วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศสก๊อตแลนด์

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Sittha อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Sittha จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนสก๊อตแลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ Sittha

ย้ายมาอยู่ประเทศสก๊อตแลนด์ (Scotland) เมื่อปี 2003

เมือง: เอดินเบิร์ก (Edinburgh)

ภาพถ่ายจาก คุณ คุณ Sittha

Introduction

สวัสดีค่ะคุณ Trevor และคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เมื่อคราวที่แล้วเราได้คุยกันเรื่องชีวิตและความเป็นอยู่ทั่วไปของฉันที่สก๊อตแลนด์ คราวนี้คุณ Trevor ได้ให้เกียรติสัมภาษณ์ฉันอีกครั้งในหัวข้อเรื่องความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมในประเทศสก๊อตแลนด์และประเทศไทยค่ะ

ก่อนอื่นฉันขออนุญาติออกตัวก่อนว่าคำตอบของฉันในบทสัมภาษณ์ข้างล่างนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของฉันโดยเกิดขึ้นมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ฉันได้ใช้ชีวิติอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์และเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศอื่นๆในทวีปยุโรปมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 จนถึงปัจจุบัน ความคิดเห็นของฉันอาจจะเหมือนหรือแตกต่างจากใครๆบ้าง ฉันก็ขอให้ทุกคนอ่านบทสัมภาษณ์นี้เพื่อสาระและความบันเทิงไม่มากก็น้อยค่ะ

Edinburgh Castle

ตั้งแต่ที่คุณ Sittha ย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์ครั้งแรก มีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวสก๊อตแลนด์บ้างครับที่คุณ Sittha รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ก่อนที่ฉันจะตอบคำถามนี้ ฉันขอให้คำจำกัดความของคำว่า “วัฒนธรรม” ตามความเข้าใจของฉันคือการดำเนินชีวิตประจำวันรวมไปถึงการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นของบุคคลทั่วไปที่อาศัยอยู่ร่วมกันในสังคมนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ววัฒนธรรมของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยเช่น อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างทางภูมิศาตร์, ความเชื่อต่างๆที่ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ และอื่นๆอีกมากมาย ฉันเชื่อว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมนี้ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าใครผิดหรือใครถูก แต่ทำให้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจมากขึ้น มาดูกันเลยค่ะว่าตอนฉันย้ายมาอยู่สก๊อตแลนด์ช่วงแรกๆฉันเจออะไรที่แปลก ตื่นเต้น หรือน่าสนใจเพียงใด

ตอนที่ฉันย้ายมาอยู่ที่สก๊อตแลนด์แรกๆฉันสังเกตุเห็นคนที่นี่เข้าแถวรอคิวขึ้นรถเมล์, ซื้อของ, สั่งอาหารในร้านฟาสต์ฟู้ดหรือเข้าแถวรอคิวเพื่อใช้บริการอื่นๆ ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าทึ่งมากในความสุภาพและมีระเบียบของคนที่นี่ แล้วฉันก็ปฏิบัติตามคนที่นี่โดยการยืนต่อแถวเพื่อรอขึ้นรถเมล์และใช้บริการอื่นๆค่ะ ชีวิตฉันก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆแล้วฉันก็เคยชินกับการเข้าแถวรอคิว แล้ววันหนึ่งฉันก็เดินทางกลับไปพักผ่อนที่กรุงเทพ คราวนี้ล่ะค่ะฉันสังเกตุเห็นผู้โดยสารแย่งกันขึ้นรถเมล์, ผู้คนยืนรุมล้อมเบียดกันไปมาที่ร้านขายขนมแห่งหนึ่งที่ฉันเดินผ่าน ซึ่งฉันคิดว่ามันแปลกตรงที่สมัยฉันอาศัยอยู่ประเทศไทย ฉันก็เคยแย่งกับคนอื่นขึ้นรถเมล์ เคยยืนรุมล้อมแม่ค้าเพื่อซื้อของโดยที่ฉันไม่เคยรู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกชอบการต่อแถวรอคิวมากกว่าค่ะ

Scott Monument in Princes Street

เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2002 ฉันได้เดินทางมาหาสามีและเที่ยวพักผ่อนที่บ้านของเขาครั้งแรก ฉันก็ต้องประหลาดใจที่เห็นเขาเดินเข้าบ้านแล้วก็เดินไปภายในบ้านเข้าห้องโน้นออกห้องนี้โดยที่ยังใส่รองเท้าคู่เดิมที่ใส่เดินตามถนนนั่นแหละค่ะ ฉันมีความรู้สึกว่าถนนข้างนอกมันอาจจะสกปรกหรือเปล่า ตอนอยู่ที่เมืองไทยฉันเคยเห็นแต่ทุกคนถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน วันต่อมาฉันไปซื้อรองเท้าแตะพื้นนุ่มๆสำหรับใส่ในบ้านมาให้สามีหนึ่งคู่พร้อมกับอธิบายให้สามีฟังว่า “คุณที่รักคะฉันอยากอยู่ที่นี่กับคุณแล้วรู้สึกเหมือนอยู่บ้านฉันเอง” ฉันยิ้มหวานๆพร้อมกับมองสบตาสามีแล้วก็พูดว่า “ฉันก็เลยอยากทำบ้านของเราให้เป็นแบบบ้านไทยๆโดยการเริ่มถอดรองเท้าก่อนเดินเข้าบ้านแล้วก็หันมาใส่รองเท้าแตะที่ฉันซื้อมาให้คุณนี่ไงคะ” ฉันยื่นรองเท้าแตะให้สามี แล้วสามีก็ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านจากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

เรื่องต่อไปที่ฉันรู้สึกประหลาดใจที่ฉันคิดว่าต้องเล่าก็คือเรื่องผิวพรรณค่ะ ตอนฉันอยู่ที่ประเทศไทยก็เคยได้ยินว่าชาวยุโรปชอบคนผิวสีแทน ซึ่งเป็นความชอบที่แตกต่างจากคนไทยที่ชื่นชอบผิวขาวๆ พอฉันได้มาอยู่ที่นี่ก็เห็นคนที่นี่จ่ายเงินมากมายเพื่อซื้อครีมทาผิวหรือสเปรย์พ่นผิวให้มีสีแทนหรือสีเข้มๆขึ้น และคนที่นี่มักจะชมว่าผิวฉันสวยแต่ฉันกลับคิดว่าผิวของคนที่นี่ขาวสวยค่ะ แต่เวลาฉันไปพักผ่อนที่เมืองไทยฉันก็ไม่ไปเสียเงินซื้อครีมทาผิวให้ขาวหรอกค่ะ เพราะฉันพอใจกับสีผิวธรรมชาติที่ฉันได้รับมาจากพ่อแม่ค่ะ

Edinburgh

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศสก๊อตแลนด์สักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย อะไรที่คุณชอบแบบที่คนสก๊อตแลนด์ ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ตอนที่ฉันอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์ได้สักพักแล้วก็มีโอกาสได้กลับไปพักผ่อนที่ประเทศไทย ฉันก็เริ่มสังเกตุเห็นความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตประจำวันในสองประเทศนี้ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย นั่งเขียนนั่งเล่าสู่กันฟังได้หลายๆวันเลยล่ะค่ะ ตัวอย่างเช่น การเคารพกฎจราจรและการใช้รถใช้ถนน ซึ่งฉันจะเล่าเหตุการณ์ที่ฉันสังเกตุเห็นดังนี้ค่ะ

เมื่อหลายปีมาแล้วฉันมาพักผ่อนที่เมืองไทยแถวๆจังหวัดทางภาคเหนือ ค่ำคืนหนึ่งฉันงงมากที่ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากร้านอาหารด้วยอาการมึนเมาเดินและยืนแทบจะไม่ไหว พอเขาเดินไปถึงรถยนต์ของเขาเขาก็ใช้เวลาตั้งนานในการหากุญแจรถ แล้วเขาก็ขับรถออกไปจากร้านอาหารแห่งนั้น ซึ่งฉันอยู่ประเทศสก๊อตแลนด์มาเกือบจะ 15 ปีแล้วฉันยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ที่นี่เลย คนที่นี่เวลาเขาไปงานปาร์ตี้และถ้ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาก็จะไม่ขับรถเพราะถ้าเขาโดนตรวจพบว่ามีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมากกว่ากฎหมายกำหนด เขาจะโดนยึดใบขับขี่ 2 ปี ซึ่งมันเป็นอะไรที่แย่มากๆถ้าเขาต้องขับรถไปทำงานไกลๆทุกวัน เมื่อขับรถไม่ได้เขาก็อาจจะตกงานได้ค่ะ คราวนี้ล่ะลำบากแน่ๆค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วคนที่นี่จะให้ความสำคัญและระมัดระวังเรื่องดื่มแล้วไม่ขับเป็นอย่างมากค่ะ

Edinburgh

เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วฉันกรุงเทพ แล้ววันนั้นฉันต้องไปยืนรอหลานอยู่ริมถนน ตรงใกล้ๆกับป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ระหว่างที่รอฉันก็ต้องตกใจที่เห็นรถเมล์จอดไม่สนิท นั่นหมายถึงรถเมล์เคลื่อนตัวไปช้าๆเวลาผู้โดยสารขึ้นลง ซ้ำหนักไปกว่านั้นรถเมล์บางคันก็ไม่เข้าจอดเทียบป้าย (จอดรอผู้โดยสารอยู่เลนกลางของถนน) ฉันก็ยิ่งงงหนักเพราะนั่นมันอันตรายมาก ฉันอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์ฉันเห็นแต่รถเมล์จอดนิ่งสนิทที่ป้ายรถเมล์พอประตูรถเมล์เปิดผู้โดยสารที่จะลงป้ายนั้นๆก็ลงรถก่อน เสร็จแล้วคนที่รอขึ้นรถก็ค่อยๆทยอยขึ้นมาแจ้งคนขับรถเมล์ว่าต้องการตั๋วชนิดใด แล้วผู้โดยสารก็หยอดเหรียญมูลค่าตามราคาตั๋วโดยสารชนิดนั้นๆผู้โดยสารฉีกเอาตั๋วแล้วก็ไปหาที่นั่ง รถเมล์ที่นี่สามารถรับผู้โดยสารที่ใช้รถเข็นได้ด้วยค่ะ

อยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์สักระยะหนึ่งฉันก็เริ่มชินกับการที่รถยนต์หยุดให้ฉันข้ามถนนก่อนเสมอในเวลาที่ฉันไปยืนรอข้ามถนนในเขตทางข้าม แต่เมื่อฉันกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทยฉันยืนรอข้ามถนนที่เขตทางข้าม ไม่มีรถคันไหนหยุดรถให้ฉันข้ามถนนก่อนเลยค่ะ แปลกๆ งงๆค่ะ

Edinburgh

เมื่อคุณมาถึงประเทศสก๊อตแลนด์ใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวสก๊อตแลนด์เมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบ คุณ Sittha รู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณ Sittha ไม่เคยเจอมาก่อน

ฉันคิดว่าอาหารของชาวสก๊อตแลนด์ก็จะมีรสชาติคล้ายๆกับอาหารยุโรปทั่วไปนั่นคือมีรสชาติที่ไม่เผ็ด ค่อนข้างจืด ปรุงรสด้วยเนย เกลือ พริกไทยนิดหน่อย ชาวสก๊อตแลนด์บางคนไม่ชอบกลิ่นกระเทียม ไม่ชอบเนื้อปลาและอาหารทะเล ไม่ชอบเนื้อหมู เท่าที่ฉันสังเกตุคนที่นี่ส่วนใหญ่ชอบเนื้อไก่ เนื้อวัวและเนื้อแกะค่ะ

ฉันจำได้ดีตอนนั้นครั้งแรกที่ฉันมาเที่ยวที่สก๊อตแลนด์และได้เดินทางไปเที่ยวเกาะ Isle of Skye เช้าวันแรกสามีของฉันสั่งอาหารเช้าเป็น Full Scottish Breakfast (ตามภาพคล้ายๆข้างล่างค่ะ) ฉันมองไปเห็นอะไร กลมๆสีดำๆในจานอาหารเช้าของสามี ฉันก็เลยถามว่า “นั่นสีดำๆน่ะอะไรคะ” สามีตอบว่า “มันคือ Black Pudding เป็นอาหารของที่นี่คุณจะลองหน่อยไหม” ฉันลืมถามว่ามันทำมาจากอะไรแต่ก็ตักมา 1 ช้อนเล็กๆ พอเอาเข้าปากฉันอุทานดังๆในใจ โอ้แม่เจ้านี่มันช่างมีกลิ่นประหลาดอะไรอย่างนี้ มันคือกลิ่นคาวเลือด ฉันรีบคายมันออกมา จบกันไม่ต้องทานต่อแล้วอาหารเช้า ฉันมารู้ทีหลังว่า Black Pudding ทำมาจากเลือดหมู, ไขมันหมูหรือไขมันวัว, ข้าวโอ๊ตและเครื่องเทศต่างๆ

เมนูที่ฉันชื่นชอบก็คือขนม Sticky Toffee Pudding (ตัวอย่างภาพข้างล่างค่ะ) ขนมจานนี้เป็นเค้กที่ต้องทานอุ่นๆมีรสชาติหวาน หอม นุ่มกำลังดีค่ะ ฉันชอบให้เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศครีมวนิลา อืม อร่อยมากๆค่ะ คุณผู้อ่านต้องลองชิมดูสักครั้งค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศสก๊อตแลนด์คุณเคยคิดฝันว่าประเทศสก๊อตแลนด์หรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศสก๊อตแลนด์

ตอนที่ฉันอยู่ประเทศไทยฉันเคยได้อ่านหนังสือหลายๆเล่มทั้งที่เป็นนิยายและเรื่องเล่าที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบทวีปยุโรปได้เขียนเล่าไว้ ในหนังสือเหล่านั้นจะบรรยายถึงความสวยงามความสะอาดเรียบร้อย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองในทวีปยุโรป ฉันก็มีความฝันว่าจะไปดูหรือไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศแถบทวีปยุโรปเลยก็ยิ่งดีค่ะ พอฉันมีโอกาสได้มาทำงานที่ประเทศมอลต้า ต่อมาก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์และได้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบทวีปยุโรปหลายๆประเทศ ฉันก็ได้เห็นความสวยงามและความมีระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่นี่ แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกผิดหวังกับความสะอาดนิดหน่อยค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินเยอะๆจะสะอาดมากๆ แต่ถ้าเดินออกนอกเมืองก็อาจจะมีขยะบ้างนิดๆหน่อยๆค่ะ

ฉันไม่เคยคิดว่าดินแดนในประเทศสก๊อตแลนด์, ประเทศอื่นๆในทวีปยุโรปหรือบ้านเมืองของฝรั่งจะโรยด้วยทองคำ แล้วฉันก็ไม่เคยคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเมืองของฝรั่งจะไม่มีอุปสรรคหรือความยากลำบาก ฉันกลับคิดว่าคนเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องดูแลตนเองโดยการทำงานหาเลี้ยงชีพแล้วก็ช่วยเหลือคนอื่นบ้างตามสมควรค่ะ และฉันก็คิดว่าถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิตก็ต้องเริ่มจากการค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเองว่าเราต้องการอะไร เราอยากมีชีวิตแบบไหน ทำอะไรแล้วมีความสุข มีความฝันว่าอยากทำอะไร แล้วก็หาความเป็นไปได้โดยพิจารณาจากความสามารถของตนเองตามความเป็นจริง ถ้าคิดไตร่ตรองแล้วพบว่ามีความเป็นไปได้ก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตไปตามความฝันในขณะนั้น แล้วก็วางแผนชีวิตให้ดำเนินไปตามเป้าหมายนั้นๆ แต่ถ้าคิดดูแล้วความฝันไม่น่าจะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติจริงเราก็ควรเปลี่ยนความฝันและเป้าหมายในชีวิตเพื่อให้เราไม่ต้องผิดหวังในชีวิตมากจนเกินไปค่ะ คิดทบทวนและหาความฝันใหม่จนกว่าจะเจอค่ะ ซึ่งบางคนโชคดีมากๆค้นพบตัวตนที่แท้จริงตั้งแต่เด็กๆ แต่บางคนโชคไม่ค่อยดีเลยอายุมากแล้วก็ยังหาตัวตนที่แท้จริงยังไม่เจอก็มี

Edinburgh

ตอนที่ฉันอยู่เมืองไทยฉันเคยมีความฝันว่าอยากมาทำงานที่ต่างประเทศ ฉันก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีที่ทำฝันนี้ให้เป็นจริง พอมาทำงานแล้วก็ชอบการดำเนินชีวิตที่ยุโรป ฉันก็ได้มาอยู่ที่สก๊อตแลนด์ ฉันอยากให้การใช้ทักษะภาษาอังกฦษของฉันดีขึ้นฉันก็ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ต่อมาฉันก็อยากเรียนที่มหาวิทยาลัยเอดดินบะระ ฉันก็ได้เข้าไปเรียนที่นั่นจนจบ ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้านับเวลาตั้งแต่ฉันเริ่มมีความฝันและลงมือทำฉันต้องอดทน พยายาม อุตสาหะ ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 15 ปีค่ะ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอกค่ะ ต่อมาฉันเคยฝันอยากมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวบ้างฉันก็ได้รับโอกาสนั้น ฉันมีความสุขและชอบใช้ชีวิตอยู่ที่สก๊อตแลนด์มากค่ะ ฉันอยู่ที่นี่ได้อย่างสุขสบายก็เพราะสามีดูแลฉันค่ะ ฉันจึงขอขอบคุณสามีของฉันที่ให้เกียรติ ให้อิสระ ให้ความรักและดูแลฉันเป็นอย่างดี ยังไงก็แล้วแต่สภาพอากาศที่นี่หนาวมากๆค่ะ ดังนั้นการที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างไม่ลำบากมากฉันก็ต้องให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดี ฉันจึงไปเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายบ่อยๆ ฉันชอบว่ายน้ำ เล่นโยคะและเล่นเวทค่ะ และสิ่งต่อมาที่ฉันคิดว่าจำเป็นในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คือทักษะการใช้ภาษาอังกฤษค่ะ ถ้าคุณๆผู้อ่านอยากมาเที่ยวหรือมาใช้ชีวิตอยู่ที่สก๊อตแลนด์ก็เริ่มฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆนะคะ

ถึงแม้ว่าฉันมีความสุขและชอบการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสก๊อตแลนด์มากมายเพียงใดฉันก็ยังคิดถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันคิดถึงครอบครัวและเพื่อนๆที่ประเทศไทยมากๆค่ะ ฉันคิดถึงผักพื้นบ้านและผลไม้ที่ฉันชอบที่ประเทศไทย และฉันก็คิดถึงบรรยากาศในการเดินตลาดนัดเล็กๆที่มีอาหาร ขนม ผักและผลไม้ขายมากมาย เวลาฉันไปพักผ่อนที่ประเทศไทยฉันก็จะพยายามไปใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัวและไปเดินหาผักพื้นบ้านและผลไม้ในตลาดค่ะ

Princes Street Garden

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศสก๊อตแลนด์( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศสก๊อตแลนด์ )

คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จะชอบความเป็นส่วนตัวแล้วก็อาศัยอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวเล็กๆที่มีแค่ พ่อ, แม่, ลูก หรือสามีและภรรยาเท่านั้น การใช้ชีวิตของคนที่นี่ส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างแข่งขันกับเวลา พอมีเวลาว่างเล็กน้อยจากการทำงานหรือภาระหน้าที่อื่นๆคนที่มีครอบครัวแล้วก็จะใช้เวลาอันมีค่านั้นอยู่กับครอบครัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นคนที่นี่จะไม่ไปหาใครหรือเยี่ยมเยือนใครโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า ยกเว้นเสียแต่ว่ามีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจริงๆเท่านั้นค่ะ

ตามที่ฉันได้เล่ามาในช่วงแรกว่าคนที่นี่จะเข้าแถวเพื่อรอคิวใช้บริการในสถาณที่ต่างๆ เช่นร้านค้าร้านอาหารและที่ป้ายรถประจำทางเป็นต้น เพราะฉะนั้นการลัดคิวเป็นการกระทำที่เสียมารยาทมากๆ ใครที่มาเที่ยวที่นี่ครั้งแรกก็ระวังอย่าใจร้อนลัดคิวคนอื่นเลยค่ะเพราะคุณอาจจะโดนคนอื่นมองคุณด้วยสายตาแปลกๆ หรืออาจโดนตำหนิก็ได้ค่ะ

คุณ Sittha

เพิ่มเติม

การทำงานและหาความรักในประเทศสก๊อตแลนด์

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากนครพนมสู่เอดินเบิร์กประเทศสก๊อตแลนด์

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

One thought on “วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศสก๊อตแลนด์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s