วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศแคนาดา

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ อลินดา บรู๊ซ-อัลเลน อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณอลินดาจะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนไทยกับคนแคนาดา

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ อลินดา บรู๊ซ-อัลเลน

ย้ายมาอยู่ประเทศ แคนาดา (Canada) เมื่อปี 2016

เมือง: แอดมันตัน (Edmonton)

ภาพถ่ายจาก คุณ อลินดา บรู๊ซ-อัลเลน

ตั้งแต่ที่คุณอลินดาย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศ แคนาดา ครั้งแรกมีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวแคนาดาบ้างครับที่คุณอลินดา รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก 3 ข้อ

แคนาดาเป็นดินแดนที่ผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาใช้ชีวิตและแสวงหาประสบการณ์ของที่นี่จึงมีความหลากหลายมาก ทั้งอาหาร วัฒนธรรม ภาษาและการเป็นอยู่ จึงไม่ค่อยมีการดูถูกกันนัก การแบ่งชั้นวรรณะน้อยกว่าเมืองไทย

ข้อแรกเลยที่มาแคนาดาแล้วรู้สึกประหลาดปนประทับใจนั่นคือกฎหมายจราจรที่ให้ทางกับคนเดินเท้าข้ามถนนค่ะ อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์เมื่อครั้งที่แล้ว ดิฉันได้เขียนเกี่ยวกับการเคารพกฎหมายจราจรของคนที่นี่ไม่ค่อยมีคนฝ่าฝืน ถือว่ากฎหมายจราจรของที่นี่ค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์มากเลยค่ะ ในครั้งแรกที่เดินข้ามถนนคนเดียวครั้งนั้นยังไม่มีความรู้ของกฎหมายจราจรของที่นี่มากนัก ดิฉันพักอยู่ในตัวเมือง ทุกครั้งที่เดินข้ามถนนไม่ว่าจะไกล้หรือไกลที่พัก เพื่อความปลอดภัยของตัวเองดิฉันจะเดินไปรอข้ามถนนในที่ที่มีสัญญาณไฟข้ามถนนเท่านั้นถึงแม้จะมีป้ายให้ข้ามถนนหลายๆที่ก็ตาม ด้วยความกลัวบวกกับเราเป็นคนไทย ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจดีถึงความเสี่ยงและความอันตรายในการข้ามถนนในเมืองไทย ฉะนั้นเมื่อเราอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเราต้องระมัดระวังตัวเป็นสองเท่า ครั้งหนึ่งดิฉันรีบไปซื้อของเลยคิดจะข้ามถนนจากหน้าที่พักไปอีกฝั่งของถนนเพราะใกล้กว่าไม่ต้องอ้อมไปข้ามถนนไกล ช่วงนั้นรถไม่ค่อยเยอะเลยคิดว่าจะวิ่งข้ามไปยันอีกฝั่งให้เร็วที่สุด แต่ก็มีป้ายคนข้ามอยู่บริเวณนั้นนะคะ อีกอย่างหนึ่งที่นี่ไม่มีสะพานลอยข้ามถนนค่ะ ในทันทีที่เราเดินถึงขอบฟุตบาทเพื่อที่จะข้ามถนนไปอีกฝั่ง รถที่เเล่นมาด้วยความเร็ว 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเห็นดิฉันยืนรอข้ามถนนอยู่ก็ชะลอและหยุดรถให้ทางดิฉันข้ามถนนในทันที ซึ่งในตอนนั้นที่ดิฉันยืนอยู่ก็คิดเพียงว่ายืนรอให้รถคันนั้นผ่านไปก่อนแล้วค่อยข้ามเพราะมีเพียงคันเดียวที่วิ่งมาในขณะนั้น แต่กลับเป็นว่าเขาจอดให้เราข้ามโดยไม่มีท่าทีเร่งรีบแต่อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจปนกับประทับในการเคารพกฎของคนที่นี่มากค่ะ

เรื่องที่ 2 คือห้างสรรพสินค้าของที่นี่ปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 5 โมงเย็นร้านก็ปิดเเล้วค่ะ ต่างจากเมืองไทยที่เปิดถึง 4 ทุ่ม

เรื่องที่ 3 คือการแยกขยะ ในเมืองไทยอาจมีสอนนักเรียนนักศึกษาในการเเยกขยะเปียก ขยะแห้งและขยะรีไซเคิล แต่ในชีวิตจริงส่วนน้อยมากที่จะนำมาปฏิบัติ แต่ที่แคนาดาทุกครัวเรือนจะมีถังขยะจากทางรัฐบาลแจกฟรี และมีถังขยะแยกแยะเป็นสัดส่วนทุกครัวเรือน ในปัจจุบันที่บ้านจะแยกขยะเป็น 3 แบบ หลักๆคือ
– ขยะเปียกเช่น เศษผัก เศษผลไม้และเศษอาหารต่างๆ รวมถึงกากกาแฟ
– ขยะทั่วไป เช่นพลาสติก
– ขยะรีไซร์เคิล เช่น กล่องกระดาษ กระป๋องน้ำอัดลมหรือขวดน้ำ
หากมีเศษอาหารเปื้อนขยะดิฉันจะล้างทำความสะอาดก่อนค่อยทิ้งลงถังขยะค่ะ ซึ่งทุกบ้านต้องทำการแยกขยะ หากบ้านหลังไหนไม่แยกขยะตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ทางรถเก็บขยะจะมีใบแจ้งเตือนในครั้งแรก หากครั้งต่อไปอาจไม่เก็บขยะให้ และบางรัฐอาจโดนใบสั่งให้เราต้องเสียค่าปรับเลยก็มีค่ะ

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศ แคนาดาสักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย
อะไรที่คุณชอบแบบที่คนแคนาดาทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

จริงๆแล้วเมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธมีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม จากแต่ก่อนดิฉันก็รู้สึกเฉยๆกับนิสัยคนไทย เพราะดิฉันเป็นคนไทยใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยเลยคิดว่าทุกๆอย่างมันเป็นเรื่องปกติสำหรับดิฉันไปเเล้ว แต่หลังจากการได้ใช้ชีวิตอยู่ที่แคนาดา และได้เห็นกฎระเบียบ แม้กระทั่งการกระทำของคนที่นี่ ทำให้ดิฉันคิดว่าเมืองไทยควรมีแบบนี้บ้าง หากคนไทยปฎิบัติเหมือนคนเเคเนเดียนคงจะทำให้เมืองไทยเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นค่ะ

การใช้ถุงพลาสติก แม้ทุกๆปีจะมีการรณรงค์ลดโลกร้อนด้วยการใช้พลาสติกให้น้อยลง ใช้ถุงผ้าให้มากขึ้นแต่คนไทยส่วนน้อยมากที่จะให้ความร่วมมือ อยู่แคนาดาร้านค้าบ้างร้านเราต้องซื้อถุงพลาสติกเพื่อใช้ใส่สินค้าที่เราซื้อ แต่ส่วนมากคนที่นี่จะมีถุงผ้าเอาไปเอง บางร้านมีคืนเงินให้ลูกค้าที่นำถุงกระผ้ามาเองด้วยนะคะ

คนขับรถเมล์ รถเเท็กซี่ที่นี่มีการบริการที่สุภาพมากค่ะ ไม่อารมณ์ร้อนเท่าคนขับที่เมืองไทย แต่การเดินทางของที่นี่ก็ลำบากมากเช่นกันค่ะ อยู่ในตัวเมืองไปไหนมาไหนอาจสะดวกกว่าคนนอกเมืองหน่อยค่ะ เพราะรถประจำทางนอกเมืองอาจต้องรอนาน ช่วงอากาศหนาวนี่รอรถจนตัวเย็นชาเลยค่ะ แต่หากมีรถยนต์ประจำตัวก็ไปไหนสะดวก

ที่จอดรถสำหรับคนพิการ ทุกคนที่นี่ถึงแม้จะต้องรีบทำธุระของตัวเองเพียงใดก็ตามจะไม่มีใครจอดในที่จอดของคนพิการเลยค่ะ กฎหมายที่นี่ให้ความสำคัญแก่คนพิการและผู้สูงอายุมากค่ะ บ่อยครั้งที่ดิฉันเข้าห้าง ร้านอาหารหรือโรงหนัง ต้องมีห้องน้ำพิเศษสำหรับคนพิการ รวมถึงราคาค่าโดยสาร ค่าสินค้า มีราคาพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ คนสูงอายุที่นี่จะมีสวัสดิการดีเช่นมีอุปกรณ์ช่วยเดิน ช่วยในการดำรงชีวิต มีรถโดยสารพิเศษสำหรับรับส่ง คนพิการโดยเฉพาะ ซึ่งโทรเรียกแล้วไปรับถึงบ้านเลยค่ะ

เมื่อคุณมาถึงประเทศ แคนาดาใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวแคนาดาเมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณอลินดา รู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณอลินดา ไม่เคยเจอมาก่อน

ปกติเป็นคนชอบทานอาหารยุโรปอยู่แล้วค่ะ ถึงแม้อยู่เมืองไทยก็ทานอาหารยุโรปบ่อยครั้งต่อเดือน บางเมนูของร้านอาหารที่นี่เราเคยทานที่เมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่ค่อยรู้สึกเเปลกแต่อย่างไร เมนูส่วนใหญ่ที่ชอบทานก็จำพวก สเต็กเนื้อและหากเป็นเมนูอาหารเช้าก็เป็นพวกแพนเค้ก ขนมปังทาเนย ไข่กวน ประมาณนี้ค่ะ ส่วนอาหารจีนและอาหารญี่ปุ่นนานๆจะทานที รสชาติก็ไม่แตกต่างจากเมืองไทยมากนัก ทุกร้านอาหารที่นี่เน้นเรื่องความสะอาดของอาหารเป็นหลัก
แต่ส่วนมากจะทำอาหารทานเองที่บ้านค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ประเทศแคนาดา คุณเคยคิดฝันว่า ประเทศแคนาดาหรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศแคนาดา

สิ่งที่คิดสิ่งเเรกเลยคือค่าเเรงของคนทำงานค่ะ เคยคิดว่าการทำงานของคนที่นี่ได้รับค่าตอบแทนสูง ซึ่งคำนวนแล้วได้มากกว่าเมืองไทยหลายเท่า แต่ความเป็นจริงที่ได้มาอยู่กลับตรงกันข้ามเลยค่ะ ค่าแรงทีได้ต้องหักภาษีซึ่งภาษีที่เสียก็สูงมาก ค่าครองชีพและค่าหมอรักษาที่นี่ก็เเพงมากเช่นกันค่ะ และอีกอย่างที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางไปทำงานของคนที่นี่คืออากาศที่หนาวเหน็บ หากเดินทางด้วยรถยนต์ประจำตัวอาจจะไม่ต้องทนหนาวมากเท่าไหร่ แต่หากเดินทางด้วย รถเมล์หรือรถไฟต้องทนกับสภาพอากาศหนาวในขณะที่รอรถโดยสาร

สิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมทางสังคมและทางธรรมชาติที่นี่ดีกว่าที่คิดไว้มากค่ะ

สวัสดิการ การศึกษาสำหรับเด็กที่นี่ดีมากค่ะ เรียนฟรี ทั้งค่าเรียน อุปกรณ์การเรียน ทุกอย่างฟรีจนเรียนจบมัธยมปลายค่ะ

สิ่งที่คิดถึงมากเลยคืออาหารไทยค่ะ อาหารไทยเป็นอาหารที่เราทานมาตั้งแต่เกิด ทั้งรสชาติอาหารที่มีรสจัด เช่น ส้มตำ ต้มยำ และผัดกระเพรา ถ้าขาดอาหารไทยคิดว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้แน่ๆค่ะ

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศแคนาดา (สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศแคนาดา)

กฎหมายที่นี่ห้ามทำร้ายสัตว์ค่ะ ปกติใกล้ที่พักจะเห็นพวกสัตว์ อย่างเช่น กระต่าย กระรอก นก รวมถึงกวาง ซึ่งสัตว์เหล่านี้สามารถเห็นได้เกือบทุกพื้นที่แม้บริเวณที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ทั้งในเมืองและชนบทค่ะ หากผู้ใดทำร้ายหรือจับสัตว์เหล่านั้นโทษหนักเลยทีเดียวค่ะ หากเป็นฤดูล่าสัตว์ผู้ที่จะออกล่าสัตว์นั้นต้องมีใบอนุญาตล่าสัตว์เท่านั้นถึงจะทำการล่าสัตว์ได้ และต้องล่าในเขตที่อนุญาตเท่านั้นค่ะ

คุณ อลินดา

เพิ่มเติม

การทำงานและหาความรักในประเทศแคนาดา

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากศรีสะเกษสู่แอดมันตันประเทศแคนาดา

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One thought on “วัฒนธรรมที่คนไทยพบเจอในประเทศแคนาดา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s