ความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้นของครอบครัวชาวโปลิส

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Noovieng Woźniak อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Noovieng จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนโปแลนด์ และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศโปแลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Noovieng Woźniak

ย้ายมาอยู่ประเทศโปแลนด์(Poland) เมื่อปี 2000

เมือง: กดัญสก์ (Gdansk)

ภาพถ่ายจากคุณ Noovieng Woźniak

ตั้งแต่ที่คุณเวียงย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศโปแลนด์ครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวโปแลนด์บ้างครับที่คุณเวียง รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก 3 ข้อ

1. เวียงเดินทางมาประเทศโปแลนด์ครั้งแรกในช่วงฤดูร้อน คือเดือนมิถุนายน แฟน(ซึ่งยังมีฐานะเป็นแฟนกับสามีอยู่คะ) เวียงได้มีโอกาสเดินทางลงไปทางภาคใต้ของประเทศโปแลนด์กับครอบครัวของสามีในพิธีแต่งงานของลูกพี่ลูกน้องฝั่งคุณพ่อสามีแฟน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการแต่งงานทางศาสนาคาทอลิก การสาบานตนต่อหน้าบาทหลวงของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพื่อรับเป็นสามีภรรยา และหลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้วฝ่ายญาติเจ้าสาวได้ประกาศอวยพรแก่คู่บ่าวสาว และเชื้อเชิญแขกเหรื่อให้ร่วมรับประทานอาหารค่ำรวมกัน เมื่อถึงร้านอาหารมีการรอตอนรับ คู่บ่าวสาวโดยฝ่ายคุณพ่อคุณแม่เจ้าสาวจะถือขนมปังรอรับคู่บ่าวสาว แสดงถึงการต้อนรับลูกเขยสู่เรือนเจ้าสาว เราซึ่งเป็นชาวพุทธไม่เคยเห็นประเพณีแบบนี้ทึ่งเเละรู้สึกประทับใจมากที่สุด

2. ประเพณีสาบานตนเป็นชาวคาทอลิคของชาวโปลิส ซึ่งแต่ละครอบครัวที่มีลูกสาวลูกชายเมื่ออายุครบ 9 ขวบจะต้องเข้าพิธีสาบานตนเป็นชาวคาทอลิค แน่แท้เด็กๆเหล่านั้นต้องมีการเล่าเรียนการเป็นคาทอลิคอย่างน้อยสองปีถึงสามารถเข้าพิธีนี้ได้ การเป็นคาทอลิก ทำให้ดิฉันเข้าใจถึงความสามัคคีปรองดองเป็นหนึ่งทึ่งในความเชื่อถือกลมเกลียวกันของชาวคาทอลิกของชาวโปลิสเป็นอย่างมาก เมืองไทยเราชาวพุทธเริ่มหันหลังให้วัดกันมากขึ้น

3. วันอีสเตอร์/วันคริสมาส ซึ่งทั้งสองช่วงวัฒนธรรมนี้ดิฉันเห็นความรักความอบอุ่นของชาวคาทอลิกที่แน่นแฟ้น ทุกๆครอบครัวไม่ว่าจะเคยอาศัยอยู่ในต่างประเทศพวกเขาเหล่านั้นจะต้องตั้งหน้าตั้งหน้าเดินทางมาหามาเยือนครอบครัวเสมอ ดิฉันประหลาดใจอย่างมากที่ว่าความรักความอบอุ่นที่ครอบครัวมีให้แก่กันมิเคยหาย

4. สิ่งที่ดิฉันรักในความเป็นชาวโปลิสของพวกเขาคือ พวกเขาเป็นคนที่เคารพกฎหมายมากๆ เมื่อมีรถพยาลนำคนป่วยไปส่งโรงพยาบาลรถทุกคันจะเบี่ยงไหล่ถนนปล่อยให้ถนนว่าง เพื่อให้รถพยาบาลวิ่งไปส่งคนป่วยใด้ทันเวลา นี่คือวินัย ที่ดิฉันเห็นทุกครั้งน้ำตาดิฉันหลั่งทุกครั้งด้วยความประทับใจของการมีวินัยและจิตวิญญาณของการที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

5. การทักทายกันด้วยการกอดและแตะแก้มซ้ายขวาและพูดสวัสดีในตอนเช้า บอกลาในตอนค่ำ การยกมือเราไปจุมพิตหลังมือในการทักทายของญาติๆสามี ครั้งแรกที่ดิฉันถึงบ้านคุณพ่อสามีท่านเดินเข้ามากอดและทักทายดิฉัน ดิฉันตกใจมากผลักท่านออกทันที สามีหัวร่อรีบชี้แจงทันที ซึ่งที่ประเทศไทยมิได้กล่าวทักทายกันเช่นนี้ ดิฉันยอมรับว่าประหลาดใจมากทีเดียว

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศโปแลนด์สักระยะแล้วและเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย

อะไรที่คุณชอบแบบที่คนโปแลนด์ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

เกี่ยวกับประเทศไทยดิฉันคงต้องกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงไปคือ ความเป็นอยู่มากกว่าคะ เช่นการเข้าวัดของคนไทย วัฒนธรรมนี้หายไปอย่างสิ้นเชิง วัดว่างเปล่า ผู้คนหันหลังให้วัด/พระในวัดก็มีส่วนทำให้วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไป

ผู้คนเริ่มเห็นแก่เงินมากขึ้น ไม่มีเงินไม่นับญาติ การไปมาหาสู่ก็มาด้วยการแลกเปลี่ยนซึ่งจริงแท้ ของแพงมากขึ้นไม่ว่าในกรุงเทพเองหรือบ้านนอก เมื่อก่อนเราเคยพึ่งพาซึ่งกันและกันเดี๋ยวนี้แทบจะหาไม่ได้เลยถ้าไม่มีเงินไปไหว้วาน

เกี่ยวกับประเทศโปแลนด์ ดิฉันชอบตรงที่ชาวโปลิสรักครอบครัวรักเพื่อนฝูง เพราะฉะนั้นดิฉันจะได้ไปออกงานไปพบปะกับเหล่าเพื่อนๆญาติๆของสามีเสมอ ในหนึ่งปีดิฉันได้มีโอกาสพบปะครอบครัวสามีและญาติๆบ่อยครั้งมาก คือลูกจะแวะเวียนไปเยือนพ่อแม่ น้องๆจะแวะเวียนไปเยือนพี่ๆ เพื่อนบ้านที่สนิทจะเจอกันคุยกันเชิญชวนมาจิบชากาแฟ ชาวโปลิสจะมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างจากประเทศไทยตรงที่ พวกเขาเหล่านั้นทุกๆวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์จะแต่งตัวชวนกันไปสวดมนต์ที่โบสถ์ หลังจากนั้นนัดเจอกันกับพี่น้อง พ่อแม่ พักผ่อน

ที่ดิฉันชอบมากเกี่ยวกับชาวโปลิสคือ ชาวโปลิสเป็นคนที่จริงจังกับการทำธุรกิจ ทำงานกันหนักมากๆจนเรียกได้ว่าบ้างานกันเลยทีเดียว แต่พวกเขาจะมีการเตรียมพร้อมการพักผ่อนคือในช่วงกลางปีของทุกปี ต่างจะพาครอบครัวไปพักผ่อนต่างประเทศบ้าง ที่บ้านพักตากอากาศบ้าง ล่องเรือบ้าง เพื่อเป็นการพักผ่อนกับครอบครัวอย่างแท้จริง

เมื่อคุณมาถึงประเทศโปแลนด์ใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวโปแลนด์ เมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบ คุณเวียงรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณเวียงไม่เคยเจอมาก่อน

เกี่ยวกับอาหารนี้ดิฉันต้องบอกว่าชอบหมูชุบเกร็ดขนมปังทอดมากๆค่ะ มีสลัดและมันฝรั่งต้มบดใส่นมจืด ภาษาโปลิสเรียก Kotlet และอีก 2-3 เมนู คือเนื้อหมูตุ๋นผักคล้ายสตูว์เนื้อ Gulas (ขออภัยค่ะดิฉันไม่รับประทานเนื้อวัว)และ Bigos เป็นอาหารที่ดิฉันชอบมากคือ การนำเนื้อหมูหรือเนื้อกวาง เนื้อหมูป่าและไส้กรอกผักกาดดองเปรี้ยว มาผัดรวมกันและเครื่องปรุงหลายอย่างมากวิธีและขบวนการทำ Bigos เป็นอาหารที่ทางภาคของดิฉันอาศัยอยู่เผ็ดร้อนด้วยพริกไทยพริกสด วิธีการปรุงแต่งค่อนข้างยุ่งยากมิน้อยแต่อาหารจานนี้ทำให้ดิฉันหายคิดถึงอาหารไทยไปชั่วขณะได้เลยค่ะ ถ้าภรรยาท่านใดสามารถปรุงแต่งอาหารจานนี้ได้อร่อยละก็คุณมัดใจสามีได้ที่หนึ่ง

มิชอบอาหารของชาวโปลิสคือเหล่าชีสทั้งหลายค่ะ ไม่ชอบเอาเสียเลย มีแค่ชิม พอทราบรสคือหยุดไม่แตะต้องอีกเลย ดิฉันเป็นภูมิแพ้จากการรับประทานอาหารที่ทำด้วยยีสต์ แพ้ขนมปังและเหล้าจำพวกไวน์แดง เค้ก คุกกี้อีกหลายๆอย่างมากค่ะ พยามไม่แตะของพวกนี้เลย

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศโปแลนด์ คุณเคยคิดฝันว่า ประเทศโปแลนด์, หรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศ โปแลนด์ 

จริงๆแล้วดิฉันไม่เคยฝันว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป การเดินทางมายุโรปดิฉันแค่คิดว่ามาเปิดโลกทัศน์ให้แก่ตัวเองเท่านั้น ดิฉันไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าการเดินทางท่องยุโรปของดิฉันจะจบลงด้วยการแต่งงานและอยู่ยุโรปอย่างถาวร สิ่งเดียวที่คิดถึงคือ ความร้อนแสงแดดที่คนเอเชียอย่างเราโหยหามาโดยตลอด ที่ประเทศโปแลนด์มีน้อยเหลือเกิน

ดิฉันได้เห็นครอบครัวของสามีได้พบปะกับเหล่าญาติๆของสามี ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมิได้ร่ำรวยมากมายแต่พวกเขาเหล่านั้นร่ำรวยความมีน้ำใจ จิตใจดีงาม โอบอ้อมอารีต่อกัน สิ่งที่ในเมืองไทยเราคงหาสิ่งเหล่านี้ได้แค่เมื่อเรายังเด็กๆ

การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของดิฉัน ณ ตอนนั้น ตกใจมากกับสภาพบ้านเรือนเก่าๆโทรมของสามีและเพื่อนบ้านทั่วๆไป พร้อมสภาพแวดล้อมสภาพของถนนซึ่งมีแค่ 2 เลน รถวิ่งน้อยไม่จอแจเสมือนหนึ่งว่าเราได้หลุดมาอยู่อีกซีกหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อเทียบกับ ณ ปัจจุบันประเทศโปแลนด์เจริญเติบโตอย่างมากและมั่งคั่ง และเป็นศูนย์กลางทางด้านการส่งออกและการธุรกิจอันดับต้นๆในยุโรปเลยทีเดียว แต่กระนั้นประเทศโปแลนด์ก็ยังล้าหลังจากประเทศไทยทางด้านเทคโนโลยีและบุคลากรดีๆในการบริหารจัดการต่างๆอีกมากมาย

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศ โปแลนด์ (สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศโปแลนด์ )

ข้อห้ามที่เด็ดขาดในประเทศโปแลนด์

– ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ

– ห้ามสูบบุหรี่ในร้านอาหาร

– ห้ามคุยกันเสียงดังรบกวน ผู้อื่นเมื่ออยู่บนรถไฟ

– ห้ามขับรถเมื่อดื่มของมึนเมา เด็ดขาด มีโทษปรับและติดคุก

– ห้ามจอดรถยนต์/รถจักรยานยนต์ในที่ห้ามจอด จอดปรับทันที

ส่วนวัฒนธรรมที่ห้ามคือห้ามกอดลาเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ชิดข้ามประตูเพราะมีความเชื่อว่าอาจจะไม่ได้เจอกันอีก

– ห้ามส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านตั้งแต่ 11:00น.-5:00น. แต่ถ้าท่านพักอยู่ในตึกหรืออพาร์ตเมนต์ถ้าจะเลี้ยงฉลองต่างๆต้องแจ้งเพื่อนบ้านล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันเพื่อให้ทราบว่าท่านจัดงานเลี้ยง

– ทุกจุดการจอดรถทั่วประเทศโปแลนด์ ผู้ใช้บริการการจอดรถยนต์ชาวโปลิสจะเตรียมเหรียญหยอดตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ นำใบเสร็จมาเสียบไว้หน้ารถยนต์ของตัวเองทุกครั้ง ถ้าฝ่าฝืนปรับสถานเดียว

– ห้ามฆ่าสุนัข มีโทษจำคุกสถานเดียว ข้อห้ามข้อนี้ดิฉันเพิ่งทราบเมื่อสามปีก่อน

– ก่อนที่เราจะไปเยือนหรือไปหาเพื่อน พี่น้อง ต้องโทรศัพท์ไปนัดหมายกันก่อนล่วงหน้าเสมอ ห้ามไปโดยมิได้นัดหมายเด็ดขาด และเมื่อนัดหมายเรียบร้อยต้องมีของฝากติดไม้ติดมือไปฝากเสมอแม้ว่าผู้ที่เรานัดหมายเป็นพี่น้องก็ตาม

– ห้ามในกรณีที่ท่านไปร่วมงานแต่งงานกลับบ้านก่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะโยนเวลอน ปิ่นปักผมในงานแต่งงานเด็ดขาด คือเวลา 12:00น.ตรง ซึ่งเป็นประเพณีนับถือกันมาเนิ่นนาน ถ้ากลับไปก่อนแสดงว่าท่านมิให้เกียรติแก่ทั้งฝ่ายบ่าวสาว

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศโปแลนด์ ที่สามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ มีโอกาสศึกษาและทำงานในด้านสปาและนวดหรือไม่ 

ในประเทศโปแลนด์ มีกฏเกี่ยวกับการทำธุรกิจสปาหรือร้านอาหารไทย โดยคนไทยที่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศโปแลนด์กว่า 5 ปีขึ้นไปสามารถก่อตั้งบริษัทด้วยตัวเองได้ และหรือสามารถถือหุ้นส่วนจากคนโปลิสได้ในฐานะสามีภรรยาด้วยกันได้

ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในประเทศโปแลนด์จะอยู่ที่งานว่างานนั้นเกี่ยวกับงานสาขาใด ยากง่ายของแต่ละสาขา ยกตัวอย่างเช่น งานสปาว่าจ้างที่เดือนล่ะ 4200zł ตามกฎหมายว่าจ้างแรงงานต่างสัญชาติซึ่งเกี่ยวกับการว่าจ้างสปาโดยเฉพาะสาขาเท่านั้น

ค่าจ้างงานอื่นๆ ทดลองงาน 1 เดือนอัตราค่าจ้างอยู่ที่ ชม.ล: 8-12zł เช่นงานบ้าน แม่บ้าน ทำความสะอาด ,10-12zł งานรีเชฟชั้น งานพยาบาลฝึกหัด

โดยส่วนใหญ่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ/เดือนขั้นต่ำที่ 1200zł-2000zł อาชีพหมอ อาชีพครู 2500zł-3200zł

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศโปแลนด์ อย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศโปแลนด์ล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศโปแลนด์สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในโปแลนด์ครับ

เป็นคำถามที่ดิฉันตอบคำถามนี้ทุกๆวันแก่น้องๆที่ส่งข้อความมาสอบถามตรงกับดิฉันนะคะ

การขอมีวีซ่าเพื่อ”ความรัก”อย่างถาวรในประเทศ (ดิฉันขอเรียกแบบนี้นะคะ ไพเราะดีค่ะ )“โปแลนด์มีกฎหมายใหม่ที่ต้องการเอกสารเพิ่มขึ้นมาในประเทศโปแลนด์เตรียมพร้อมเอกสารในการขอมีวีซ่าถาวรหลังจากจดทะเบียนสมรสค่ะ ค่อนข้างที่จะยุ่งยากพอสมควรค่ะซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องมีการเตรียมพร้อมไม่ว่าจะเป็น

– เอกสารการจดทะเบียนสมรส

– เอกสารพาสพอร์ต

– สูติบัตรฉบับจริงพร้อมแปลเป็นภาษาโปลิส

– ทะเบียนบ้านที่สามีแจ้งภรรยาเข้าบ้านในประเทศโปแลนด์จากทางอำเภอของสามีออกให้

– เอกสารจากกองการตำรวจ จากเมืองไทย ว่าด้วยคุณมิได้ทำผิดกฎหมายก่อนออกนอกประเทศ

เอกสารอื่นเช่น สำเนาทะเบียนบ้าน

– กรอกแบบฟอร์มส่งแก่เจ้าหน้าที่ รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารของท่าน ทางกระทรวงการต่างประเทศ /ตำรวจ/ตม.จะส่งคนมาตรวจสอบท่านที่บ้าน ว่าท่านอยู่กินฉันสามีภรรยากับสามีชาวโปลิสจริงหรือไม่ ซึ่งท่านจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการตอบคำถามแก่เจ้าหน้าที่ (จะแต่งงานอยู่กินกับฝรั่งทั้งทีมิใช่จดทะเบียนสมรสอย่างเมืองไทยแล้วจบนะคะ )

– รอเอกสารส่งตอบรับสัมภาษณ์กับกระทรวงต่างประเทศ สัมภาษณ์อีกครั้งซึ่งคำถามจะมีทั้งหมด 32 ข้อ คำถามทั่วๆไปใกล้ตัวทั้งหมดค่ะ และท่านต้องใช้ล่ามแปล ในที่นี้ล่ามภาษาอังกฤษ/ล่ามภาษาไทย (ดิฉันรับเป็นล่ามแปลนะคะ ถ้าท่านต้องการให้ช่วยแปลโปลิส /ไทย สอบถามจองคิวติดต่อหน้าเฟสบุ๊คนะคะ)

ยังค่ะ ยังไม่จบเรื่องการเอกสาร (การขอมีวีซ่าความรัก) การขอมีวีซ่าพำนักในประเทศโปแลนด์หลังจากจดทะเบียนสมรสเมื่อทางกระทรวงการต่างประเทศสอบสัมภาษณ์ท่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นท่านต้องไปจ่ายค่าสแตมป์ 600zł ในการขอมีบัตรใหม่และจ่ายอีกครั้งเมื่อมีเอกสารตอบรับว่าท่านใด้รับบัตร PR Residence Card จำนวนเงิน 50zł บัตร PR ใบแรกนี้มีอายุบัตรใหม่ 3 ปีค่ะ

-ในช่วงรอบัตร PR Residences Card ห้ามท่านเดินทางออกนอกประเทศโปแลนด์เด็ดขาด จนกว่าท่านจะได้รับบัตร เรสสิเดนคาร์ดเรียบร้อยถึงสามารถเดินทางออกนอกประเทศโปแลนด์ได้

การยื่นขอมีบัตรพำนักถาวรของประเทศโปแลนด์จะต้องรออย่างน้อยสามถึงหกเดือน การขอวีซ่าถาวรยากง่ายแล้วแต่เขตจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่แล้วแต่จังหวัดนั้นๆที่ท่านอาศัยอยู่ค่ะที่อาศัยอยู่ในประเทศโปแลนด์ (หากให้ข้อมูลผิดพลาด กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ )

นี้คือขั้นตอนแรก ส่วนขั้นตอนที่ สอง คล้ายกันค่ะแต่จะง่ายขึ้น เตรียมเอกสารเหมือนเดิม เพิ่มเติม เช่น เอกสารบัญชีธนาคาร เอกสารบริษัทถ้าท่านเป็นเจ้าของบริษัทร่วมกับสามี อื่นๆ ที่ทางกระทรวงการต่างประเทศขอมา บางเขตจะมีการสอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับภาษาโปลิสของท่านด้วย บัตร PR Residences Card Long Trem Stayment มีอายุ 10 ปี

Partnerships : การขอมีวีซ่าอาศัยแบบคู่รักค่ะ มีหลายคู่มากที่ไม่ได้แต่งงาน แต่อีกฝ่ายที่ไม่ใช่คนโปแลนด์ ต้องหางานทำเพื่อให้มีสิทธิ์อยู่ในโปแลนด์และได้อยู่กับคู่รัก

สอบถามข้อมูลกับทางเขตอำเภอที่ท่านพำนักอยู่ให้ท่านสามารถปรึกษาได้ โดยตอนระบุการร้องขอมีวีซ่าพำนักระยะยาวให้ระบุตรง other… เเล้วใส่คำว่า partnership ไป การแสดงหลักฐานก็จะคล้ายๆการขอเรสิเดนส์คู่สมรส เมื่อได้การ์ดเรสิเดนส์ประเภทคู่รักจะไม่สามารถทำงานในโปแลนด์ได้ หากจะทำงานต้องมีนายจ้างออก work permit ให้ค่ะ ซึ่งต่างจากเรสิเดนส์คู่สมรสที่สามารถทำงานในโปแลนด์ได้ วีซ่า Partnerships สามารถขอได้อายุบัตรถึง 5 ปีค่ะ แต่ย้ำว่าไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ในการไปทำงานนะคะ หากอยากทำงานต้องให้บริษัทที่จะจ้างออก work permit ให้ต่างหาก และหากถือสิทธิ์นี้แต่ไม่ทำงาน ต้องแสดงเอกสารการประกันสุขภาพส่วนตัวเพราะ partner ไม่สามารถมอบสิทธิ์ประกันสังคมให้ได้ดั่งสิทธิ์คู่สมรสค่ะ ย้ำว่าสิทธิจะต่างจากเรสิเดนส์คู่สมรสที่สามารถทำงานได้และได้รับประกันสังคมค่ะ

7.2.การขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศโปแลนด์ล่ะครับขอยากไหมครับ

การขอมีวีซ่าท่องเที่ยวประเทศโปแลนด์ง่ายค่ะ การขอมีวีซ่าท่องเที่ยวโปแลนด์ง่ายกว่าการขอวีซ่าการทำงานมากค่ะซึ่งท่านสามารถที่จะยื่นเอกสารขอมีวีซ่าท่องเที่ยวก่อนอื่นนะคะต้องกรอกแบบฟอร์มแล้วก็เอกสารทั้งหมดส่งออนไลน์นัดหมายล่วงหน้าในการขอมีวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : หมายเหตุ

ผู้เดินทางต้องยื่นขอวีซ่าด้วยตนเองและต้องนัดวันยื่นวีซ่า ผ่านทางเว็บไซต์ ก่อนกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ – เอกสารทุกอย่างที่ยื่นโปแลนด์ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ในกรณีที่ไปเยี่ยมญาติ, ครอบครัว, เพื่อนหรือแฟน ต้องมีเอกสาร เพิ่มเติม ดังนี้

– สำเนาหนังสือเดินทางของญาติ, เพื่อนหรือแฟน

– จดหมายเชิญจากญาติ เพื่อนหรือแฟน ระบุความสัมพันธ์ ระยะเวลาที่จะเดินทาง (ต้องส่งสำเนามาที่สถานทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทยด้วย โดยทางแฟกซ์, อีเมล์หรือไปรษณีย์ ตัวจริงส่งให้ผู้เดินทาง ) หรือจดหมายเชิญที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (“ZAPROSZENIE”) (ไม่ต้อง ส่งสำเนามาที่สถานทูต )

– หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างผู้เชิญกับผู้เดินทางในกรณีที่เป็นญาติ,ครอบครัว

4. ทะเบียนสมรส (กรณีไปเยี่ยมคู่สมรส)

: ค่าธรรมเนียมวีซ่าโปแลนด์ 2,300 บาท

: ระยะเวลาพิจารณาและอนุมัติวีซ่าประมาณ 10 วันทำการเนื่องจากแผนกวีซ่าสถานทูตโปแลนด์เปิดทำการเฉพาะวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 09.00-12.00น. เท่านั้น ดังนั้นการจองคิวเพื่อยื่นขอวีซ่าจึงใช้เวลาพอสมควร ผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าโปแลนด์ควรเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน

ที่อยู่ แผนกวีซ่าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ ประจำประเทศไทย

ห้อง 605-607 ชั้น 6 อาคารแอทธินี ทาวเวอร์, ถนนวิทยุ, ลุมพินี, ปทุมวัน, กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ : 02-079-7300, อีเมล์ : consulate.bangkok@msz.gov.pl เว็บ : bangkok.msz.gov.pl/en เวลา
แผนกวีซ่า วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ เวลา 09.00-12.00น.

Embassy of the Republic of Poland in Bangkok

7.3 โปแลนด์สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในโปแลนด์ครับ

ท่านสามารถที่จะเปิดบัญชีส่วนบุคคลกับธนาคารได้อย่างง่ายดาย โดยท่านสามารถที่จะเปิดบัญชีด้วยตัวของท่านเองได้กับทุกธนาคารทั่วประเทศโปแลนด์ เพียงแค่ท่านนำเอกสาร พาสพอร์ท บัตร PR เรสสิเดนคาร์ด /หรือเอกสารอื่นเช่น สัญญาว่าจ้างกับทางบริษัท กล่าวถึงว่าธนาคารใดดีที่สุดในประเทศโปแลนด์ ดิฉันขอแนะนำนะคะคือแบงค์ของ PKOBP โปแลนด์ แบงค์ Milenium แบงค์ WBK การขอมีบัญชีส่วนบุคคลใช้เวลาในการทำการ 30-40 นาทีค่ะ

แต่ถ้าท่านจะเปิดบัญชีบริษัทท่านจะต้องนำเอกสารบริษัทซึ่งต้องมีหมายเลขจดทะเบียนบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย และหมายเลขผู้เสียภาษีอากร การเปิดบัญชีบริษัทดำเนินการอย่างน้อย 2-3 วันทำการฯ

7.4 กล่าวถึงภาษีรายได้ส่วนบุคคลจะมี 2 ประเภท เรียกว่า PIT-u,และ CIT-u ประเทศที่ 1 ภาษีอากรรายได้ของเหล่าบริษัทห้างร้านต่างๆของรัฐบาลที่แบ่งเก็บจากบริษัทห้างร้านต่างๆที่ 19% -23% ตาม incomes of companionship ส่วนภาษีรายได้ต่อปี ชาวไร่ชาวนาเก็บที่ 17%
Emloyer ภาษีผู้ว่าจ้างจ่ายภาษี 17% Employees ภาษีลูกจ้าง เก็บภาษี 23%

และประกันสังคม ที่เรียก NFZ 8%จากเงินเดือน
และภาษี จากการซื้อสินค้าและจ่ายค่าบริการทั่วไป ที่ 3% ผักผลไม้และอื่นๆ 8% เช่นภาษีที่จ่ายที่ร้านอาหาร Service changes 10%-15% รัฐบาลโปแลนด์มีการจัดเก็บภาษีค่าเช่าบ้านรายเดือน หักจากค่าเช่ารายเดือนที่ 8%

Embassy of the Republic of Poland in Bangkok

ผู้ชายชาวโปแลนด์มีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวโปแลนด์เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม

จากการที่ดิฉันได้พบเจอและมีโอกาสได้พบปะกับผู้ชายชาวโปลิสทุกคน ทุกๆคนอาจจะมีนิสัยแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเชื่อว่าชายชาวโปลิสเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมากในทุกด้าน ข้อแรกบ้างาน เป็นคนรอบคอบคิดตริตรอง บางคนตริตรองมากจนหมดโอกาส ดิฉันขออนุญาตชื่นชมสามีของดิฉันว่าเขาเป็นคนที่ใจดีมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้นำแก่ครอบครัว รักครอบครัวมาก สำหรับเขาครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ ให้เกียรติภรรยา เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย จริงจังกับหน้าที่ที่ตัวเองทำอยู่ นี่คือสิ่งที่ดิฉันได้รับ และเหล่าๆเพื่อนของสามีซึ่งดิฉันได้พบเจอ พวกเขาเหล่าก็มีนิสัยเฉกเช่นสามีดิฉัน มีบ้างที่ผู้ชายโปลิสผู้ที่มีความคิดแตกต่างจากคนอื่น อันเนื่องมาจากฐานะทางครอบครัวและการเลี้ยงดูเติบโตในสภาพแวดล้อมทางสังคม ซึ่งนั่นก็น้อยมากๆ

ข้อคิดการที่หญิงไทยใฝ่ฝันที่จะหาชายโปลิสคนรวยนะหายาก ถ้าจะหาชายโปลิสที่ครองรักและพร้อมสร้างทุกสิ่งอย่างไปด้วยกันนั้นหาง่าย ขอให้มั่นใจและมั่นคงต่อกัน เสมอต้นเสมอปลาย คิดถึงกันและกัน ความไว้วางใจซึ่งกันและกันคือความยิ่งใหญ่ในการสร้างครอบครัว

จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมา อะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายโปแลนด์
มักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

วัฒนธรรมที่แตกต่างจากเมืองไทยโดยสิ้นเชิงคือ ในข้อนี้ดิฉันคิดว่าการสื่อภาษาซึ่งการสื่อสารด้วยภาษาโปลิส คือปัญหาที่กั้นระหว่างสามีและภรรยาซึ่งหลายครอบครัวฝ่ายภรรยาไทยจะต้องอยู่ร่วมกับครอบครัวของสามี การสื่อภาษาจึงยังคงเป็นปัญหาหลักของครอบครัว การไม่เข้าใจภาษาหลายๆครอบครัวเท่าที่ดิฉันทราบใช้ภาษาอังกฤษได้บ้างนิดหน่อยแม้พยายามที่จะศึกษาภาษาที่สามเพื่อที่จะสื่อสารในครอบครัวแล้วก็ตาม ข้อเสียคือในประเทศโปแลนด์ไม่มีโรงเรียนสอนภาษาสำหรับคนต่างสัญชาติ เหล่าภรรยาไทยต้องดิ้นรนเรียนด้วยตัวเอง

ข้อสอง เรื่องของอาหารซึ่งหลายครอบครัวมีปัญหาทางด้านนี้มาก เนื่องจากว่าอาหารไทยหลายอย่างมีกลิ่นเหม็นซึ่งหลายครอบครัวไม่สามารถที่จะทนกลิ่นเหล่านี้ได้ แม้กระทั่งแม่สามีของดิฉันยกตัวอย่างนะคะท่านก็ไม่ชอบกลิ่นปลาร้าอันเลื่องลือของดิฉัน จึงเป็นเหตุให้ภรรยาไทยต้องปรับเปลี่ยนอาหารและอดกลั้นจนตัวเองกลายเป็นคนเก็บกดเนื่องจากคิดถึงอาหารบ้านเกิดของตนเอง

ข้อสาม ข้อนี้ดิฉันคงต้องกล่าวโดยรวมนะคะว่าการดูแลเอาใจใส่ของภรรยาไทยซึ่งมีช่องโหว่หลายๆอย่างเช่น ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นคือการสื่อสารด้วยภาษาไม่ได้ ไม่เข้าใจ กลายเป็นความเก็บกดความกดดัน ความเครียด จิตตก และหวาดกลัวหวาดระแวงเนื่องจากอากาศใน 1 ปีเปลี่ยนแปลงทุกวัน เหล่านี้นะคะกลายเป็นจุดขาดของการหย่าขาด อาจจะมีน้อยมากเกี่ยวชายโปลิสไปมีภรรยาใหม่

ข้อสี่ นอกจากการสื่อสารแล้วช่องว่างอีกอย่างคือการที่ภรรยาไทยอยู่ร่วมกับครอบครัวของสามีและอยู่ร่วมกับลูกติดของสามีปัญหาเหล่านี้จึงมีส่วนด้วยค่ะ รวมถึงระบบการเงินด้วยเช่นกัน หญิงไทยหลายๆท่านมิได้ทำงาน มิมีรายได้ส่งเสียครอบครัวที่เมืองไทย จุดนี้ก็เป็นจุดกดดันเรื่องไม่ความเข้าใจกันทางครอบครัวเพิ่มเติมอีกด้วย

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยเกี่ยวกับประเทศโปแลนด์

– หญิงชายยามเจอกันจะกล่าวทักทายกัน คนรู้จักกันสวัสดีกัน จับมือ กอดทักทาย ไม่ว่าจะที่ทำงานหรือนอกสถานที่ นี่คือการเคารพต่อกัน

– ชาวโปลิสเป็นคนตรง ไม่อ้อมค้อม ชอบใจคือบอกชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ

– ประเทศโปแลนด์ขับรถเลนซ้าย บ่อยครั้งที่ดิฉันเห็นคนขับรถปาดหน้าหรือแซงขวา แต่คนขับจะเปิดไฟท้ายขอโทษทันที

– บางเขตบางจังหวัดในประเทศโปแลนด์ ร้านขายของขายดอกไม้จะมีตะกร้าวางไว้หน้าร้านให้ลูกค้าจ่ายเงิน อย่าตกใจเพราะนี่คือความใว้ใจของคนโปลิส

– ประเทศโปแลนด์ยังมีความปลอดภัย เรื่องอาชญากรรม ลักทรัพย์หรือฆาตกรรมน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี

– เมื่อท่านมาเที่ยวที่ประเทศโปแลนด์ ห้องน้ำสาธารณะต้องจ่ายเงินหรือหยอดเหรียญที่ 2 zł ราวๆ18 บาท /ครั้งของการใช้บริการ ยกเว้นมีบางแห่งบนทางด่วนเข้าฟรี

– ชาวโปลิสถูกสอนให้เป็นคนมีระเบียบวินัยในการเข้าคิวต่อแถว ไม่ว่าในจุดใดทั่วประเทศเราจะเห็นชาวโปลิสยืนต่อคิวยาวเหยียดรอซื้อของ รอจ่ายเงิน รอพบแพทย์และอื่นๆ

คุณ Noovieng Woźniak

Facebook: คุณ Noovieng Woźniak

LINE ID:4879573920

เพิ่มเติม

ชีวิตหญิงไทย ที่ ใช้ชีวิตคู่กับชายต่างสัญชาติในประเทศโปแลนด์

ท่องเที่ยวในประเทศโปแลนด์ที่แสนสวยงาม 8 คืน 10 วัน 

โปสการ์ดจาก Gdansk กดัญสก์ ประเทศโปแลนด์

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s