ดูพระอาทิตย์ตกดินที่ประเทศเดนมาร์ก

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศเดนมาร์ก เธอคือคุณ Nip และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเดนมาร์ก

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ Nip

ย้ายมาอยู่ประเทศเดนมาร์ก (Denmark)

เมือง: โคเปนเฮเกน (Copenhagen)

ภาพถ่ายจาก คุณ Nip

ยีมสอนมวยไทยในโคเปนเฮเกน

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเดนมาร์กเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเดนมาร์กครับ

ดิฉันกับสามีอาศัยใน Valby โคเปนเฮเกนมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีค่ะ จนเมื่อย่างปี 2015 ครอบครัวดิฉันขนของย้ายออกจากเดนมาร์กเพื่อมาอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ครอบครัวเราก็ยังทำงานและ ทำธุรกิจในเดนมาร์กเหมือนเดิมเพราะเงินเดือนในเดนมาร์กค่อนข้างสูง ธุรกิจผลกำไรก็โอเค นั่นคือข้อดี ปัจจุบันครอบครัวของพวกเราก็ยังทำงานและทำธุรกิจในเดนมาร์กเหมือนเดิมถึงจะย้ายออกมาอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ตามที แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่าไม่เคยคิดที่จะมาอาศัยถาวรในเดนมาร์กเลย หลักๆคือส่วนตัวคิดว่าค่าครองชีพก็สูงมากในโคเปนเฮเกน ทั้งเดนมาร์กภาษีก็ไม่ใช่จะถูก ย้อนกลับไปดิฉันชอบประเทศไทยมากกว่า แต่ที่ตัดสินใจขอวีซ่าและทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ตัวเองได้มีสิทธิ์อยู่ในต่างประเทศก็เพราะตั้งครรภ์ค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อนคบกับแฟนใหม่ๆดิฉันไม่เคยคิดที่จะขอวีซ่าเพื่อที่จะมาอาศัยในต่างประเทศเลย ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์กหรือประเทศไหนๆก็ตาม ดิฉันเลือกที่จะเดินทางด้วยวีซ่าเยี่ยมเยือมมาโดยตลอด 7-8 ปีเต็ม ไทย 3 เดือน เดนมาร์ก 3 เดือน ทำแบบนี้มาโดยตลอดเพราะกลัวการมาอยู่ต่างประเทศมาก กลัวมาแล้วลำบากเหมือนในข่าว กลัวโดนผู้ชายหลอก กลัวมาแล้วอดอยากแล้วจะดิ้นรนเกินตัว กลัวไปหมด จนมาวันนึงทราบว่าตัวเองตั้งท้องและนั่นละค่ะ คือจุดเริ่มต้นของคำถามที่ว่า “ดิฉันมาอยู่เดนมาร์กเพราะอะไร” ตอบได้เต็มปากค่ะว่ามาเพราะลูก เพราะตั้งแต่ที่ดิฉันทราบว่าตัวเองตั้งท้องสิ่งแรกที่คิดในหัวคือคงไปๆมาๆไม่ได้แล้วหล่ะคงต้องมาอยู่ถาวรปกติเหมือนคนอื่นๆเค้าซะที เพราะในความคิดของดิฉันกับสามี ลูกเจริญเติบโตในเดนมาร์กน่าจะดีกว่าในประเทศไทย อยากให้ลูกเติบโตในเดนมาร์กเพราะ ในเดนมาร์กมีการศึกษาที่มั่นคงและลูกๆจบมาแล้วไม่ว่าเค้าจะย้ายไปอยู่ประเทศไหน อย่างน้อยๆวุติการศึกษาก็สามารถรับรองการทำงานและใช้สมัครงานได้จริงในหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพราะโรงเรียนที่นี่ค่อนข้างเหมือนในหลายๆ ประเทศในยุโรป มีมาตรฐานพอสมควร ซึ่งจะต่างจากการศึกษาที่ % ส่วนมากในเมืองไทยที่พอย้ายไปต่างประเทศอย่างมากก็ได้แค่เทียบวุติ และก็มีน้อยมากที่วุติไทยในบางสายอาชีพจะสามารถใช้เอาไปยื่นสมัครงานดีๆและเริ่มทำงานได้เลยในหลายๆประเทศโดยที่ไม่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในประเทศนั้นๆ และอีกอย่างคือประชากรที่นี่ได้รับสวัสดิการที่ดี ทั้งยังเป็นประเทศเล็กๆที่เคยติดระดับ 1-5 ของโลกที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลกซะด้วยซ้ำไป เลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อยากมาอยู่ค่ะ การศึกษาและ สวัสดิการที่ดีและมั่นคงดิฉันมองว่ามันสำคัญมากกับครอบครัวที่มีบุตรอย่างดิฉัน

โบสโบราณในเมืองโคเปนค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

จังหวัดบ้านเกิดของดิฉันคือ อุดรธานีค่ะอำเภอเล็กๆนอกตัวเมือง ในวัยเด็กช่วงแรกๆทุกอย่างก็โอเค แต่มีอยู่ช่วงเวลานึงที่ชีวิตต้องดิ้นรนกันสุดๆทั้งๆ ที่ยังเด็กอยู่ จ-ศ ไปโรงเรียน ส-อา รับจ้างรายวัน กว่าจะเรียนจบมาได้ เพราะหลังจากที่พ่อและแม่แยกทางกันดิฉันก็เหมือนต้องช่วยตัวเองไปด้วย พึ่งแม่ไปด้วยระหว่างเรียน และ สมัยก่อนแม่คือเสาหลักและ เงินเดือนแม่ก็ไม่ได้มากมายในสมัยนั้นค่าเงินก็ไม่ได้เยอะ และพอเรียนจบก็ย้ายเข้าไปอยู่ในกรุงเทพบ้างเป็นพักๆ หางานทำ ซักพักก็กลับอุดร คือ ไปๆ มาๆ ทำงานในเมืองบ้าง บ้านนอกบ้างสลับปรับเปลี่ยนกันไป แต่ช่วงที่ทำงานก็ทรงตัวระดับนึงค่ะก็ไม่ได้ลำบากมากมายอะไรเหมือนสมัยวัยเด็ก

วิวรุ้งกินน่ำหลังบ้านค่ะ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศเดนมาร์กครับ

ดิฉันเป็นแม่บ้านเต็มตัวมาตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้วค่ะ กิจวัตรประจำวันก็รับ/ส่ง ลูกๆเป็นหลัก ที่ไม่ได้ทำงานประจำเลยในตลอดระยะเวลาหลายปีเป็นเพราะสามีของดิฉันเป็นคนทำงานหนักเป็นทุนเดิม ทำงานทำธุรกิจ รับงานเสริมไปพร้อมๆกันหลายอย่าง เวลาสามีเลยเหลือน้อย ดิฉันเลยเป็นคนที่จะต้องให้เวลากับลูกๆ แทนตัวของสามีในส่วนที่ลูกขาดบางส่วน ทั้งในต่างแดนถ้าพ่อแม่ทำงานหนักทั้งคู่ กิจกรรมลูกๆบางบ้านก็แทบจะลดหายไปเลยทันทีอัตโนมัติ ก็จะเหลือแค่กิจกรรมวันหยุดเป็นหลัก ซึ่งจะต่างกับเมืองไทยที่มีพ่อแม่พี่น้องและญาติๆคอยล้อมรอบให้ความรักกับเด็กๆได้แทบตลอดเวลาได้ไม่เคยขาด จะต่างกับชีวิตโดดเดี่ยวสำหรับคนที่นี่มากๆ ส่วนอาชีพในเดนมาร์กที่เคยทำจะเป็นทางบิ้วตี้ค่ะ แต่ก่อนที่จะมีลูกๆและก่อนที่จะย้ายมาอาศัยอยู่สวีเดนชั่วคราวดิฉันเคยได้ใช้พื้นที่ภายในเขตบ้านเปิดกิจการเล็กๆเป็นอาชีพเสริมในเวลาว่าง เช่น สปาผิว, ขัดผิว, นวด, แว็ก, ต่อผม, ต่อขนตา, ทำเล็บฯ ทำความสะอาด เคยทำแค่นั้นค่ะในวันว่าง นอกเหนือจากเวลาว่าง ดิฉันก็เข้าโหมดแม่บ้านตามเดิมค่ะ

ภาพสวนหลังบ้าน

คุณพูดภาษาเดนมาร์กได้ไหม คุณคิดว่าภาษาเดนมาร์กยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาเดนมาร์กจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ดิฉัน พูด อ่าน เขียน ภาษาเดนนิชได้ค่ะ ค่อนข้างมากและ สนทนาคล่องพอสมควรเพราะฝึกฝนมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้ 100%เป๊ะ ดิฉันขาดแกรมม่าบางส่วน ซึ่งส่วนที่ขาดน่าจะต้องไปเรียนถึงจะดีขึ้น เพราะที่ดิฉันไม่ได้เดนนิช 100% เป็นเพราะดิฉันศึกษาด้วยตัวเองมาโดยตลอด ไม่ได้มีครูสอนแต่อย่างใด ดิฉันเรียนรู้เองที่บ้าน จากการ์ตูนเด็ก ฟังเพลง และ พยายามจะสนทนากับเด็กและคนแก่อยู่ตลอดเวลา อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นแหละค่ะว่าดิฉันไม่เคยคิดที่จะมาอาศัยถาวรที่นี่จนวันที่ตั้งครรภ์ ฉะนั้นการมาเดนมาร์กในทุกๆ 3 เดือนของดิฉันเมื่อ 10 ปีก่อนตลอดระยะเวลาหลายปีเต็มแน่นอนมันคือวีซ่าเยี่ยมเยือน ซึ่งวีซ่าตัวนี้ไม่สามารถใช้สิทธิในการเข้าศึกษาฟรีและขอสวัสดิการได้ ดิฉันเลยต้องศึกษาด้วยวิธีนี้ อังกฤษดิฉันก็ศึกษาเอง ย้อนกลับไปเมื่อตอนคบกับสามีใหม่ๆ ดิฉันไม่ได้ภาษาอังกฤษเลยแม้แต่ประโยคเดียว ที่ดิฉันเข้าใจคือ yes/no/ok แต่ไหนๆ ก็เลือกที่จะคบต่างชาติแล้วมันก็ไม่มีทางเลือก ดิฉันก็ใช้เวลาทุ่มไปกับการอ่านหนังสือเพื่อศึกษาอังกฤษ 2 เดือนเต็ม และพอพ้นปัญหาตรงนั้นมาได้ ดิฉันก็ต้องมาตกใจกับภาษาเดนนิชเป็นครั้งที่ 2, เดนนิชเป็นภาษาที่ชาวเดนมาร์กใช้สนทนากัน ซึ่งมันยากมากในสายตาของดิฉันในช่วงแรกๆ

พ่อ แม่ ลูก กิจกรรมคลายร้อนค่ะ ว่ายน้ำกันที่บ้าน

แต่ด้วยที่ไม่มีทางเลือก ไม่ต่างกับตอนมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษเลย ไม่มีทางเลือกเช่นเดียวกัน ดิฉันก็เลยลองชั่งใจตัวเองดูอีกรอบว่าจะทำได้ไหมและเพื่อที่จะเอาชนะคำดูถูกของคนไทยในต่างแดนบางคนด้วยซึ่งดิฉันไม่ขอเอ่ยชื่อ เค้าเคยดูหมิ่นดิฉันทางอ้อมไว้ว่า “น่าจะขอวีซ่ามาอยู่แบบพวกพี่ จะได้ไปเรียนภาษา มาหัดเองแบบนี้ ไม่มีทางเป็นหรอก มันยากนะหนู” แต่รู้ไหมคะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่คนเราทำไม่ได้หากมีความตั้งใจจริง ดิฉันสามารถศึกษาภาษาเดนนิชได้ด้วยตัวเองภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี และสนทนาคล่องในช่วงปีเศษ ซึ่งทุกคนตกใจเพราะขนาดคนที่มีครูสอน เค้ายังว่ายาก และบางคนใช้เวลาในโรงเรียนมากกว่า 1 ปีในการเรียนด้วยซ้ำ แต่ดิฉันเรียนเองใช้เวลาแค่ 1 ปี บางคนเค้าก็ไม่เชื่อ คิดว่าดิฉันโม้ รวมๆคือประมาณ 2 ปีนั่นคือเวลาที่ดิฉันใช้ในการศึกษาให้ตัวเองและสามารถสนทนากับคนอื่นๆได้ ยากมากแต่ภูมิใจค่ะ ตั้งแต่นั้นมาดิฉันก็พัฒนามาเรื่อยๆกับญาติและคนรอบข้าง ยกเว้นเพื่อนและสามี ดิฉันชินมากกับการคุยอังกฤษกับพวกเค้า คงเป็นเพราะแต่ก่อนเดินทางบ่อย เลยไม่ตื่นเต้นที่จะคุยเดนนิช ดิฉันจะใช้เดนนิชกับเด็กๆและคนสูงอายุเพราะส่วนมากคนแก่เค้าสื่อสารอังกฤษกันไม่ได้ ส่วนนอกเหนือจากภาษาเดนนิชและอังกฤษแล้วส่วนตัวดิฉันก็พอจะ ฟัง อ่าน เขียน และ พูดภาษาสวีเดนได้แค่พอประมาณบ้าง เพราะเคยไปศึกษามาประมาณ 3 เดือนในช่วงที่ดิฉันว่างจากการเลี้ยงลูก เป็นโรงเรียนสอนภาษาฟรี ดิฉันเลยลองไปดู เลยพอได้ภาษาสวีดิชมาบ้างพอเข้าหู ไม่ถือว่าสนทนาได้ดีแต่ก็เข้าใจบ้างค่ะ

ลูกชายช่วยทำกับข้าวค่ะ ถ่ายที่ทางใต้สวีเดน

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนเดนมาร์ก แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ถามว่ายากในการปรับตัวไหม ไม่ค่อยค่ะ หากปกติในไทยคุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตมีกฏมีเกณฑ์ให้ตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ที่ไม่ใช่หลักลอยไปวันๆมันจะไม่ยาก ทั้งปกติดิฉันก็เป็นคนพูดโผงผางอยู่แล้วค่อนข้างที่จะกล้าคิดกล้าทำกับคนแปลกหน้า พูดค่อนข้างตรงเลยไม่ต้องได้ปรับอะไรมาก ตอนที่ดิฉันมาเหยียบเดนมาร์กใหม่ๆภาษาอังกฤษของดิฉันก็เข้าขั้นที่ถือว่าโอเคแล้ว การปรับตัว สังคม การเข้ากับผู้อื่นรอบข้างมันเลยไม่ค่อยเป็นปัญหา เป็นคนสนุกสนานเฮฮาบ้าๆ บอๆอยู่แล้ว ซึ่งจุดนี้มันทำให้ดิฉันเข้ากับเพื่อนๆต่างชาติได้ง่ายทุกคน และเรื่องการนัดหมายสำหรับต่างชาติส่วนมากไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนๆเค้าถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่านัดใหญ่หรือเล็ก อย่างที่ทุกๆคนรู้ๆกันว่าทั่วๆไปนิสัยของต่างชาติ คือ นัดปุ๊ป เค้าล็อควันให้เราปั๊ป การผิดนัดหรือมาสายมากๆเลยถือว่าน่าเกลียดมากๆ ในการใช้ชีวิตกับเพื่อนร่วมโลกที่นี่สำหรับดิฉัน ถ้าบอกมาก็มา บอกกี่โมงก็คือเป๊ะๆซึ่งดิฉันก็เคารพในจุดนี้เสมอมา ไม่ฉุกเฉินจริงๆดิฉันจะไม่ผิดคำพูดทั้งกับเพื่อนและครอบครัวทุกอย่างมันเลยดูราบรื่นในการปรับตัว ถ้าจะมีอายบ้างมาช่วงแรกๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องอายุและการติเตือนผู้สูงอายุค่ะ นั่นคือเรื่องยากในการปรับที่ดิฉันคิดว่ายากตอนมาใหม่ๆเพราะที่ประเทศไทย พวกเราโดนปลูกฝังมาให้เคารพผู้ใหญ่ในระดับที่ล้นเกินไป ล้นจนบางทีผู้ใหญ่ผิดเด็กก็ไม่มีสิทธิ์ว่าก็เห็นมาเยอะ ตอนนั้นย้อนกลับไปตอนมาใหม่ๆดิฉันยังไม่ชินที่จะตบหัวเพื่อนเล่น เช่นเพื่อนอายุเหยียด 50 เป็นต้น ฮ่าๆ หรือเวลาผู้ใหญ่ในบ้านหรือญาติทำผิดก็ตินิดๆ จบ ไม่กล้าติตรงๆ นั่นคืออายช่วงแรกแต่พออยู่นานไปเราเริ่มจะเข้าใจการใช้ชีวิตของที่นี่มากขึ้นว่าไม่ว่าคนๆนั้นเค้าจะอายุเท่าไหร่ หากเค้าผิดเรามีสิทธิ์ตักเตือนเค้า 100% และหากเราคือเพื่อนกันไม่ว่าจะอายุห่างกันแค่ไหนเราก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้เพราะเพื่อนคือเพื่อน มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและมีสิทธิ์ที่จะทำเท่ากัน อายุไม่เกี่ยว ซึ่งดิฉันชอบในจุดนี้มากค่ะ แค่ช่วงที่มาแรกๆคิดว่าเป็นอะไรที่ยากที่จะปรับเพราะอายนิดหน่อย ก็ตั้งแต่เด็กดิฉันโดนปลูกฝังมาอีกแบบ พอมาเห็นสังคมข้างนอกในที่ๆเจริญแล้ว เลยทำให้เขินๆ

ถ่ายตอนไปแค้มปิ้งที่ทะเลสาบค่ะ

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

มีค่ะ ค่อนข้างเยอะเลยแหละในโคเปน สงสัยอาจจะเป็นเพราะทุกๆเมืองในเดนมาร์กขนาดย่อมเยาด้วยมั้งคะ ประเทศเค้าเล็กมากไปไหนมาไหนก็แทบจะเหยียบเท้ากันเลย เหมือนก้าวขาออกบ้านทีไรยังไงก็เจอคนไทยคนเอเชียระหว่างทาง ดิฉันก็มีคบพอประมาณค่ะ ปันจุบันไม่นิยมคบเยอะค่ะ ปวดหัว ไม่รู้สิดิฉันเจอมาเยอะเจ็บมาเยอะ กับการกระทำของเพื่อนคนไทยในต่างแดนเลยเลือกคบน้อยๆ ส่วนชีวิตของคนที่ดิฉันไม่รู้จักมันคงจะตอบและอธิบายเป็นตัวหนังสือยาก เอาเป็นว่าดิฉันขอเล่าเอาแค่พอเป็นตัวอย่างและแง่คิดกับกรณีของครอบครัวคนรอบข้างที่เคยคลุกคลีและเห็นกับตามาจริงก็แล้วกันนะคะ ดิฉันเห็นชีวิตเมียฝรั่งที่นี่หลากหลายแบบ ในแบบที่บางทีดิฉันก็แอบปลื้มใจแทนเพราะสามีเค้าดีมาก ดูแลภรรยาดีมาก แต่อีกมุมบางคนมาแล้วก็ไม่ได้มาสบายอย่างใครๆคิด ผู้หญิงไทยบางคนมาลำบากมากจนบางทีเพลอนึกไปว่านี่ละครหรือ ชีวิตจริง

ถ่ายที่สะพานข้ามฝั่ง เดนมาร์ก-สวีเดน

ดิฉันขอยกเป็นข้อย่อยตามที่ดิฉันเคยพบเจอมา (ขออนุญาติเจ้าของเรื่องมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

1.1 บ้านที่ 1 สามีบ้าอำนาจใส่ภรรยา ปฎิบัติกับภรรยาเยี่ยงคนใช้ ดีกับภรรยาแค่เวลาล่อใช้และเวลาเค้าอารมณ์ดี ภรรยาอยากได้อะไรต้องแบมือขอแล้วขออีกถึงจะได้ ทั้งๆที่บางทีเงินก็คือเงินที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของภรรยาเอง ต่างกับคนใช้ก็แค่คนใช้โดนจิกหัวแต่ได้เงินเดือน แต่ภรรยาผู้แสนดีไม่ได้ แต่ได้คำดุด่าคำดูถูกเวลาทะเลาะกันแรงๆ และการตบหัวแล้วลูบหลังแทนเงิน ผู้หญิงไทยคนนี้เค้าน่าสงสารมากๆ แต่ผู้หญิงเค้ามองไม่ออกค่ะ เค้าเชื่อว่าฝรั่งรักเค้ามาก

1.2 บ้านที่ 2 ภรรยาไม่สามารถทำอาหารที่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นในเขตบ้านได้ สามารถซื้อน้ำปลาและปลาร้าติดครัวได้ แต่จะทำกินได้ก็ต่อเมื่อสามีออกนอกบ้านไปแล้วเท่านั้น! และหากภรรยาอยากชวนเพื่อนเข้าบ้านมาทานข้าว ห้ามทำเมนูที่มีกลิ่นของน้ำปลาหรือปลาร้าเด็ดขาด ทำได้แค่เมนูที่สามีทานได้ หรือเมนูที่มีกลิ่นหอมเท่านั้น หากภรรยาทำอาหารที่มีกลิ่น หลังจากแขกกลับบ้านสามีจะทั้งด่าและดูถูกต่างๆนานา ด่าว่าผู้หญิงไทยคนนี้ เหมือนนิยายน้ำเน่าอ่ะค่ะ เห็นแก่ตัวมากๆฝรั่งคนนี้

ย่างปลาที่ตกได้ขณะไปแค้มปิ้งค่ะ

1.3 บ้านที่3 สามีติดแอลกอฮอล์ ต้องดื่มเช้า/เย็น ความรักและการดูแลมองเผินๆคู่นี้เค้าน่ารักดีค่ะแต่ข้อเสียคือสามีหากเหล้าหมด ซื้อเหล้าซื้อเบียร์เข้าบ้านได้ ไม่เคยขาด แต่!! หากภรรยาอยากได้อะไรอยากกินอะไรแพงๆแทบจะต้องก้มกราบสามีถึงจะซื้อให้ เบสิคทั่วไปตามที่เห็นอย่างมากก็แค่พาซื้อของกระจุกกระจิกบ้าง ไม่ลดราคาก็ไม่อยากจะพาภรรยาไป เป็นต้น คือรวมๆดิฉันหมายถึงเค้างกกับภรรยามากทั้งๆที่เค้ารักแต่ดันทุ่มไปกับเหล้าและเบียร์ได้ ประมาณนั้น

1.4 บ้านที่ 4 หารทุกอย่างในบ้านทั้งๆที่รายได้ภรรยาไม่ได้มากมายอะไร ดิฉันเข้าใจว่าการหารมันคืออะไรที่เบสิคมากๆของคู่ชีวิต มีสุขร่วมเสพ ดิฉันเข้าใจ แต่การหาร ณ ที่นี้ ดิฉันหมายถึงหารแบบเอาแต่ได้ เห็นแก่ตัวเกินงาม หารสองหมด ยกเว้นอาหารไทย หากผู้หญิงเงินช็อตหรือเงินไม่พอผู้หญิงต้องไปหยิบยืมจากเพื่อนรอเงินเดือนออกค่ะไม่งั้นก็ไม่มีค่าอาหารไทย ถ้าหายืมไม่ได้ก็ต้องทนทานอาหารที่สามีทานเพราะผู้ชายแทบจะไม่ออกอะไรเลยที่เกี่ยวกับอาหารไทย เค้าบอกภรรยาเสมอว่ามันไม่ใช่อะไรที่เค้าชอบกิน แต่ทุกครั้งที่ผู้หญิงทำ ผู้ชายดันกินด้วยนะ คือผู้ชายวันๆเค้าแทบไม่ได้เสียเงินไปกับค่าอาหารเลย ก็เหมือนครอบครัวทั่วไปที่กินข้าวพร้อมหน้ากันแต่ไม่อยากออกเงินค่าอาหาร งงไหมคะ และมองเห็นความเห็นแก่ตัวไหมคะ? เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าที่ต่างคนต่างอยู่เพราะต้องพึ่งพาอาศัยกัน แต่ผู้หญิงรักเค้านะคะอาจจะเพราะมีลูกด้วยกันแล้ว 1 คน อันนี้ดิฉันก็ไม่ทราบ

สังเกตุไหมคะว่าดิฉันยกมาเล่าเฉพาะบ้านที่มีข้อเสีย? เพราะดิฉันอยากเตือนสติหลายๆคนในนี้ที่ต้องการจะมีสามีต่างชาติว่าให้ดูกันนานๆดูเค้าดีๆ ถ้าคุณคบกันแค่ผาดผิว คบกันระยะเผาขนแล้วมาแต่งมาร่วมชีวิตกันเลยเพียงเพราะคุณหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ขอให้คุณอ่านด้านบนเพื่อเป็นอุทาหรณ์นะคะว่าชีวิตมันยิ่งกว่าละคร และทุกบ้านที่ดิฉันเล่าไม่มีปรุงแต่ง มันคือเรื่องจริงที่ดิฉันเห็นสามีต่างชาติเค้าปฏิบัติจริงกับผู้หญิงไทยแบบพวกเรา ดิฉันไม่ได้บอกว่ามาแล้วจะเจอแต่คนไม่ดี หรือดิฉันยังไม่ได้พูดว่ามีแค่ต่างชาติที่กระทำกับคนไทย ผู้หญิงไทยมากระทำกับต่างชาติก็เยอะค่ะ เล่นชู้ หลอกลวง ขโมยเงิน เป็นต้น แต่ดิฉันไม่อยากเล่านอกประเด็น อย่างที่เกริ่นข้างต้น คนดีก็มีเยอะค่ะ สามีบางคนก็ดีมาก แต่ดิฉันอยากเล่าข้อเสียของต่างชาติ เพียงเผื่อเตือนสติคนไทยที่ยังไม่พลาดค่ะว่าดูนานๆอย่ามองแค่ภายนอก ก่อนมาอยู่จริงแน่นอนทุกอย่างดี เลิศหรู ดั่งเจ้าหญิง แต่มาอยู่จริงมันต่างกันกับตอนคบเป็นแฟนมากนะคะสำหรับบางคู่

ภาพในฟาร์มระหว่างทางเข้าบ้าน

อะไรที่คนเดนมาร์กชอบ และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายเดนมาร์กเป็นอย่างไร ผู้หญิงเดนมาร์กเป็นอย่างไร และครอบครัวของคนเดนมาร์กเป็นอย่างไร

ก็หลากหลายนะคะ คงพูดไม่หมด แต่เด่นๆเลยคือขนมหวานที่เรียกว่า Liquorice ชอบเด็กยันผู้ใหญ่ มีหลากหลายรสชาติ รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ Ligurice คนจะนิยมมาก ต่างประเทศก็นิยมนำไปจำหน่ายในประเทศของเค้าค่ะ ทั้งเดนมาร์กจะเด่นเรื่องทำคุ้กกี้และเค้กค่ะ เพราะเนยเค้ารสกลมกล่อมมาก เอาตรงๆขนาดในช่วงที่ดิฉันย้ายมาอยู่สวีเดน ดิฉันยังไม่ทานเนยของสวีเดนเลย ลองหลายยี่ห้อมากแต่ก็ไม่อร่อยเท่าเนยในเดนมาร์ก ดิฉันเคยคุยกับเพื่อนต่างชาติที่ไม่ใช่คนเดนมาร์กเรื่องเนยเวลาเค้าข้ามฝั่งไปทำธุระที่เดนมาร์ก เค้าก็นิยมซื้อเนยจากที่นั่นมาทานเหมือนกันค่ะ

ผู้ชายเดนมาร์กก็ไม่ต่างกับผู้ชายทั้งหมดในโลกค่ะ มีดี เลว ชั่ว เหมือนๆกัน แล้วแต่ว่าดวงคุณจะไปเจอคนประเภทไหน แต่ผู้หญิงเดนมาร์กจะชัดเจนมากค่ะ 70% นิยมทำสวยก่อนเลยเป็นอันดับแรก แทบจะทุกคนที่ดิฉันพบเจอมาในระยะเวลาสิบกว่าปี เด่นเลยคือทำเล็บ/ขนตา/สักคิ้ว ก็เหมือนๆผู้หญิงในยุโรปทั้งไปแหละค่ะ แต่พอพูดถึงผู้หญิงเดนมาร์กดิฉันก็นึกถึงแต่เรื่องนี้เพราะเรื่องนิสัยใจคอการกระทำและครอบครัวผู้หญิงเดนมาร์กก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงทั้งหมดในโลกนี้ และเรื่องที่ว่าแฟร์ไม่แฟร์ เอาแต่ใจไม่เอาแต่ใจ ใส่ใจดีไหม บลาๆ ดิฉันไม่พูดถึงทั้งในส่วนของผู้หญิงและผู้ชายเป็นเพราะอย่างข้างต้นที่กล่าวค่ะมันแล้วแต่ว่าคุณจะไปเจอคนประเภทไหน การที่เค้าเป็นต่างชาติ หัวทอง ตาฟ้า มันไม่ได้บ่งบอกหรือ ตัดสินได้ว่าเค้าเหล่านั้นรักครอบครัวมากกว่าคนไทยไหม หรือน่าคบมากกว่าคนไทยไหม แค่คุณคลิกกับคนประเภทไหน เจอคนประเภทไหน ณ ตอนนั้นละค่ะคุณถึงจะทราบด้วยตัวเอง ว่าคนประเทศนั้นเป็นคนยังไง การที่จะเอาชื่อของประเทศ มาบอกนิสัยของคนประเทศนั้นๆถึงแม้จะเป็นการพูดใน % ส่วนมากที่เกิดขึ้นจริง มันก็ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดได้ง่ายๆ ว่าคนในประเทศนั้นมีนิสัยอย่างนั้นอย่างนี้ ฉะนั้นเวลาเรากล่าวถึงประเทศ เราจึงไม่ควรที่จะบอกว่า “คนประเทศ ….. เป็นคนประเภทไหน” เพราะสันดานลึกๆของมนุษย์ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน เติบโตมาจากสังคมแบบไหน เค้าก็สามารถทำเลวกับคุณได้ ชื่อประเทศตัดสินนิสัยของคนในประเทศไม่ได้ค่ะ ถึงจะใช้คำว่า “ส่วนมาก” ก็ตามที เป็นต้น

ทะเลที่เมือง Simrishamn ค่ะ

และเรื่องครอบครัวมีทั้งดีไม่ดีเหมือนกันค่ะ แต่เด่นๆที่จะต่างจากครอบในไทยหน่อยก็จะเป็นเรื่องความยุติธรรมและการเอาใจใส่ครอบครัว ไล่ไปจากเด็กถึงผู้ใหญ่ดิฉันไม่ค่อยจะเห็นว่าถ้าเด็กคนนึงได้ แล้วเด็กอีกคนจะไม่ได้ เป็นต้น แต่ดิฉันคงไม่ลงรายละเอียดเพราะการลงรายละเอียดตรงนี้มันอาจจะทำให้คนอ่านคิดต่างได้ว่าดิฉัน attract การเลี้ยงบุตรหรือการเอาใจใส่ครอบครัวในประเทศไทย เพราะคนเล่าคือดิฉันซึ่งดิฉันเป็นหนึ่งในคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศ การพูดน้อยเรื่องนี้ดิฉันว่าน่าจะดีที่สุด เอาเป็นว่าส่วนมากเค้าใส่ใจครอบครัวตัวเองเป็นที่สุดค่ะ แต่จะเสียเรื่องการช่วยเหลือคนรอบข้าง น้อยมากที่เค้าจะช่วยเหลือกันยามมีปัญหาส่วนตัวได้เหมือนครอบครัวในประเทศไทย อยู่ใครอยู่มัน เอาตัวรอดใครมัน เอาเป็นว่าดิฉันขอพูดแค่นี้ค่ะเพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับผู้อ่าน

ลูกชายตกปลาตอนไปแค้มปิ้งที่สวีเดนทางใต้ใน Svalöv, Skåne ค่ะ

ค่าครองชีพที่เดนมาร์กเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่เดนมาร์กค่อนข้างสูงค่ะ ทุกอย่างแพงแทบจะทุกสิ่งเลย ไม่เหมือนบางประเทศที่แพงอย่างถูกอย่างซะส่วนมาก ทั้งภาษีก็เยอะ โหด ภาษีเรทสูงไม่พอ โดยเฉพาะรถยนต์ภาษีจะสูงที่สุดในเดนมาร์ก แค่รถยนต์คันเล็กๆก็แพงแล้ว แต่ตามเมืองชนบทค่าครองชีพโดยรวมจะถูกค่ะ บ้าน ค่าเช่า อาหาร ราคาพอฟัง ก็คงจะเหมือนๆกับหลายๆประเทศที่ถึงประเทศนั้นๆจะค่าครองชีพสูง แต่ตามชนบทรายจ่ายก็มักจะพอฟัง แต่ถึงค่าครองชีพที่เดนมาร์กจะสูงแต่รายได้ในประเทศค่อนข้างดีค่ะ แค่เสียภาษีเยอะแค่นั้นเอง ประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่น้อยค่ะที่ยอมข้ามฝั่งข้ามมาทำงานในเดนมาร์ก เพราะเดนมาร์กถึงจะเป็นประเทศที่เล็กแต่ค่าตอบแทนรายเดือนค่อนข้างงาม ในหลายๆอาชีพค่ะ

ส่วน 3 สิ่งที่แพงในสายตาของดิฉันคงเป็น
1. ภาษีรถยนต์และจักรยาน
– ซื้อรถยนต์ในเดนมาร์กไม่ต่างกันโยนเงินลงถังขยะค่ะ มีแต่เสียกับเสีย เสียมากด้วย ภาษีแพงอย่างโหด
-จักรยานมีทั้งถูกและแพงก็จริง แต่ส่วนมากคนนิยมซื้อของแพงค่ะ เพราะ 1. ทนทาน 2. เพื่อความสะดวกในการปั่นและลดความเหนื่อยในการใช้แรง และ ที่สำคัญเดนมาร์กประชากรนิยมจักรยานมากๆ มากจนมองไปทางไหนก็มีแต่จักรยาน จักรยานเลยค่อนข้างที่จะแพง เพราะคนใช้กันเยอะมาก

2. ของใช้เด็กอ่อน ในสายตาของดิฉันของใช้เด็กของเล่นเด็กแพงมาก เงิน 1,000 โครนได้ชุดเด็กอ่อนแค่ 2-3 ชุดเอง คลอดลูกแต่ละคนดิฉันหมดไปไม่ต่ำกว่า 30,000 kr ในการเตรียมของ แต่พอเด็กโตขึ้น ของใช้และเสื้อผ้าก็จะถูกตามค่ะ

3. ค่าเช่า คอนโด/บ้าน (ในเขตเมืองหลวง) ห้องเล็กๆราคาหลักหมื่น ดิฉันคิดว่ามันเกินเหตุ ส่วนบ้านก็หมื่นอัพ พื้นที่ก็น้อย ไม่สมราคา

ส่วน 3 อย่างที่เหมาะสมกับราคา คิดไม่ออกค่ะ เพราะคิดว่าทุกอย่างแพงเกินไป สมมุติคุณทำรายได้ 100 โครน รัฐบาลเอาไปละ 60 โครน คุณเหลือแค่ 40 โครนเข้ากระเป๋า เป็นต้น ภาษีรายได้เบสิคน่าจะ 37-42% และไหนจะ mom อีก 25% ในแทบจะทุกๆอย่างที่จับจ่ายและภาษีรายย่อยอีก สรุปคือไม่ทราบค่ะว่าอะไรจ่ายไปแล้วคุ้ม เพราะในสายตาของดิฉันไม่มีอะไรถูกเลยในเดนมาร์ก แม้แต่ขนมยังแพ

จักรยานก็ถ่ายในโคเปนค่ะ

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน เดนมาร์ก ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในเดนมาร์กครับ

ข้อดี 3 ข้อ ส่วนตัวดิฉันคิดว่า

1. การศึกษา
2. สวัสดีการช่วยเหลือฯ
3. ระบบการทำงานของตำรวจ

-ข้อเสีย 3 ข้อ คงเป็น
1. ภาษีแพง/ค่าครองชีพสูง
2. ระบบโรงพยาบาลล่าช้า
3. รายได้ของต่างชาติอย่างพวกเราค่อนข้างเบสิคเกินไป

(เหมือนไม่ค่อยมีทางเลือกเหมือนเจ้าถิ่นเค้าให้เท่าไหร่ทุกคนก็อยากจะคว้าไว้ก่อนเพราะทุกคนต้องการงาน มันเลยเป็นเหมือนจุดด้อยสำหรับรุ่นหลังๆ ที่จะเข้ามา)

วิวที่ Bosarp ค่ะ

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวเดนมาร์ก

ไม่ว่าจะคู่ไหนๆไม่ว่าจะประเทศไหนดิฉันเชื่อว่าการคบกันหรือ แต่งงานกันน่าจะมีเรื่องภาษาที่ไม่แตกฉานสื่อสารไม่ลงตัวในบางเวลา วัฒนธรรมที่แตกต่าง สังคมที่แต่ละฝ่ายเติบโตมาและการใช้ชีวิตในขั้นพื้นฐานของแต่ละคน พอคนสองคนมาอาศัยร่วมกันย่อมมีปัญหาเรื่องพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องทุกคู่ ดิฉันเชื่อว่ามีสิ่งพวกนี้ อยู่ที่ว่าคู่ไหนจะปรับตัวเข้าหากันได้เร็ว และใช้เวลานานแค่ไหนในการปรับเข้าหากันคนละครึ่ง โดยเฉพาะการดูแลส่งเสียครอบครัวทางเมืองไทยบางคู่ฝ่ายตรงข้ามมักจะไม่เข้าใจในเรื่องนี้ เลยอาจจะทำให้เป็นปัญหาหลักได้สำหรับพ่อบ้านบางบ้านค่ะ

ถ่ายใน Tivoli ค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

มีค่ะ พวกเค้าทำงานและอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ คิดถึงค่ะ แต่ทุกวันนี้โซเชียลทำให้ครอบครัวได้คุยกันติดต่อกันง่ายขึ้น มันเลยไม่ใช่ปัญหาสำหรับดิฉัน ถ้าถามว่าคิดถึงเมืองไทยไหม นอกจากครอบครัวแล้วเด่นๆ ในประเทศไทยก็คงเป็นเรื่อง อากาศ ทะเล และอาหารที่สามารถจับจ่ายได้ตามใจชอบ อยู่ต่างประเทศไม่ทำก็ไม่ได้กิน ไปซื้อเค้ากินก็รสชาติฝรั่งไม่ถูกใจตัวเอง ในประเทศไทยดิฉันชอบหมดค่ะถ้าขึ้นชื่อว่า น้ำตก ป่า เขา ทะเล ไม่ได้เน้นชอบสถานที่หรือจังหวัดเป็นพิเศษ แค่ชอบทำกิจกรรมแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับธรรมชาติค่ะ

กิจกรรมซัมเมอร์ กับเด็กๆ คือ ปลูกต้นไม้ดอกไม้กันค่ะ

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเดนมาร์กครับ

สมัยก่อนไม่เลยค่ะ ไปไหนมาไหนดึกดื่นแค่ไหนก็ไม่เคยกลัว แต่ปัจจุบันแค่กลับบ้านเกิน 2 ทุ่มก็ต้องมองซ้ายมองขวาแล้วค่ะ แต่ทุกวันนี้เดนมาร์กไม่ได้ปลอดภัยเหมือนสมัยก่อนแล้ว คนที่ไม่ทราบการเป็นมาจะมองว่าเดนมาร์กปลอดภัย ใช่ค่ะ ก็ยังเรียกได้ว่าระดับนึงแต่ปลอดภัยไหม “ไม่เลย” ไปไหนทุกวันนี้ต้องระวัง โจรมีมากขึ้น บ้านคนโดนปล้นมากขึ้น คนอพยพเพิ่มขึ้น ประเทศวุ่นวายขึ้น คนจากแสกนดิเนเวียร์เข้ามาหากินมากขึ้นทำให้ประชากรโดนปล้น แม้กระทั่งตามป้ายรถเมย์ ถนนหนทาง ขณะวิ่งออกกำลังกายหรือแม้กระทั่งบนรถไฟ ในห้าง หรือแม้กระทั่งออกไปจูงหมาตอนกลางคืนทุกวันนี้ยังเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ในหมู่บ้านเก่าของดิฉันผู้หญิงโดนปล้นขณะจอดรถรอไฟเขียวโจรปล้นกลางไฟแดง นี่คือความโหดของโจรทุกวันนี้ และอีกหนึ่งเคสโจรปล้นคนท้องแก่ใกล้คลอดหน้าประตูบ้านของเธอเลยด้วยซ้ำขณะที่เธอกำลังเดินเข้าบ้าน ทั้งๆที่หมู่บ้านเดิมของดิฉันเคยเป็นหมู่บ้านที่ปลอดภัยมากๆหมู่บ้านนึงเพราะเราไม่นิยมให้มีคนซื้อหรือคนเช่าต่างชาติเลย แต่ก็ไม่พ้นมีโจรเข้ามาปล้นจะๆแบบที่ทุกคนก็งงว่าเริ่มมีโจรได้ยังไง ถ้าทุกคนมองหลักความเป็นจริงทุกคนจะโกหกตัวเองไม่ลงค่ะว่าเดนมาร์กไม่ได้ปลอดภัยน่าอยู่เหมือนสมัยก่อนแล้ว ทุกวันนี้ออกบ้านหลังพระอาทิตย์ตกทุกวินาทีคือการเสี่ยงว่าคุณจะโดนปล้นไหม นี่คือความจริงในปัจจุบันค่ะ แต่ถ้าเทียบกับสวีเดน สวีเดนน่ากลัวกว่า 3 เท่าค่ะ สวีเดนในบางพื้นที่นี่แทบจะเรียกได้ว่าออกบ้านปุ๊ปเสี่ยงเลย ต่างจากเดนมาร์กที่ส่วนมากคนจะโดนแค่เวลากลางคืนหากถึงคราวซวย แต่สวีเดนไม่ค่ะ คุณโดนได้ทุกเมื่อและฆ่ากันแทบทุกอาทิตย์ในบางพื้นที่อันตรายมากๆ แต่ข้อดีของเดนมาร์กก็คือตำรวจมีฝีมือมากๆ ข้อดีข้อนี้แหละเลยทำให้ถึงจะน่ากลัวแต่มันก็ยังไม่ที่สุด

แค้มปิ้งค่ะ ถ่ายที่ทะเลในเขตสวีเดนตอนใต้

สถานที่ไหนในเดนมาร์กที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – เดนมาร์กสวยไหมครับ

ป่าค่ะ ยิ่งขับออกจากโคเปนไปไกลเท่าไหร่ ธรรมชาติยิ่งสวย ไม่มีที่ไหนชอบเป็นพิเศษค่ะ

ถ่ายที่ป่าทางตอนเหนือของเดนมาร์กค่ะ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

เสียงเพลงและธรรมชาติค่ะ บ้านของดิฉันรักเสียงเพลงกันทุกคนเพราะสามีของดิฉันชอบดนตรีมาก เล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด การฟังเพลงการเต้นรำ พ่อ แม่ ลูก ในยามว่าง มันเลยกลายเป็นเรื่องปกติของครอบครัวเรา ส่วนกิจกรรมเวลาว่างดิฉันจะชอบวาดรูป ชอบมาก แต่ไม่ชอบให้คนดู ชอบวาดแล้วเก็บ ดิฉันเป็นด้านศิลป์มาก่อน พอเลิกไปหลังจากมีครอบครัว การวาดรูประบายสี มันเลยกลายมาเป็นกิจกรรมยามว่างแทน นอกเหนือจากวาดรูปดิฉันก็ชอบตกปลา, แคมป์ปิ้ง, เดินป่า, ออกชมนกตามจุดต่างๆกลางป่า, ดูพระอาทิตย์ตกดิน, ขับรถชมทุ่งชมสวนไปเรื่อยๆและอาบแดด เป็นต้น คือทำตามอากาศน่ะค่ะตามเทศกาลตามฤดูของปีนั้นๆ อากาศหนาวร้อนหรือเย็นเราก็สลับปรับเปลี่ยนทำไปเรื่อย แต่ก็ทำซ้ำไปซ้ำมาประมาณนี้ละค่ะ นั่นแหละคือสิ่งที่ดิฉันชอบทำ

พระอาทิตย์ตกดินที่สะพานข้ามฝั่ง เดนมาร์ก-สวีเดน ค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ ในต่างประเทศ / เดนมาร์ก จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

มันมองได้สองแง่สองมุมนะคะในเรื่องความคิดแบบนี้ ถ้าคู่ชีวิตของคุณเค้ารักคุณจริงมันก็อยู่แล้วชีวิตคุณดีขึ้นแน่นอน ดีกว่าเป็นอยู่แน่ๆ เพราะในช่วงแรกๆด้วยความที่เค้ารักพวกคุณมากนี่แหละเค้าจะไม่กดดันผู้หญิงในเรื่องอาหารไทยที่แพงหรือเธอทำงานช้า เธอได้งานช้า หรือเธอเป็นภาระหรือรายจ่ายฉันเพิ่มขึ้น เป็นต้น คุณจะไม่ได้ยินเค้าบ่นเรื่องพวกนี้เลย เรื่องพวกนี้จะไม่มีเลยในครอบครัว จะมีแต่กำลังใจให้กันและกัน (หากคุณเลือกถูกคน) แต่คนที่มีความคิดในเรื่องนี้ในด้านบวกด้านเดียวจะเจ็บหนักมากนะคะถ้าคุณไม่คิดด้านลบบ้างเผื่อในกรณีที่สองที่ว่า มันจะมีผู้ชายอีกรูปแบบนึงที่เค้าต้องการใช้ชีวิตกับผู้หญิงไทย ใช่ว่าเค้ารักคุณดั่งดวงใจไปซะทุกคนนะ มันจะมีผู้ชายบางประเภทที่ต้องการมีเมียไทยเพียงเพราะเค้าคิดว่าคนไทยควบคุมง่าย, ทำอาหารให้กินได้, ไม่เถียงมาก, ชอบตาม, ทำความสะอาดบ้านเก่ง, เป็นช้างท้ายหลังให้เค้าได้ หรือแม้กระทั่งบางคนนิสัยแย่ต้องการผู้หญิงไทยมาอยู่ด้วยเพียงแค่ฟรีเซ็กส์ เค้าคิดแค่ง่ายๆว่าจ่ายค่ากับข้าวให้มื้อละไม่กี่บาทก็ได้แม่บ้านมาคอยดูแลแถมได้เซ็กส์ บลาๆ อันนี้ดิฉันไม่ได้กล่าวว่าทุกคนจะเป็นนะคะ คนดีคนเลวมีทุกประเทศ แต่ในเรื่องความคิดที่ว่ามาอยู่ต่างประเทศแล้วชีวิตจะดีขึ้นอยากให้มองเผื่อพวกผู้ชายในประเภทที่กล่าวมาด้วย เพราะถ้าคุณไปเจอผู้ชายประเภทนั้นนอกจากชีวิตคุณจะไม่ดีขึ้นแล้วความฝันอันงดงามยิ่งห่างไกลมากจากสิ่งที่ฝัน เพราะสิ่งที่เค้าจะให้คุณได้มีแค่ อาหารกินไปวันๆและที่หลับนอนในฐานะเมีย (ในรูปแบบของพวกเค้า) ซึ่งมันจะไม่ใช่การเกื้อหนุนกันและกัน หรือการช่วยเหลือให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น และที่สำคัญหากพลาดไปเจอคนประเภทนี้ชีวิตพวกคุณคือแทบจะมองไม่เห็นคำว่าอนาคตเลย จะอยู่ไปวันๆแบบย่ำอยู่กับที่ ถึงจะรักกันดีก็รักกันในรูปแบบของการพึ่งพาอาศัยกันขั้นพื้นฐาน มันจะไม่ใช่ในแบบของการสร้างชีวิตไปด้วยกัน อย่าลืมนะคะการมาต่างประเทศชีวิตเราจะดีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณได้คู่ชีวิตที่คลิกกับคุณเอง การที่คุณมาคุณมีแค่ความพยายามและความมุ่งมานะมันจะสำเร็จช้ามากหากคู่ชีวิตของคุณไม่ยอมดิ้นรนไปด้วยกัน เพราะกว่าคุณจะไปถึงคำว่าสำเร็จได้และยืนด้วยขาของตัวเองได้ ถ้าคุณเลือกคนผิดคุณจะต้องผ่านทั้งความเจ็บปวด การหย่าร้าง และคำดูถูกต่างๆนานาจากผู้ชายที่คุณเลือก ฉะนั้นถ้าอยากจะมามีอนาคตที่ดีในแบบที่มาแล้วรู้สึกว่าเลือกไม่ผิดที่ย้ายมาอยู่ต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือการเลือกคู่ชีวิตที่เข้าใจเราค่ะ ใช่ว่าฝรั่งทุกคนจะดีเสมอไปอยากให้คิดเผื่อๆจะเจอคนในแบบที่ได้กล่าวมา

คุณ Nip

เพิ่มเติม

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

ยีมสอนมวยไทยในโคเปนเฮเกน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s