สีสันของชีวิตในประเทศ อิตาลี

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ สรินยา จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนอิตาลี และเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในประเทศอิตาลี

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล

ย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลี (Italy) สิ้นปี 2006

เมือง: เจโนวา (Genoa)

เฟสบุ๊ค-คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล

ภาพถ่ายจาก คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล

ตั้งแต่ที่คุณยาย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศอิตาลีครั้งแรก มีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวอิตาลีบ้างครับที่คุณยารู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ข้อแรกเลยคือ คนอิตาลีเขาปิดร้านช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสี่โมงเย็น กฎหมายบังคับให้หยุดเพื่อที่พนักงานจะได้กลับไปกินกลางวันที่บ้านและนอนพักผ่อนเติมพลัง ดูหน้าคนที่เขารักก่อนจะกลับมาทำงานอีกรอบตอนบ่าย หรือบางคนที่ไม่กลับบ้านก็จะกิน panino ที่ bar แล้วมานอนอาบแดดก่อนที่จะกลับไปทำงานรอบบ่ายค่ะ ยาก็นึกในใจว่า โหหหหห!!! มีกฎหมายแบบนี้ด้วยเหรอ ช่างมีความสุขแท้ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนอิตาลีนั้นคำนึงถึงการอยู่ดีมีความสุขมากกว่าการทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำแบบที่ยารู้จักและคุ้นเคย มันทำให้ยาฉุกคิดว่าสำหรับคนอิตาลีแล้วเงินมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด จริงอยู่ว่าเราต้องทำงานหาเงิน แต่ก็ต้องแบ่งเวลาพักผ่อนหรือทำอะไรที่เราชอบให้ชีวิตมันเพลิดเพลินขึ้นด้วย ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานยังจริงอยู่ แต่เราต้องเพิ่มเวลาพักมองอย่างอื่นในชีวิตด้วยค่ะ แต่อย่างว่าคนเอเชียไม่ค่อยชินกับระบบแบบนี้หรอกค่ะ ยาเห็นร้านคนจีนปิดร้านครึ่งนึง ถ้ามีลูกค้าผ่านมาก็ยังขายได้ต่อ ถ้ามีตำรวจมาตรวจก็ตอบไปได้ว่า ฉันปิดร้านอยู่นะครึ่งนึงไง ก๊าก

หลัง 2 ทุ่มร้านค้าปิดกันหมด ถนนเงียบมาก ยาก็ เฮ้ย!!! ในใจ เพราะยาคุ้นเคยกับชีวิตในกรุงเทพที่ครึกครื้นเสียงดังมีแสงไฟตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน จะกินอะไรตอนไหนก็ได้ เพราะที่ไทยมีร้านค้าเปิดตลอดเวลา ช่วงแรกๆยาคิดว่าความเงียบมันช่างน่ากลัวแท้ เพราะตอนนั้นปกติยาจะหลับได้ง่ายกว่า ตอนที่มีเสียงวุ่นวายของเมืองหลวงค่ะ ในปัจจุบันนี้หลังจากที่ได้คลุกคลีกับความเงียบอยู่หลายปียารู้สึกว่าความเงียบมันช่างสงบน่ารื่นรมย์แท้ แต่บางทีความเงียบมันก็มีเสียงดังกว่าเสียงความวุ่นวายในเมืองอีกค่ะ

คนอิตาลีดื่มกาแฟเยอะมาก เช้ามา 1 แก้ว ไปถึงที่ทำงานอีก 1 แก้ว ตอน 10 โมงพักทำงานแป๊บดื่มกันอีกแก้ว กินกลางวันเสร็จดื่มอีก 1 แก้ว กลับมาที่ทำงานรอบบ่ายอีก 1 แก้ว ตอน 6 โมงเย็นพักงาน 10 นาที ดื่มอีก 1 แก้ว พอเลิกงานก็ดื่มอีกแก้ว อย่างต่ำ 7 แก้วต่อวัน ยาได้ยินบางคนที่บ่นเครียด ดื่มกัน 10 แก้วต่อวันก็มีให้เห็นบ่อย แล้วเป็นแบบนี้ทุกวัน คุณพระช่วย!!! เมื่อ 20 ปีก่อน คนไทยจะฮิตดื่มกาแฟจากเซเว่นใช่ไหมคะ แก้วใหญ่ๆใส่น้ำแข็งด้วย แต่ที่อิตาลีเขาดื่มกันแก้วเล็กๆแบบแก้วน้ำชาไหว้จ้าวของคนจีน แล้วกาแฟนั้นมันก็เข้มข้นมากๆด้วย พวกเขาไม่นิยมใช้น้ำแข็งกันเพราะระแวง ไม่รู้ว่าเขาเอาน้ำอะไรมาทำเป็นน้ำแข็งอ่ะค่ะ กาแฟแท้แบบอิตาลียาดื่มไม่ได้ค่ะ มันเข้มและขมเกินไป ยาก็เอามาปรุงใหม่ ใส่นมและใส่น้ำตาลเข้าไปเยอะมาก เพื่อให้ได้รสชาติใกล้เคียงกับที่ยาเคยดื่มที่ร้านเซเว่น จากปริมาณน้ำตาลที่ยาใส่ลงไปในกาแฟทำให้ยาตัดสินใจเลิกดื่มกาแฟค่ะ ไม่งั้นยาคงจะเป็นโรคเบาหวานไปแล้วค่ะ

พอได้มาอยู่อิตาลียาวๆแล้ว ก็เรียนรู้ว่าวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวและเป็นวันที่คนอิตาลีเขาต้องไปโบสถ์กัน ร้านค้าส่วนใหญ่ก็ปิด ห้ามทำงาน เพื่อคนทำงานจะได้ไปโบสถ์และใช้เวลากับครอบครัว ตอนนั้นยานึกในใจว่าวันหยุดทำไมไม่พาครอบครัวไปเที่ยวหรือไปกินอะไรกันนอกบ้านหล่ะ บ้านอยู่มาทุกวันและทั้งอาทิตย์แล้ว สำหรับยาตอนนั้นบ้านคือที่นอนและที่อาบน้ำเท่านั้นอ่ะค่ะ วัฒนธรรมนี้ที่อิตาลีก็ทำให้ยารู้จักความหมายของคำว่าบ้านมากขึ้น บ้านสำหรับคนอิตาลีมันคือความผูกพันระหว่างคนที่เขารักด้วย การได้เห็นหน้ากันบ่อยๆคุยกันบ่อยๆ เล่าทุกอย่างละเอียดยิบให้คนที่บ้านฟัง ซึ่งดูเหมือนไม่เห็นต้องเล่าเลยมันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นซะหน่อย มันก็แค่กิจวัตรประจำวันธรรมดา ก็เห็นเล่ากันซ้ำๆทุกครั้งที่เจอกัน จะมาพูดซ้ำทำไมอีก ไม่เบื่อกันรึไงคะ ถึงไม่ถามก็รู้กันอยู่แล้วเพราะว่ามันไม่มีอะไรใหม่เลย ทั้งหมดนี่ยานึกในใจนะคะ เพราะถ้ายาทำอะไรไม่ดีไป ยากลัวว่ายาจะเป็นสาเหตุทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียค่ะเพราะเขาด่าเหมาทั้งประเทศไทย เขาไม่ได้ด่าแค่ยาคนเดียวนะคะ พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทองค่ะ หลังจากที่ยาอดทนฟังและนิ่งมองสิ่งเหล่านี้อยู่พักใหญ่ก็เห็นว่าลึกๆแล้วสิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องที่เขาเล่าค่ะ แต่มันคือเยื่อใยความผูกพันที่เขากำลังสานมันให้แน่นขึ้นตลอดเวลาต่างหาก พวกเขาได้นั่งมองคนที่เขารักแบบเพลินๆ ไม่รีบเร่ง บรรยากาศผ่อนคลาย นั่งกินกันตั้งแต่บ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น เก็บล้างจานเสร็จหนึ่งทุ่มกินต่อและคุยต่ออีก มาราธอนจริงๆค่ะ

Duomo ที่มิลาน

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศอิตาลี สักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย อะไรที่คุณชอบแบบที่คนอิตาลีทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ยารู้สึกว่าค่าครองชีพที่ไทยมันสูงขึ้นมาก หลายอย่างแพงกว่าที่อิตาลีอีกค่ะ ยาจะเดินห้างแถวถนนสุขุมวิทบ่อยๆ หันซ้ายยานึกว่าอยู่ญี่ปุ่น พอหันขวายานึกว่าอยู่เกาหลีใต้ค่ะ แล้วอาหารไทยหลายอย่างเขาก็ทำหวานขึ้นมากเลยค่ะ ส้มกิโลกรัมละ 80 กว่าบาท แพงมากแล้วก็ไม่อร่อยด้วย รสชาติเหมือนส้มปลอมเลยค่ะ รสชาติมันไม่ธรรมชาติเหมือนเมื่อ 15 ปีก่อน ที่อร่อยกว่าและตอนนั้นราคากิโลกรัมละ 20 บาทเองค่ะ มีอีกอย่างที่งงมากคืออาหารที่ขายข้างถนนนั้นแพงกว่าอาหารที่ขายในศูนย์อาหารในห้าง ที่สะอาดกว่าและมีแอร์เย็นกว่า มันแปลกดีค่ะ มีสิ่งนึงที่ยาชอบคือเราสามารถใช้แอฟในมือถือเรียกแท็กซี่ให้มารับเราได้ สะดวกดีค่ะ

สิ่งที่ยาชอบ 3 อย่างคือ

หนุ่มอิตาลีหล่อกว่าหนุ่มไทยค่ะ พ่อแม่เขาทำออกมาได้น่ารักดีทีเดียว ไม่ได้พูดเล่นนะคะ จริงๆยาอยากจะบอกว่า เปอร์เซ็นต์การหย่ากันของคู่สมรสในอิตาลียังมีเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ไทย ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะหย่ากันได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้นแล้วก็ตาม วัฒนธรรมของคนรุ่นปูย่าตายายคือทั้งชีวิตเขาจะแต่งงานแค่ครั้งเดียว แล้วศาสนาจะไม่ยอมหย่าให้ง่ายๆด้วยค่ะ สามีภรรยาต้องหาทางอยู่ด้วยกันให้ได้ ต้องใช้ความพยายามในการจะอยู่ร่วมกันให้มากขึ้น ที่ไทยแต่งเช้าแล้วตอนเย็นเซ็นชื่อหย่ากันเลยก็ได้ คือมันง่ายและสะดวกมากเกินไปอ่ะค่ะ

ที่อิตาลีมีโรงพยาบาลฟรีค่ะ ถ้าอยู่ไทยแล้วป่วยหนักทีนึงก็อาจจะหมดตัวได้ค่ะ เงินที่เก็บมาหลายปีก็อาจจะหมดไปได้อย่างรวดเร็ว พอหายป่วยเงินเก็บก็หายไปด้วย ยาว่ามันไม่ดีเท่าไหร่เลยค่ะ แล้วใครที่ยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแต่ไม่มีเงินรักษามากพอก็มีสิทธิ์ลาโลกได้เร็วกว่า แบบนี้มันน่าเศร้าจริงๆ ค่ะ แต่ที่อิตาลีนี่แบบว่าคนไข้อยากจะตายเขาก็ไม่ให้ตายค่ะ เขารักษากันถึงที่สุดจริงๆ ค่ะ

ระบบบำนาญและระบบการดูแลคนสูงอายุที่มีฐานะยากจนค่ะ รัฐบาลเขารับเลี้ยงให้ฟรีถ้าครอบครัวเราจนจริงๆ ลดภาระให้กับลูกหลานที่ก็ลำบากกันอยู่แล้วให้มีสิทธิ์มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบากเหมือนลูกหลานไทยที่ตัวเองก็ไม่มีเงินแล้วยังต้องเลี้ยงทุกคนในครอบครัวโดยที่ไม่มีใครช่วยอ่ะค่ะ

โรม

เมื่อคุณมาถึงประเทศอิตาลีใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวอิตาลีเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณยารู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณยาไม่เคยเจอมาก่อน

ยามชิมอาหารทุกชนิดเลยนะคะ เริ่มจากเมนูดังๆ ที่ยารู้จักก่อนเลย

Lasagna – ตอนอยู่ไทยก็กินคนเดียวหมดจานนะคะ อร่อยดีไม่มีปัญหาอะไร พอมาลองกินที่อิตาลี กินไป 3 คำแรกเพื่อทำความเข้าใจรสชาติ อืมมมม ชีสมันไม่เหมือนที่เรากินที่ไทยนะคะ มันเข้มข้นมากกว่าเยอะเลยค่ะ กินต่ออีก 3 ช้อนเริ่มเลี่ยน บอกตัวเองว่าสั่งมาแล้วควรกินให้หมดซิ กินต่ออีก 3 ช้อนรู้สึกคลื่นไส้ กินไป 9 ช้อนแล้วยังไม่ได้ครึ่งจานแล้ว บอกแฟนช่วยหน่อยนะฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ ปัจจุบันกินได้หมดค่ะ คุ้นเคยกับรสชาติชีสแล้ว กินหมดแล้วก็เลียจานด้วยค่ะ กินจนโคเรสโตรอลขึ้น 250 เลยค่ะ ตอนนี้พยายามไม่กินชีสเพื่อสุขภาพค่ะ

Pizza ยาก็กินแต่ด้านในที่มีเครื่องโรยอยู่เยอะๆแล้วทิ้งขอบพิซซ่ารอบนอกเหมือนที่สาวไทยหลายคนทำกันอ่ะค่ะ พอพิซซ่าถาดแรกที่มากินที่อิตาลีมาวางข้างหน้า อุ้ย นี่หรือพิซซ่าแท้ๆของอิตาลี หน้าพิซซ่ามันโล่งๆดูน่าสงสารเหมือนพิซซ่าคนจน ไม่สวย เครื่องไม่เยอะเหมือนที่ไทย อ๊าย พิซซ่าไหม้ด้วย ใต้พิซซ่าก็ไหม้ มีเศษผงดำๆด้วย มันไม่เหมือนที่ไทยเลย พวกผงดำไหม้ๆพวกนี้กินบ่อยๆจะเป็นมะเร็งได้นะ ก็กินในส่วนที่ไม่ไหม้ กินเฉพาะส่วนสีน้ำตาลอ่อนที่สุกพอดี รู้สึกผิดหวังนิดๆพิซซ่าแท้ๆทำไมเป็นแบบนี้ ก็ไม่กินไปอยู่พักนึง แต่แฟนก็ชวนไปกินบ่อยมาก ยาก็กินทีละนิดในแต่ละครั้งที่ไป ดูทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย กินตรงไหม้ๆที่เป็นสีดำด้วย อู้ยคุณพระ!!! ดิฉันไม่เอาด้วยหรอกค่ะ หลายๆรอบเข้าผ่านไป 2 ปี ยาก็เข้าใจแล้วว่าความอร่อยของพิซซ่าที่อิตาลีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง แป้งมันอร่อยแบบนี้ ยากินหมดถาดคนเดียวเลยค่ะ กินด้วยความอร่อยเพราะเข้าใจความอร่อยแท้ๆของพิซซ่าแล้ว ยาใช้เวลา 2 ปีเพื่อเข้าใจว่า พิซซ่าอร่อยแบบอิตาลีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ต้องบอกให้เขาทำสุกพอดี สีน้ำตาลอ่อนสวยๆ นะคะ พิซซ่าไหม้ยาเขี่ยทิ้งค่ะ ตอนนี้นานๆกินทีค่ะเพราะมันมีคาร์โบไฮเดรตเยอะ กินแล้วอ้วนค่ะ ชีวิตไม่ได้ใช้แรงงานเยอะก็ไม่ควรกินหมวดแป้งเยอะค่ะ คนอิตาลีเขาไม่กินพิซซ่าอเมริกาที่เรารู้จักกันนะคะ เขาว่ามันคือพิซซ่าปลอมค่ะ กาแฟอเมริกายี่ห้อดังๆก็เช่นกันค่ะ คนอิตาลียี๊ใส่ ยอมอดดีกว่าดื่มกาแฟปลอมของอเมริกาค่ะ

Prosciutto กับ salame – มันคือหมูเค็มแบบกินดิบค่ะ ยาก็ อุ้ย ของดิบยาไม่กินดีกว่า กลัวพยาธิค่ะ เขาก็อธิบายว่าหมักเกลือไว้ไม่มีพยาธิหรอก ถ้ามีพยาธิจริงคนอิตาลีก็คงเป็นพยาธิกันทุกคนแล้ว เอ้อ น่าคิด เอามาชิมนิดนึงลองดู พอยาเอาเข้าปากปุ๊บ หูยยย อร่อยโคตรๆ เอามาอีกเยอะๆเลยค่ะ แต่ก็ยังมีคาใจอยู่บ้างที่มันดิบและมีมันหมูติดเยอะมาก ยาก็เอามันหมูออกค่ะ ถ้าเป็น prosciutto ก็ดึงมันออกง่ายหน่อย แต่ salame นี่ซิคะมันหมูมันกระจายไปทั่ว แต่ยาก็เขี่ยออกอยู่ดีค่ะคือกินครึ่งทิ้งครึ่ง ว่างั้น ส่วนที่ทิ้งนั่นคือมันหมูล้วนๆค่ะเพราะ salame ตอนทำ เขาจะใส่มันหมูครึ่งนึง พอคนอิตาลีเห็นยาเขี่ยไขมันทิ้งเขาก็กุมขมับเลยค่ะ เสียของแท้ๆกินซาลาเม่เขี่ยมันทิ้งมันทำให้คนอิตาลีตาโตและร้อง เฮ้ย!!! จริงๆแล้วยากินเยอะด้วยก็จะเห็นไขมันที่ยาเขี่ยทิ้งเป็นกองใหญ่เช่นกันค่ะ อาหารอิตาลีหลายอย่างนิยมใช้ไขมันสัตว์มาปรุงอาหารให้อร่อยขึ้น กินเข้าไปแล้วก็จะไปอุดตันตามเส้นเลือด พอเลือดผ่านไขมันที่อุดอยู่ไปไม่ได้ หัวใจก็ปั๊มเลือดมากขึ้นเพื่อจะได้ส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ทั่วถึง พอเลือดไปไม่ได้เส้นเลือดก็ระเบิดซิคะ ความดันเลือดมันเยอะไป ยิ่งกินเค็มๆบ่อยๆด้วยอีกนะก็จะทำให้เส้นเลือดเปราะง่าย ไม่ยืดหยุ่นดีเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเส้นเลือดไประเบิดฉีกขาดที่สมองก็จะต้องไปนอนทรมานที่โรงพยาบาลและอาจจะเป็นอัมพาตด้วย กว่าจะได้ตายมันทรมานมาก คนไข้ประเภทนี้ก็มีเพิ่มอยู่เรื่อยๆค่ะ อย่าลืมนะคะ เราควรจะเอาอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเข้าปากให้เยอะๆทำเพื่อตัวเองเถอะค่ะ ยาเป็นห่วงค่ะ

Gorgonzola – ชีสนี้แปลกมากค่ะเพราะว่ามันจะมีราดำๆขึ้นที่ชีสเต็มไปหมด ยี้ แรกๆยาก็กินเฉพาะส่วนขาวๆเขี่ยราดำๆทิ้ง เพราะคนไทยไม่กินรา ราคือของเสียกินเข้าไปแล้วเดี๋ยวเป็นอันตรายต่อร่างกาย เขาก็เฮ้ย อธิบายให้รู้ว่ารามีหลายชนิด ส่วนมากจะทำร้ายร่างกายจริง แต่ราสีฟ้า สีดำที่อยู่ใน gorgonzola นั้นเป็นรามีประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันนี้ยาก็กินแต่ส่วนราดำๆเหลือชีสสีขาวให้แฟนกินค่ะ ยาชอบ gorgonzola แบบเผ็ดเพราะว่าตรงรามันจะมีรสซ่ามากกว่า ซึ่งคนอิตาลีก็เรียกเผ็ดแล้วค่ะ

แล้วอาหารแปลกๆมากๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพวกสมอง ลำไส้ และอัณฑะของสัตว์นี่ยาไม่เคยกิน เพราะแฟนก็เป็นคนอิตาลีที่กินยากอยู่ เขาไม่ลองของแปลกค่ะ ขนาดหนังปลา พุงปลา และหัวปลานี่เขี่ยทิ้งหมดค่ะ ส่วนยาก็กินซะก้างปลาสะอาดเลยค่ะ ไขมันจากปลามีโอไมก้า 3 มีประโยชน์ต่อร่างกายจะให้ยาทิ้งได้ยังไงคะ

Castel Thun ที่ Trentino

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลีคุณเคยคิดฝันว่าประเทศอิตาลีหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศอิตาลี

ก่อนที่ยาจะย้ายมาอยู่ประเทศอิตาลียาก็เคยดูหนังต่างๆที่เขาถ่ายทำในประเทศอิตาลีมาบ้าง ไปหาข้อมูลดูในกูเกิลบ้าง และซื้อหนังสือท่องเที่ยวมาอ่านด้วยค่ะ ยาก็พอจะเห็นภาพบ้างยาไม่ได้นึกฝันเอาเอง รุ่นยามีอินเตอร์เน็ตใช้แล้วยาไม่ได้แก่ขนาดนั้นค่ะ

ถ้าเป็นทางเดินที่โรยด้วยทองคำน่าจะมีแค่ในหนังเท่านั้นมั๊งคะ แล้วยาก็คิดว่าเขาใช้ทองปลอมในการถ่ายทำด้วยค่ะ ก๊าก หรือบ้านคนรวยเขาก็อาจจะเอาสีทองมาทาทางเดินในบ้านได้เช่นกันค่ะ อิอิ

จริงๆแล้วการจะมีชีวิตที่ดีได้นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองหรือของนอกกายเลยค่ะ คนที่จะมีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ คนๆนั้นจะต้องมีภาวะทางจิตที่แข็งแรงมากๆค่ะ เพราะเขาจะเข้าใจการทำงานของร่างกายและจิตใจ เขาจะรู้จักตัวเขาเองว่าเขาเป็นใคร ชอบอะไร เป้าหมายในชีวิตเขาคืออะไร และเขาควรทำอะไรมากกว่าเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดกับตัวเอง เขาจะสั่งตัวเองให้ทำและคิดในแบบที่เขาต้องการได้ เขาจะไม่ทำหรือสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เขาจะเห็นภาพว่าถ้าเขาทำแบบนี้ ผลลัพธ์จะออกมาประมาณไหนบ้าง เมื่อเห็นทางแล้วเขาก็จะเลือกทางที่ดีกว่าให้กับตัวเองได้ และเมื่อเขาบอกให้ตัวเองพอได้เมื่อไหร่เขาก็จะรวยแล้ว และมีความสุขได้ในทันที แบบนี้เรียกว่าเขามีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ

ถ้าจะพูดกันจริงๆความรวยมีหลายแบบนะค่ะ รวยน้ำใจ รวยความดี รวยอารมณ์ขัน และอื่นๆอีกมากมาย แต่คนเราชอบคิดว่าคำว่า “รวย” นั้นหมายถึงแค่รวยเงินทองเท่านั้น นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาละค่ะ เพราะ “ความอยากได้อยากมี” จะเกิดขึ้นในใจทันที พอมาถึงจุดนี้เรากลายเป็นคนจนแล้วค่ะ เพราะเราคิดว่าเรามีไม่พอเราจึงต้องหาเพิ่มตลอดเวลา คนที่บอกตัวเองได้ว่า”ฉันมีพอแล้ว ฉันจะไม่หาเพิ่มแล้วนะ”คนพวกนี้เขารวยแล้วค่ะ คนที่มีเงินแล้วล้านๆๆๆๆๆๆๆบาทแต่ยังไม่พอ เขาก็ยังเป็นคนจนอยู่ค่ะ ก็ดิ้นรนค้นหาเงินกันต่อไป แต่คนที่ชอบทำงานให้ได้ดีโดยที่ไม่คิดถึงตัวเงินมันจะเป็นอีกอารมณ์นะคะ มันเป็นการเดินทางไปให้ถึงจุดหมายและจุดหมายนั้นคือการทำให้มันดีขึ้น ไม่ใช่ทำเพราะชดเชยความจนของตัวเอง มันมีความต่างอยู่นะคะ

อาชีพหลักที่ยาทำตลอดคือ การทำดี ละชั่ว และทำมันด้วยจิตใจที่ผ่องใสค่ะ อยู่ที่ไหนบนโลกยาก็สามารถทำมันได้ และยาก็พยายามทำมันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ง่าย ไม่ได้เงิน แต่มันคือเป้าหมายหลักที่ยาตั้งไว้ และก็คิดว่ายากำลังเดินถูกทางอยู่ด้วยค่ะ ส่วนเรื่องทำงานได้เงินหรือเรียนภาษาหรืออื่นๆยาก็ทำแก้เซ็งไปงั้นแหละค่ะ

3 สิ่งที่คิดถึงเกี่ยวกับประเทศไทยกับ 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้เกี่ยวกับอิตาลีเหรอคะ ตอบยากจังค่ะเพราะในหัวยาคือยาอยู่บนโลกนี้ และโลกใบนี้มันคือบ้านของยาอ่ะค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าตอนนี้ยาอยู่ห้องนอน แล้วยาเดินไปห้องน้ำ ตอนที่ยาอยู่ห้องน้ำ ยาก็ไม่คิดถึงห้องนอน พอยาเสร็จธุระแล้ว ยาก็ออกจากห้องน้ำ แล้วก็อาจจะกลับไปที่ห้องนอนหรือห้องครัวก็ได้โดยที่ไม่คิดถึงห้องน้ำอ่ะค่ะ

ถ้าจะบอกว่าอาหารก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะเมนูหลักที่ยากินตอนนี้มันคืออาหารที่จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายอ่ะค่ะ ส่วนส้มตำหรือซาลาเม่มันคืออาหารรองที่ยากินเพื่อไม่ให้ตัวยาเกิดอาการลงแดงตายซะก่อนอ่ะค่ะ ยาฝึกให้ตัวเองกินในสิ่งที่ควรมา 3 ปีละค่ะ สมองยาก็เริ่มชินกับความเคยชินอันใหม่นี้แล้วค่ะ เรียกว่า 70% ยาอยู่ได้โดยที่ไม่กินอาหารอร่อยทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ค่ะ ยาเป็นคนปรับตัวได้เหมือนจิ้งจกตุ๊กแก ตรงไหนอะไรยังไงยาก็ปรับสภาพได้หมดค่ะ

สมองของยาจะทำงานง่ายๆ คือ

ถ้ามีปัญหายาก็จะหาทางแก้หรือหาทางเลี่ยงปัญหาแล้วเดินหน้าต่อไป ยาฝึกให้ตัวเองเลิกบ่นเพราะมันถ่วงเวลาและไม่เกิดผลดีค่ะ

ถ้าสมองบอกว่าหิวแสดงว่าร่างกายต้องการอาหาร ยาก็จะหาสิ่งที่ร่างกายต้องการก่อน แล้วอาหารที่อยากเอาไว้ทีหลังค่ะ

ถ้าหนาวก็หาผ้ามาห่มหรือไปอยู่ในที่ที่ไม่หนาวอ่ะค่ะ

ถ้ามีพายุฝนตกหนักใช้ร่มกันฝนไม่ได้ ยาก็จะมองหาถ้ำเพื่อหลบซ่อนให้ตัวเองปลอดภัยค่ะ

ยาพยายามจะไม่ทำอะไรให้มันสับสนยุ่งยากมากขึ้น ยาเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเองค่ะ ไม่คิดถึงก็อยู่สบายขึ้น ไม่ถือก็ไม่หนัก แล้วก็ไม่ต้องมาหัดวางอีก ตัดไฟแต่ต้นลม ยากำลังจะกลายเป็นหุ่นยนต์ค่ะ

Basilica di San Pietro ที่ Vaticano, Roma

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศอิตาลี ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศอิตาลี )

ห้ามเดินแก้ผ้าในบริเวณที่เขาไม่อนุญาตค่ะ

เมื่อก่อนโน้นแต่งงานแล้วห้ามหย่าค่ะ แต่ตอนนี้หย่าได้ง่ายขึ้นถ้าแต่งกับทางอำเภออย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องแต่งในโบสถ์

ห้ามทำผิดกฎหมายโดยที่มีคนเห็นค่ะ

ตอนประท้วงถ้ามีตำรวจชายมายืนนิ่งๆประจำการเรียงกันเป็นแถว ผู้หญิงห้ามเข้าไปจูบหมวกกันน็อกของเขาหรือโชว์นมให้ดูเพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจ อาจจะติดคุกได้ค่ะ

ถ้าเป็นคนจนห้ามตายตอนที่เขาอยากค่ะ แต่ถ้ารวยก็ไปสวิสเซอร์แลนด์แล้วให้หมอช่วยให้ตายได้ทันทีค่ะ

Lago di Lecco คือ ทะเลสาปที่แยกมาจาก Lago di Como, Lombardia

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

คนไทยจะทำอาชีพอะไรก็ได้ในอิตาลีค่ะถ้าเขามีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสมกับงานนั้นๆค่ะ

– ถ้าคนไทยพูดอิตาลีไม่ได้หรือได้น้อยมาก งานที่ทำได้ก็คือ งานนวด งานทำความสะอาด หรืองานที่ทำกับเจ้านายคนไทยด้วยกันที่อาศัยอยู่ที่อิตาลี

– ถ้าคนไทยพูดอิตาลีได้รู้เรื่อง ก็เป็นพนักงานเสิร์ฟหรือพนักงานขายได้

– ถ้าคนไทยพูดอิตาลีได้และไปเรียนเพิ่มอีกนิดหน่อยก็เป็นผู้ช่วยพยาบาลได้ เป็นพ่อครัวแม่ครัวตามร้านอาหารอิตาลีได้ เป็นช่างทำผม ทำงานเกี่ยวกับความงามหรืองานสปาก็ได้

– ถ้าคนไทยพูดอิตาลีได้ดีและเรียนเยอะมากก็เป็นหมอเป็นทนาย เป็นอะไรก็ได้ค่ะ

ส่วนเรื่องค่าตอบแทนก็จะได้เหมือนคนอิตาลีถ้าเราพูดอิตาลีได้ค่ะ ถ้าพูดไม่ได้ดี คุยไม่ค่อยรู้เรื่องก็อาจจะโดนกดเงินเดือนค่ะ

Isola d’Elba

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีอย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศอิตาลีล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิตาลีสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศอิตาลี

ยาไม่ได้ขอวีซ่ามานานมาก ยาจำอะไรไม่ค่อยได้แล้วค่ะต้องไปดูที่เว็ปเกี่ยวกับการขอวีซ่าอีกที เพราะเขาจะมีการเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆเข้าไปให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่ให้เกิดขึ้นอีก หลักๆก็ต้องมีเงินโชว์ มีคนค้ำประกัน มีจดหมายเชิญ หรือมีงานทำ อะไรประมาณนี้ค่ะ ไม่ว่าจะขอวีซ่าอะไรก็ตามถ้ามีคุณสมบัติพร้อมแบบที่เขาต้องการก็ขอไม่ยากค่ะ

ทุกคนบนโลกนี้มีสิทธิ์เปิดบัญชีธนาคารที่อิตาลีได้ค่ะ จะเป็นบัญชีแบบไหนต้องไปถามธนาคารเพราะรายละเอียดมันเยอะมาก แล้วแต่ละเดือนเขาจะเรียกเก็บค่าบริการด้วย จะเก็บเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่บัญชีประเภทที่เราเปิด มันมีรายละเอียดเยอะมากจริงๆ ถ้ายารู้ทุกอย่างยาคงทำงานในธนาคารไปแล้วค่ะ
ธนาคารที่ดีที่สุดคงไม่มี มันแล้วแต่เราชอบค่ะ ทุกธนาคารมีข้อดีข้อเสีย ถ้าเราไม่ชอบธนาคารไหนเราก็เปลี่ยนธนาคารได้ค่ะ ถ้าอยากจะประหยัดมากขึ้นก็ควรใช้ธนาคารออนไลน์ก็ได้ค่ะ

สวนหลังบ้านของ Cristoforo Colombo, Genova

ผู้ชายชาวอิตาลีมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวอิตาลีเหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม

ผู้ชายก็คือผู้ชาย ไม่ว่าจะชาติไหนก็จะคล้ายๆกันค่ะ ถ้าคิดว่าเขาจะดีกับเราได้ทั้งชีวิตเราก็ควรจะเอามาเป็นคู่ค่ะ จะรู้ได้ยังไงว่าเขาจะดีกับเราไหมต้องไปหาจิตวิทยาเพศชายมาอ่านก่อน แล้วจะเข้าใจชัดขึ้น แล้วก็จะเอาเขาอยู่หมัดค่ะ

Palazzo Reale ที่ Torino

จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวอิตาลีมักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

เรื่องอาหารค่ะ ถ้าหนุ่มอิตาลีไม่ชอบอาหารไทยก็อาจจะเป็นเรื่องได้ค่ะ เพราะเครื่องปรุงอาหารไทยหลายอย่างมันเหม็นสำหรับคนอิตาลีค่ะ แรกๆก็อาจจะทนได้ พออยู่ไปนานๆแล้วเบื่อขี้หน้ากันแล้วก็อาจจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการเลิกกันได้ค่ะ

เรื่องเอาเงินสามีไปเลี้ยงดูลูกพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ไทยค่ะ ถ้าเลี้ยงแค่ช่วงนึงก็ยังพอว่า แต่ที่เรารู้กันคือ ต้องเลี้ยงกันจนชีวิตจะหาไม่อ่ะค่ะ

เรื่องภาษาค่ะ ตอนรักกันใหม่ๆอะไรก็ดีไปหมด พออยู่ไปนานๆแล้วยังสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง อธิบายความในใจลึกๆไม่ได้ ต่างคนต่างคิดกันไปเองมันก็อาจจะเป็นปัญหาได้ค่ะ แต่ถึงจะพูดภาษาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยได้นะคะ ต้องรู้จักพูดให้ถูกกาลเทศะด้วยค่ะถึงจะอยู่กันได้ตลอดรอดฝั่งค่ะ

คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล

เพิ่มเติม

เรียนรู้และปรับตัวเพื่อการใช้ชีวิตในเจโนวา อิตาลี

คนไทยเรียนภาษาอิตาลี

เฟสบุ๊ค-คุณ สรินยา วิทยาอารีย์กุล

ร้านออนไลน์ที่คุณยามีอยู่

1. กับ Threadless

2. กับ Society 6

3. กับ Curioos

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่ อย่างต่อเนื่อง

One thought on “สีสันของชีวิตในประเทศ อิตาลี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s