สินสอดทองหมั้น

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

ย้ายมาอยู่ประเทศ เยอรมนี (Germany) เมื่อปี 2010

เฟสบุค: คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

สวัสดีค่ะทุกๆคน วันนี้เราจะมาเขียนบทความที่สาวๆอยากรู้ในหัวข้อเรื่อง การที่มีแฟนฝรั่ง จำเป็นไหม ว่าตอนแต่งงานพิธีแบบไทย จำเป็นที่จะต้องมี “สินสอดทองหมั้น”

แน่นอนคะ สาวไทยหลายคนย่อมรู้จัก และ เข้าใจคำว่า “สินสอดทองหมั้น” ดีกันทุกคนเนอะ สาวไทย(บางคน)แต่งงาน ก็อยากจะมีหน้า มีตาทางสัมคม ยิ่งได้สามีเป็นฝรั่งด้วยแล้ว จะน้อยหน้าชาวบ้านแถวนั้นไปได้ยังไง

(บางคน)เรียกสินสอดทองหมั้น กับแฟนฝรั่งเยอะเลยค่ะ เพื่อลบคำสบประมาท หรือ ลบคำที่ชาวบ้านแถวนั้นได้ดูถูกเอาไว้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นความคิดของคน(ส่วนใหญ่)ของสาวไทยเรา ซึ่งก็ไม่แปลกค่ะ

เพราะแต่ก่อน บ้านเราก็คิดอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน ว่าไหนๆจะมีแฟนฝรั่ง หรือ สามีฝรั่งแล้ว พ่อแม่เราก็มีหน้ามีตาทางสังคม เพราะฉะนั้นจะต้องเรียกสินสอด ทองหมั้นจากฝรั่งเพื่อให้สมกับที่ได้สามีฝรั่งนั่นเอง

คุณรู้ไหมค่ะว่า ความคิดของเราเหล่านั้น มันกลับเปลี่ยนไป ตั้งแต่เราได้มาเจอกับสามีเรา คนที่เราแต่งงาน จดทะเบียนด้วยคนนี้ค่ะ คือ คุณ แพททริคหนุ่มสัญชาติเยอรมันจะบอกว่าสามีเรานั้นไม่ได้รวยหรอกค่ะ แต่ที่รักเค้า เพราะเค้าเป็นคนดี ความดีของเค้า ทำให้เราและครอบครัวเรา เลิกคิดที่อยากจะได้เงินสินสอดจากเค้าค่ะ

เพราะอะไรน่ะหรือ ขอท้าวความก่อนนะค่ะ แรกๆที่เรารู้จักกับสามีเราทางเว็ปหาคู่เมื่อปี 2009 เราทั้งคู่ได้ศึกษา ดูใจกันมาประมาณ 8 เดือนค่ะ เคยออกเดทด้วยกัน 2 ครั้ง สรุปเห็นหน้ากันแค่ 20 วัน ก่อนที่เค้าจะขอเราแต่งงานเข้าโบสถ์ ที่เยอรมันเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2010 ค่ะ

ซึ่งช่วงแรกๆที่เราคบกันนั้น หลังจากที่ได้ออกเดทเจอหน้ากันจริงๆแล้ว เราจึงตัดสินใจบอกเค้าความจริงค่ะ ว่าบ้านเรามีหนี้เป็นล้านนะ หากรักเรา รับที่เราเป็นหนี้ได้ ก็ต้องพยายามหาทางช่วยทางบ้านเราด้วย เพราะเราเองเป็นเสาหลักของบ้าน ล่ะพ่อแม่ก็แก่แล้ว ไม่มีรายได้อะไร ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องดูแลท่านทั้งสอง และ ส่งบ้าน ส่งหนี้ที่เรามี แต่หากไม่สามารถช่วยได้บ้าง อันนี้ก็ต้องขอไม่คบค่ะ เพราะที่ฉันบอกคุณตรงๆแบบนี้ เพราะฉันอยากให้คุณรับที่ฉันเป็นได้ หากคุณรับได้ก็คบ รับไม่ได้ก็เลิก ไม่อยากเสียเวลา เราเลยบอกกับเค้าตรงๆไปแบบนี้ค่ะ

จริงอยู่ค่ะ มันเหมือนเป็นการพูดแบบขวานฝ่าซาก หรือ หักดิบเค้า ทำให้เค้าต้องเลือกว่าจะคบ หรือ เลิก ที่เราต้องบอกตรงๆแบบนั้นไป เพราะแต่ก่อนเราเคยคบอดีตแฟนเก่าคนสวีเดนมาก่อน แล้วเราไม่ได้บอกเค้าว่าบ้านเรามีหนี้ สรุปเค้าไม่ช่วยคะ และให้เราหางานทำเพื่อส่งบ้านเราเอง

แบบนี้เราจะมีแฟนฝรั่งไปทำไมว่าไหม จากนั้นเราเลยเลิกคบ และหาคนที่เค้ารับเราได้ ในสิ่งที่เราเป็นค่ะ หากมีแฟนฝรั่งแล้ว เค้าพอที่จะช่วยเหลือครอบครัวเราได้บ้าว ไม่มากก็น้อย ก็ยังดีกว่าที่เค้าไม่ช่วยเนอะ (ตอนนั้นเราคิดแบบนี้ค่ะ)

พอเราบอกสามีเราไปตรงๆแบบนั้น หลังจากที่คบกับเค้าได้สักระยะ และ เจอกันแล้วค่ะ ต่อมาเค้าบอกว่า “โอเค ผมรับได้ และผมจะหาทางช่วยเหลือครอบครัวของคุณเท่าที่ผมจะสามารถช่วยครอบครัวของคุณได้” ซึ่งคำพูดของเค้าที่บอกเราในช่วงแรกที่เราคบกัน และจากนั้นมาเราก็ไม่ได้พูด หรือ ย้ำเค้าอีกเลยค่ะ

เมื่อเค้ารับปากเราตามนั้น ต่อมาไม่นาน เราทั้งสองได้เข้าพิธีแต่งงานกัน เราใช้ชีวิตอยู่กับเค้าที่เยอรมันตั้งแต่ปี 2009 คำพูดเพียงหนึ่งประโยค ที่เค้าได้รับปากกับเรา ว่า “โอเค ผมรับได้ และผมจะหาทางช่วยเหลือครอบครัวของคุณเท่าที่ผมจะสามารถช่วยครอบครัวของคุณได้” ในที่สุดเค้าก็ทำได้ค่ะ เวลาผ่านไปสองปีแรก บ้านเราที่เคยมีหนี้เป็นล้าน สามีเราได้ปลดหนี้ จ่ายหนี้นอกระบบต่างๆ ให้กับครอบครัวเราหมดแล้วค่ะ

ผู้ชายคนนี้พูดจริง ทำจริง โดยที่เราไม่ต้องไปพูดย้ำๆเค้าทุกๆครั้ง เพราะหลังจากที่เราได้แต่งงานกับเค้า เค้าได้ให้บัตร ATM ของเค้ากับพ่อของเรา ที่เมืองไทยไว้กดเงินใช้ทุกๆเดือนค่ะ ซึ่งเงินได้แบ่งออกเป็นสองส่วนค่ะ ส่วนหนึ่งให้ไว้จ่ายหนี้ต่างๆ อีกส่วนหนึ่งให้เอาไว้ใช้เป็นค่ากินอยู่ ค่าน้ำไฟต่างๆ ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ ค่ะ

เราไม่ได้บอก หรือ บังคับให้สามีเราต้องให้บัตร ATM ของเค้า กับครอบครัวเราเลยค่ะ นั่นคือความคิดของเค้าเอง ที่เค้าอยากจะช่วยเหลือครอบครัวของเราให้หมดหนี้

ทุกวันนี้บ้านเราไม่มีหนี้แล้วค่ะ เพราะสามีเราเค้าได้ตามจ่ายหนี้ต่างๆให้ครอบครัวเราจนหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้ธนาคารที่เคยเอาที่บ้านไปจำนองกับธนาคาร หนี้นอกระบบจากคนรู้จักที่มาเก็บเงินกู้ ร้อยละ 20 รวมทั้งเค้าได้จ่ายหนี้ที่เราเคยกู้เรียน และ เค้ายังช่วยจ่ายหนี้ที่พ่อแม่เราเคยเอาทองไปจำนำไว้ที่ร้านทองอีก ทุกอย่างเค้าช่วยดูแล จ่ายให้หมดเลยค่ะ ครอบครัวเรา พ่อแม่เรา รวมถึงตัวของเราดีใจมากๆค่ะ ที่แต่ก่อนเคยมีหนี้เป็นล้านๆ ตั้งแต่เรามาแต่งงาน อยู่กับสามีเรา 2 ปีแรก บ้านเราไม่มีหนี้อีกแล้วค่ะ

และทุกๆเดือน สามีเราก็ยังทำอยู่คะ คือ เค้ายังให้เงินพ่อแม่เราไว้กิน ไว้ใช้ทุกๆเดือนเหมือนเดิมค่ะ เค้าทำแบบนี้ตั้งแต่เราแต่งงานกัน จนถึงปัจจุบันอยู่กันกันมาจะ 8 ปีแล้วค่ะ ซึ่งเค้าก็ยังเสมอต้นเสมอปลายยังส่งเงินให้กับทางบ้านเราใช้อยู่ทุกๆเดือน โดยที่เราไม่เคยไปพูดย้ำว่าเค้าจะต้องส่งนะ เพราะเงินเดือนเค้าเข้าปุ๊บ เค้าจะโอนเงินในบัญชีเค้าแบบอัตโนมัติเลยค่ะ

ด้วยเหตุนี้นี่เอง พ่อแม่เราเอ่ยปาก พูดเองเลยค่ะว่า —-> “หากวันใดที่ลูกจะจัดงานแต่งงานพิธีแบบไทยๆกับแพททริค พ่อแม่จะไม่เรียกเงินค่าสินสอดทองหมั้นกับแพททริคเลย เพราะเค้าเป็นคนดีจริงๆ ช่วยบ้านเราปลดหนี้ได้ ทุกวันนี้พ่อแม่ได้กินอยู่สบาย ไม่ต้องมาคิดมากเรื่องจะหาเงินไปใช้หนี้เค้ายังไงอีกแล้ว สบายใจจริงๆที่ได้เค้ามาเป็นลูกเขย ที่สุดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็อยากให้ลูกได้อยู่สบาย มีความสุข หากลูกสบาย พ่อแม่ก็จะได้สบายตามไปด้วย”

พ่อและแม่เราพูดแบบนี้ เรานี่น้ำตาคลอเลยค่ะ เพราะตั้งแต่เราคบกับแฟนคนไทยมา และ เคยคบกับแฟนฝรั่งมา แต่ละคนก่อนหน้านี้ ที่จะมาเจอสามีเรา ไม่เคยมีใครช่วยเราและบ้านเราปลดหนี้ให้ได้เลยค่ะ มีแพททริคคนนี้คนเดียว ที่เค้าพูดจริง ทำจริงค่ะ ด้วยเหตุนี้ ที่ทำให้พ่อแม่เราซึ้งน้ำใจของเค้า และไม่เคยคิดที่อยากจะได้เงินสินสอดจากแพททริค สามีเราอีกเลยค่ะ
เพราะเราเคยเห็นมีฝรั่งที่เค้าแต่งงานกับคนแถวบ้านเราอยู่คนหนึ่งเค้าแต่งงานกับสาวคนไทยพ่อแม่ฝ่ายผู้หญิงได้เรียกเงินสินสอดทองหมั้น รวมแล้ว 1 ล้านบาท จากฝรั่งคนนั้นค่ะ และฝรั่งคนนั้นก็จ่ายค่าสินสอดล้านนึงให้กับพ่อแม่ฝ่ายหญิงคนนั้นจริงๆค่ะ ต่อมาไม่นานเงินล้านที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงได้จากฝรั่งเป็นค่าสินสอด เค้าได้ใช้เงินนั้นกันหมดแล้วค่ะ และพ่อแม่ฝ่ายหญิงคนนั้นก็มาขอเงินจากฝรั่งคนนั้นอีกค่ะ

แต่ฝรั่งคนนั้นบอก ให้ไปแล้วไงล้านนึง จะมาขอซ้ำซากอีกทำไม ให้ทีเดียวคือจบ ไม่ต้องแบกหน้ามาขออีกนะ ไม่มีให้อีกแล้ว (ดูฝรั่งคนนั้นมันพูดกับพ่อแม่ฝ่ายหญิงนั่น)

และผู้หญิงคนนั้นด้วยความที่รักพ่อแม่ของตนอยู่ ก็ต้องแอบขโมยเงินของฝรั่งสามีเธอ เพื่อเอาไปให้พ่อแม่ของเธอใช้ทุกๆเดือน จนวันนึงฝรั่งสามีเธอจับได้ค่ะ และฝรั่งสามีของเธอ ได้บอกเลิกเธอคนนั้นเลยค่ะ เพราะฝรั่งกับความซื่อสัตย์ต้องมาที่หนึ่งค่ะ อีกอย่างฝรั่งไม่ชอบคนที่พูดโกหกค่ะ เห็นไหมคะ ว่าฝรั่งบางคนคือเค้าจ่ายค่าสินสอดทองหมั้นให้กับสาวไทยก็จริง แต่เค้าจะไม่มาให้จุกจิ๊ก หรือ มาขอเรื่อยๆ ฝรั่ง(บางคน)เค้าไม่ให้เรื่อยๆนะค่ะ

พ่อแม่เราเลยบอกว่า เนี่ยแหละ คือ เหตุผลหนึ่ง ที่พ่อแม่เราไม่อยากได้เงินสินสอดทองหมั้นกับสามีของเรา เพราะเงินสินสอดที่ได้มา มันก็ต้องมีการใช้ไป สักวันมันก็หมดเนอะ สู้ดีไม่เอาเงินสินสอดจากเค้าเลยดีกว่า แต่ให้เค้าดูแลส่งเงินให้พ่อแม่ไว้กินไว้ใช้ในแต่ละเดือน คือดูแลกันไปตลอด จนกว่าพ่อแม่จะหาไม่ แบบนี้ดีกว่ามาขอเงินจากเค้าทีเดียว ละเค้าให้ทีเดียวคือเงินสินสอด เพราะพ่อแม่นับวันยิ่งแก่เฒ่าไป ก็ทำงานไม่ได้แล้ว ก็มีแต่จะต้องพึ่งพาอาศัยจากลูกนี่แหละ ที่ให้ช่วยส่งเงินเป็นค่ากิน ค่าอยู่ในแต่ละเดือน

ซึ่งอันนี้มันก็แล้วแต่นิสัยของฝรั่งแต่ละคนนะค่ะ มันขี้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของฝรั่งแต่ละคนด้วยค่ะ ว่าตัวเค้าคิดได้เอง ว่าจะช่วยครอบครัว ซึ่งเราไม่ต้องไปย้ำเค้าอยู่บ่อยๆ ว่าต้องส่งทางบ้านเรานะ เราถือว่าเรานั้นโชคดีคนนึง ที่ได้สามี ที่เค้าเข้าใจครอบครัวเรา รักครอบครัวเราเหมือนพ่อแม่เราเป็นพ่อแม่เค้าอีกคนด้วย

เพราะฝรั่ง(บางคน)เค้าคิดนะค่ะว่า ทำไมผมจะต้องช่วยครอบครัวคุณด้วย พ่อแม่ของคุณสร้างหนี้ ก็หาใช้กันเองสิ ไม่ใช่ปัญหาของผม อีกอย่างผมเองยังไม่เคยให้เงินพ่อแม่ผมใช้เลย แล้วทำไมผมต้องช่วยครอบครัวคุณด้วย (หากดิฉันได้สามีแบบนี้นะค่ะ เราไม่คบให้เสียเวลาหรอกค่ะ เพราะถือว่าเค้าไม่รักครอบครัวของเรา ไม่มีความรับผิดชอบช่วยเหลือครอบครัวเราบ้างเลย เพราะเราเองก็ไม่ใช่ว่าจะไปกอบโกยเอาเงินจากเค้าทั้งหมดค่ะ แค่อยากให้เค้าพอจะช่วยเหลือบ้างไม่มากก็น้อยแค่นั้นเองค่ะ)

เราไม่รู้ว่าสาวไทยแต่ละคนต้องการสามีฝรั่ง แล้วจะหวังเงินสินสอดจากฝรั่งมากหรือน้อย แค่ไหนนะค่ะ แต่ที่สุดแล้ว เราอยากจะบอกว่า ฝรั่งเองเค้าก็คือคน ที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำเหมือนกับเราๆนี่แหละค่ะ เพราะฉะนั้นหากคุณจะเรียกสินสอดจากฝรั่งแฟนคุณ จะเรียกน้อย หรือ เรียกมากนั้น มันก็เป็นสิทธิ์ของคุณเนอะ

เราอยากจะบอกว่า ความรัก ความเข้าใจ ความที่เค้าดีกับเรา เค้ารักครอบครัวของเราจริงๆ รวมถึงการที่เค้าแสดงออกมาด้วยความจริงใจ สิ่งเหล่านี้เราได้จากเค้ามา มันมากกว่าคำว่าสินสอดเงินล้าน ที่เราได้แต่เงินแต่ไม่ได้ใจเค้าจริงๆค่ะ คุณค่าของการเป็นคนดี มันวัดกับค่าของเงินสินสอดไม่ได้หรอกนะค่ะ บางคนไม่มีเงินสินสอดมาแต่ง แต่เค้ารักเราไปตลอดชีวิตก็มีค่ะ

หากใครที่ได้สามีรวยจริง และ เค้าสามารถช่วยเหลือครอบครัวของคุณได้จริงๆ เรายินดีกับคุณด้วยค่ะ แต่หากใครที่ไม่ได้สามีแบบนั้น คุณก็ไม่ต้องไปเสียใจ หรือ น้อยใจ หรือ เอาตัวคุณไปเปรียบเทียบกันใครเค้า เพราะคนเรามีโชค ดวง และ วาสนาที่แตกต่างกันค่ะ

คุณได้สามีเป็นคนดี เค้ารักคุณ เค้ารักครอบครัวของคุณ ถึงเค้าจะไม่หล่อ ไม่รวย แต่เค้าเป็นคนดี แค่นี้เราว่าคุณก็โชคดีคนนึงแล้วล่ะค่ะ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับชีวิตใครเค้า เพราะมันจะทำให้คุณนั้นดูต่ำต้อย ไร้ค่า ชีวิตของคุณเองนั้นแหละ ที่จะทุกข์ และไม่มีความสุขซะเอง

ดังนั้นจงพอใจในสิ่งที่คุณมี ยินดีในสิ่งที่คุณได้ แบบนี้ดีที่สุดค่ะ เพราะบั้นปลายของชีวิตทุกๆคน ก็อยากจะมีความสุข สมหวัง ขอให้เค้า(ฝรั่งแฟน หรือ สามีคุณ) ดูแล เทคแคร์ตัวคุณเอง ให้มีความสุขได้ตลอดชีวิต แค่นี้ก็เรียกว่าความสุขที่มีคุณค่า และล้ำค่าในชีวิตแล้วละค่ะ

ขอให้ทุกๆคนโชคดี มีความสุขมากๆนะค่ะ บุญรักษา พระคุ้มครองนะค่ะทุกๆคน สวัสดีค่ะ

คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

หากท่านใดสนใจเรื่องราวของเธอเพิ่มเติมจากนี้ ติดตามเธอทางเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอได้ครับ

เฟสบุค: คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

พิ่มเติม

เรื่องน่าอ่าน บทความเกี่ยวกับการอยู่อาศัย, การทำงาน, การหาความรัก(คู่รัก)ในต่างประเทศ

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s