20 ปีในอิตาลีกับบางความแตกต่างที่พบเจอระหว่างคนไทยกับคนอิตาเลียน

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ ปนัดดา อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ ปนัดดา จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนอิตาลี และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศอิตาลี

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ ปนัดดา – ชื่อเล่น (ดา)

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี (Italy) เมื่อปี 1998

เมือง: เวนิส (Venice)

ภาพถ่ายจากคุณ ปนัดดา

ตั้งแต่ที่คุณปนัดดาย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศอิตาลีครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวอิตาลีบ้างครับที่คุณปนัดดารู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ค่ะตั้งแต่ดาย้ายจากเมืองไทย มาอยู่ที่อิตาลีถึงวันนี้เป็นเวลา 20 ปีพอดีค่ะ วัฒนธรรมของชาวอิตาลีที่ดาประหลาดใจคือ
– คือการที่ผู้ใหญ่ต้องบริการเด็ก คือที่เมืองไทยลูกหลาน เคารพบริการต่อผู้ใหญ่ เช่น การทำอาหาร ล้างถ้วยล้างจาน ซักผ้ารีดผ้าให้อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ที่อิตาลีตรงกันข้ามค่ะ ใหม่ๆดารู้สึกกระดากอายที่แม่แฟนต้องมาบริการเรา อย่างวันอาทิตย์ที่อิตาลีถือเป็นวันครอบครัว ลูกๆจะมารับประทานอาหารที่บ้านแม่ พวกเขาจะนั่งรอที่โต๊ะอาหาร แม่ก็จะบริการเสิร์ฟอาหารจานแรกจนจบล้างถ้วยชาม ลูกหลานก็แยกย้ายกันกลับบ้านปล่อยให้แม่ทำงานของเขาไป เออแปลกดี ถ้าเป็นเมืองไทยก็ช่วยกันทำ เสร็จค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน

– เรื่องของศาสนา คือที่ที่ดาอยู่ เป็นตำบลเล็กๆของเวนิส ผู้คนเคร่งศาสนากันมาก ทุกวันอาทิตย์พากันไปเข้าโบสถ์อย่างเต็มอกเต็มใจ เทศกาลที่เกี่ยวกับศาสนาไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี

– เรื่องความเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะทำอะไรเข้าคิวต่อแถวตามลำดับใครมาก่อนหลัง การเป็นกันเองของชาวอิตาลีไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนก็ร้องทักทายกันเสมอ เขาจะ Ciao กันทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ใหม่ๆก็คิดจะ Ciao ทำไมบ่อยแท้ก็ Ciao ไปแล้วนี่ ตอนนี้ชินแล้วค่ะ 5555

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาดาได้ไปงาน Cresima ของหลานเพื่อน ดานั่งอยู่ในโบสถ์ 2 ชั่วโมง ปกติดาเป็นคนไม่ชอบโบสถ์ แต่ครั้งนี้ชอบคำพูดคำสอนของบาทหลวงท่านนี้มาก เพื่อนชาวอิตาลีชวนออกไปข้างนอกกันเถอะ เบื่อ เพื่อนบอก ดาบอก ไม่ จะอยู่ฟังจนจบพิธี และดาก็อยู่จนจบพิธีจริงๆ 5555
คำที่พูดของบาทหลวงที่แทรก คำสอนมาด้วยท่านเล่าว่าตอนท่านอยู่ที่ประเทศแอฟริกา ท่านซื้อดอกกล้วยไม้ซึ่งมีดอกสีเหลืองอมม่วงสวยงามมาก เวลาผ่านไปดอกกล้วยไม้ที่สวยงามก็ร่วงเหลือแต่ใบ ท่านก็ซื้อกล้วยไม้ที่ออกดอกสวยงามมาเปลี่ยนแล้วจะเอาต้นเก่าทิ้ง ก่อนที่ท่านจะทิ้งก็มีชาวบ้านที่มาโบสถ์บอกว่าถ้าหลวงพ่อจะทิ้งเขาขอแล้วกัน ท่านเลยให้กล้วยไม้ซึ่งใกล้ตายต่อเธอผู้นั้น และบาทหลวงเปลี่ยนกล้วยไม้ทุกครั้งที่ดอกมันร่วงไปหมด วันหนึ่งชาวบ้านคนนั้นได้มาที่โบสถ์เห็นกล้วยไม้ที่บาทหลวงซื้อมาไม่มีดอกก็ถามท่านไปว่ากล้วยไม้ของหลวงพ่อดูใกล้ตายแล้ว ท่านจะทำยังไงกับมันหรือ หลวงพ่อตอบจะเอาทิ้งจะไปซื้อต้นใหม่มา ชาวบ้านคนนั้นเลยพูดขึ้นว่าหลวงพ่อไม่ต้องซื้อใหม่หรอกเดี๋ยวฉันจะเอากล้วยไม้มาให้หลวงพ่อ วันต่อมาชาวบ้านคนนั้นก็มาพร้อมต้นกล้วยไม้ที่มีดอกเหลืองอมม่วงสวยงามมาก หลวงพ่อเห็นกล้วยไม้ตกใจ นี่มันกล้วยไม้ต้นแรกที่เราจะทิ้งใช่ไหม?? ชาวบ้านผู้นั้นตอบว่า ใช่ค่ะ
ในเรื่องของกล้วยไม้ท่านสอนเราว่าการที่เราหาดอกไม้ที่ ออกดอกแล้วมันเป็นเรื่องง่าย การที่เราเอาต้นไม้ที่เราหาต้นไม้ที่ออกลูกแล้วมันเป็นเรื่องง่ายดายมาก แต่การที่เราปลูกดอกไม้เพื่อที่จะให้มันออกดอก การที่เราปลูกผลไม้เพื่อที่จะให้มันออกลูกนี่สิ ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้นใส่ใจ ต้องรัก ต้องอดทน ต้องมีความหวัง ต้องเชื่อมั่นว่า สักวันดอกไม้ต้องออกดอกที่สวยงาม ผลไม้ต้องออกลูกให้เราได้ชื่นใจ ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ต้องมีความเชื่อมั่นมีคาวมหวัง ต้องอดทน อะไรก็ช่างถ้าเราตั้งใจใส่ใจ ผลที่ได้จะออกมาดีเสมอ

Venice

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศอิตาลีสักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนอิตาลี ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ค่ะ ดาย้ายมาอยู่อิตาลีก็จริงแต่ก็กลับเมืองไทยทุกปีปีละครั้ง เมืองไทยมีความเปลี่ยนแปลงเร็วมากโดยเฉพาะในกรุงเทพ ถนนหนทาง ห้างสรรพสินค้า รถที่เคยติดอยู่แล้วก็ยิ่งติดมากขึ้นไปอีก 55555 คนไทยรับเอาวัฒนธรรมของชาวต่างชาติเข้ามาเยอะจนแทบจะไม่เหลือให้เห็นวัฒนธรรมไทยเลยค่ะ อย่างเช่น เรื่องอาหารการกินน่ะค่ะ คนไทยหันไปให้ความสนใจขนมแบบต่างชาติมากขึ้น ไม่ชอบขนมไทย เช่น ขนมครก ขนมเทียน ขนมชั้น อะไรประมาณนี้ เด็กไทยสมัยนี้แทบจะไม่รู้จักด้วยซ้ำค่ะ คนไทยสมัยนี้เข้าวัดฟังธรรมน้อยลง อาจจะเป็นเพราะเวลาที่เร่งรีบเลยมีเวลาน้อยลงก็เป็นได้ค่ะ

กับสิ่งที่ดาชอบแบบที่คนอิตาลีเป็นหรือคะ เรื่องแรกก็คงเป็น สังคมครอบครัวค่ะ ชาวอิตาลีเป็นคนรักครอบครัวค่ะ จะมารวมตัวกันทุกวันอาทิตย์ที่บ้านแม่ เรื่องที่สองก็คงเป็นการรู้จักวางระเบียบแบบแผนในการใช้ชีวิต พูดง่ายๆก็คือรู้จักใช้จ่ายเงินค่ะ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป ชาวอิตาลีส่วนใหญ่ไม่ได้ร่ำรวยมีความเป็นอยู่แบบกลางๆค่ะ เรื่องที่สามก็คงเป็น ความไม่มีปากเสียงของชาวอิตาลีมั้งคะ รัฐบาลออกกฎหมายอะไรมาชาวอิตาลีทำตามหมดค่ะ 55555 เคยถามชาวอิตาลีนะคะว่าทำไมพวกคุณไม่คัดค้านอะไรเลยทั้งๆที่รู้ว่าบางอย่างมันไม่ถูกต้อง ได้คำตอบมาว่าพวกเขาไม่ชอบสงคราม ไม่ชอบสู้รบตบมือ ชอบอยู่แบบเงียบๆ เออคิดแบบนี้ก็ดีไปอีกอย่าง

Venice

เมื่อคุณมาถึงประเทศอิตาลีใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิตาลีเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณ ดารู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณ ดาไม่เคยเจอมาก่อน

แรกๆที่ดามาถึงอิตาลี เกี่ยวกับอาหารหรือคะ ดาไม่ค่อยมีปัญหากับเรื่องอาหารเลยค่ะ เพราะปกติก็เป็นคนที่กินง่ายอยู่ง่ายอยู่แล้วค่ะ เมนูที่ดาชอบที่สุดก็สปาเก็ตตี้ทะเลค่ะ รองลงมาก็เป็นพิซซ่าค่ะ มาใหม่ๆเห็นชาวอิตาเลียนเขาทานพิซซ่ากันคนละถาด มันใหญ่มาก คิดในใจว่าทานหมดได้ไงใหญ่ขนาดนี้ งง ดาทานชิ้นเดียวก็อิ่มแล้ว แต่มาวันนี้หรือคะ ดาทานเยอะกว่าเขาอีก บางทีถาดครึ่งด้วยซ้ำ 55555

ส่วนเมนูที่ดารู้สึกว่ามันแปลกก็เมนูนี้เลยค่ะ แฮมดิบ(รมครันค่ะ) กับแตงแคนตาลูบ คือแคนตาลูบมันเป็นผลไม้ออกรสหวาน แฮมมันมีรสออกเค็ม คือเอามาทานรวมกันดาว่ารสชาติมันแปลกๆค่ะ ดาอยู่ที่อิตาลีมา 20 ปีแล้ว ยังทานเมนูนี้ไม่ได้เลยค่ะ


นี่ค่ะ prosciutto melone 19 ปีป่านไป ยังทานเมนูนี้ไม่ได้เลยค่ะ 55555

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลีคุณเคยคิดฝันว่าประเทศอิตาลีหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศอิตาลี

ค่ะ ก่อนที่ดาจะย้ายมาอยู่ที่อิตาลีไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า อยากเที่ยวต่างประเทศค่ะ ก่อนหน้านี้ดาเรียนด้านไกด์ อยากเป็นไกด์เพราะคิดว่าได้เที่ยว โดยไม่ต้องเสียตังค์ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกับคนหลายเชื้อชาติค่ะ พอดีเจอแฟนก่อนเขาชวนเลยรีบตามเขามาอิตาลีเลยค่ะ 5555

ไม่เคยคิดนะคะว่าจะมาขุดทองที่นี่ ไม่เคยคิดว่ามาแล้วจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ก็แค่ความคิดว่าถ้าไม่ชอบก็กลับบ้านเราค่ะ

ก่อนมาเคยคิดว่าบ้านเมืองของฝรั่งคงเจริญรุ่งเรืองมาก แต่พอมาเข้าจริงๆก็ไม่เห็นว่ามันจะเจริญมากไปกว่าบ้านเมืองของฉันเลย 5555

Venice

สิ่งที่ดาคิดถึงเมืองไทยมากที่สุดหรือคะก็น่าจะเป็น

1. เวลาเราลำบากไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกสารหรือเรื่องอื่นๆ มองหาคนรอบข้างไม่มีเลย เหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ภาษาเราจะพูดจะอ่านได้แค่ไหนก็ไม่รู้เท่ากับเจ้าของภาษาหรอกค่ะ เวลาจะทำอะไร ดูลำบากไปหมด บางครั้งคิดว่าถ้าเป็นภาษาของฉันบ้านเมืองของฉันฉันก็คงไม่โดนเขาด่าว่าแบบนี้หรอก

2. แสงแดดค่ะ พอหน้าหนาวที่นี่แทบจะไม่มีแดดให้เห็นเลย ดาคิดถึงแสงแดดที่เมืองไทยมากค่ะ 5555 ในความรู้สึกของดา ฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหงาและเดียวดายมากกกกก

3. คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงความเป็นอยู่แบบสบายๆของคนไทย ไม่เครียด หัวเราะสนุกสนาน มีความสุขได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีกินหรือไม่ค่ะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นอิตาลีสอนให้ดาเข้มแข็งเป็นตัวของตัวเองสอนให้พึ่งตัวเองโดยไม่หวังพึ่งคนอื่น สอนให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ตัวอย่าง 3 สิ่ง ถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากประเทศอิตาลีจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไม่มีนะคะ เพราะดาเป็นคนเดินสายกลางค่ะ ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไปและไม่ยึดติดค่ะ ประเทศอิตาลีให้บทเรียนชีวิตกับดาสอนดาให้รู้จักการใช้ชีวิตมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าให้เลือกดาขอเลือกเมืองไทยบ้านเกิดค่ะ ถึงเมืองไทยจะเป็นอย่างไรก็เป็นแผ่นดินแม่ค่ะ ดาหวังอยู่ตลอดเวลาว่าสักวันจะได้กลับไปอยู่ ณ.แผ่นดินแม่ค่ะ

ประเทศแต่ละประเทศมีสิ่งดีและไม่ดีเหมือนกันทุกประเทศ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะรับเอาสิ่งไหน เท่านั้นเองค่ะ

Burano

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศอิตาลี ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศอิตาลี )

วัฒนธรรมต้องห้ามของอิตาลีหรือคะ ไม่ค่อยมีนะคะ ก็น่าจะคล้ายๆกับประเทศอื่นๆในยุโรป(คิดเอาเอง) ที่เห็นชัดๆก็น่าจะเป็นเรื่องทางศาสนา เรื่องการเข้าโบสถ์เวลาอยู่ในโบสถ์ห้ามทานทุกอย่างแม้แต่ลูกอม ถือเป็นการไม่สุถาพ เป็นการดูถูกศาสนาและสถานที่ด้วยค่ะ
เรื่องต่อเติมบ้านเรือน ห้ามทำถ้าไม่ได้รับอนุญาตจาก comune ถ้าคุณทำไปโดยพละการคุณก็จะโดยปรับซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่น้อย และเขาก็จะมารื้นถอนออกไป ที่อิตาลีใช่ว่ามีเงินแล้วคุณจะทำได้ทุกอย่าง เขาอนุรักษ์บ้านเมืองให้คงแบบเดิม ไม่ใช่ว่าบ้านฉันที่ดินฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ ไม่ค่ะ ไม่ได้

สิ่งที่ไม่ควรทำในอิตาลี พอดีมันเกิดเหตุการณ์ขึ้นเลย ดาว่ามันค่อยข้างสำคัญกับใครที่จะมาอิตาลีค่ะ สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่ออยู่ในอิตาลีนะคะ เวลาขับรถค่ะ ห้ามใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้า ที่ไม่หุ้มส้นค่ะ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นทางประกันเขาจะไม่รับผิดชอบใดๆ เพราะมันเป็นกฎหมายค่ะ ขับรถต้องใส่รองเท้าและถ้าเป็นรองเท้าแตะก็ต้องมีสายรัดส้นด้วยค่ะ

เรื่องต้องห้ามอื่นๆก็ไม่มีนะคะ หรือดาจะนึกไม่ออก 555 อิตาลีถึงว่ายังเป็นเมืองปิดอยู่ ถ้าเทียบกับหลายๆประเทศในยุโรป ผู้คนค่อนข้างมีน้ำใจ (ในชนบท) มีชีวิตเรียบง่าย

Cinque Terre

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

งานที่คนไทยที่ทำอยู่หรือคะ เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นงาน ทำความสะอาดตามโรงแรม งานเสิร์ฟ ดูแลคนชรา และงานนวดน่ะค่ะ ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับ ทำความสะอาดในโรงแรมงานเสิร์ฟก็จะได้ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายอิตาลีน่ะค่ะ จ่ายตามชั่วโมงงานที่ทำค่ะ ดูแลคนชรา จ่ายถูกหน่อย อาจจะเป็นการกินอยู่ด้วยเลยก็เป็นได้ค่ะ งานด้านนวดอันนี้ดาไม่ทราบค่ะ ( ไม่เคยทำ นวดไม่เป็นค่ะ) แต่ได้ยินคนไทยเขาคุยกันว่ารายได้ดีค่ะ

นี่แหละค่ะงานที่คนไทยที่อยู่อิตาลีเขาทำกัน แต่มีหลายๆคนที่เขาโชคดีที่ไม่ต้องทำงาน เพราะสามีเลี้ยงดูค่ะ

Cinque Terre

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอิตาลีล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศอิตาลี

ค่ะ วีซ่าถาวรหรือคะ สำหรับคนที่จะขอวีซ่าถาวรนั้น
– คนที่แต่งงานมีครอบครัว อันนี้จะของ่ายหน่อยค่ะ
– คนที่อาศัยอยู่อิตาลีอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป และต้องมีงานทำ และต้องรู้ภาษาอิตาลีพอสมควรค่ะ เพราะเขามีการสอบภาษาอิตาลีด้วย

สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวก็คงเหมือนกับกฎหมายการขอวีซ่าของยุโรปค่ะ คือต้องมีเงินในธนาคาร ต้องมีการงานทำที่มั่นคงในเมืองไทย อะไรพวกนี้ล่ะค่ะ

Dolomities เป็นเทือกเขาที่สวยงามและมีขื่อเสียงของอิตาลี่ค่ะ

ผู้ชายชาวอิตาลีมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวอิตาลีเหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม

ส่วนผู้ชายอิตาลีหรือคะ ตามที่ดาได้สัมผัสนะคะส่วนใหญ่ผู้ชายชาวอิตาเลียนรักครอบครัว ไม่ค่อยเจ้าชู้นะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุคคล อีกนั่นแหละค่ะ ผู้ชายอิตาลีเหมาะที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ครองไหม อันนี้ก็ตอบยากนะคะเพราะความชอบของคนเรามันไม่เหมือนกัน อีกอย่าง ทุกประเทศมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าดี บางทีดีสำหรับเราอาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่นก็ได้ อยากจะบอกสาวไทยว่าชาวอิตาเลียนไม่ได้ร่ำรวย ถ้าคิดจะเลือกผู้ชายอิตาลีคุณควรทำใจว่าคุณไม่ได้นั่งเป็นคุณนายอยู่บ้านแน่นอน คุณต้องออกไปหางานทำเพื่อช่วยเหลือครอบครัว คุณจะเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ

เหมาะสมกับสาวไทยไหม ถ้านิสัยเข้ากันได้ผู้ชายประเทศไหน ก็เหมาะสมกับคุณทั้งนั้นล่ะค่ะ

Dolomities

จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวอิตาลีมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างสาวไทยกับหนุ่มอิตาลีนะคะ
– เรื่องเงินค่ะ คนไทยมีวัฒนธรรมเลี้ยงดูพ่อแม่ เพราะฉะนั้นเวลาสาวไทยแต่งงานมาอยู่อิตาลีก็จะขอเงินสามีส่งบ้าน ซึ่งชาวอิตาลีเขาไม่มีวัฒนธรรมแบบนี้เขาก็ไม่เข้าใจก็จะเกิดการทะเลาะขึ้น
– ผู้ชายอิตาลีส่วนใหญ่จะติดครอบครัว(แม่) สาวไทยชินกับคาวมอิสระ พอมาเจอผู้ชายที่ติดแม่ก็จะเครียดค่ะ แรกๆก็ทนได้อยู่นานๆไปก็จะเริ่มมีปากเสียงกันค่ะ

คุณ ปนัดดา

เพิ่มเติม

บทสัมภาษณ์: คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากอุบลราชธานีสู่เวนิส อิตาลี – คุณ คุณ ปนัดดา

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่ อย่างต่อเนื่อง

One thought on “20 ปีในอิตาลีกับบางความแตกต่างที่พบเจอระหว่างคนไทยกับคนอิตาเลียน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s