและเครื่องดื่มและร่วมทำบุญตักบาตรกันด้วยค่ะ ตัวดิฉันเองมีเพื่อนคนไทยไม่มากนักเนื่องจากดิฉันค่อนข้างเลือกคนที่เหมาะกับตัวเอง พูดง่ายๆคือคนที่เข้ากับเราได้นั้นเอง เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณค่ะ ส่วนคนไทยที่มาขายแรงงานที่นี่นอกจากรายได้ดีแล้วในแต่ละเดือนยังได้ส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นด้วยค่ะ

ดอกไม้สวยๆที่ขึ้นอยู่ตามภูเขาในช่วงหน้าหนาวค่ะ

อะไรที่คนอิสราเอลชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายอิสราเอลเป็นอย่างไร ผู้หญิงอิสราเอลเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนอิสราเอลเป็นอย่างไร

จริงๆแล้วมันเป็นคำถามที่กว้างมากๆเพราะมันสามารถหมายถึงอะไรได้หลายๆอย่าง แต่หากพูดถึงอาหารการกินที่คนอิสราเอลชอบ อาหารที่ขาดไม่ได้เลยในแต่ละมื้อก็คือ คูมุส ซึ่งทำมาจากถั่วชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทานคู่กับพิต้าที่ทำมาจากแป้งชนิดหนึ่งคล้ายขนมปังค่ะ และอีกอย่างที่ดิฉันได้ฟังแล้วรู้สึกภูมิใจอย่างมากคือคนที่นี่ชอบคนไทยและอาหารไทยเป็นอย่างมาก หลายคนๆบอกว่าคนไทยเป็นคนขยัน ยิ้มง่าย ให้เกียรติคนอื่น เวลาไปไหนแล้วมีคนถามว่ามาจากไหน ถ้าเขาทราบว่ามาจากเมืองไทยเขาจะดีใจมากและจะเล่าทริปที่เขาไปเที่ยวที่เมืองไทยให้เราฟัง นอกจากนี้ยังมีรายการทีวีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย อาหารไทย และเกี่ยวกับแรงงานไทยที่ทำงานที่นี่ด้วยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่หลังจากปลดประจำการทหารแล้วคนอิสราเอลมักจะนิยมไปเที่ยวประเทศไทยกันค่ะ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่นี่ทุกคนต้องเป็นทหารทั้งหมดค่ะยกเว้นบุคคลที่ป่วยหรือทุพพลภาพ ทุกๆคนจะต้องเข้าสู่การเป็นทหารตั้งแต่อายุ 18 ค่ะ ผู้ชายจะประจำการทั้งหมดสามปีส่วนผู้หญิงสองปี หลักจากนั้นก็ยังต้องมีการไปรายงานตัวเป็นระยะๆแล้วแต่หน่วยที่สังกัดอยู่ค่ะ หลายๆคนอาจจะได้ยินชื่อเสียงที่ไม่ดีนักของคนอิสราเอล แต่จากการที่ดิฉันได้คลุกคลีและรู้จักพอสมควรคนอิสราเอลเป็นคนจริงใจค่ะ วิธีคิดและนิสัยของพวกเขาที่ค่อนข้างฉลาด พวกเขาเป็นชนชาติที่มีความทะนงตนมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ไม่กลัวที่จะวิจารณ์และตั้งคำถาม ไม่กลัวที่จะตำหนิคนอื่นหากผู้นั้นผิด พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บรรลุผลที่ต้องการ พูดเสียงดัง(วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนี้ค่ะ) จนบางครั้งอาจถูกมองว่าไร้มารยาท ยิ้มยาก แต่ถ้าได้รู้จักจริงๆพวกเขามีน้ำใจมากๆค่ะ

หากพูดถึงผู้ชายอิสราเอล ส่วนใหญ่รักครอบครัวและนิยมมีลูกหลายๆคน(ในไบเบิ้ลได้กล่าวไว้ค่ะว่าควรจะมีลูกหลายๆคน) หน้าตาและบุคลิคอาจจะดูดุดัน แต่จริงๆแล้วพวกเขาค่อนข้างอ่อนไหวค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่สามารถบ่งบอกได้ทั้งหมดนะคะ เพราะคนแต่ละคนย่อมมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกันออกไปตามพื้นฐานในแต่ละครอบครัวและความคิดค่ะ

ส่วนผู้หญิงอิสราเอลหน้าตาสวยและเข้มแข็งมากเพราะพวกเธอทุกคนล้วนผ่านการทดสอบในการเป็นทหาร ทดสอบความอดทน น่าชื่นชมมากๆเลยค่ะ ในขณะที่ผู้หญิงชาติอื่นแต่งตัวสวยๆและใช้ชีวิตอิสระในช่วงวัยรุ่น แต่พวกเธอต้องจับปืนและเข้าสู่สนามรบจริงๆเหมือนกับผู้ชาย แต่พวกเธอไม่ดุนะคะ ตรงกันข้ามกลับน่ารักและเฟรนด์ลี่ย์ค่ะ ส่วนแฟชั่นการแต่งกายนั้นผู้หญิงอิสราเอลแต่งตัวตามแฟชั่นทั่วไป ไม่ได้คลุมผมหรือต้องใส่เสื้อผ้ามิดชิดอย่างที่ใครๆเข้าใจกัน

ส่วนครอบครัวนั้นอย่างที่กล่าวไปแล้วนะคะชาวยิวมักจะนิยมมีลูกหลายคนๆ ส่วนความสัมพันธ์ในครอบครัวนั้นก็ไม่แตกต่างจากทางยุโรปนัก หลังจากที่พวกเขาโตขึ้นก็จะออกมาใช้ชีวิตข้างนอกในแบบของตัวเอง ไม่เหมือนกับคนไทยที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวเราค่อนข้างแน่นแฟ้นกว่า แต่พวกเขาก็มักจะไปมาหาสู่กันเสมอค่ะ ช่วงวันหยุดก็มักจะรวมตัวกันเพื่อทำบาร์บีคิวบ้าง ไปทริปตามที่ต่างๆค่ะ ส่วนใหญ่คนอิสราเอลค่อนข้างมีฐานะปานกลางถึงดีและดีมาก แต่พวกเขากลับใช้ชีวิตแบบธรรมดา รถที่ใช้กันส่วนใหญ่ก็เป็นรถสัญชาติเกาหลีซึ่งประหยัดน้ำมัน มีสินค้าส่งออกหลายอย่างแต่นำเข้าไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่จะนิยมผลิตทำเอง มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก แต่เป็นประเทศที่การเกษตรอยู่อันดับต้นๆของโลกค่ะ

ค่าครองชีพที่อิสราเอลเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่นี่สูงมากค่ะ แต่คิดว่าหลายๆประเทศที่พัฒนาแล้วก็คงไม่ต่างกันเนื่องจากการจ่ายภาษีที่ค่อนข้างเยอะ เพราะต้องจ่ายถึง 40% ของรายได้ที่ได้รับ รายได้จากภาษีส่วนใหญ่แล้วจะนำไปใช้ในด้านการทหารและการปกป้องประเทศค่ะ

ส่วน 3 สิ่งที่ดิฉันคิดว่าแพงจนเกินไป
1. บ้านและที่อยู่อาศัย เนื่องจากประเทศอิสราเอลเป็นประเทศเล็กๆที่ดินและบ้านจึงเป็นอะไรที่แพงมาก ค่าเช่าบ้านในเมือง อย่างเช่นในกรุงเทลอาวีฟถ้าเป็นห้องเล็กๆและค่อนข้างเก่า ราคาเช่าก็อยู่ที่เกือบสี่หมื่นบาทต่อเดือนแล้วค่ะ

2.อาหารและผักผลไม้ เนื่องจากภาษีที่จ่ายสูงทุกอย่างจึงแพงไปด้วย อย่างที่บอกค่ะว่าภูมิประเทศของที่นี่ไม่เหมาะกับเพาะปลูกจึงทำให้ต้องใช้ทุนในการเกษตรค่อนข้างเยอะ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยก็ตาม ทำให้ผักและผลไม้มีราคาค่อนข้างสูง

3.รถยนต์ ที่ราคาค่อนข้างแพงและภาษีที่ต้องจ่ายเยอะค่ะ

ส่วนสิ่งที่คิดว่าราคาสมเหตุสมผลนั้น คือจริงๆแล้วทุกอย่างที่นี่ราคาสูงเกือบทั้งหมดค่ะไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือยารักษาโรค เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และภาษีมหาโหด แต่จริงๆแล้วมันก็สมเหตุสมผลกับรายได้ที่ได้รับ ถ้าหากเปรียบเทียบเป็นเงินไทยแน่นอนมันย่อมมีราคาสูงและเรามองว่าแพงเป็นอย่างมาก หากใครมีรายได้เยอะก็จ่ายภาษีเยอะ ซึ่งดิฉันก็มองว่ามันยุติธรรมดีค่ะ

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในอิสราเอลตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในอิสราเอล

ส่วนข้อดีในการใช้ชีวิตในอิสราเอลนั้น…

1. ความปลอดภัยในการจราจรบนท้องถนนของที่นี่ ผู้คนส่วนใหญ่เคารพในกฎหมายจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่บ่อยนักเมื่อเทียบกับเมืองไทย

2. สวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุและเด็กๆที่ค่อนข้างดีไม่ว่าจะเป็นในด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล ในส่วนของการศึกษานั้นทางรัฐบาลจะให้ทุนแก่นักศึกษา และทุกคนที่ได้ทุนก็มักจะทำประโยชน์แก่สังคมด้วยการออกไปเป็นอาสาสมัครตามที่ต่างๆอย่างเช่น การออกไปเยี่ยมเยือนพูดคุยกับผู้สูงอายุที่อยู่ตามที่ต่างๆค่ะ

3. ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศแห่งศรัทธาที่เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางศาสนา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่หลากหลายที่ผสมผสานกันอย่างมีเอกลักษณ์ จึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายๆแห่ง รวมทั้งภูมิประเทศที่มีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ทะเล น้ำตก ทะเลทรายและหิมะค่ะ

ช่วงหน้าหนาวค่ะ หิมะจะมีอยู่แค่บางพื้นที่เท่านั้นค่ะ

ส่วนข้อเสียนั้น….

1.วันหยุด ทุกอย่างปิดหมด แม้แต่รถเมล์ที่แทบจะไม่มี ฉะนั้นก่อนช่วงวันหยุดตามซุปเปอร์ฯจึงค่อนข้างวุ่นวายเพราะผู้คนมาจับจ่ายซื้อของ แต่ยังมีบางพื้นที่ในเขตอาหรับที่ยังเปิดให้บริการอยู่บ้าง

2. วัตถุดิบในการทำอาหารไทยที่ไม่ค่อยมีขาย โดยเฉพาะผักไทยที่ไม่มีการนำเข้าและเนื้อหมูที่ไม่สามารถทานหรือนำเข้าบ้านได้

3. ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีในด้านการแพทย์ที่ก้าวหน้า แต่ระบบการรักษาพยาบาลที่ล่าช้าไม่สามารถซื้อยาทานเองได้ ถึงแม้จะมีข้อดีอยู่มากแต่ความสะดวกไม่ค่อยมีค่ะ

ส่วนค่าครองชีพที่สูงอยู่แล้ว และภาษีนั้นไม่ว่าในยุโรปหรืออเมริกาก็คงไม่ต่างกัน ซึ่งเป็นปกติสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วจึงไม่ขอกล่าวถึงนะคพ ในส่วนของแรงงานไทยที่นี่รายได้ที่ได้รับก็เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน รวมทั้งภาษีที่จ่ายไปแต่อาจจะต่ำกว่าคนอิสราเอลเนื่องจากภาษีที่จ่ายน้อยกว่าคนอิสราเอลด้วยค่ะ

(Dome of the Rock)โดมแห่งศิลา หรือโดมสีทองเป็นสิ่งก่อสร้างของอิสลามที่เก่าที่สุดในโลก ตั้งแต่ปีค.ศ.691

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวอิสราเอล

หากพูดถึงปัญหาในความสัมพันธ์ของหญิงไทยกับชาวต่างชาติ อย่างแรกที่หลายๆคนนึกถึงคงเป็นเรื่องภาษาแต่สำหรับดิฉันคิดว่าไม่ใช่ค่ะ จริงอยู่ที่ภาษาเป็นด่านแรกที่จะทำให้ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แต่นั่นไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะจริงๆแล้วมันอยู่ที่ความเข้าใจซึ่งกันและกันต่างหาก เพราะถ้าขาดสิ่งนี้แม้แต่คู่รักคนไทยเองที่พูดภาษาเดียวกันยังมีปัญหากันเลยค่ะ การที่คนสองคนใช้ชีวิตร่วมกันซึ่งมีความแตกต่างทั้งด้านภาษาและวัฒธรรม จำเป็นอย่างมากที่จะต้องปรับต้วเข้าหากัน ในส่วนของภาษานั้นทุกๆคนสามารถเรียนรู้กันได้อาจจะใช้เวลามากน้อยแล้วแต่บุคคล ส่วนบุคลิกและลักษณะนิสัยเป็นสิ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิดซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี…
ความเข้าใจ ซื่อสัตย์ ให้เกียรติซึ่งกันและกันและการเอาใจใส่เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากขาดสิ่งเหล่านี้ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอนค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ดิฉันมีครอบครัวอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ค่ะซึ่งเป็นบ้านเกิดของดิฉัน พ่อกับแม่ก็อยู่ที่นั่น ส่วนพี่สาวอีกคนก็อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษซึ่งจะกลับเมืองไทยปีละครั้งเหมือนดิฉัน ส่วนพี่สาวอีกคนก็ไปๆมาเมืองไทยกับเยอรมันค่ะ ส่วนพี่น้องคนอื่นๆก็อาศัยอยู่ที่บุรีรัมย์เช่นกัน ความห่างไกลทำให้ดิฉันคิดถึงครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การสื่อสารได้ง่ายขึ้น ดิฉันก็มักจะโทรหาครอบครัวบ่อยๆค่ะ ส่วนเมืองไทย…คงไม่มีที่ไหนในโลกนี้เหมือนเมืองไทยอีกแล้ว คงไม่ต้องบรรยายนะคะว่าคิดถึงมากแค่ไหน ดิฉันคิดว่าตัวเองโชคดีอย่างมากที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย รักและภูมิใจที่เป็นคนไทยค่ะ ปกติถ้ากลับเมืองไทยดิฉันกับแฟนจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ หลังจากนั้นก็จะไปเที่ยวทะเลกันเพราะดิฉันชอบทะเลและชายหาดเป็นอย่างมาก จริงๆแล้วที่เมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายแต่ถ้าให้เลือกจริงๆที่ที่ดิฉันชอบที่สุดก็คือที่บ้านนี้แหละค่ะ เพราะเป็นที่ที่เดียวที่มีความอบอุ่นใจซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วค่ะ

ภาพนี้ถ่ายที่จังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ ช่วงที่กลับไปเยี่ยมที่บ้านค่ะ

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ประเทศอิสราเอล

ความจริงแล้วดิฉันรู้สึกปลอดภัยมากกว่าอยู่ที่เมืองไทยค่ะ เห็นได้จากข่าวต่างๆในปัจจุบันที่เมืองไทยนั้นสำหรับผู้หญิงการเดินทางคนเดียวหรือการแต่งกายที่ล่อแหลมก็อาจจะทำให้เป็นอันตรายได้ แต่สำหรับที่นี่แทบจะไม่เกิดขึ้น ส่วนการลักขโมยอาจจะมีบ้าง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ การขึ้นรถกับคนแปลกหน้าที่นี่เป็นเรื่องปกติค่ะ บางคนยืนรอรถประจำทางนานๆก็สามารถขออาศัยรถคนที่ผ่านไปมาได้ถ้าไปในทางเดียวกัน ส่วนในบางพื้นที่ที่มีชาวอาหรับมุสลิมอาศัยอยู่อาจจะมีการก่อความวุ่นวายได้ แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ถึงขั้นรุนแรงมาก ส่วนพื้นที่ที่ค่อนข้างอันตรายอย่างฉนวนกาซ่าที่ยังมีการรบอยู่บ้าง แต่โดยปกติก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวลเพราะศักยภาพทางการทหารและการรักษาความปลอดภัยที่ดีอยู่แล้วค่ะ

สถานที่ไหนในประเทศอิสราเอลที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – ประเทศอิสราเอลสวยไหมครับ คุณชอบอิสราเอลไหมครับ

สถานที่ที่ดิฉันชอบไปเที่ยวนั้น มีเยอะมากค่ะ เพราะอิสราเอลเป็นประเทศที่มีดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งมาก เป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าอย่างมากมาย เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกหลายๆแห่งก็อยู่ในประเทศนี้ ส่วนสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปก็อย่างเช่น กรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล กรุงเทลอาวีฟซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของอิสราเอล เมืองไฮฟาแหล่งรวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและก้าวหน้า ทะเลสาบเดดซี เมืองเอลัท รวมทั้งชายหาดและสถานที่อีกมากมายที่น่าสนใจมากเลยค่ะ จริงๆแล้วอิสราเอลไม่ใช่ประเทศที่สวยงามมากนักหากเทียบกับยุโรปเพราะสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่ แต่ดิฉันก็รู้สึกชอบและประทับใจอะไรหลายๆอย่างในประเทศนี้ค่ะเพราะเป็นประเทศที่มีเรื่องเล่าและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเรื่องของอาหารการกินและผู้คน ซึ่งทำให้เราได้พบเจอกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในการใช้ชีวิตค่ะ

(Wailing wall) กำแพงร้องไห้ ในนครเยรูซาเล็ม

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

สิ่งที่รักก็คือสิ่งที่ทำแล้วสบายใจได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและมีความเป็นตัวของตัวเองค่ะ ส่วนในยามว่างดิฉันชอบวาดรูปและฟังเพลงสบายๆค่ะ จริงๆแล้วความสุขมันหาไม่ยากนะคะมันอยู่รอบๆตัวเราอยู่ที่ว่าเราจะหาเจอหรือเปล่า ทำอาหารไทยที่อยากทาน ปลูกดอกไม้ คุยกับครอบครัวกับเพื่อน ใช้เวลากับตัวเองและคนที่คุณรัก ยามว่างๆดิฉันกับแฟนก็จะออกไปเที่ยวตามที่ต่างๆค่ะ หาร้านอร่อยๆทาน ชมพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันเป็นประจำ ไปชมดอกไม้ตามภูเขา ไปทะเลบ้าง ขี่ม้าบ้าง ออกไปเจอเพื่อนๆบ้าง แต่ส่วนใหญ่เรามักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันค่ะ ทุกๆวันตอนเย็นเราจะดูหนังพร้อมกัน เข้านอนพร้อมกันและพูดคุยกันในทุกๆเรื่องๆค่ะ แฟนของดิฉันเขามักจะสนับสนุนในสิ่งที่ดิฉันสนใจและอยากจะทำ สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างมาก เพราะมันหมายถึงการเอาใจใส่และให้ความสำคัญซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตคู่ค่ะ

ภาพบางส่วนที่ดิฉันวาดค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / อิสราเอล จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การจะมีชีวิตที่ดีขึ้นนั้น….ความจริงมันขึ้นอยู่กับว่าคุณมองหาอะไรจากความสัมพันธ์หรือจากคนรักของคุณเอง ดิฉันเคยอ่านบทความที่ผู้หญิงไทยๆหลายคนไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศแล้วไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิตคู่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่ได้เกิดจากความรัก แต่เกิดจากการที่อยากจะมาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศด้วยความเชื่อที่ว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นและเพื่อยกระดับฐานะของตัวเอง แต่พอมาแล้วผิดหวังเพราะหลายๆสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่ใจหวัง เพราะความแตกต่างทั้งด้านสภาพอากาศ ภาษาและวัฒนธรรมจึงทำให้เกิดปัญหาหลายๆอย่าง ถ้าไม่พยายามปรับตัวและทำความเข้าใจก็อยู่ไม่ได้ อย่างที่เราได้เห็นตามยูทูปบ้างตามบทความต่างๆบ้าง และส่วนใหญ่ไม่กล้ากลับเมืองไทยเพราะกลัวเสียหน้า สิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างที่สุดก็คือความคิดค่ะ ชีวิตจะดีขึ้นหรือเปล่าอยู่ที่การกระทำและมุมมองของตัวเองล้วนๆ การคาดหวังที่มากเกินกว่าความเป็นจริงจะทำให้ผิดหวัง และตามมาด้วยการยอมรับความจริงไม่ได้ แต่ถ้าหากความสัมพันธ์ของคุณมันเริ่มต้นจากความรักคุณจะมองเห็นความแตกต่างออกไป เพราะความรักจะทำให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นผู้ให้ทั้งสองฝ่ายไม่ใช่การรอรับอย่างเดียว ชีวิตจะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่คุณเลือกค่ะ หากไม่ใช่อย่างที่คิดก็แค่ออกมาแล้วเริ่มต้นใหม่ บางคนยอมเสียเวลาอยู่กับผู้ชายแย่ๆอย่างที่เราเห็นตามข่าวบ้าง ทั้งที่ความจริงคุณมีสิทธิ์ที่จะเดินออกมาแต่เพราะความอายและกลัวคำสบประมาทจากคนอื่นๆ หลายๆคนจึงยอมทน ดิฉันเห็นว่าหญิงไทยหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ส่วนใหญ่พวกเธอจะให้เกียรติตัวเอง มองเห็นความสำคัญของความรักและความเข้าใจเป็นอันดับแรก และอีกอย่างการคาดหวังจากคนรักเพื่อให้เขาตอบสนองทางด้านวัตถุมากกว่าจิตใจมันคงเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืนอย่างแน่นอนค่ะ

คุณ Juntira เมืองไฮฟา

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s