เมื่อคุณมาถึงประเทศอิตาลีใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิตาลี

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ นุชนารถ วรรณขาว อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ นุชนารถ จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนอิตาลี และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศอิตาลี

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ นุชนารถ วรรณขาว

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี (Italy) เมื่อปี 2011

เมือง:มิลาน (Milan)

ภาพถ่ายจากคุณ นุชนารถ วรรณขาว

ภาพจากงานเดินแบบชุดไทยและผ้าไทย ที่จัดขึ้นที่เมืองเวนิส ในวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา เป็นงานเผยแพร่วัฒนธรรม จัดขึ้นโดย กระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานศิลปะร่วมสมัย. ซึ่งดิฉันมีส่วนร่วมเป็นส่วนเล็กๆที่ช่วยดูแลนางแบบ จึงอยากนำภาพสวยๆมาฝากผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ตั้งแต่ที่คุณย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศอิตาลีครั้งแรก มีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวอิตาลีบ้างครับที่คุณรู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

อืม.สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจตอนที่มาอิตาลีใหม่ๆหรือคะ
..อย่างแรกเลยคือคนอิตาลีใส่รองเท้าในบ้าน คือตอนมาถึงใหม่ๆดิฉันจะถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านเพราะเป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่ถือว่าเป็นการให้เกียรติเจ้าของบ้าน
แต่คนที่นี่(อิตาลี)กลับมองดิฉันแปลกๆและบอกว่าไม่ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน เพราะไม่มีใครทำกันทุกคนใส่รองเท้าในบ้าน
(อันนี้แปลกสำหรับดิฉัน)

อย่างที่ 2 เรื่องของอาหาร คือเราคนไทยจะติดกับการปรุงรสชาติ เช่นถ้าทานก๋วยเตี๋ยว ก็ต้องมีเครื่องปรุงให้ ทานข้าวถึงแม้จะมีกับข้าวก็ต้องมีพริกน้ำปลา ซึ่งสำหรับคนไทยถือเป็นเรื่องปรกติ แต่สำหรับคนอิตาลีเขาเห็นเป็นเรื่องแปลกในเมื่อเชฟปรุงอาหารแล้วเรียบร้อยทำไมต้องปรุงเพิ่ม ถือเป็นการไม่ให้เกียรติเชฟ เคยมีครั้งหนึ่งดิฉันไปทานอาหารกับเพื่อนด้วยความเคยชินจึงขอซอสและพริกเพิ่มเพื่อจะปรุงรสชาติ ทุกคนมองดิฉันด้วยสายตาที่แปลกไป สามีจึงเล่าให้ฟังว่าการขอเครื่องปรุงเพิ่มถือว่าไม่มีมารยาทและไม่ให้เกียรติเชฟ

พออยู่อิตาลีนานเข้าดิฉันก็เห็นข้อดีของการไม่ปรุงเพิ่มนั้นคือ ทำให้เราได้รับรู้รสชาติของอาหารอิตาเลียนอย่างแท้จริง และได้ลิ้มรสในความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร ดิฉันจึงได้รู้ว่านี่คือวัฒนธรรมในการทานอาหารของคนอิตาเลี่ยนจริงๆ

อย่างที่ 3 คือคนอิตาเลี่ยนใช้เวลาในการทานอาหารนานมากกกกก คือถ้าเป็นมื้อเที่ยงก็จะจบประมาณบ่าย 3-4โมงเย็น ถ้าเป็นมื้อเย็นก็เที่ยงคืน-ตี1 คือคนอิตาลีเขาจะทานอาหารหลายจาน คือมีจานที่ 1-2-3 มีของหวาน ต่อด้วยเหล้าสำหรับหลังอาหารและกาแฟ อาหารของเขาจะเสิร์ฟทีละจานรอจนทุกคนทานจานแรกหมดจานที่ 2 ถึงจะมาเสิร์ฟ เรามาถึงตอนแรกคืองง เพราะเมืองไทยคืออาหารทุกอย่างมาพร้อมกันและเราทานด้วยกัน แต่คนอิตาลีคือจานใครจานมัน คนไทยทานอาหารเต็มที่ 2 ชั่วโมง แต่คนอิตาลีค่อยทานบางทีลากยาว 4-5 ชั่วโมง(ในกรณีวันหยุดหรือทานข้าวกับครอบครัวและเพื่อนๆ)

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศอิตาลี สักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย อะไรที่คุณชอบแบบที่คนอิตาลีทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

วัฒนธรรมอะไรของคนไทยที่ดิฉันรู้สึกแปลกใจและอะไรที่เปลี่ยนไปหรือคะ อันนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนนะ แต่โดยส่วนตัวแล้ววัฒนธรรมหรืออาจจะเรียกว่าความเคยชินของคนไทยมากกว่า ที่ดิฉันแปลกใจและคิดว่ามันยังมีอีกหรือ มีอยู่ 2 อย่างค่ะนั้นคือ
1. การทรงเจ้าเข้าผี
2. การกราบไหว้บูชาต้นไม้หรือสัตว์แปลกๆเพื่อขอหวย(ตัวเลขเพื่อซื้อลอตเตอรี่)

ที่ดิฉันแปลกใจเรื่องการทรงเจ้าเข้าผีคือทำไมคนไทยในปัจจุบันจึงมีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้เพิ่มขึ้น บอกก่อนนะคะว่าตัวดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อในสิ่งเร้นลับและศาสนาแบบ100%

แต่ที่แปลกใจเพราะบางครั้งหลายคนแยกแยะไม่ได้ว่าในปัจจุบันการทรงเจ้าเข้าผีดูดวงทำนายชะตาไม่ได้เหมือนในสมัยอดีตแล้ว แต่มันคือธุรกิจเกี่ยวกับความเชื่อและธุรกิจเหล่านี้ก็สร้างรายได้มหาสาร ดิฉันไม่ได้บอกว่าความเชื่อนั้นไม่ดีนะคะ เพียงแต่อยากให้แยกแยะและใช้สติก่อนจะเชื่ออะไร

อีกเรื่องคือการขูดต้นไม้ขอหวยอันนี้ก็เป็นอีกความเชื่อของคนไทยที่ดิฉันคิดว่าในสมัยนี้ยังมีอีกหรือ แต่ก็ว่าไม่ได้ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล มองอีกแง่มุมก็ดูน่ารักดีค่ะ

อะไรที่ดิฉันชอบที่คนอิตาลีทำมากกว่าคนไทย
อย่างแรกเลยคือเรื่องขยะ ที่อิตาลีจะมีการแยกขยะอย่างชัดเจน และจะมีวันเวลาที่รถขยะจะมาเก็บขยะแต่ละประเภทตามวันที่กำหนด และเขาจะสอนเด็กๆให้รู้จักการทิ้งขยะให้ถูกต้องตามประเภทของขยะในถังขยะที่ถูกต้อง อันนี้ดิฉันชอบมากค่ะ

การลดการใช้ถุงพาสติกโดยการที่ตามห้างสรรพสินค้าคุณจะต้องซื้อถุงพาสติก แต่หากคุณไม่ต้องการซื้อถุงพาสติกก็สามารถนำถุงผ้ามาจากบ้านได้ ข้อนี้ก็เยี่ยมค่ะช่วยลดพาสติกได้เยอะเลย

ในเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ที่อิตาลีจะมีการสุ่มตรวจสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่เรื่อยๆและมีการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจังและจริงใจ ทำให้สินค้าที่อิตาลี(เมดอินอิตาลี) ค่อนข้างมีคุณภาพคุ้มค่าคุ้มราคาค่ะ

อีกเรื่องที่ดิฉันแปลกใจคือทำไมยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งยังมีความเชื่อเดิมๆว่าการได้แต่งงานกับชายชาวต่างชาติจะทำให้ชีวิตดีขึ้น จะมีชีวิตที่ร่ำรวยเงินทอง ดิฉันแปลกใจมากเพราะในสมัยปัจจุบันการสื่อสารและเข้าถึงอินเตอร์เนต ทำให้โลกของเราแคบลง แต่ทำไมคนไทยบางส่วนยังมีความเชื่อผิดๆและพยายามทำตามความเชื่อนั้นโดยการพยายามจะแต่งงานกับฝรั่ง บางคนเคยเล่าให้ฟังว่าที่อยากมีสามีฝรั่งเพราะอยากสบาย อันนี้บอกเลยว่าผิดมากกกกก การแต่งงานกับฝรั่งไม่ใช่จะสุขสบายเสมอไป หลายคนบอกว่าอยากมาขุดทองเพราะเมืองนอกดินแดนของฝรั่งเต็มไปด้วยทองคำ อันนี้หลายคนเลยที่ถามมาตลอดว่าอยากให้พามาทำงานที่อิตาลี ก็อยากจะบอกว่าที่คุณคิดมันไม่มีจริง ดินแดนของฝรั่งไม่ได้เต็มไปด้วยทองคำอย่างที่คิด มีเพียงแค่ค่าเงินที่แตกต่าง การจะหางานและทำงานในอิตาลีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ก็อยากให้ลองเปลี่ยนวิธีคิดและมองถึงความเป็นจริง จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์นะคะ

เมื่อคุณมาถึงประเทศอิตาลีใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิตาลีเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณรู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณไม่เคยเจอมาก่อน

พูดถึงเรื่องอาหารนี่แนวถนัดเลยค่ะ 5555 คือตัวดิฉันเองเป็นคนที่ชอบทานอาหารและลองทานอาหารทุกประเภท โดยส่วนตัวแล้วดิฉันคิดว่าอาหารสามารถบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและศิลปะในการปรุงอาหารของแต่ละประเทศ ดังนั้นหากคุณอยากเข้าถึงประเทศนั้นๆอย่างแท้จริงคุณจะต้องลองชิมอาหารพื้นเมืองที่เป็นรสชาติดั้งเดิมของประเทศนั้น บางทีอาหารที่เราทานอาจจะไม่ถูกปากเราเสียทีเดียวแต่มันสามารถบ่งบอกถึงอารยธรรมและวิถีชีวิตของคนประเทศนั้น ก็อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าอาหารเขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพียงเพราะเราไม่ชอบนะคะ

ตอนแรกดิฉันมาถึงอิตาลีถามว่ามีปัญหากับเรื่องอาหารไหมบอกเลยว่าไม่ค่ะ เพราะตอนที่อยู่เมืองไทยดิฉันก็ชอบทาน La sanya (ลาซานย่า) Pasta (พาสต้า สปาเกตตี้) อยู่แล้วดังนั้นในเรื่องอาหารจึงไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าถามว่าอาหารจานไหนที่ถูกปากดิฉันมากที่สุดก็เห็นจะเป็นปลาดิบสไตล์อิตาเลียน คือมีอยู่ครั้งหนึ่งดิฉันได้เดินทางไปพักร้อนที่เมือง Galipoli ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของอิตาลีและได้ชิมปลาดิบแบบอิตาลีก็เลยติดใจมาตลอด วิธีทำปลาดิบแบบอิตาลีก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่นำปลาสดๆมาแล่เป็นชิ้นบางๆแล้วโรยด้วยเกลือสีชมพู(เกลือทะเลอย่างดี) ซอยเปลือกมะนาว(มะนาวเขียว)โรยบนเนื้อปลาและปิดท้ายด้วยการโรยพริกไทยเท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ แต่จะหาทานค่อนข้างยากต้องเป็นร้านที่ทำอาหารจากปลาจริงๆ

ส่วนอาหารที่ไม่ชอบอันนี้ก็น่าจะเป็นชีสบางชนิดค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ทานเลยนะคะก็ยังทานบ้างในบางครั้ง ดังนั้นในส่วนของอาหารก็คงจะเรียกได้ว่าไม่เป็นปัญหาของดิฉันเลยค่ะ จะมีก็แค่บางครั้งที่จะคิดถึงอาหารไทยนั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ไกลบ้านเลยต้องการสิ่งทดแทนเท่านั้นค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลีคุณเคยคิดฝันว่าประเทศอิตาลีหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศอิตาลี

ถามว่าดิฉันเคยวาดภาพอิตาลีไว้ยังไงก่อนเดินทางมาใช้ชีวิตในอิตาลี บอกอย่างไม่อายเลยค่ะว่าดิฉันไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาใช้ชีวิตในต่างแดนไม่เคยวาดภาพดินแดนของฝรั่งเลย จนวันที่ตัดสินใจแต่งงานก็ยังไม่คิดว่าจะย้ายมาอยู่อิตาลี จนกระทั้งแต่งงานและสามีทำเรื่องให้ย้ายมาอยู่อิตาลีดิฉันก็มาแบบงงๆ

ถามว่าเคยคิดไหมว่าดินแดนของฝรั่งโรยด้วยทองคำ อันนี้ต้องบอกเลยว่าไม่เคยคิด ถึงแม้จะเคยได้ยินคนไทยหลายคนมาเล่าให้ฟัง(ตอนที่ยังอยู่เมืองไทย)ว่าเมืองนอกนั้นสวยหรู ทำงานได้เงินดีมาชวนไปขุดทอง แต่ดิฉันก็ไม่เคยคล้อยตาม อาจจะเพราะว่าสมัยอยู่ที่เมืองไทยตัวดิฉันเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีมีเงินเดือนค่อนข้างสูง ดิฉันจึงพอใจในสิ่งที่มีและไม่ได้หวังจะไปขุดทองต่างประเทศจึงไม่สนใจเมืองนอกเท่าไหร่นัก อีกอย่างคือดิฉันมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติหลายคนพวกเขามักจะสอนดิฉันในหลายๆสิ่งเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา ทำให้ดิฉันเข้าใจความเป็นจริงของต่างแดนพอสมควร

ถามว่าเคยคิดว่าชีวิตจะดีขึ้นอย่างที่คาดหวังไหมหากได้มาใช้ชีวิตในอิตาลี ก็อย่างที่บอกแหละค่ะว่าดิฉันไม่เคยคาดหวังอะไรเลยก่อนเดินทางมา ดิฉันคิดเพียงแค่ว่ามาที่นี่ในฐานะภรรยาสิ่งเดียวที่ดิฉันคาดหวังคือหวังว่าสามีจะรักและดูแลดิฉันเป็นอย่างดีและดิฉันก็ไม่ผิดหวัง ในส่วนของชีวิตถามว่าดีขึ้นกว่าตอนอยู่เมืองไทยไหมก็ดีขึ้นนะคะ ดีขึ้นในทุกอย่างและดิฉันก็มีความสุขในการใช้ชีวิตที่นี่ แต่ถ้าถามว่าร่ำรวยมีเงินทองเหลือใช้เหมือนที่ใครๆคิดไหมก็อยากจะบอกว่าเราก็คนทำงานค่ะมีพอใช้พอเก็บไม่ได้มากมายอะไร ชีวิตในต่างแดนต้องทำงานค่ะถึงจะอยู่ได้และงานที่นี่ก็หายากมากก่อนจะคิดมาขุดทองที่อิตาลีก็คิดให้ดีก่อน

อะไรที่เมืองไทยที่ดิฉันคิดถึงมากที่สุด
1) ครอบครัวและเพื่อนๆค่ะ
2) อาหารไทย-อีสาน
3) ผลไม้ไทยค่ะ
สามอย่างนี้คือสิ่งที่ดิฉันคิดถึงมากที่สุด

อะไรที่อิตาลีที่ดิฉันขาดไม่ได้ ไม่มีนะคะ จะมีก็อย่างเดียวสามีค่ะ 5555

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศอิตาลี ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศอิตาลี )

อะไรคือสิ่งต้องห้ามและคนอิตาลีไม่ทำกัน เท่าที่ทราบคืองานศพเขาห้ามถ่ายรูปและเขาไม่ทำกันค่ะ เขาถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนตาย
ไม่ไปบ้านคนอื่นในเวลาอาหาร คือถ้าจะไปบ้านเพื่อนให้ไปก่อนเวลาอาหารหรือหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว อันนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของมารยาทในการไปบ้านคนอื่นมากกว่าค่ะ

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

โดยส่วนตัวดิฉันคิดว่าคนไทยสามารถทำงานได้ทุกอย่างในอิตาลีค่ะ เพราะคนไทยส่วนใหญ่มีศักยภาพมากพอสมควร แต่ก็จะมีปัญหาติดขัดนิดหน่อยคือ
1. ที่อิตาลีงานหายากมากแม้แต่คนอิตาลีก็ตกงานกันเยอะ
2.ในส่วนของภาษามีพี่ๆหลายคนเคยเล่าให้ฟังว่าพลาดโอกาสได้งานเนื่องจากไม่ค่อยเข้าใจภาษาอิตาลี
3. การทำงานในบริษัทหรืองานที่มีความชำนาญด้านทักษะ ผู้สมัครงานจะต้องมีวุฒิการศึกษา มีหนังสือรับรองด้านความชำนาญ ( 1.ยกตัวอย่างเช่นหากคุณจะเป็นเชฟต้องมีใบประกาศนียบัตรว่าได้ผ่านการเรียนทำอาหารมาแล้ว 2.หรือหากคุณต้องการทำงานนวดคุณก็ต้องมีใบประกาศนียบัตรว่าได้ผ่านการเรียนนวดมาแล้ว ) และต้องพูดภาษาอิตาลีได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็มีงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ใบประกาศนียบัตรก็จะเป็นการทำงานที่ใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่หรืองานทำความสะอาด

ในส่วนของค่าตอบแทนนั้น ดิฉันเห็นว่าค่อนข้างเหมาะสมในทุกสายงานค่ะเพราะที่อิตาลีเขาจะมีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำอย่างชัดเจนค่ะ

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอิตาลีล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศอิตาลี

การขอวีซ่าถาวรในอิตาลียากไหม อันนี้ดิฉันอาจจะให้ข้อมูลได้ไม่ชัดเจนนะคะ แต่จะเล่าในกรณีของตัวดิฉันเองนะคะ คือการขอวีซ่าถาวรก็จะมีแยกประเภท
1. แต่งงานติดตามครอบครัว
2. อาศัยอาในอิตาลีเกินกว่า 10 ปีขึ้นไป(ปัจจุบันไม่แน่ใจนะคะเนื่องจากอิตาลีมีการเปลี่ยนแปลงกฎอยู่เรื่อยๆ) ในส่วนตัวของดิฉันเองปัจจุบันถือวีซ่าถาวร

ในกรณีแต่งงาน การยื่นวีซ่าถาวรในส่วนของดิฉันนั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพราะในปีแรกที่เดินทางมาถึงอิตาลีจะต้องยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าพักอาศัยในอิตาลี เอกสารที่ต้องใช้ยื่นดิฉันไม่แน่ใจว่าใช้เอกสารอะไรบ้างเนื่องจากดิฉันยื่นขอวีซ่าผ่านมาแล้วถึง 8 ปีจึงไม่สารมารถให้ข้อมูลได้ แต่แนะนำสำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการทำเอกสารต่างในอิตาลีสามารถเข้าไปขอข้อมูลในกลุ่มห้องเตรียมงานเอกสารคนไทยในอิตาลีโดยตรง จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนและแน่นอนกว่าค่ะ ส่วนเรื่องวีซ่านั้นดิฉันยื่นเอกสารในปีแรกเพียงครั้งเดียว คือพอยื่นเอกสารเสร็จก็จะมีการตรวจสอบประวัติและพิมลายนิ้วมือเพื่อบันทึกประวัติ หลังจากนั้นเราจะได้วีซ่าอายุ 1 ปี พอสิ้น 1 ปีก็ไปต่อ เท่าที่จำได้ไม่ต้องยื่นเอกสารอีกเพียงแต่เราเอาวีซ่าใบเดิมไปต่ออายุ ในครั้งที่2 ดิฉันได้วีซ่า 5 ปี และก่อนที่วีซ่า 5 ปีจะหมดอายุ 1 เดือนเราจะต้องจองคิวการต่อวีซ่าล่วงหน้า 1 เดือนเนื่องจากวีซ่าครั้งที่ 3 คือวีซ่าถาวร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเขตพื้นที่ของแต่ละพื้นที่มีกฎต่างกันบางที่กฎก็จะเป็นอีกแบบ ดังนั้นอย่าเพิ่งคิดว่าทำไมคนหนึ่งให้ข้อมูลแบบนี้ อีกคนให้ข้อมูลอีกแบบ ยกตัวอย่างเช่นหากคุณยื่นเอกสารในมิลานก็จะแบบหนึ่ง แต่ถ้ายื่นในเมือองเล็กๆก็จะอีกแบบ ดังนั้นข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่ค่อยตรงกัน แต่ในส่วนของเอกสารเหมือนกันทุกที่
##ในส่วนนี้คือประสบการณ์และความเห็นส่วนตัวค่ะ

การขอวีซ่าท่องเที่ยวอยากไหม?
ไม่ยากค่ะ (ไม่ขอให้ข้อมูลนะคะเนื่องจากดิฉันไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด จึงเกรงว่าหากให้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจะก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน)

การเปิดบัญชีธนาคารสามารถทำได้อย่างสะดวกไหม สำหรับดิฉันก็ไม่ถือว่ายุ่งยากนะคะคนไทยก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ค่ะ ก็เปิดได้ทั้งแบบออมทรัพย์และเปิดร่วมกับบุคลอื่น

ธนาคารไหนดีที่สุดในอิตาลี
อันนี้ดิฉันคงตอบไม่ได้เพราะว่ามันอยู่ที่ใครชอบแบบไหนแต่ละคนก็เลือกธนาคารที่ตัวเองชอบ เพราะมันมีองค์ประกอบเช่นการบริการลูกค้าและการบริหารงานของผู้จัดการธนาคารในสาขานั้นๆมากกว่าค่ะ

ผู้ชายชาวอิตาลีมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวอิตาลีเหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม

ผู้ชายอิตาลีค่อนข้างโรแมนติก ปากหวาน เจ้าชู้พอสมควร ผู้ชายอิตาลีใช้เงินเป็น ค่อนไปทางขี้เหนียว 555
ผู้ชายอิตาลี 40% ค่อนข้างเสียงดัง ผู้ชายอิตาลีชอบแต่งตัวและชอบผู้หญิงแต่งตัวเก่ง ถามว่าผู้ชายอิตาลีเหมาะที่จะเป็นคู่ชีวิตผู้หญิงไทยหรือไม่ อันนี้ตอบไม่ได้เลยค่ะแต่ในความคิดเห็นส่วนตัวของดิฉันที่มีต่อสามีชาวอิตาเลียนดิฉันกล้าพูดเลยว่าผู้ชายอิตาลีเหมาะที่จะใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงไทย อันนี้คือความเห็นส่วนตัวของดิฉันเท่านั้นนะคะ

ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะเลือกคู่ครองก็เป็นเรื่องส่วนบุคล ผู้ชายอิตาลีไม่ได้ดี 100% และไม่ได้แย่ 100% ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขามาจากครอบครัวและสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ตบตีภรรยาทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นฆ่าให้ตายก็มีเยอะ ดังนั้นการจะเลือกคู่ครองไม่ว่าจะคนชาติไหนก็ดูให้ดีก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าฝรั่งต้องดี แต่งงานกับฝรั่งแล้วจะร่ำรวยสุขสบาย ฝรั่งก็มีทั้งคนดีและไม่ดี คนรวยคนจน คนขี้เกียจและขยัน ดังนั้นก็อยากให้สาวๆได้คิดและไตร่ตรองก่อนการตัดสินใจในการเลือกคู่นะคะ

จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวอิตาลีมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ปัญหาหลักของภรรยาไทยและสามีชาวอิตาลี ข้อแรกคือ
1) เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินมีหลายคนเคยมาเล่าให้ฟังว่าสามีไม่เข้าใจว่าทำไมต้องส่งเงินให้ครอบครัวที่เมืองไทย หลายคนจึงต้องออกไปหางานทำบางคนสามีเข้าใจก็ยอมแต่บางคนสามีไม่เข้าใจก็เกิดเป็นปัญหาข้อนี้เกิดขึ้นบ่อยจนหลายคู่ก็ต้องเลิกลากันไป เพราะความไม่เข้าใจในวัฒนธรรม

2) ครอบครัวของฝ่ายชาย เชื่อหรือไม่ว่าปัญหาแม่สามีและลูกสะใภ้ไม่ได้มีแค่เมืองไทยที่อิตาลีก็มี หลายคนโชคดีได้มาอยู่ในครอยครัวที่ดีแม่สามีดี แต่อีกหลายคนเช่นกันที่ต้องเจอกับแม่สามีและครอบครัวสามีที่เรียกได้ว่าไม่ต้องการสะใภ้ต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นการพูดเหยียดหยามสายตาและการกระทำที่พยายามให้สะใภ้ชาวไทยเลิกรากับสามี อันนี้ก็ปัญหาใหญ่ค่ะ

3)ก็เรื่องของภาษาที่เราต้องเรียนรู้เพื่อให้เข้าถึงวัฒนธรรมของเขา แต่หลายครั้งถึงแม้เราจะพูดหรือเข้าใจเขาได้ในระดับหนึ่ง แต่การสื่อความหมายก็มีผิดพลาดได้ในหลายๆครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามในส่วนของภาษาก็ยังสำคัญที่สุดในความรู้สึกของดิฉัน

ความสัมพันธ์ของคนสองคนไม่สามารถยุติลงได้หากทั้งสองคนมีความรักความเข้าใจและปรับตัวเพื่อยอมรับในแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรม

คุณ นุชนารถ วรรณขาว

The 5th Thai Festival 2018

ฝากประชาสัมพันธ์งานการกุศลที่จะจัดขึ้นที่เมือง คีล ประเทศเยอรมันนี ในวันที่ 6 ตุลาคม 2018 ซึ่งในงานนี้จะมีคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดนจากทั่วทุกมุมโลกจะเดินทางมาร่วมงานค่ะ และดิฉันในนามของผู้จัดงานประธานฝ่ายแบล็กสเตต ถือโอกาสนี้เรียนเชิญทุกท่านมาในโอกาสนี้ด้วยค่ะ
เพิ่มเติม

บทสัมภาษณ์: การใช้ชีวิตในมิลาน อิตาลี – คุณ นุชนารถ วรรณขาว

สมาคมสวัสดีลอมบอเดีย – สมาคมคนไทยในอิตาลี

สมาคมรักไทย– ซึ่งเป็นสมาคมเพื่อการกุศล และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในอิตาลี เขตภาคเหนือ

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่ อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s