การใช้ชีวิตในกรุงโรม อิตาลี

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศอิตาลี เธอคือคุณ Sarinya Chitpimonwat และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศอิตาลี

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Sarinya Chitpimonwat  – ชื่อเล่น โม

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี (Italy)

เมือง: เจโนวา (Rome)

ภาพถ่ายจาก คุณ Sarinya Chitpimonwat

Facebook Page: Viva Diva by Sarinya

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศอิตาลีเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศอิตาลีครับ

โมมาอยู่อิตาลีเพราะเจอกับสามีค่ะ มาอยู่ที่กรุงโรมค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

โมเกิดและเติบโตที่จังหวัดอุบลราชธานีค่ะ เรียนที่นั่นจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5 แล้วก็สอบเทียบและเอนทรานส์ติดที่มหาวิทยาลัยศิลปากร จนได้ไปอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาค่ะ ตอนเด็กๆเป็นเด็กซนมากแต่ก็ฉลาดพอสมควร การเรียนอยู่ในระดับดีมาก เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน แต่ก็ไม่ได้เป็นเด็กเคร่งเรียนอะไร คือก็ยังเที่ยวผับเที่ยวเธคเหมือนวัยรุ่นทั่วๆไป แต่การเรียนก็ไม่เคยตกเลย คือเรารู้ว่าเวลาเรียนคือเรียน เวลาเที่ยวก็เที่ยวสนุกสนาน สมัยตอนเป็นวัยรุ่นเป็นคนมีเพื่อนฝูงเยอะค่ะ ทั้งเพื่อนผู้หญิงผู้ชาย ชอบสังคม ชอบพบปะผู้คนใหม่ๆ ชอบพูดชอบคุย ชอบเล่นกีฬา ชอบเล่นเกมส์ พูดง่ายๆคือ เป็นเด็กชอบทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างมากค่ะ คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงมาแบบไม่ค่อยตามใจเท่าไหร่ คือ ถ้าอยากได้อะไรต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน เช่น ถ้าอยากได้เครื่องเล่นวีดิโอเกมส์ก็ต้องสอบได้ไม่เกินที่สามของห้อง อะไรแบบนั้น หรือถ้าอยากได้เสื้อผ้า คุณแม่ก็จะให้เราเก็บเงินจากค่าขนมที่ท่านให้ไปซื้อเอาเอง อะไรแบบนั้น

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศอิตาลีครับ

ตอนอยู่ไทยโมเป็นสาวออฟฟิศแถวถนนเพชรบุรีค่ะ พอมาอยู่อิตาลีต้องบอกเลยว่างานที่นี่หาค่อนข้างยาก เพราะคนเอเชียสำหรับที่นี่แล้วเขายังมองเราเหมือนมาจากประเทศโลกที่สาม ยังมองว่าประเทศไทยยังขี่ช้างไปไหนมาไหนอยู่เลย มาอยู่ที่นี่ได้สามปีพอได้เรียนภาษาจนรู้สึกว่าเราสื่อสารและเข้าใจได้พอประมาณก็ได้ไปเรียน makeup artist จนได้ certificate แล้วก็ยึดอาชีพนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประกอบกับทำงานพิเศษอื่นๆร่วมกันไปด้วย แล้วก็ทำช่องยูทูปในยามว่างค่ะ

คุณพูดภาษาอิตาลีได้ไหม คุณคิดว่าภาษาอิตาลียากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาอิตาลีจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ภาษาอิตาเลี่ยนเป็นภาษาที่โมไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยในชีวิต กับสามีคือเราคุยกันเป็นภาษาอังกฤษตลอด เพราะตลอดที่รู้จักกันสามีอยู่ที่อเมริกาเขาอยู่นั่นมา 20 ปี จนแต่งงานกับเราถึงย้ายกลับมาอยู่อิตาลี โมวาดภาพไม่ออกเลยว่าอิตาเลี่ยนเขาพูดกันยังไง ไปโรงเรียนวันแรกนี่แทบร้องไห้ คือจับใจความอะไรไม่ได้เลย ตั้งแต่ alphabet ก็มีแค่ 22 ตัว ประธานของประโยคก็แยกเป็น 6 สิ่ง ซึ่งกิริยาก็จะผันไปตามประธานของประโยค ปวดหัวมากค่ะ โมเรียนภาษาอยู่เกือบสองปีได้ เรียนอยู่ 4 โรงเรียน ก็ยังรู้สึกว่า conversation เรายังไม่ไปไหน จะได้แค่ grammar เท่านั้น เพราะใจเราไม่ชอบ และกับสามีก็ยังพูดอังกฤษกันตลอดเวลา อีกอย่างคือครอบครัวสามีอยู่อีกเมืองนึง ห่างจากโรมไป 2 ชั่วโมง เราอยู่กันแค่สองคน เลยไม่ได้หัดพูดอิตาเลี่ยนกับใครเลย จนเริ่มไปเรียนแต่งหน้า เริ่มทำงาน พอเราได้ใช้มากขึ้น ภาษาเราก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนอิตาลี แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ถามว่ายากมั้ย จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตที่นี่ เพียงแต่แรกๆเรายังไม่คุ้นเคยเท่านั้นเอง ปรับตัวสิ่งแรกที่ค่อนข้างลำบากสำหรับโมคือ อากาศ เพราะเราชินกับอากาศร้อนที่เมืองไทย พอมาที่นี่ฤดูร้อนสั้นมาก ส่วนฤดูหนาวก็หลายเดือน เราเป็นคนขี้หนาวอยู่แล้ว มันก็เลยทรมานหน่อย พออยู่หลายๆ ปีเข้าก็เริ่มชิน เรื่องที่สองคงหนีไม่พ้นอาหารการกิน แต่ถือว่าเราโชคดีที่เป็นคนกินง่าย กินได้ทุกอย่าง ชอบลองอาหารใหม่ๆ เรื่องสุดท้ายคือ เรื่องเวลาปิดเปิดของห้างร้านและซุปเปอร์มาร์เกต ที่นี่จะเปิด 9.00-13.30 และ 16.00-20.00 และปิดวันอาทิตย์ คือ เราคุ้นเคยกับ เซเว่นอิเลฟเว่น ที่เปิดตลอดเวลา คุ้นเคยกับห้างที่เปิดกันทั้งปีไม่เว้นวันหยุกนักขัตฤกษ์ รถเข็นขายของข้างทางที่หิวเมื่อไหร่ก็ได้กินทันที แต่ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนั้น เปิดปิดเป็นเวลา ซึ่งเราต้องมีการวางแผนหาซื้อของซื้ออาหารกันมากขึ้น

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหมอย่างไร

กรุงโรมถือว่ามีคนไทยอยู่พอประมาณ ถามว่าคนไทยที่อยู่เมืองนี้มีความสุขสบายมั้ย โมคงตอบแทนพวกเขาไม่ได้ แต่ถ้าเอาความรู้สึกโมเป็นที่ตั้ง โมคิดว่าไม่สุขสบายแต่ก็ไม่ลำบากเสียทีเดียว เพราะค่าครองชีพเมืองนี้ถือว่าอยู่ระดับกลางๆถ้าเทียบกับเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือ

อะไรที่คนอิตาลีชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายอิตาลีเป็นอย่างไร (บุคลิกลักษณะ) ผู้หญิงอิตาลีเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนอิตาลีเป็นอย่างไร

คนอิตาเลียนชอบศิลปะ ชอบสังคมและงานเลี้ยงสังสรรค์ ชอบสนุกสนาน ครอบครัวคนที่นี่เหมือนกันครอบครัวคนไทย มีความใกล้ชิดกันมาก ผู้ชายอิตาเลียนส่วนใหญ่จะดูมีความเจ้าชู้ ไม่ถือตัว ส่วนตัวคิดว่าเพราะความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวโดยเฉพาะกับแม่ เลยทำให้การเข้าถึงและเข้าใจผู้หญิงของผู้ชายที่นี่ไม่ใช่เรื่องยาก ในบางครั้งจะเห็นว่าผู้ชายที่นี่จะติดแม่ หากด้วยการเลี้ยงดูของแม่นั้นเหมือนกับแม่คนไทยที่ค่อนข้างที่จะดูแลใกล้ชิดจนบางครั้งก็มากจนเกินไป ส่วนผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่จะมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก ออกแนว bossy เจ้ากี้เจ้าการ กล้าคิดกล้าแสดงออก กล้าพูด จนบางครั้งดูเหมือนจะออกแนวก้าวร้าวและขี้บ่น แต่ก็มีความน่ารักอารมณ์ขัน

ค่าครองชีพที่อิตาลีเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่อิตาลีถือว่าไม่แพงหากเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรปด้วยกัน จะมีสเปนกับกรีกที่ค่าครองชีพดูเหมือนจะต่ำกว่าที่นี่อยู่นิดหน่อยจากการที่โมไปท่องเที่ยวมา สิ่งที่แพงเกินไป 3 สิ่งในความคิดของโมคือ ของแบรนด์เนม สินค้าแบรนด์อเมริกัน และ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ และ 3 สิ่งที่เหมาะสมกับราคาคือ อาหาร รถยนต์ และ เครื่องครัว

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในอิตาลีตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในอิตาลี

ข้อดีของการใช้ชีวิตในอิตาลีคือ การคุ้มครองและให้บริการเรื่องสุขภาพ อาหารการกินที่มีการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐาน และการให้สิทธิเสรีภาพในทุกๆเรื่อง

ส่วนข้อเสียคือ ควันบุหรี่และก้นบุหรี่ตามท้องถนน เพราะคนที่นี่สูบบุหรี่เยอะมาก การฉีดพ่นสีตามกำแพง รถไฟ และสถานที่ต่างๆ และปัญหาการจราจร

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวอิตาลี

ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวอิตาเลี่ยนกับคนไทย สิ่งแรกน่าจะเป็นภาษา ทำให้การสื่อสารผิดพลาด เข้าใจผิด ปัญหากลิ่นอาหารไทยภายในบ้าน หลักๆก็น่าจะมีแค่นี้สำหรับโม

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

โมยังมีครอบครัวอยู่ที่ไทยค่ะ ถามว่าคิดถึงเมืองไทยมั้ย โมเฉยๆนะ ตอนนี้รู้สึกว่าที่อิตาลีคือบ้านของเรามากกว่า ส่วนครอบครัวคุณพ่อคุณแม่และพี่สาว คิดถึงมากที่สุด นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่อยากกลับไปเมืองไทยค่ะ ที่ไทยโมชอบทะเลมากที่สุดโดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามัน กลับไทยทุกครั้งต้องแวะไปเที่ยวทะเลทางใต้ทุกครั้งเลย

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ประเทศอิตาลี

ถ้าเปรียบเทียบที่อิตาลีกับที่ไทย โมรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่าค่ะ

สถานที่ไหนในประเทศอิตาลีที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – ประเทศอิตาลีสวยไหมครับ คุณชอบอิตาลีไหมครับ

ที่อิตาลีเมืองที่ชอบมากที่สุดก็คือ ฟลอเรนซ์ค่ะ ไปมาหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย อิตาลีเป็นประเทศที่สวยงามโดยเฉพาะสถาปัตยกรรมและศิลปะ เมืองทุกเมืองจะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ไปมาหลายเมืองก็รู้สึกว่าสวยทุกเมืองที่ไป โดยเฉพาะโรมเมืองที่อยู่ตอนนี้ คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะเชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่าเมืองนี้สวยงามมากแค่ไหน

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

โมเป็นคนชอบทำหลายสิ่งค่ะ ถ้าชอบมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องสำอางค์และการแต่งหน้า รองลงมาก็จะชอบปลูกต้นไม้ คือมีความใฝ่ฝันอยากมีฟาร์มเล็กๆเป็นของตัวเอง ชอบทำอาหาร โดยเฉพาะทำให้คนอื่นทาน รู้สึกว่ามีความสุขเวลาได้ทำกับข้าว อบเค้ก เหมือนเรามีสมาธิ ผ่อนคลาย แม้จะเหน็ดเหนื่อยมากจากงานที่ทำก็ตาม

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / ประเทศอิตาลีจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การมาอยู่ต่างประเทศทำให้ชีวิตดีขึ้นบางส่วนค่ะ มาอยู่อิตาลี ส่วนที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นคือ เรื่องสุขภาพ มลพิษที่นี่ถือว่าน้อยมาก เพราะพื้นที่ป่าและต้นไม้เยอะมากๆ อากาศที่นี่ดีค่ะ ถึงฤดูร้อนอุณหภูมิไม่ต่างกันมากกับที่เมืองไทย แต่ด้วยต้นไม้ที่มีอยู่มากมายแม้กระทั่งในเมืองเลยทำให้ไม่รู้สึกร้อนมากเหมือนที่เมืองไทย อาหารการกินที่นี่มีการควบคุมดีกว่าที่เมืองไทยมาก ความสะอาดและคุณภาพอาหารต้องยอมรับว่าดีกว่ามาก นั่นคือเรื่องของ คุณภาพชีวิต ส่วนเรื่องชีวิตการงาน งานที่นี่หายากค่ะ ภาษาไม่ได้ก็หางานลำบาก หรือแม้กระทั่งได้ภาษาก็ใช่ว่าจะหางานง่าย กับค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง หากไม่มีงานทำก็ใช่ว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ค่ะ สรุปคือ การมาอยู่ต่างประเทศไม่ได้ทำให้ทั้งชีวิตเราดีขึ้นค่ะ

คุณ Sarinya Chitpimonwat

เพิ่มเติม

Facebook Page: Viva Diva by Sarinya

You Tube: Vivadiva Sarinya

Instagram: Vivadiva Sarinya

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่ อย่างต่อเนื่อง

One thought on “การใช้ชีวิตในกรุงโรม อิตาลี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s