ขั้นตอนของการไปทำงานในต่างประเทศ

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ นุชนารถ วรรณขาว

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี (Italy) เมื่อปี 2011

ภาพถ่ายจากคุณ นุชนารถ วรรณขาว

สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันจะมาเล่าถึงการไปทำงานต่างประเทศอย่างไรให้ถูกกฎหมาย หากแต่งงานและย้ายไปอยู่ต่างประเทศ จะเริ่มต้นหางานได้อย่างไร

ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และค่าเงินที่แตกต่าง หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวการไปขุดทองในต่างแดน ที่มักจะมีนายหน้ามาเล่าให้ฟังอย่างสวยหรู ว่าการไปทำงานเมืองนอกนั้นสุดแสนจะสบายรายได้ดี จึงมีผู้คนจำนวนหนึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หลายปีก่อนมีข่าวการหลอกลวงคนไปทำงานเก็บผลไม้ในประเทศหนึ่งแถบยุโรป นายหน้าอ้างว่างานสบายรายได้ดี แต่หากใครมีความประสงค์จะเดินทางไปทำงาน ก็ให้จ่ายค่านายหน้าเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ก็มีผู้หลงเหลือหลายสิบรายเมื่อจ่ายเงินแล้วเดินทางไปถึงประเทศนั้นๆ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก และก็ยังมีอีกหลายๆเคสที่เกิดขึ้นมาตลอดหลายปีจนถึง
ปัจจุบัณ.

ทำอย่างไรเราถึงจะไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ วันนี้น้ำจึงนำสาระและขั้นตอนในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศมาฝากค่ะ.

การไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฏหมาย มีอยู่ห้าวิธี
1 บริษัทจัดหางานจัดส่งไป
2 กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งไปทำงาน
3 ผู้ที่จะไปทำงานติดต่อหางานเอง(ต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย15 วัน)
4 นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนเองไปทำงาน
5 นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกน้องของตนเองไปฝึกงาน

1 บริษัทจัดหางานจัดส่งไป
-บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนก็อาจทำผิดกฏหมายได้อย่าเชื่อใจง่าย ๆ บริษัทจัดหางานที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย
– ต้องแสดงใบอนุญาตการจดทะเบียนต่อกรมการจัดหางาน ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นชัด ณ สำนักงานที่ได้รับอนุญาต
– ต้องจดทะเบียนลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่ทำงานให้บริษัทไม่ใช้สายหรือเป็นนายหน้าเถื่อน
– เรียกเก็บค่าหัวตามกฎหมายและออกใบเสร็จรับเงินให้คนหางานไว้เป็นหลักฐาน
– เรียกเก็บเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 30 วันก่อนเดินทาง ถ้าไม่ส่งไปทำงานตามกำหนด ต้องคืนเงินให้ทันที

– ต้องส่งคนงานไปตรวจโรค ณ สถานพยาบาลตามที่กรมการจัดหางานประกาศรายชื่อไว้
– ต้องส่งคนหางานไปทดสอบฝีมือ ณ สถานทดสอบฝีมือตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานอนุญาต
– ต้องพาคนงานเข้ารับการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานก่อนเดินทาง
– ต้องพาคนหางานเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน

2. กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งไปทำงาน
เป็นบริการของรัฐที่ส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าบริการใด นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี สนามบิน ค่าสมาชิกกองทุนฯ ค่าที่พักสำหรับเตรียมตัวก่อนเดินทาง

สถานที่รับสมัคร
– ต่างจังหวัด สมัครได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดทั่วประเทศ
– กรุงเทพฯ สมัครที่สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ฝ่ายพิจารณาการไปทำงานตามระบบ IOM และประเทศอื่นๆ กรมการจัดหางาน โทรศัพท์ 0-245-1034 สำนักจัดหางานกรุงเทพทุกพื้นที่

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร
– รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
– ใบผ่านงาน (ถ้ามี)
– เนาหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)

ขั้นตอนการจัดส่ง
1. ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องมารายงานตัว ณ สถานที่ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบพร้อมเอกสาร ดังนี้
– รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 โหล
– หนังสือเดินทางพร้อมสำเนา 7 ฉบับ
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 7 ฉบับ
– สำเนาทะเบียนบ้าน 7 ฉบับ
– สำเนาหลักฐานทางการทหาร 7 ฉบับ
– ใบผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ (กรณีช่าง)
– ใบรับรองผ่านการตรวจโรค (ตามสถานพยาบาลที่กำหนด)
2. ไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่กองกำกับการตำรวจสันติบาล
3. ชำระเงินค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีสนามบิน ค่าวีซ่า ค่าบัตรสมาชิกกองทุนฯ ค่าที่พักชั่วคราวเพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทาง
4. เข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง
5. ทำบัตรสมาชิกกองทุนฯ
6. เจ้าหน้าที่ส่งคนงานที่สนามบิน และเมื่อถึงประเทศที่คนงานไปทำงานจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานในต่างประเทศมารับที่สนามบิน

ข้อแนะนำ
คนหางานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ควรเตรียมหนังสือเดินทางไว้ล่วงหน้า เนื่องจากนายจ้างจะพิจารณาคัดเลือกผู้มีหนังสือเดินทางก่อน

3. นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงาน
กรณีนี้นายจ้างอาจมีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้ จึงส่งคนงานที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงานคนงาน ดังกล่าวยังมีฐานะเป็นลูกจ้าง ของนายจ้างในประเทศไทยจึงได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน

4 . นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน
ลักษณะนี้นายจ้างต้องขออนุญาตพาลูกจ้างในโครงการส่งไปฝึกงานต่างประเทศหรือบริษัทแม่หรือเครือข่ายเป็นการเรียนรู้พัฒนา ฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

5. คนงานแจ้งไปทำงานด้วยตนเอง
กรณีนี้คนงานที่ติดต่อหางานต่างประเทศหรือจากคำแนะนำของญาติพี่น้อง เพื่อนหรือคนงานที่ทำงานครบตามสัญญาจ้างแล้วได้ต่อสัญญาจ้าง เมื่อเดินทางกลับมาพักผ่อนในประเทศไทย และจะเดินทางกลับไปทำงานอีกต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 10 วัน

เอกสารและของใช้ที่ควรนำติดตัวไป
– หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ให้ถ่ายสำเนาหน้าที่มีรูปถ่าย ประวัติตลอดจนหน้าที่มีวีซ่าเก็บแยกต่างหากจากพาสปอร์ตกรณีหายจะใช้เป็นหลักฐานได้
– บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ใบขับขี่ (ถ้ามี)
– หลักฐานเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร สด.9
– รูปถ่ายขาว-ดำ ขนาดต่างๆ
– สัญญาจัดหางานและสัญญาจ้างแรงงาน

ไปทำงาน
เป็นบริการของรัฐที่ส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าบริการใด นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี สนามบิน ค่าสมาชิกกองทุนฯ ค่าที่พักสำหรับเตรียมตัวก่อนเดินทาง

สถานที่รับสมัคร
– ต่างจังหวัด สมัครได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดทั่วประเทศ
– กรุงเทพฯ สมัครที่สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ฝ่ายพิจารณาการไปทำงานตามระบบ IOM และประเทศอื่นๆ กรมการจัดหางาน โทรศัพท์ 0-245-1034 สำนักจัดหางานกรุงเทพทุกพื้นที่

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร
– รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
– ใบผ่านงาน (ถ้ามี)
– เนาหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)

ขั้นตอนการจัดส่ง
1. ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องมารายงานตัว ณ สถานที่ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบพร้อมเอกสาร ดังนี้
– รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 โหล
– หนังสือเดินทางพร้อมสำเนา 7 ฉบับ
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 7 ฉบับ
– สำเนาทะเบียนบ้าน 7 ฉบับ
– สำเนาหลักฐานทางการทหาร 7 ฉบับ
– ใบผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ (กรณีช่าง)
– ใบรับรองผ่านการตรวจโรค (ตามสถานพยาบาลที่กำหนด)
2. ไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่กองกำกับการตำรวจสันติบาล
3. ชำระเงินค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีสนามบิน ค่าวีซ่า ค่าบัตรสมาชิกกองทุนฯ ค่าที่พักชั่วคราวเพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทาง
4. เข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง
5. ทำบัตรสมาชิกกองทุนฯ
6. เจ้าหน้าที่ส่งคนงานที่สนามบิน และเมื่อถึงประเทศที่คนงานไปทำงานจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานในต่างประเทศมารับที่สนามบิน

ข้อแนะนำ
คนหางานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ ควรเตรียมหนังสือเดินทางไว้ล่วงหน้า เนื่องจากนายจ้างจะพิจารณาคัดเลือกผู้มีหนังสือเดินทางก่อน

3. นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงาน
กรณีนี้นายจ้างอาจมีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้ จึงส่งคนงานที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงานคนงาน ดังกล่าวยังมีฐานะเป็นลูกจ้าง ของนายจ้างในประเทศไทยจึงได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน

4 . นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน
ลักษณะนี้นายจ้างต้องขออนุญาตพาลูกจ้างในโครงการส่งไปฝึกงานต่างประเทศหรือบริษัทแม่หรือเครือข่ายเป็นการเรียนรู้พัฒนา ฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

5. คนงานแจ้งไปทำงานด้วยตนเอง
กรณีนี้คนงานที่ติดต่อหางานต่างประเทศหรือจากคำแนะนำของญาติพี่น้อง เพื่อนหรือคนงานที่ทำงานครบตามสัญญาจ้างแล้วได้ต่อสัญญาจ้าง เมื่อเดินทางกลับมาพักผ่อนในประเทศไทย และจะเดินทางกลับไปทำงานอีกต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 10 วัน

เอกสารและของใช้ที่ควรนำติดตัวไป
– หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ให้ถ่ายสำเนาหน้าที่มีรูปถ่าย ประวัติตลอดจนหน้าที่มีวีซ่าเก็บแยกต่างหากจากพาสปอร์ตกรณีหายจะใช้เป็นหลักฐานได้
– บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ใบขับขี่ (ถ้ามี)
– หลักฐานเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร สด.9
– รูปถ่ายขาว-ดำ ขนาดต่างๆ
– สัญญาจัดหางานและสัญญาจ้างแรงงานพร้อมสำเนา – บัตรสมาชิกกองทุน
– หลักฐานเหล่านี้ควรถ่ายเอกสารให้ครอบครัวเก็บรักษาไว้ 1 ชุด

การลงทะเบียน
การลงทะเบียนผู้ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศเป็นมาตรการที่ใช้คุ้มครองคนหางานเพื่อลดปัญหาการถูกหลอกลวงโดยสาย หรือนายหน้าจัดหางาน ตลอดจนลดค่าใช้ของคนหางานในการสมัครงาน และการติดตามว่าจะได้เดินเมื่อใด

คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน
– มีสุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อร้ายแรง
– มีฝีมือในตำแหน่งที่จะลงทะเบียน
– มีความพร้อมที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ
– อายุระหว่าง 20-40 ปี

ทำอย่างไรจึงไม่ถูกหลอก
– สมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอดูจากใบอนุญาตจัดหางาน
– สอบถามเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานว่าบริษัทจัดหางานมีจริงหรือไม่
– อย่าจ่ายเงินค่าหัว จนกว่าจะทราบกำหนดการเดินทาง
– ไม่ควรจ่ายเงินค่าบริการ (ค่าหัว) เป็นเงินสด ให้จ่ายผ่านธนาคาร โดยขอคำแนะนำจากธนาคาร
– เมื่อจ่ายเงินแล้ว ให้ขอใบเสร็จรับเงินจากบริษัทไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง
– หลังจ่ายเงินแล้ว หนึ่งเดือนยังไม่ได้เดินทาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานทันที

การลงทะเบียนเพื่อไปทำงานต่างประเทศวิธีการลงทะเบียน
ไปพบเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ทะเบียนฯสำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่หรือฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน พร้อมหลักฐานดังนี้
– บัดรประจำตัวประชาชน
– หลักฐานการศึกษา
– ใบรับรองทดสอบฝีมือ

กรอกแบบลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ให้ลงทะเบียนเพียงครั้งเดียว และไม่ว่าจะลงทะเบียนที่ไหน รายชื่อของท่านจะอยู่ในศูนย์ทะเบียนคนหางานฯ กรุงเทพมหานคร เมื่อ ลงทะเบียนแล้วขอให้ท่านส่งไปรษณียบัตรถึงศูนย์ทะเบียนฯ เพื่อยืนยันความประสงค์จะไปทำงานทุกวันที่ 25 ของเดือน

การลงทะเบียนเพื่อไปทำงานต่างประเทศวิธีการลงทะเบียน
ไปพบเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ทะเบียนฯสำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่หรือฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน พร้อมหลักฐานดังนี้
– บัดรประจำตัวประชาชน
– หลักฐานการศึกษา
– ใบรับรองทดสอบฝีมือ

กรอกแบบลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ให้ลงทะเบียนเพียงครั้งเดียว และไม่ว่าจะลงทะเบียนที่ไหน รายชื่อของท่านจะอยู่ในศูนย์ทะเบียนคนหางานฯ กรุงเทพมหานคร เมื่อ ลงทะเบียนแล้วขอให้ท่านส่งไปรษณียบัตรถึงศูนย์ทะเบียนฯ เพื่อยืนยันความประสงค์จะไปทำงานทุกวันที่ 25 ของเดือน

ค่าใช้จ่ายในการไปทำงานต่างประเทศ
ค่าทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต 1,000 บาท หากประสงค์จะรับหนังสือเดินทาง ทางไปรษณีย์จะเสียค่าจัดส่งเพิ่มอีก เป็นเงิน 35 บาท (รวมเป็น 1,035 บาท) ติดต่อทำที่กองหนังสือเดินทาง กระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบันมีสถานที่ที่จะไปทำพาสปอร์ตได้ 4 แห่ง คือ

1. กรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศ เลขที่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร : 981-7170-99, 981-7200-19.
2. ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ชั้น 4 โทรศัพท์ 531-1841
3. ศูนย์การค้าอิมพีเรียลบางนา ชั้น 5 โทรศัพท์ 744-0893
4. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 8 โทรศัพท์ 884-8820-28

– ค่าตรวจสุขภาพเพื่อไปทำงานต่างประเทศไม่เกิน 1,500 บาท แต่ต้องไปตรวจในโรงพยาบาลที่กรมการจัดงานประกาศรายชื่อไว้
– ค่าทดสอบฝีมือครั้งละไม่เกิน 500 บาท หากค่าทดสอบฝีมือมีค่าใช้จ่ายสูงเกิน 500 บาท ให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการทดสอบฝีมือ เรียกเก็บได้ตามอัตราที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท
– ค่าบริการและค่าใช้จ่าย (ค่าหัว) ไปทำงานไต้หวันเสียค่าบริการและค่าใช้จ่ายไม่เกิน 56,000 บาท
– ไปทำงานประเทศอื่นๆ เสียค่าบริการเท่ากับค่าจ้าง ที่ท่านได้รับไม่เกิน 1 เดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการจัดส่งไม่เกิน 15,000 บาท
– ถ้าท่านไปทำงาน สิงคโปร์ เงินเดือน 8,000 บาท บริษัทจัดหางานจะเก็บได้ไม่เกิน 8,000 + 15,000 = 23,000 บาท

แหล่งข้อมูล : สำนักบริหารแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ (สรต.) กรมการจัดหางาน

เมื่อเราได้ข้อมูลที่ถูกต้องในการไปทำงานในต่างแดน ก็จะต้องมีการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ แล้วเราจะไปฝึกได้ที่ไหนมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ฝึกแล้วได้อะไร? หลายคนอาจมีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้น

เราสามารถเข้ารับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานได้ตามสถานที่ ที่กรมฝีมือแรงงานได้จัดใว้ให้ซึ่งก็มี การฝึกอบรมในหลายสาขาอาชีพ

แล้วเราจะไปฝึกได้ที่ไหน จะทราบได้อย่างไรว่าที่ไหนมีการจัดอบรมฝีมือแรงงาน?

ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ตามรายระเอียดได้ตามที่อยู่และเบอร์โทรนี้ค่ะ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค

หน่วยงานหมายเลขติดต่อสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 1 (สมุทรปราการ) 0 2315-3780-89สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 3 (ชลบุรี) 038 276 – 827สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 4 (ราชบุรี) 032 337 – 612สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 (นครราชสีมา) 044 412 – 011สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานงานภาค 6 (ขอนแก่น) 043 237 – 802สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 (อุบลราชธานี) 045 311 – 650-6สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 8 (นครสวรรค์)056 255 – 459สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 9 (พิษณุโลก) 055 299 – 270-9สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 10 (ลำปาง)054 218 – 679สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 11 (สุราษฎร์ธานี)077 211 – 505-7สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 12 (สงขลา) 074 336 – 050

ถามว่าถ้าแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติแล้วต้องย้ายถิ่นฐานติดตามสามีไปอยู่ต่างประเทศ อยากหางานงานทำ ควรเริ่มต้นตรงไหน?
1 ควรเริ่มจากการฝึกภาษาให้ได้ก่อนเพราะภาษาจะช่วยให้คุณเข้าใจในเนื้องานที่ทำมากขึ้น
2 ก่อนเดินทางมาต่างประเทศ ดิฉันแนะนำให้ไปฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ในสาขาที่คุณชอบหรือถนัด เพราะใบรับรองจากกระทรงแรงงาน จะช่วยให้คุณหางานได้เร็วขึ้น และจะได้รับพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เพราะมีหนังสือรับรองที่สามารถเชื่อถือได้ว่าคุณจะทำงานได้ตามที่ทางบริษัทห้างร้านนั้นๆต้องการจึงง่ายต่อการสมัครงาน หากไม่มีหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการอบรม จากกระทรงฝีมือแรงงานสามารถหางานทำได้ไหม ได้ค่ะแต่ไม่ค่อยจะผ่านการพิจารณาหรือจะได้รับพิจารณาในลำดับท้ายๆ ดังนั้นหากคุณต้องการไปทำงานต่างแดนไม่ว่าในสถานะไหน หนังสือรับรองแรงงานมีผลในการหางานอย่างแน่นอนค่ะ

นอกจากช่วยให้หางานง่ายขึ้นแล้วหนังสือรับรองจากกระทรงแรงงาน ยังสามารถใช่ในการประกอบธุรกิจ ได้ด้วยค่ะ

แรงงานประเภทไหนที่สามารถหางานได้ง่ายในต่างประเทศ ก็ต้องบอกว่าเป็นสายงานบริการ เช่น พนักงานนวดแผนไทย นวดสปา พนักงานเสิร์ฟ เชฟอาหารไทย พนักงานทำความสะอาดและอื่นๆ

ที่กล่าวมาทั้งหมด ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชต่อเพื่อนและผู้อ่านทุกท่านค่ะ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการทำงานในต่างแดน

คุณ นุชนารถ วรรณขาว

เพิ่มเติม

การใช้ชีวิตในมิลาน อิตาลี

เมื่อคุณมาถึงประเทศอิตาลีใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิตาลี

 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่ อย่างต่อเนื่อง

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s