วิถีที่แตกต่างของตะวันออกกลาง – บาห์เรน

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Nadia อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Nadia จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนบาห์เรน และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศบาห์เรน

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Nadia

ย้ายมาอยู่ประเทศบาห์เรน (Bahrain) เมื่อปี 2010

ภาพถ่ายจาก คุณ Nadia

(บทสัมภาษณ์แรกนี้เป็นบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับบาห์เรน โปรดติดตามบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับเลบานอนต่อจากนี้ครับ)

บทนำ

ความต่างทางวัฒนธรรมไทยกับบาห์เรนและเลบานอนนะคะ
ความต่างที่มองกันอย่างง่ายๆภาพรวมคือ ภาษา, ศาสนา, ที่อยู่อาศัยและอาหารการกินนะคะและรวมไปถึงค่าครองชีพในแต่ละด้านของปัจจัยค่ะ ที่ไทยคือแน่นอนค่ะว่าบ้านเมืองเราเองอะไรก็หาใช้ง่าย หากินง่าย มีกิจกรรมเยอะแยะสันทนาการมากมายที่เกี่ยวกับคนไทย ถ้าเป็นทางบาห์เรนกับเลบานอนก็มีแต่ค่อนข้างจะหายากกว่าและราคาแพงกว่าเช่น สมมุติจะไปดูหนังสักเรื่องถ้าเป็นตั๋วที่บ้านเราก็จะราคาราว 80-150 บาท แต่ถ้าแน่นอนค่ะอยู่ ตปท.อาจจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ถึงแม้ดิฉันจะทำงานอยู่ ตปท. ก็จริงเงินเดือนสูงแต่ก็ต้องลดหลั่นกับค่าครองชีพกันไป ค่าแท็กซี่ ค่าน้ำค่าไฟต่างๆ แต่จะดีอย่างที่ว่าเราจะรู้จักการประหยัดอดออมมากกว่าตอนเราอยู่เมืองไทย จะซื้อจะใช้จ่ายอะไรจะมากกว่าเดิม ซึ่งถ้าอยู่เมืองไทยบางทีก็จะไม่สามารถเก็บเงินได้เท่านี้ ในขณะที่เงินเดือนไล่ๆกัน แต่เราจะหมดไปกับสิ่งล่อตาล่อใจ ที่ไทยเราเยอะมาก พอใช้จ่ายเยอะก็ไม่ค่อยมีเก็บ ใครบอกว่าอยู่เมืองนอกสบายก็ต้องปรับทัศนคติกันใหม่ค่ะ ไม่ทุกคนเสมอไป มันจะมีมุมมองความอดทนสูงมาก ส่วนการปรับตัวในเรื่องวัฒนธรรมในส่วนของมุมมองต่างชาติจะมองคนไทยภาพรวมคือ ขี้อาย ภาษาอาจจะไม่ได้มาก แต่ยิ้มแย้มมีน้ำใจดี เป็นมิตร ส่วนในมุมมองของเราเองกับต่างชาติ สำหรับบุคคลที่ยังไม่เคยใช้ชีวิตในต่างแดนอาจจะมีบ้างแรกๆรู้สึกอึดอัด ด้วยนิสัยคนไทยค่อนข้างรักอิสระ ส่วนวัฒนธรรมชาวอาหรับค่อนข้างจะจุกจิกและมีข้อจำกัดเยอะซึ่งจะไม่ค่อยเหมือนทางโซนยุโรปหรืออเมริกาเท่าไหร่ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย สิ่งที่แปลกและเห็นความแตกต่างคือถ้าอยู่กับแวดวงคนอารบิกจะมีหลากหลายแตกแยกออกไปอีกทีคือความเคร่งทางศาสนา บางประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบีย, กาตาร์, โอมาน อบูดาบี ชายหญิงบางกลุ่มจะแต่งมิดชิดมากเช่น ซาอุดิอาระเบียเหลือแค่ลูกตา แต่ถ้าเป็นอย่างเช่นบาห์เรน หรือเลบานอนก็มีบ้างแต่สามารถที่จะเปิดผ้าคลุมศรีษะออกได้ โชว์ใบหน้าได้บ้างหรือ บางทีก็ยังสามารถแต่งกายแบบสากลทั่วไปได้โดยไม่เคร่ง แต่ก็ไม่นุ่งสั้นมาก ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้เค้าจะทราบตัวเค้าดีอยู่ในใจยังเคารพในศาสนา รวมไปถึงชาติอาหรับใกล้เคียงอื่นๆเช่น อียิปต์, โมร็อคโค , ตูนีเซีย, ตุรกีและอาหรับอื่นๆ แต่วัฒนธรรมของบาห์เรนกับ เลบานอนก็ยังมีจุดที่ใกล้เคียงกันอยู่บ้างเรื่องของความไม่สตริคเท่าอาหรับในประเทศอื่นๆ อาจจะเพราะด้วยเลบานอนยังมีชนกลุ่มคริสเตียนปะปนอยู่บ้าง ยังมีความอิสระหรือไลฟ์สไตล์ ผสมผสาน ส่วนบาห์เรนที่ทราบก็เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อนยังมีการเปิดหรือรับวัฒนธรรมเสรีเข้ามาบ้าง

อีกอย่างนึงที่เกิดความแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนบาห์เรน และเลบานอนคือคนไทยเรายอมรับว่าค่อนข้างมีเสน่ห์ตรงความใส่ใจงานหรือคู่รักต่างชาติดีเช่นกันค่ะ ถึงแม้รูปร่าง ลักษณะทางกาพจะไม่สวยคมเท่าคนอารบิกแต่ก็มีเสน่ห์แบบชาวเอเชียซึ่งจะค่อนข้างขยันทำงานเก่งกว่า ด้วยความคิด ความอดทนที่ถูกฝึกมาสไตล์เอเชียกว่าคนในพื้นที่โซนนี้ แต่ติดตรงที่พูดภาษาอารบิกไม่เก่งทันเค้าเท่านั้น ซึ่งผู้หญิงโซนนี้จะทำงานไม่ค่อยทนจะติดสวย ติดงามเพียงอย่างเดียว และมีวิธีการทำงานที่แปลกๆตามใจฉันแต่ไม่ค่อยคิดระบบสากลภาพรวม เรื่องเวลาจะเป็นอะไรที่ไม่รักษาเวลาเลยตรงนี้จะต่างจากฝรั่งมาก ถ้าเกี่ยวกับการทำงานพูดกันง่ายๆคือไม่ค่อยสู้งานเท่าคนไทยบ้านเรา ป่วยลาบ่อยมาก แล้วเป็นพวกพ้อง สนับสนุนกันเองแบบผิดๆเรื่องงาน การจะทำการเสนอความคิดเห็นหรือมีส่วนรวมใดๆกับคนที่นี่ต้องทำใจ เช่นสมมุติการขับรถผิดกฏในขณะที่เราถูกต้องถ้ามีเรื่องถึงตำรวจขึ้นมากลับกลายเป็นเข้าข้างพวกเดียวกันเองในขณะที่คนพื้นที่เป็นคนทำผิดซะเอง ตรงนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก การกระทบกระทั่งถ้าเกิดเรื่องใดๆขึ้นมาจะยากในการขึ้นโรงขึ้นศาลทั้งบาห์เรนและเลบานอน บวกกับนิสัยคนไทยค่อนข้างจริงใจ จริงจังไม่ค่อยชอบให้ใครเอาเปรียบตรงนี้ชัดเจนมาก อีกอย่างที่ต่างคือจริงอยู่คนไทยอาจจะชอบคิดเล็กคิดน้อยไม่ให้ใครเอาเปรียบ แต่ถ้าต่างชาติบางคนหรือคนที่นี่จะโกรธง่าย หายเร็วไม่ค่อยรื้อฟื้นเรื่องเดิมๆทำให้ชีวิตดำเนินได้ต่อไป ทะเลาะกันวันนี้พรุ่งนี้กอดจูบ เล่นกันใหม่ แต่ถ้าพี่ไทยล่ะก็เก็บไปคิดกันนานเลยกว่าจะคืนดีกัน แต่ถามว่าทั้งคนบาห์เรนและเลบานอนมีน้ำใจไหม ก็มีค่ะ เจอกันตามท้องถนนบางทีไม่รู้จักกันแต่ทักทายด้วยมารยาทเราสมควรที่จะตอบกลับ ถ้าเป็นคนไทยล่ะก้อทักกันเองถ้าไม่รู้จักนี่จะไม่ค่อยมีตอบกลับใดๆจากคนไทยกันเอง แต่บาห์เรนจะเข้ากะคนไทยง่ายกว่าเลบานอน ซึ่งเลบานอนจะถือตัวค่อนข้างเยอะกว่า

บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับบาห์เรน

ตั้งแต่ที่คุณ Nadia ย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศบาห์เรนครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวบาห์เรนบ้างครับที่คุณ Nadia รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

-อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือวิถีความเป็นอยู่ เช่นเสื้อผ้า หน้า ผม ไลฟสไตล์ คือด้วยความที่ครั้งแรกก่อนจะมาบาห์เรนเราเอง Imagineไปเอง คือต้องแต่งรัดกุมมิดชิดมากแบบห้ามเปิดโชว์ผิวหนัง ดิฉันก็เตรียมเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแบบเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว แต่พอมาจริงๆคือชิวมากค่ะปกติเลยแต่ก็ไม่ให้น่าเกลียดเกินงาม ถ้าคนพื้นเมืองที่เคร่งๆหรือคนรุ่นก่อนๆก็อาจจะใส่ ชุดที่เรียกว่าโต๊ป (สำหรับผช.) และอาบาย่า (สำหรับผญ.) แต่คือด้วยความที่ว่าบาห์เรนเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อนก็ยังมีความเสรีตรงนี้บ้างถ้าเทียบกับประเทศข้างเคียงอื่นๆเช่นซาอุ , กาตาร์,คูเวต, อบูดาบี, โอมาน ที่ยังเคร่งศาสนามากๆ คือคนรุ่นใหม่ๆก็ยังพอแต่งตัวปกติ กางเกงยีนต์เสื้อยืด แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะทับซ้อนอาบาย่าไว้คลุมอีกที หรือถ้าไม่คลุมอาบาย่าก็จะต้องใช้ผ้าคลุมศรีษะอีกที และด้วยความที่ว่าอาจจะยังเป็นโซนแหล่งคนเข้ามาทำงานเยอะมีหลากหลายเชื้อชาติก็แต่งตัวได้ตามปกติ แต่ก็ให้อยู่ในกาลเทศะเข้าไว้

-อย่างที่สอง ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลตามหลักศาสนาหรือสิ่งที่ควรกระทำควรทราบไว้ต่อเนื่องจากข้อแรก อย่างที่ได้บอกไปการแต่งกายจะมีข้อห้ามที่จะเคร่งขึ้นมาอีกคือช่วงถือศีลอด รามาดานของคนที่นี่ ถ้าเป็นช่วงนี้ขึ้นมาปุ๊บเป็นอันรู้กันเคารพกฏบ้านเมืองการแต่งกายของคนชาติอื่นที่มาอาศัยประเทศบาห์เรนทั้งไทย, เอเชีย , ยุโรปหรืออเมริกา เราก็ควรให้เกียรติด้วยการใส่เสื้อผ้าที่ไม่โชว์เนื้อหนังมังสาในช่วงเวลาระยะนี้ ไม่ควรนุ่งสั้น ถ้าเป็นผู้หญิงควรเลยมาจากหัวเข่าหรือไม่ใส่เสื้อล่องเนินอกลึกหรือคอกว้างเกินไป และยิ่งถ้าเดินอยู่ระหว่างท้องถนนควรงดเครื่องดื่ม อาหาร น้ำทุกชนิดระหว่างวันในที่สาธารณะ จนกว่ากำหนดเวลาตามหลักศาสนาสามารถให้กินได้ปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้คนชาติอื่นหรือศาสนาอื่นทาน อาหาร น้ำ ตามชาวมุสลิมที่นี่ เพียงแต่ให้ทานในบ้านหรือพื้นที่หลีกเลี่ยงที่แจ้ง ไม่ให้คนถือศีลอดเห็น เป็นการให้เกียรติ ชาวมุสลิมที่กำลังถือศีลอยู่ เคยมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดิฉันเกิดจากที่ลืมค่ะ! ไม่ได้ดูเวลาด้วยว่ายังไม่หมดเวลาถือศีลระหว่างวัน ตอนนั้นดิฉันเดินถือขวดน้ำดื่มเผลอยกขึ้นมาดื่ม!! โชคดีนั่นยังใกล้ๆที่ทำงานแถวสนามบิน ซึ่งก็มีรถตำรวจผ่านย่านนั้นบ่อย พอดีฝ่ายบุคคลขับรถผ่านมาเลยเรียกเตือนก่อน เพราะถ้าเราเดินออกไปไกลกว่านี้โดนตำรวจเรียกแน่ๆค่ะ ถือว่าเราไม่ให้เกียรติบ้านเมืองเค้าในช่วงถือศีล ตกใจนิดนึงรู้สึกว่าเกือบไปแล้ว!

-อย่างที่สามคือต่อเนื่องจากข้อที่สองอีกเช่นกันค่ะ จะมีเทศกาลอีกหลายๆเทศกาลที่แปลกๆอยู่ เช่น Ashura Day หรือวัน Muharram Day ซึ่งจริงๆก็มีอยู่ประเทศอื่นๆที่เป็นมุสลิมด้วย คือเท่าที่จำได้เป็นเทศกาลรำลึกถึงบุคคลสำคัญในศาสนา ต้องไปเสิรช์เพิ่มเติมดูแล้วกันนะคะ แต่คือคร่าวๆการแสดงออกของวันนี้คือจะต้องมีตัวแทนออกมาทำพิธีและมีการทรมานร่างกายให้มีเลือดออกมาหรือทำให้ตัวเองเจ็บตัว บ้างก็จะเดินเป็นขบวนและทุบอกตนเองขบวนก็จะเป็นผู้ชายส่วนใหญ่ซะมากกว่า อารมณ์คล้ายเทศกาลกินเจทางบ้านเราที่ไทยต้องมีตัวแทนแสดงตนความเคารพ ตามความเชือศาสนาเค้า ดิฉันเคยเห็นขบวนมาบ้างเฉพาะตำแหน่งที่จัดงานจัดสถานที่แต่ไม่เคยเห็นตัวแทนที่ยอมเจ็บตัวเอาเลือดออกมาค่ะ หวาดเสียวอยู่ แต่หลังจากนั้นคนๆนั้นก็ปกติ แค่เป็นเพียงพิธีเท่านั้นช็อคไหมคะ ส่วนเทศกาลที่ดีๆสวยงามก็มีค่ะเช่นวันชาติของบาห์เรนจะมีหลักๆสองวัน แต่ก่อนวันชาติเป็นเดือนเลย ผู้คนจะประดับธงทุกๆอาคารบ้านเรือนรวมไปถึงประดับไฟตามสีธงชาติ บางที่ประดับทั้งตึก สวยงามมากเวลาไฟกระพริบ หน่วยงานรัฐเอกชนที่นี่พร้อมใจประดับไฟ ธง แล้วผู้คนต่างๆ ครอบครัว หนุ่มสาววัยรุ่นจะพร้อมใจกันขับรถออกมาบีบแตรเสียงดังทั่วเมืองไปหมด ตรงนี้บ้านเราอาจจะทำแบบนั้นไม่ได้แน่ บางแห่งจะนิยมนำรถสมัยเก่ารุ่นเก่ายุควินเทจมาแสดงโชว์เป็นนิทรรศการรถยุค 60′-80′ บ้างก็ขับกันมาจากประเทศรอบข้าง แต่ดูๆคนที่นี่ก็มีความสุขดี เราก็รู้สึกสนุกไปด้วยค่ะ

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศบาห์เรนสักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนบาห์เรน ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ตอนที่เข้ามาอยู่บาห์เรนใหม่ๆสองสามเดือนแรกเป็นอะไรที่คิดถึงบ้านคิดถึงครอบครัวมากๆค่ะ แต่โชคดีที่เพื่อนๆร่วมงานคนรอบข้างทำให้เรารู้สึกมีอะไรให้เดินต่อไม่เบื่อ ท้าทายการใช้ชีวิตเพิ่มไปอีก และสอนให้ตนเองต้องเข้มแข็งต่อไป และต้องศึกษาการใช้ชีวิตอยู่ ตปท. กับคนหลายๆเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรม ไหนจะเรื่องของการทำงานที่เราจะต้องเพิ่มพูนความรู้ตลอดเวลา พอเริ่มๆนานขึ้นจากปีเป็นสองปี หรือแม้กระทั่งที่ทำงานใหม่ๆหลังจากจบคอนแท็คในประเทศเดิม โดยภาพรวมที่ทำให้เราอยู่ได้นั่นคือกฏหมาย ระเบียบของบาห์เรนที่ค่อนข้างจะแข็งกว่ากฏหมายที่เมืองไทยหลายๆอย่าง อาชญากรรมจะมีน้อยมากทำให้รู้สึกความปลอดภัยมันดีกว่า และยกตัวอย่างง่ายๆเช่นการจราจรที่เมืองไทยยังคงต้องมีการควบคุมโดยตำรวจจราจรแต่ที่บาห์เรนไม่มี หรือถ้ามีแต่น้อยมากๆ การเคารพกฏจราจรที่นี่ค่อนข้างเข้มงวด มีวัฒนธรรมอีกอย่างที่ทำให้ดิฉันรู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กๆที่นี่ซึ่งต่างจากประเทศไทยคือ เด็กนักเรียนที่นี่จะเลิกเรียนกันเร็วมากส่วนใหญ่ บางร.ร.เลิกตั้งแต่เที่ยงหรือไม่ก็ไม่เกินบ่ายสองโมง ถ้าเป็นที่ไทยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ราวๆบ่ายสามถึงสี่โมงเย็น(ระดับประถม-มัธยม) และมารยาท บุคลิก นิสัยของเด็กบาห์เรนจะต่างจากไทยมากค่ะ เช่นถ้ามองเผินๆจะเห็นคล้ายๆว่าเด็กอารบิกค่อนข้างเกเร ไม่ค่อยกลัวใคร โผงผางเสียงดัง อาจจะไม่เหมาะกับวัฒนธรรมบ้านเราที่สอนมารยาทให้เรียบร้อยสุภาพ ทั้งเด็กชาย-หญิง เด็กบางคนอาจจะยังติดขี้อาย ไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงออกมาก บางทีค่านิยมการศึกษาประเทศไทยยังต่างจากที่อื่นคือเรียนนาน เรียนเยอะแต่ยังไม่ค่อยฝึกใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ส่วนเด็กบาห์เรนก็ค่อนข้างฉลาดเช่นกัน ด้วยเพราะมีความอิสระเสรีการใช้เหตุผลทางความคิดกล้าแสดงออก แต่จริงๆเด็กพวกนี้ก็ยังคงถูกฝึกสอนให้เคารพสังคมเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปบ้างสำหรับประเทศไทยนั่นคือค่านิยมบางอย่างที่สะดวกขึ้น เช่นการบริการต่างๆที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการขยายเส้นทางรถไฟฟ้ามากขึ้น, หรือบริการเครือข่ายค่ายอินเตอร์เนต โปรโมชั่นต่างๆที่สัญญานดีขึ้น, การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเยอะมากขึ้น, การบริการ รถรับจ้างต่างๆ Grap, Uber , หรือ Taxi ที่ทันสมัยช่วยบอกเส้นทางมากขึ้น ความสะดวกสบายให้สมค่านิยมคนไทยหรือแม้กระทั่งสวัสดิการที่เพิ่มเติมเกี่ยวกับประชากรไทย ประกันสังคมที่มีเพิ่มเติม ครอบคลุมสิทธิต่างๆได้มากขึ้น แต่อีกด้านนึงที่ยังคงรู้สึกว่ายังต้องปรับเพิ่มเติมคือค่าครองชีพของไทยสูงขึ้นแต่ค่าจ้างแรงงานบ้างอาชีพยังคงมีค่าเฉลี่ยรายวันที่ถูกอยู่ ซึ่งตรงนี้มีผลเกี่ยวกับการดำรงชีวิต ที่น่าแปลกเกี่ยวกับประเทศไทยคือ เดี๋ยวนี้เวลาเกิดปัญหาสังคมบางกรณีกฎหมายยังล่าช้าไม่ชัดเจน เส้นสายเยอะและเพิ่มขึ้นจากแต่เดิม ยังเอาผิดได้ไม่เต็มที่ต้องขอความร่วมมือหลายๆหน่วยงานเข้าช่วย เพราะถ้าไม่มีความคืบหน้า ปัญหาเหล่านี้ก็ถูกสะสมมากขึ้นไปอีก ตรงนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าจะต้องปรับการจัดระเบียบสังคมอีกเยอะมากค่ะ
และส่วนที่คนบาห์เรนทำมากกว่าคนไทยทำก็อย่างเช่น

การนิยมทำสปาทั้งชายและหญิง ไม่ใช่แต่แค่เฉพาะบาห์เรนแต่ก็มีประเทศข้างเคียงอีกหลายๆที่ เพราะนั่นคือคนที่นี่ชอบศาสตร์บำบัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อาจจะต่างจากนวดไทยที่บ้านเรา คือคนที่นี่จะเน้นทำทรีทเม้นท์รักษาสุขภาพ ชอบเข้าสปาหรือโรงแรมพักผ่อน เช่นทรีทเม้นท์ที่เรียกว่า ฮัมมัม Hammam คือทรีทเม้นท์ร้อน และ Detoxify ไปในตัว เหมือนกับการขัดผิวขจัดขี้ไคลสิ่งสกปรกให้ผิวได้เติบโตผลัดเซลล์ใหม่ จะเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมยุคโบราณเลยก็ว่าได้ค่ะ ทำกันได้ตั้งแต่เด็กหนุ่มสาว ไปจนผู้ใหญ่ ก็จะมีต้นฉบับมาจากทั้งประเทศโมร็อคโคและตุรกี จนมาขยายวงกว้างในโซนของอาหรับ มันก็เหมือนการอาบน้ำดีๆประเภทนึงเข้าห้องสตีม นอนขัดบนพื้นหรือเตียงความร้อนทำจากหินอ่อน ต่างจากบริการ อาบอบนวด บ้านเรานะคะ!! อย่าเข้าใจกันผิด Hammam จะมีความสุขภาพกว่าด้วยกลิ่นพฤกษาของสบู่ โคลนหมักตัวจากธรรมชาติ หรือโฟมฟอง กลิ่นน้ำหอมธรรมชาติต่างๆ ซึ่งแม้แต่ชาวฝรั่งต่างชาติก็ยังชอบด้วย แต่ปัจจุบัน ที่ไทยก็มีบ้างที่มาบุกเบิกบางโรงแรมห้าดาวค่ะ

การใช้เวลาไม่ว่าจะวันทำงานหรือวันหยุดคนที่นี่จะนิยมการพบปะสนทนาตามร้านอาหาร สถานที่นั่งเล่นบรรยากาศดีๆยามว่าง ไปพร้อมกับการนั่งสูบยาที่เรียกว่า”ชิชา” และจิบกาแฟอารบิก (Shisha & Arabic Coffee) ซึ่งตัวยาสูบชิชานี้จะมีน้ำยาผสมน้ำกลิ่นต่างๆผลไม้เช่น สตรอเบอรี่ สัปปะรด มิ้นต์ ดูเหมือนจะหอมใช่ไหมคะ แต่ขอบอกได้เลยว่าแรงกว่าบุหรี่หลายเท่ามากและอันตรายกว่า รวมถึงกาแฟอารบิกที่ค่อนข้างจะมีรสขมและแรงมากจริงๆ แต่ดิฉันขอบายค่ะ เพราะไม่ใช่นักสูบอยู่แล้ว และกาแฟถ้าให้เลือก กาแฟโบราณที่ไทยเราอร่อยรสชาติดีกว่าค่ะ

การเลี้ยงเหยี่ยว สัตว์เลี้ยงกลุ่มคนไฮโซ คนบาห์เรนบางกลุ่มที่มีระดับฐานะดีๆหรือแม้แต่แขกอาหรับประเทศข้างเคียงแทบจะเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับคนอาหรับได้ จะมีความนิยมในการเลี้ยงเหยี่ยวมากในระดับคนสังคม บางตัวราคาจะเป็นแสนๆ บางแห่งอาจจะมีแม้กระทั่งโรงพยาบาลเฉพาะของเหยี่ยว การเป็นอยู่การเลี้ยงดูทะนุถนอมจนคนอิจฉาได้เลยค่ะ ในบางแห่งถ้ามีงานเทศกาลใหญ่ๆในพื้นที่ของบาห์เรนก็จะมีบ้างที่สามารถนำออกมาแสดงโชว์ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ถึงแม้ว่าดินแดนทะเลทรายอาหรับเหล่านี้ภาพแรกสัตว์ที่คิดไว้คือ อูฐ ซึ่งบาห์เรนก็มีฟาร์มอูฐค่ะ แต่ก็จะกลายเป็นแหล่งให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมซะมากกว่า แต่การเลี้ยงเหยี่ยวนี่เป็นอะไรที่พิเศษ สำหรับกลุ่มคนสังคมที่นี่จริงๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นบาห์เรนยังมีอะไรหลายๆอย่างอีกเยอะ ถึงแม้จะเป็นแค่เกาะเล็กๆแต่ก็มีกิจกรรม เสน่ห์ในตัวอะไรให้ได้รู้จักอีกเยอะเลย นี่คือตัวอย่างที่ดิฉันนำมาเล่ากล่าวกันค่ะ

เมื่อคุณมาถึงประเทศบาห์เรนใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวบาห์เรนเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

อาหารของคนบาห์เรน ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นพวกแป้ง ถั่ว Hummus ทานกับผักจิ้มหรือข้าว Biryani มันจะติดกลิ่นเครื่องเทศนิดๆ อารมณ์แบบข้าวหมกไก่ทางใต้บ้านเรา แต่บ้านเราจะกลิ่นหอมกว่า ไม่แรงมาก บางทีถ้าไม่เป็นไก่ก็จะเป็น Lamb Biryani , Beef Biryani , Fish Biryani แตกต่างกันไป ที่จะเรียกว่าแปลกนี่คือคงจะเป็น Lamb Biryani ที่บางทีตามเทศกาลงานใหญ่ๆหรืองานมงคลของชาวมุสลิมจะทำเป็น ถาดใหญ่มาก และประดับเสียบเป็นซี่โครงติดเนื้อของแกะบนถาด ตกแต่งสวยงาม แต่ถ้าเครื่องเทศไม่แรงดิฉันก็พอทานได้อยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยชอบมาก อาหารบางประเภทของคนแขกแกะย่างบางทีถ้าไม่ออกเปรี้ยวและบวกเครื่องเทศจนเกินไปจะไม่ค่อยกลมกล่อม บางทีเค้าก็นิยมผักดอง เช่น โอลีฟดอง ,พริกหยวกดอง ,บีทรูทดอง และผักอื่นๆ คิดว่าลองชิมได้แต่ก็ไม่ค่อยน่าถูกปากกับคนไทยอย่างเราๆเท่าไหร่ แต่ถ้าเมนูที่จะให้ชอบและสั่งทานบ่อยมากคงเป็นพวกไก่ย่าง หรือ Lamp chop ยิ่งไก่ย่างนี่ใช้ครึ่งตัวซีกนึง เสิร์ฟข้างเคียงเป็นผักสดง่ายๆ หอมแดงย่าง มะเขือเทศย่าง พริกสดย่างหรือหอมหัวใหญ่ซอยบางๆ มีมะนาวซีกไว้บีบตัดแก้เลี่ยน รสชาติถือว่ากินง่ายๆผ่านได้เลย บางทีรับประทานกับแผ่นแป้งบางๆอบร้อนๆจากเตา แต่ถ้าคนเอเชียที่ไม่ชอบทานแป้ง ก็ซื้อมาทานเป็นข้าวเหนียวไก่ย่างแทนหรือส้มตำไก่ย่าง น้ำจิ้มแจ่ว สไตล์ไทยก็ให้ผ่านค่ะ และเมนูอีกอย่างที่ขอแนะนำคือ พวก Shawarma ทั้งไก่และเนื้อ จะเป็นการย่างชิ้นส่วนเล็กๆ เนื้อสด ไก่สดเสียบไม้อลูมิเนียมขนาดยาว และทั้งไก่และเนื้อนี้ก็จะนำไปย่างหมุนเตาความร้อนในระดับพอดี เวลาสั่งซื้อเชฟก็จะหั่นจะชิ้นเล็กที่หมุนๆเสิร์ฟลงบนแป้งกลมบางมีทั้งหอมแดง มะเขือเทศ ผัก บ้างก็ใส่ชีส ซอส แต่ต่างกันไป แล้วห่อแร็พ รับประทานคล้ายๆเบอร์เกอร์ แซนวิสได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้บ้านเราก็นิยมขึ้นเยอะ แต่อาจจะต่างจากเจ้าถิ่นต้นตำรับบ้าง เมนูนี้ก็ทานได้ทั่วไปค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศบาห์เรนคุณเคยคิดฝันว่าประเทศบาห์เรนหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศบาห์เรน

ก่อนที่ดิฉันจะย้ายหรือตัดสินใจเดินทางมาบาห์เรนหรือหลายๆคน ดิฉันเชื่อนะคะว่าเป้าหมายทุกท่านก็อยากมีเงินมีทองกลับไปที่บ้านเราที่ไทย แต่ก็คงไม่ง่ายทุกคนอย่างที่คิดซะเลยทีเดียว มันต้องใช้เวลา ต้องผ่านความอดทนอะไรหลายๆอย่าง ทำความเข้าใจกับมันก่อนว่ามาเพื่ออะไรและพร้อมไหมจะต้องเจออะไร รับมือกับมันยังไง ถึงต่อให้คนที่โชคดีกว่าดิฉัน ซึ่งดิฉันมาในฐานะการทำงาน ต้องการมีประสบการณ์เพิ่มเติมในสายงาน พัฒนาตนเอง เรียนรู้สังคมใหม่ๆเกี่ยวกับงานโรงแรม ส่วนคนที่แต่งงานมีครอบครัวมีสามีเลี้ยงดู เค้าเองก็ยังต้องมีอุปสรรคในการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เช่นการจะสอบเป็นประชากรพลเมืองของเค้าเพื่อให้ได้รับสิทธิต่างๆเท่าเทียมของคนในประเทศนั้นๆ ไหนจะต้องฝึกภาษา หรือบางแห่งต้องเข้าใจกฎหมายของบ้านเมืองเค้า ขนาดบางท่านที่คิดแต่งงานไปอยากหางานทำก็ยังต้องวัดดวงการสมัครสัมภาษณ์งาน ยิ่งถ้ามาตรฐานหรือเกณฑ์แต่ละประเทศหรือเนื้องานก็ต่างกันไปอีก และค่อนข้างใช้เวลาใช้เงินหมดไปพอๆกับรายได้ เมืองไทยว่ายากแล้ว แต่ต่างประเทศก็ยากกว่าค่ะ แต่ถ้าผ่านมันไปได้ก็ถือว่าลงตัวค่ะพอจะกอบโกยรายได้ให้ได้เท่าเทียมคนบ้านเค้าได้บ้าง แค่ในส่วนของดิฉันเองก็เหมือนกับการจ้างกลุ่มแรงงานทั่วไปที่มาทำงาน ตปท. ยังคงต้องอดทน การอาศัยอยู่ต่างที่ต่างถิ่น สภาพดินฟ้าอากาศ อาหารการกิน กว่าจะได้รายได้ที่สามารถเก็บหอมรอมริบได้ก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป การจับจ่ายใช้สอยก็แพงตามไปด้วย ดีหน่อยที่จะต่างจากที่ไทยคือการมาอยู่ต่างถิ่นต่างแดนกรณีทำงานไม่ต้องเช่าห้องจ่ายค่าน้ำไฟ ไม่ต้องเสียค่ารถ แต่ต้องอดทนมากๆ จะซื้อจะใช้อะไรจะคิดเยอะอยู่บ้าง ส่วนจำเป็นหรือไม่จำเป็น แต่ถ้าเป็นที่บ้านเราด้วยความที่ครบครันกับคนไทยบางทีก็หมดไปเยอะกว่า เก็บเงินลำบากกว่า หรือเก็บไม่ค่อยอยู่ แต่ถ้าหมดไปกับการสร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ใช่หนี้สินฟุ่มเฟือย แต่เป็นอสังหาริมทรัพย์สำหรับครอบครัวก็เข้าใจค่ะ

สิ่งที่คิดถึงมากที่สุดประเทศไทยก็เช่น
-อาหารไทยแทบทุกชนิดโดยเฉพะฝีมือของแม่ค่ะ คิดถึงทุกครั้ง หรือการได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคนในครอบครัว และเชื่อว่าหลายๆคนก็เช่นเดียวกัน

– การมีเวลาวันหยุดอย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตพักผ่อนแบบนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงในระยะวันหยุดยาวๆ และเที่ยวจังหวัดต่างๆในประเทศไทยบ้างค่ะ หรือการได้เจอเพื่อนเก่าๆให้หายคิดถึง

-การเข้าสปาหรือกลับไปนวดที่บ้านเราให้หายเหนื่อยบ้างอะไรบ้างค่ะ หรือการเข้าคลีนิคความงาม ตัวเลือกเยอะและราคาถูกกว่า ตปท.

ส่วนสิ่งที่คิดว่าไม่สามารถจะขาดไปได้เลยในบาห์เรน
-อุปกรณ์สื่อสารอิเลคทรอนิกส์ และอินเตอร์เน็ต ซึ่งจำเป็นในการสื่อสารมากๆค่ะ และที่บาห์เรนดีอย่างคือโปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือตามค่ายต่างๆผ่อนจ่ายง่ายมากสำหรับกรณีกลุ่มแรงงานบางกลุ่มแต่ต้องทำสัญญาเป็นปีในการหักจ่าย ส่วนการซื้อสดก็มีโปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตความแรงดีและคุ้มมากค่ะ

-น้ำมันและพวกพลังงานปิโตรเลียมค่ะ ซึ่งเป็นพลังงานสำคัญมากจริง ไม่ว่าจะนำมาใช้เป็นพลังงานรูปแบบต่างๆในชีวิตประจำวันของคนที่นี่ อย่างที่บอกคือการมาอยู่ที่นี่ดิฉันไม่ต้องจ่ายค่าน้ำไฟ แอร์ก็สามารถเปิดได้ตลอดเพราะเป็นประเทศในโซนที่ร้อนมาก

– ร้านค้าร้านอาหารไทยในบาห์เรนค่ะ ช่วยได้เยอะจริงๆค่ะ เพราะลำพังภูมิอากาศประเทศนี้อาจจะไม่สวยงามเท่าฝั่งยุโรป หรืออเมริกา แต่ขอบอกว่าเรื่องการกินอยู่ที่บาห์เรนไม่กลัวอดตายเลยค่ะ หายเบื่อได้บ้าง อาหารรสชาติแทบจะต้นฉบับ และร้านเยอะมากและมีแววว่าจะเยอะขึ้นอีก คนไทยถึงเข้ามาอยู่กันเยอะค่ะ และคนบาห์เรนก็ค่อนข้างชอบอาหารไทยเช่นกันค่ะ

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศบาห์เรน ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศบาห์เรน )

หลักๆที่เห็นได้ชัดคือห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิดค้าขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และไม่อนุญาตให้เดินถือดื่มตามท้องถนน แน่นอนค่ะบ้านเมืองมุสลิมคือหลักต้องห้าม เคารพ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงไม่มีขายในประเทศนะคะ คือจะมีแหล่งเฉพาะที่ผ่านโดยการควบคุมสินค้านำเข้า คือเป็นเฉพาะคลังสินค้าเฉพาะพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิด ถ้าสำหรับบางคนที่ไม่ใช่มุสลิมอย่างเช่นชนชาติอื่นที่เข้ามาอยู่ก็ต้องไปซื้อแค่คลังแห่งนี้เท่านั้น เปิด-ปิดเฉพาะเวลาที่กำหนด เวลาจะซื้อก็ต้องเหมาเก็บไว้ และควรดื่มเฉพาะแค่สถานที่ภายใน ที่พัก ห้ามโจ่งแจ้ง และสำหรับพวกธุรกิจตามโรงแรมใหญ่ๆที่จะมีผับ บาร์ มีใบอนุญาติเท่านั้นค่ะ จะไม่มีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าใดๆ ต่างจากบ้านเราที่ไทยมาก 7-11 ก็หาง่ายได้ทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งร้านโชห่วยทั่วไป ดื่มข้างถนนได้ อ้อ!! อีกอย่างเช่นเนื้อหมูค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับห้าม จริงๆก็มีขายอยู่บ้างนะคะ สำหรับซุปเปอร์มาร์เก็ตที่บริการสำหรับชาวต่างชาติ ยุโรปหรืออเมริกา จะเป็นสินค้าเนื้อหมูนำเข้าจากฮอล์แลนด์แช่แข็ง เพราะบางครอบครัวมีบ้างที่เค้านิยมรับประทานพวกพอร์คช็อปแต่จะไม่ค่อยเยอะมาก ไม่เหมือนแบบที่เห็นห้อยตามร้านขายเนื้อ จะไม่มีเลยและไม่นิยมนำมาทำอาหารตามโรงแรม หรือร้านค้าทั่วไป ไม่มีเมนูเนื้อหมูในเมนู เป็นการเคารพกฏหลักศาสนาเค้า แต่ถ้าสำหรับคนไทยหรือเอเชียที่ยังติดทานอาหารประเภทนี้ก็สามารถหาซื้อได้จากร้านค้าไทยเท่านั้นค่ะ บางทีแม่ค้าแม่ครัวเองก็ต้องระวังการทำอาหารไทยให้คนมุสลิมทาน กรณีสำหรับชาวบาห์เรนที่ชอบอาหารไทย ควรจะต้องแยกอุปกรณ์จานชามต่างหาก เพราะบางครอบครัวค่อนข้างถือตรงนี้มาก Halal ห้ามมีส่วนผสมใดๆที่ปะปนมาในจานหรืออาหารค่ะ ควรระวัง เค้ามีสิทธิ์ที่จะฟ้องเอาเรื่องเราได้ถ้าผิดข้อห้ามตรงนี้

และมีอีกอย่างก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลตามหลักศาสนาหรือควรทราบไว้คือ การแต่งกายจะมีข้อห้ามที่จะเคร่งขึ้นมาอีกคือช่วงถือศีลอด รามาดานของคนที่นี่ ถ้าเป็นช่วงนี้ขึ้นมาปุ๊บ เป็นอันรู้กันเคารพกฏบ้านเมืองการแต่งกายของคนชาติอื่นที่มาอาศัยประเทศบาห์เรนทั้งไทย, เอเชีย , ยุโรปหรืออเมริกา เราก็ควรให้เกียรติด้วยการใส่เสื้อผ้าที่ไม่โชว์เนื้อหนังมังสาในช่วงเวลาระยะนี้ ไม่ควรนุ่งสั้นถ้าเป็นผู้หญิงควรเลยมาจากหัวเข่า หรือไม่ใส่เสื้อล่องเนินอกลึกหรือคอกว้างเกินไป และยิ่งถ้าเดินอยู่ระหว่างท้องถนน ควรงดเครื่องดื่มอาหาร น้ำทุกชนิดระหว่างวัน ในที่สาธารณะ จนกว่ากำหนดเวลาตามหลักศาสนาสามารถให้กินได้ปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้คนชาติอื่นหรือศาสนาอื่นทาน อาหาร น้ำ ตามชาวมุสลิมที่นี่ เพียงแต่ให้ทานในบ้าน หรือพื้นที่หลีกเลี่ยงที่แจ้ง ไม่ให้คนถือศีลอดเห็น เป็นการให้เกียรติชาวมุสลิมที่กำลังถือศีลอยู่ เคยมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดิฉันเกิดจากที่ลืมค่ะ! ไม่ได้ดูเวลาด้วยว่ายังไม่หมดเวลาถือศีลระหว่างวัน ตอนนั้นดิฉันเดินถือขวดน้ำดื่ม เผลอยกขึ้นมาดื่ม!! โชคดีนั่นยังใกล้ๆที่ทำงานแถวสนามบิน ซึ่งก็มีรถตำรวจผ่านย่านนั้นบ่อย พอดีฝ่ายบุคคลขับรถผ่านมาเลยเรียกเตือนก่อน เพราะถ้าเราเดินออกไปไกลกว่านี้โดนตำรวจเรียกแน่ๆค่ะ ถือว่าเราไม่ให้เกียรติบ้านเมืองเค้าในช่วงถือศีล ตกใจนิดนึงรู้สึกว่าเกือบไปแล้ว! ซึ่งต่างจากที่ไทยที่เรามีเพื่อนมุสลิมร่วมชาติด้วย แต่เค้าจะเข้าใจเราอยู่ เพราะมีความหลากหลายและส่วนใหญ่ชาวพุทธจะเยอะกว่า แต่ก็ไม่เคร่งเท่าที่นี่ค่ะ โดยรวมตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่แค่ในเฉพาะบาห์เรน รวมไปถึงประเทศข้างเคียงของ Gulfด้วยค่ะ

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศบาห์เรนสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

สำหรับงานประจำที่คนไทยสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ต้องขอบอกก่อนเลยว่าถ้าเราอยากได้งานดีๆรายได้คุ้มค่าอย่างน้อย ภาษาอังกฤษและความมั่นใจเราต้องมีในระดับนึง เพื่อที่จะสามารถช่วยให้มีศักยภาพในการทำงานได้เทียบกับชาติอื่นๆ จริงๆเราสามารถทำได้หลากหลายอาชีพมาก แต่ขอยกอาชีพที่สร้างเนื้อสร้างตัวเห็นได้คร่าวๆก่อนสัก 2-3 งานค่ะ

– แอร์โฮสเตสสายการบินกัลฟ์แอร์ รายได้ สวัสดิการ ค่อนข้างดีค่ะ คือตอนที่ดิฉันทำงานก็ได้รู้จักคนไทยที่ทำอาชีพนี้และมีโอกาสพูดคุยอยู่บ้างค่ะเวลาเข้ามาทำสปาที่โรงแรมดิฉัน แต่อาจจะไม่มากนัก และแน่นอนค่ะงานบริการประเภทนี้ก็มีเหนื่อยบ้างแต่ก็คุ้มค่าด้วยสวัสดิการของสายการบิน ใครที่อยากทำก็ต้องบุคลิกภาพดี ถึงไม่สวยมากไม่เป็นไร ถ้าเข้าใจงานบริการและภาษา เพราะที่บาห์เรนจะชอบเปิดสมัครงานของสายการบินนี้บ่อย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเจอแต่ฟิลิปปินส์ซะมากกว่าหรือสาวอาหรับเองที่ทำงานด้านนี้ อย่างน้อยก็ได้ท่องเที่ยวไปในตัว

-อาชีพเชฟหรืองานครัวทั่วไป คนไทยก็เป็นที่นิยมในการจ้างงานเป็นแม่ครัว พ่อครัว ลูกมือเตรียมอาหารไทยกันเยอะอยู่ได้เรื่อยๆจริง เพราะคนบาห์เรนที่นี่ รวมไปถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยบาห์เรนก็ชื่นชอบอาหารไทย หรือถ้ากรณีคนไทยเองที่เข้ามาทำธุรกิจส่วนตัวเช่นร้านอาหารไทยหรือร้านสะดวกซื้อของไทย ตรงนี้คนไทยก็นิยมมาสร้างเนื้อสร้างตัวกันเยอะเช่นกันค่ะ

– อาชีพพนักงานนวดและเทอราพิสอย่างอาชีพดิฉันเองคือ พนง.โรงแรมห้าดาว หรือไม่ว่าจะคนไทยท่านอื่นที่ทำตามเดย์สปาก็ตาม ด้วยบาห์เรนก็เป็นที่นิยมการสปาเหมือนอาหรับทั่วๆไปก็จะมีการจ้างแรงงานกลุ่มนี้เข้ามา รายได้ที่สามารถเฉลี่ยพอกินอยู่ได้ อยู่ที่องค์กร ก็จะประมาณ 450 BD – 700 BD โดยประมาณ แต่ที่เคยมีเพื่อนคนไทยที่จะโชคดีจริงๆได้เข้าไปทำงานรับใช้ในวังของกษัตริย์บาห์เรน หรือแล้วแต่ว่าพระองค์จะทรงมีรับสั่งหา พนักงานเทอราพิสจากโรงแรมห้าดาวบางแห่งเข้าไปนวดผ่อนคลายจริงๆไม่มีแอบแฝง หมุนเวียนพนักงานกันไป

ส่วนอาชีพที่นอกเหนือจากนี้เท่าที่เคยเห็นคนไทยทำมาแต่ไม่เยอะมากเล็กๆน้อยๆ เช่น ผู้จัดการสปาไทย, ครูสอนโยคะ , เซลล์,แคชเชียร์และอื่นๆ แต่ไม่ขอรวมพูดถึงอาชีพผู้หญิงบริการที่เข้ามาผิดกฎหมายค่ะ

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศบาห์เรนอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศบาห์เรนล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศบาห์เรนสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศบาห์เรน

การขอวีซ่าเพื่ออยู่อาศัยแบบถาวรนั้น ส่วนใหญ่เท่าที่ดิฉันพบเจอมาก็กรณีคนที่แต่งงานอยู่เป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าจะให้ได้ระบบสวัสดิการเป็นพลเมืองของเค้าเท่าที่ทราบก็จะมีคล้ายๆการสอบ และจะต้องใช้ภาษาของบ้านเมืองเค้าด้วยค่ะ เราก็จะได้สวัสดิการเดียวจากรัฐบาลบาห์เรนให้สิทธิ์กับครอบครัวนั้นๆ และสิทธิ์ของแต่ละครอบครัวสามารถให้สิทธิ์เป็นนายจ้างหรือสปอนเซอร์กับบุคคลผู้มาขออาศัย หรือทำงานได้อีก 4 วีซ่า อธิบายง่ายๆคือ สมมุติดิฉันแต่งงานกับคนบาห์เรนผู้ชายถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจเค้าสามารถขายวีซ่าตัวนี้ให้กับภรรยาก่อนช่วงต้นๆ แต่คือจะต้องไปต่ออายุเรื่อยๆทุกๆกำหนดของวีซ่าหมด ระหว่างนั้นเองดิฉันต้องเรียนศึกษาเพิ่มเติมภาษาอารบิกหรือกฎหมายบาห์เรนเพื่อไปสอบเป็น Citizen จนกว่าจะได้ อาจจะใช้เวลานานอยู่บ้างแต่ถ้าผ่านไปแล้วเราได้เป็นพลเมืองของเค้าโดยตรง ดิฉันมีสิทธิ์ที่จะออกวีซ่าได้ 4 วีซ่า สำหรับถ้ามีบุคคลจะเข้ามาอยู่อาศัย วีซ่าที่มีคนเข้ามาขอซื้อก็ราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์นั้นๆ ราคา ประเภท หรือกรณีทำงานว่าตำแหน่งอะไร คนเป็นสปอนเซอร์ก็เหมือนเสือนอนกินดีๆนี่เอง ที่รอรับแต่เงินจากค่าวีซ่า แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญากับบุคคลที่มาขอซื้อเมื่อไรก็ได้ กรณีเจ้าของวีซ่าอาจจะไปได้ราคาขายวีซ่าของคนใหม่ที่ดีกว่า แต่ก็ต้องชัดเจนเป็นไปตามกฎหมายเช่นกัน ส่วนกรณีบุคคลแรงงานหรือพนง.ทั่วๆไปก็จะคล้ายๆกันระบบนี้ขึ้นอยู่กับองค์กร แต่จะรูปแบบใหญ่กว่าครอบครัว การปล่อยวีซ่าก็จะขึ้นอยู่ว่าเปิดรับหรือไม่ช่วงนั้นๆ แต่ละบริษัทและละที่จะมี limit ตามแต่ละช่วง

ส่วนการขอวีซ่าท่องเที่ยวคนไทยที่จะเข้าบาห์เรนมีทั้งยากและง่ายค่ะ จริงอยู่ ไทย-บาห์เรน ฟรีวีซ่า 14 วัน กรณีท่องเที่ยว สามารถรับ Visa on arrival ได้เลย แต่ก่อนจะเข้ามาก็ต้องผ่าน ตม.จากที่ไทยก่อน กรณีของดิฉันขนาดมาทำงานยังโดนกักตัวสอบถามความเป็นมาเป็นไป บริษัท ที่ทำงาน หรือกรมแรงงานก่อน แต่บุคคลที่ลักลอบเข้าไปทำอาชีพผู้หญิงบริการก็มีเยอะ เพราะจะมีผู้หญิงไทยบางกลุ่มที่เข้าไปผิดกฎหมายฉะนั้นต้องผ่านการตรวจสอบให้ดี มีบางกรณีที่บางคนก็ตั้งใจมาหางานจริงใช้วิธีบินแบบวีซ่าท่องเที่ยวและรีบหางาน แต่ถ้ายังหาไม่ได้ในระยะเวลาที่กำหนดก็ต้องยื่นต่อระยะเวลาเสียค่าใช้จ่าย ราวๆ 25-35 ดีน่าห์ ประมาณ 2,500-3,500 ถ้าดิฉันจำไม่ผิดได้เพิ่มอีก 14 วัน แต่ถ้าเกินระยะไปอีกแต่จะได้ไม่เกินสามเดือน จะต้องออกจากประเทศไปค่ะและบินกลับเข้ามาใหม่

ส่วนการเปิดบัญชีที่นี่ก็จะมีหลากหลายธนาคาร จะเปิดเองหรือขึ้นอยู่กับบริษัทที่เราทำงานและเงินเดือนเข้าผ่านธนาคารก็ต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำอย่างน้อย 20 ดีน่าห์หรือประมาณ 2,000 บาท และรอประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อรับบัตรเอทีเอ็มเป็นอย่างน้อย บางธนาคารใช้แค่ พาสปอร์ต หรือบางแห่งถ้าจะเปิดอาจจะต้องให้ทางบริษัททำจดหมายขออนุญาตเปิดบัญชี ที่นิยมทั่วๆก็จะเป็นธนาคาร BBK (นิยมและเปิดง่ายสุด) , NBB, Ali United, Arab Bang, Al Khaliji Bank และอีกหลายๆธนาคารค่ะ ข้อตกลง โปรโมชั่น ต่างๆก็หลากหลาย คล้ายๆกับที่บ้านเราค่ะขึ้นอยู่วัตถุประสงค์ของแต่ละคน ซื้อบ้านซื้อรถ อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

ผู้ชายชาวบาห์เรนมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวบาห์เรน เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวบาห์เรนมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ผู้ชายบาห์เรนเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดีค่ะ รักครอบครัว ดูแลลูกและภรรยาดีมาก มีเซอร์ไพร์สบ้างตามโอกาส วันเกิด วันครบรอบต่างๆ ที่เคยเห็นมาบ้างถ้าเราเข้าใจที่จะปรับตัวอยู่ด้วยกัน อีกอย่างเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาสของสาวไทยก็มีส่วนที่จะมาเจอใช้ชีวิตร่วมกัน ถ้ารักและเข้าใจกันก็ดีไปค่ะ ถ้าพูดถึงระดับคนกลางๆทั่วไป เค้าก็ค่อนข้างชอบสาวไทยหรือเอเชียบ้าง แต่งงานสร้างครอบครัว สร้างธุรกิจจุนเจือกันไป แต่จะมีก็บางกลุ่มที่มีระดับฐานะหน่อยก็ค่อนข้างจะแต่งงานกับคนบ้านเดียวกันเองซะมากกว่า

ส่วนปัญหาเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างหรือเป็นปัญหาความสัมพันธ์ผู้หญิงไทย ก็จะมีอย่างแรกเลย คือ ศาสนา ส่วนใหญ่ชาวไทยจะนับถือพุทธมากกว่า และบาห์เรนก็จะมุสลิม การปรับตัววัฒนธรรมตามขนบธรรมเนียมก็มีผล เช่นถึงเวลาช่วงถือศีลอดตามครอบครัวก็ต้องเคารพ ดิฉันเคยลองทดสอบตัวเองเช่นกันค่ะ แต่ลองแค่สิบวัน ไม่อยากเชื่อว่าดิฉันเองก็สามารถทำได้ และดีต่อสุขภาพด้วยคือดีท็อกซ์ไปในตัว อาจจะยากช่วงแรกๆเพราะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าฝึกจิตใจดีๆ ปฏิบัติต่อเนื่องก็จะกลายเป็นความเคยชิน คล้ายๆการถือศีลกินเจ ละเนื้อสัตว์ ปฏิบัติสมาธิแบบแขก แต่การถือศีลอดนี้กินได้ทุกอย่าง แต่แค่ต่างเวลาที่กำหนดเท่านั้น

อย่างที่สองก็น่าจะเรื่องการใช้ภาษาอารบิก แน่นอนค่ะถ้าเรานึกจะไปเป็นสะใภ้แขกอยู่กับครอบครัวเค้า คงมีงงๆกันบ้างเค้าพูดอะไรเราฟังไม่รู้เรื่อง อยากรู้แต่ก็ต้องให้สามีมาช่วยแปลอีกรอบ บางทีควรจะต้องไปฝึกเข้าโรงเรียนเรียนภาษาบ้าง เพราะมันก็คงต้องมีผลไปจนถึงลูกแน่ค่ะ ถ้าเราเป็นแม่ อย่างน้อยก็ยังพอช่วยสอนการบ้านลูกได้บ้างเข้าใจสิ่งที่เด็ก คิด เขียน อ่าน หรือเวลาเค้าอยู่กับเพื่อนๆชาวอารบิกด้วยกัน

อย่างที่สาม น่าจะเป็นเรื่องนิสัยของแต่ละบุคคล แต่จะให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกคือคนอารบิกภาพรวมจะมีความจู้จี้จุกจิกในตัว แต่จะเรื่องอะไรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งคนไทยบางคน ค่อนข้างจะเป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้ แต่อารบิกหรือคนบาห์เรนจะค่อนข้างมีความขี้บ่นบ้าง หรือชอบเข้าใจผิดไปก่อน เวลาจะงอนง้อกันก็ค่อนข้างจะเอาแต่ใจ บางคนเข้าข่ายงี่เง่า รักมากแต่ก็หึงมาก โวยวายเสียดัง โมโห แต่จะแบบโกรธง่ายหายเร็วมาก คือบ่นแล้วก็จบไม่เก็บมาคิด แต่ถ้าเป็นคนไทยนี่คือ คิดกันข้ามวันข้ามคืนเคืองกันไม่หายเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันคิดว่าอยู่ที่เราเลือกและตัดสินใจ ถ้าคิดจะอยู่ร่วมกันแล้วก็ต้องพยายามเข้าใจและปรับตัว โดยที่อย่าลืมที่จะเคารพซึ่งกันและกันไม่ว่าจะชาติไหนก็ตามแต่ค่ะ

Khun Nadia

เพิ่มเติม

หอมกลิ่นถิ่นอาระเบีย – บาห์เรนและเลบานอน -Khun Nadia

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “วิถีที่แตกต่างของตะวันออกกลาง – บาห์เรน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s