แนะนำเทคนิคของการเรียนภาษาให้เก่งและเข้าใจ

บทความ

นักเขียนรับเชิญคนพิเศษ – คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

ย้ายมาอยู่ประเทศ เยอรมนี (Germany)เมื่อปี 2010

(ภาพถ่าย: สถานที่ในยุโรป)

เฟสบุค: คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

”แนะนำเทคนิคของการเรียนภาษาให้เก่งและเข้าใจ”

สวัสดีค่ะทุกๆคน วันนี้เราจะมาเขียนบอกเทคนิคของการเรียนภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอื่นๆ ทำยังไงให้เข้าใจภาษานั้นๆได้มากยิ่งขี้น

เคยถามตัวเราเองบ้างไหมค่ะว่าทำไม ภาษาอังกฤษมันถึงได้ยากจัง เรียนมาตั้งนาน ทำไมไม่เข้าใจเลย ยิ่งพวกแกรมม่านะ ยิ่งไม่เข้าใจกันไปใหญ่ เคยเป็นไหม

นั้นก็เพราะว่า โรงเรียนในเมืองไทยที่เราเห็นนะ จะสอนแบบนกแก้ว นกขุนทอง สอนแบบท่องจำ เช่น พอชั่วโมงภาษาอังกฤษมาถึง ทุกคนจะรู้เลย ว่าต้องพูดว่า

“Good morning teacher. How are you? I’m fine, thank you. And you?

แบบเนี่ยพวกเราจะจำได้อัตโนมัติ หากพูดคำอื่นมา จะงงๆกันเลยทีเดียว คริๆ (รึว่าไม่จริง)

ยิ่งวันไหนเจอฝรั่งเดินมาถามทางด้วยแล้ว อยากจะวิ่งหนี เพราะกลัวจะ พูด สื่อสารกับเค้าไม่รู้เรื่อง แทนที่จะบอกทางเค้าด้วยปากบอก ก็ต้องเป็นใช้ภาษามือ ชี้บอกทางแทน เคยเป็นไหมค่ะ

อีกทั้ง สาวไทยหลายคน ที่อยากได้แฟนฝรั่ง แต่พูดภาษาไม่ได้ สื่อสารกับฝรั่งไม่รู้เรื่อง แบบนี้ก็ทำให้พลาดโอกาสดีๆที่จะได้เจอฝรั่งดีๆเช่นกันค่ะ เพราะหากคุณคุย หรือ สื่อสารกับฝรั่งไม่เข้าใจ จนทำให้เค้าเกิดความเบื่อหน่ายที่จะต้องก๊อปข้อความ เพื่อเอาไปแปลจากเว็ปกูลเกิ้ล หรือ เว็ปแปลภาษาต่างๆ หากเป็นแบบนั้น ก็อาจจะทำให้ฝรั่งเค้าไม่สนใจคุณ และ เค้าไปหาสาวๆคนอื่นที่สามารถพูดภาษาได้ดีกว่าคุณก็ได้ค่ะ

London, England: เรียนภาษาอังกฤษ

ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ที่เราเลยต้องเขียนบันทึกนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อตัวเราเองหรอกค่ะ แต่เราเขียนบันทึกนี้ เผื่อหลายๆคนจะได้มาอ่าน และจะได้นำเทคนิคต่างๆลองไปใช้ดูบ้างค่ะ เพราะวิธีของเราที่เราจะเขียนบอกเนี่ย มันไม่ยากเลยค่ะ ขอแค่คุณมีความตั้งใจ และขยันเป็นพอค่ะ

นี่ละ…ที่มา ที่เราอยากจะเขียนบอกเทคนิคของการเรียนภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ ทำยังไงให้เข้าใจ

ก่อนอื่นต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน ถามตัวเองสิว่า ตัวเราพร้อมที่จะเรียนภาษาหรือยัง และหากตัวเราพร้อมที่จะเรียนแล้ว ก็เอากระดาษ กับปากกามาจดคำศัพท์ ที่ตัวเราเอง คิดว่าคำศัพท์นั้นๆมันยาก โดยเริ่มจากเลือกคำศัพท์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันก่อนเล่น เช่น ตู้เย็น แก้ว จาน ช้อน ฯลฯ

จากนั้นก็ท่องคำศัพท์เหล่านั้น เริ่มจากวันละ 5 คำก่อน หลังจากนั้นพอเราได้ละ ก็เพิ่มมาเป็น 10, 15 และ 20 คำ ตามลำดับ แล้วแต่สมองเราจะพอรับได้ ท่องคำศัพท์อย่างเดียวไม่พอนะค่ะ หากจะให้ดี ต้องเขียนไปด้วย เขียนคำศัพท์คำนั้น เขียนมันซ้ำๆ จนกว่าเราจะจำได้ ซึ่งเราจะได้ทักษะทางด้านการเขียนไปด้วยค่ะ

อีกวิธีหนึ่งที่เราใช้มาตลอดก็คือ เขียนคำศัพท์ ที่เราคิดว่าเราจำยาก เขียนใส่กระดาษ ละเอาไปแป๊ะ ไว้ตามฝาผนังห้องน้ำ ห้องครัว หรือ มุมต่างๆในบ้าน ที่เราคิดว่าเราเดินผ่าน และเห็นมันบ่อยๆ เพราะจะทำให้เราเห็นคำศัพท์นั้นผ่านตาบ้าง ละมันจะจำได้โดยอัตโนมัติค่ะ (ไม่เชื่อลองทำดูนะค่ะ รับรอง ได้ผลจริงๆค่ะ)

วิธีต่อไป ก็คือ เปิดเพลงสากลฟังบ่อยๆ เรารู้ ว่าแรกๆหลายคน ฟังไม่เข้าใจหรอกค่ะ เนื่องจากธรรมนองเพลง และจังหวะเพลงมันเร็ว ขนาดบางเพลงช้าแล้ว ก็ยังฟังไม่เข้าใจเลย เป็นเพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะเราไม่ชินกับการใช้ภาษาต่างชาติ ที่เค้าพูดคุยกันทุกๆวัน พอเรามาเปิดเพลงฟัง มันเลยจับใจความของเพลงนั้นๆไม่ได้ว่าเค้าร้องเพลงนั้นๆ และ มันหมายถึงอะไร หากเราฝึกการฟังเพลงสากลบ่อยๆ เราจะพอจับภาษาของเค้าได้บ้างละ ว่าที่เค้าร้องน่ะ มันหมายความว่าอะไร อันนี้จะได้ทักษะทางด้านการฟังค่ะ

Braunschweig, Germany: เรียนภาษาเยอรมัน

หรือ หัดฟังเพลงที่มีซับไตเติ้ลด้านล่าง เพื่อเราจะได้ฟังเพลงตามที่เค้าร้อง และหัดออกเสียงไปตามที่เค้าร้องพร้อมๆกันค่ะ โดยการเริ่มจากการหัดฟังเพลงแนวช้าๆก่อนค่ะ

วิธีต่อไป ก็คือ ต้องหัดฟังวิทยุ และดูทีวี (ภาษาต่างชาติ) เราจะได้เกิดความเคยชิน กับเจ้าของภาษาที่เค้าพูด ฟังทุกๆวัน และเราจะได้ทั้งคำศัพท์ใหม่ๆ หากคำไหนที่เราฟังและไม่เข้าใจ ก็จดคำศัพท์ คำนั้นเอาไว้(เขียนเป็นภาษาไทยก็ได้) และมาถามผู้รู้ ให้เค้าอธิบายความหมายของคำนั้นๆให้ฟัง และเราเองก็จะได้ออกเสียงคำนั้น ได้อย่างถูกต้องตามเจ้าของภาษาค่ะ

วิธีต่อไป ก็คือ เริ่มหัดอ่านบทความ หรือ หนังสือพิมพ์ ที่เป็นภาษาต่างชาติ แรกๆก็อ่านผ่านตาไปก่อน อาจจะเข้าใจบ้าง หรือไม่เข้าใจบ้าง ก็ลองอ่านดูก่อนค่ะ และก็พยายามอ่านและจับใจความให้ได้ค่ะ ว่าบทความนั้นๆ หรือ หนังสือพิมพ์คอร์ลัมน์นั้น เค้าเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร และแน่นอน คำศัพท์ใหม่ๆเยอะแยะมากมายในหนังสือพิมพ์ที่เราอ่านเจอทุกๆวัน และคำศัพท์บางทีเราไม่รู้ เราก็จดคำศัพท์นั้นๆ หรือ ใช้ปากกาแดงขีดเส้นใต้เอาไว้ เพื่อเอาไว้เปิดดิชฯ หรือ ถามผู้รู้ และให้เค้าอธิบายให้ทีหลังค่ะ เพราะส่วนใหญ่ ตามบทความ หรือ ในหนังสือพิมพ์ มักจะใช้สำนวน ซึ่งบางที่เราอาจจะตีความหมายผิดไปก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาอ่าน เราต้องมีสมาธิในการอ่าน เพื่อที่จะจับใจความของบทความนั้นๆให้ได้ค่ะ แต่ก่อนอื่นเราต้องพยายามอ่านและทำความเข้าใจ ด้วยตัวเราเองซะก่อนนะค่ะ หากไม่ได้จริงๆ เราค่อยถามผู้รู้อีกทีค่ะ ซึ่งอันนี้จะได้ทักษะด้านการอ่านค่ะ

และวิธีที่สำคัญอย่างยิ่งเลย เราต้องไม่อายที่จะพูดภาษาต่างชาติ เพราะถ้าเราอาย เราก็เหมือนจะแพ้ไปแล้วครึ่งทาง (ทั้งๆที่เรายังไม่ได้เริ่มเลย) จะพูดผิด หรือพูดถูก ก็พูดไปเถอะค่ะ ขอให้คุณกล้าพูดภาษาไว้ก่อนเป็นดี ฝรั่งเค้าฟังสำเนียงคนไทยพูดภาษาพอเข้าใจอยู่ค่ะ อันนี้ไม่ต้องกลัวเลยนะค่ะ อันที่จริงเวลาฝรั่งเค้าพูด เค้าจะพูดเป็นประโยคของกาลที่นำไปใช้ค่ะ เช่น การพูดในรูปแบบของ อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต เป็นต้นค่ะ

แต่พี่ไทยเรา พูดคำศัพท์คำเดียวล่ะ ใช้มันทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเลยก็ว่าได้ เช่นคำว่า กิน ซึ่งจะแยกเป็น กริยาสามช่องดังนี้ค่ะ คือ eat ate eaten แต่พี่ไทยเรา ก็เรียกแค่คำว่า eat คำเดียวเลย แต่ฝรั่งเค้าก็เข้าใจ (อันนี้ยกตัวอย่างนะค่ะ เราไม่ได้เหมารวมว่าพี่ไทยทุกๆคน จะพูดคำว่า eat คำเดียว ใช้ได้ทุกงาน ยกเว้นผู้รู้ เค้าจะรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้องตามกาลที่ใช้นั้นเองค่ะ)

Toulouse, France: เรียนภาษาฝรั่งเศส

และหากเป็นไปได้หาเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติไว้คุย ไว้ฝึกภาษาจะดีมากๆค่ะ เพราะนอกจากคุณจะได้หัดพูด และ เรียนรู้สำเนียงเจ้าของภาษาโดยตรงเลยค่ะ ซึ่งหาเพื่อนฝรั่งไว้คุย ไว้ปรึกษาเรียนเรื่องภาษา และวัฒนธรรมของเค้า เราว่าดีอีกด้วยคะ

หากคุณไปเรียนภาษาตามสถาบันสอนภาษา หรือ ตามติวเตอร์ราคาแพงๆมา แต่คุณไม่หัดพูด หรือ หมั่นทบทวนด้วยตัวคุณเองเลย อันนี้ไม่มีใครช่วยคุณได้นะคะ นอกจากตัวคุณจะต้องช่วยตัวคุณเองซะก่อน เรียนมาแต่ไม่ได้นำไปใช้ มันก็ลืมได้เหมือนกันคะ

ยิ่งใครที่มีแฟนเป็นชาวต่างชาติอยู่ด้วยแล้วน่ะ ยิ่งจะได้ภาษาไปแบบอัตโนมัติเลย เพราะได้พูดคุย สื่อสารกันทุกๆวัน เพราะแฟนเป็นเจ้าของภาษาด้วยแล้ว เวลาเราพูดคำไหนผิด เค้าจะได้พูดแก้ไขให้เราอย่างถูกต้อง

สำหรับเราแล้ว เมื่อก่อนเราเองไม่เก่งภาษาหรอกค่ะ แต่เราอาศัยว่าเราขยันท่องคำศัพท์ และเราชอบด้านภาษาเป็นทุนอยู่แล้วค่ะ มันเลยทำให้เราชอบศึกษา ค้นคว้าเรียนรู้หลายๆภาษา เราสามารถพูดได้ถึง 7 ภาษา ภาษาที่เราได้คือ (1)ภาษาฝรั่งเศส อันนี้เราได้เรียนมาตอน ม.ปลาย เราเรียนศิลป์ภาษาฝรั่งเศส แน่นอนเราเลยได้ (2)ภาษาอังกฤษมาด้วยค่ะ ต่อมาเมื่อปี 2005 เราได้ไปเรียนต่อโท+ทำงานที่สวีเดน เราเลยได้ (3)ภาษาสวีดิช มาด้วยเลยตอนนั้น และประเทศสวีเดน ติดกับประเทศนอร์เวย์ ภาษาเค้าออกเสียงคล้ายๆกัน แต่เขียนต่างกันนิดหน่อย เราก็ศึกษา และเราเลยได้ (4)ภาษานอร์เวย์ มาค่ะ จากนั้นมา เรามารู้จักสามีเรา ซึ่งเป็นคนเยอรมัน เราเลยย้ายจากสวีเดนที่เราเคยอยู่ มาแต่งงานกับสามีเราคนเยอรมัน เราก็เลยได้ (5)ภาษาเยอรมันมาอีกค่ะ ส่วนอีกสองภาษาที่เหลือ ที่เราได้นั้น คือ ภาษาไทย และ ภาษาลาวค่ะ เราจะสอนสองภาษานี้ ให้กับลูกศิษย์เราที่เป็นชาวต่างชาติ ที่เค้าต้องการหาแฟนคนไทย หรือ คนลาวค่ะ

Venice, Italy: เรียนภาษาอิตาเลี่ยน

(ภาษาทั้งหมดที่เราได้มา เราจำคำศัพท์ต่างๆได้ยังไง อ่ะ..กลับไปอ่านด้านบนเลยจ้า เทคนิคเราบอกไว้หมดแล้ว เราเองก็ใช้เทคนิคด้านบน ดังกล่าวนั้นละค่ะมาทำดู และถึงได้ผลค่ะ หากไม่ได้ผล เราไม่มานั่งเขียนบอกให้เสียเวลาเราหรอกค่ะ ว่าจริงไหมค่ะ)

จากประสบการณ์ของเรา ที่เราเคยได้สอนภาษาทางอินเตอร์เน็ทฟรี ทางสไกด์ มาเป็นเวลาปีกว่า ก่อนที่เราจะท้องน้องโอเว่น ตอนนั้นเรามีลูกศิษย์เยอะพอสมควร ลูกศิษย์หลายคนชมว่าเราสอนดี เข้าใจง่าย ไม่ยาก เค้าเลยบอกปากต่อปากกัน ตอนนั้นเราเลยต้องนัดเวลาสอนกันทีละคนทางสไกด์ ทีเลือกสอนทางนั้น เพราะเค้าจะได้เห็นการออกเสียง และดูปากที่เราออกเสียง และออกเสียงตามเราได้อย่างถูกต้องนั้นเองค่ะ

ส่วนหนังสือที่เราใช้ในการสอนนั้น คือเล่มนี้เลยค่ะ (รูปด้านล่าง) เล่มนี้เราเคยเรียนมานานแล้ว สมัยตอนเรียนมหาลัย เราเรียนมาหลายเล่มนะ แต่เล่มนี้เราอ่านและทำความเข้าใจแล้ว มันง่ายที่สุด เราเลยมาบอกต่อ และแนะนำให้เพื่อนๆ หรือคนที่สนใจ ได้ไปหาซื้อนะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้หนังสือภาษาอังกฤษ มันออกมาเยอะมากๆ จนเราเลือกซื้อไม่ถูก ว่าควรจะซื้อ หรือ เริ่มอ่านเล่มไหนดี พออ่านไปได้สักพัก วกมาเรื่องของหลักแกรมม่า อ้าว….ดันหาว ง่วงนอนซะงั้น (หัวเราะ)

ไม่ต้องไปว่าใครหรอก เรานี่ละ ยังเป็นเลยค่ะ เพราะแรกๆ เรียนหลักแกรมม่า บอกตรงๆ มันยาก และไม่เข้าใจเลยจริงๆ ยังไงลองไปหายืมหนังสือเล่มนี้(รูปด้านล่าง) ที่ห้องสมุด หรือ ไปหาซื้อตามร้านหนังสือจุฬา หรือ ศูนย์หนังสือชั้นนำดูนะค่ะ เล่มนี้เราคอนเฟริ์มเลย ว่าดีจริงๆ เข้าใจง่าย และมีสำนวนต่างๆ ที่อธิบาย สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยจริงๆ

เราว่าไม่น่าจะเกินความสามารถของคนที่จะเรียนและอยากจะเก่งภาษาหรอกค่ะ ว่าไหม หากไม่ติดคำว่า “ขี้เกียจ” ซะก่อน ทำไมคนอื่นเค้ายัง ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้เข้าใจ และทำไมตัวเรา ถึงทำไมได้ อันนี้อย่าไปโทษดิน ฟ้า อากาศเลยค่ะ โทษที่ตัวเราเองก่อนเลย ว่า เราสนใจมันแค่ไหนไอ้เจ้าภาษาเนี่ย ใครขยัน ตั้งใจ เราเชื่อว่าได้แน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว ขี้นอยู่กับว่า ตัวเราเองพร้อมเรียน และให้ความสนใจกับมันแล้วหรือยัง

เหมือนเราตอนแรกๆที่เราภาษาด๊อยช์(ภาษาเยอรมัน) แรกๆเราฟังคนด๊อยช์พูดไม่เข้าใจหรอกค่ะ เค้าพูดด๊อยช์มา ในสมองเราต้องมาแปลเป็นไทย และเราก็คิดเป็นไทยกลับไป ว่าเราจะตอบกลับเค้าเป็นภาษาด๊อยช์ยังไงดี แต่เวลาผ่านไปไม่นาน ตอนนี้เราฟังคนด๊อยช์เค้าพูด เราไม่ต้องคิด ไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทยเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ ในหัวสมองเรา มันตอบกลับหาเค้าเป็นภาษาด๊อยช์ทันที แบบอัตโนมัติเลยค่ะ เมื่อก่อนจะตอบช้า เพราะต้องคิดเป็นไทยไง แต่เดียวนี้ ไม่ละค่ะ ตอบกลับเหมือนเราเป็นเจ้าของภาษาไปเลย เพราะเราฝึกภาษาทุกวัน มันเลยทำให้เราจำได้แบบอัตโนมัติค่ะ ประมาณว่า อับดุลเอ๊ย ถามอะไรตอบได้ ตอบได้ แน่ใจ แน่ใจ (หัวเราะ)

ตอนนี้เรารับเขียนใบสมัครงาน และเป็นล่ามด้วยค่ะ เราช่วยเหลือสาวไทยที่อยู่ในเยอรมันที่มีปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะตกงาน หรือ ด้านเอกสารสำคัญต่างๆ เพราะเราอยากช่วยให้คนไทยที่เยอรมันได้มีงานทำกันค่ะ จะได้มีเงินส่งบ้าน พ่อแม่จะได้สบาย ที่เราเขียนมาทั้งหมดนี้ และพยายามช่วยคนไทยทั้งหมดนี้ เราไม่ได้สร้างภาพ หรือ เอาหน้าแต่อย่างใด ที่เราเขียนบันทึกนี้ขี้นมา ก็เพื่อหลายๆคน จะได้มาอ่าน และนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ดูบ้าง

สำหรับตัวเราเองไม่ได้เป็นคนที่เก่งอะไร ยังไมีหลายๆอย่าง หลายๆเรื่อง ที่เราไม่รู้ เราทำไม่เป็นก็หลายอย่าง แต่หากเรามีความสนใจทางด้านนั้นๆแล้ง เราพยายามเข้าหา และหาเวลาฝึกฝนมันทุกๆวัน เราเชื่อว่าหากเราตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้ว เราจะไม่ละทิ้งความตั้งใจ เราจะทำมันให้ได้ และเราก็เชื่อ ว่าหลายๆคนก็ต้องทำในสิ่งๆนั้นได้เช่นกันค่ะ

เหมือนกับที่ เมื่อก่อนเราตั้งใจว่าเราอยากจะได้แฟนฝรั่ง ทำยังไงๆ ก็ไม่ได้ ลงทุนไปเสียเงินให้คนอื่นเค้าหาแฟนฝรั่งให้เอารูปเราไปลงเน็ท เพื่อจะให้บริษัทหาคู่ จัดหาแฟนฝรั่งให้ ก็ไม่สำเร็จ เพราะมันหลอกเอาเงินเรา ……พอมีน้า ได้แฟนอยู่ที่อังกฤษ เราบอกให้เค้าหาแฟนฝรั่งให้หน่อย น้าก็บอก หาไม่ได้ แต่อันที่จริงแล้ว คือเค้าไม่อยากจะหาให้ เพราะกลัวจะมีปัญหาต่างๆตามมา หากเราและฝรั่งไม่ชอบกันงะค่ะ

Rotterdam, The Netherlands: เรียนภาษาดัตช์

ซึ่งตอนนั้นเรารู้จักใครที่ได้แฟนฝรั่ง เราก็เอารูปเราฝากไป บอกหาเค้าให้หาแฟนฝรั่งให้หน่อย แต่ก็ไม่เคยได้มาเลยสักกะคนเดียว ฮาๆ ความพยายามมีเยอะมากๆ แต่ก็ไม่ย่อท้อ

จนเราเริ่มเรียนภาษา และฝึกตัวเราให้เก่ง เราเลยไปลองสอบเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่สวีเดนดู เอ๊ะ..ปรากฏว่าติด นั้นคือก้าวแรก ของการที่ได้มาอยู่เมืองนอก มาด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องพึ่งใคร

พอเราได้อยู่ที่สวีเดน ปี 2005 ตอนนั้นเชื่อไหม เราอยู่ในดงฝรั่งแท้ๆ แต่หาแฟนฝรั่งไม่ได้เลย เหอะๆ มันไม่ได้หากันง่ายๆนะ ได้แฟนฝรั่งเนีย ถ้าจะเอาฝรั่งคนกระล่อนๆนะ มันมีเยอะ แต่หากจะเอาฝรั่งคนที่รักจริง หวังแต่งกับเราน่ะ มันหายาก จากนั้นมา เราเลยมาหัดเล่นเว็ปหาคู่นี่ละ ถึงได้มาเจอสามีเรา เห็นไหมว่า การที่เราได้ภาษาน่ะ เราไม่ต้องไปพึ่งให้ใครหาแฟนให้เลย แถมเราเล่นเว็ปหาคู่นะ เรายังเลือกสเป็กฝรั่งที่เราชอบได้อีกด้วย ว่าเราชอบแบบไหน อะไร ยังไง หากเราเข้ากับฝรั่งไม่ได้ เราก็ไม่ต้องไปโทรใครเค้า ว่าหาฝรั่งให้เราไม่ดี เพราะเราหาเอง เลือกเอง จริงไหมค่ะ

แต่หากเราไปบอกให้คนอื่นหาแฟนฝรั่งให้หน่อยน่ะ มันหายาก และส่วนใหญ่ เมียฝรั่งคนอื่นๆ เค้าไม่มาสนใจหาให้เป็นธุระของเค้าหรอกค่ะ เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่า เค้ากลัวที่จะหาฝรั่งให้ไม่ดีไง พอหาให้ไม่ดี ก็จะมาต่อว่าเค้า โน้น นี่ นั้น นี่ละ เมียฝรั่งส่วนใหญ่ เค้าไม่ชอบหาแฟนให้ใคร แต่สำหรับเราแล้ว ตอนนี้เราเป็นเมียฝรั่ง เราไม่รับหาฝรั่งให้ใครนะค่ะ แต่เรารับปรึกษาอย่างเดียวค่ะ เช่น เข้าเว็ปหาคู่เว็ปไหน มีเทคนิคคุยกับฝรั่งยังไง ฯลฯ เป็นต้นค่ะ

คำคมจากคุณสามี ——-> สาวไทย ที่อยากจะได้แฟนฝรั่งมีมากมาย หากตัวคุณเองอยู่เฉยๆ ฝรั่งที่ไหนเค้าจะรู้จักคุณ ตัวคุณเองต้องพยายามช่วยตัวคุณเองซะก่อน

Moscow, Russia: เรียนภาษารัสเซีย

เริ่มจากการหัดพูดภาษาให้เก่ง เพราะหากคุณพูดภาษาได้เข้าใจแล้ว คุณจะคุยกับฝรั่งได้เป็นเอง โดยที่คุณไม่ต้องไปง้อให้ใครเค้าช่วยหาแฟนฝรั่งให้หน่อย เพราะนอกจากเราจะได้ฝึกภาษาไปในตัวแล้ว คุณยังได้เพื่อนต่างชาติ หากดวงดี คุณก็ได้แฟนต่างชาติ โดยที่คุณไม่ต้องไปหวังพึ่งใครให้ช่วยเลย (อืมๆ…เค้าพูดมาก็จริงของแพททริคเค้าค่ะ)

ยังไงเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคน ที่สนใจเรียนภาษาต่างชาติ พยายามอ่าน ท่อง และจำ ไม่ใช่เพื่อใคร ก็เพื่อตัวคุณๆเองนั้นละค่ะ หากตัวคุณเองไม่กระตือรือร้น ไม่หาทางช่วยตัวของคุณเองซะก่อน ละใครที่ไหน เค้าจะไปช่วยคุณล่ะค่ะ ว่าจริงไหมค่ะ

ขอให้ทุกๆคนประสบความสำเร็จด้านภาษา และเรื่องคู่ครองนะค่ะ เราเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนเลยค่ะ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอกค่ะ อยู่ที่ว่า ตัวคุณน่ะ ก็สามารถทำตัวคุณให้เก่งได้ ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย ท่องคำศัพท์วันละ 5 คำก่อนนอนก็ยังดี ดีกว่าทิ้งเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ โดยที่คุณไม่ได้อะไรกลับมาเลย สละเวลาแบบเอาจริง เอาจังกับภาษา ให้เวลากับมัน แค่วันล่ะ 1 ชั่วโมงต่อวันก็ยังดีค่ะ

ที่เราเขียนมานี้ เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับทุกๆคนค่ะ ซึ่งเราก็หวังว่า คงจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคนบ้าง ไม่มาก ก็น้อย ยังไงหากใครมีข้อสงสัยที่เกี่ยวกับภาษา หรือ อยากจะให้เราแนะนำเรื่องหาแฟนฝรั่ง ก็เขียนมาถามเราได้ที่หลังไมค์นะค่ะ เรายิดีให้คำแนะนำและตอบทุกข้อความค่ะ บางทีอาจจะตอบช้าหน่อย เนื่องจากมีหลายคนเขียนมาปรึกษาเราเยอะมากๆ ตอบช้า แต่เราจะทยอยตอบกลับทุกๆคนค่ะ

คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

หากท่านใดสนใจเรื่องราวของเธอเพิ่มเติมจากนี้ ติดตามเธอทางเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอได้ครับ

เฟสบุค: คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

เพิ่มเติม

บทความ

จะมาทำงานในเมืองนอกได้อย่างไร

สอนการเขียนแนะนำตัวทางเว็ปหาคู่เป็นภาษาอังกฤษ

หลายคนที่ยังโสด ยังหาแฟนฝรั่งไม่ได้ เรามีอะไรที่จะมาแนะนำค่ะ

บทสัมภาษณ์

คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากเพชรบูรณ์สู่เบราน์ชไวก์ใกล้เบอร์ลินประเทศเยอรมัน

วัฒนธรรมที่แตกต่างจากคนไทยที่คนไทยพบเจอในประเทศสวีเดนและประเทศเยอรมันนี

งานใดบ้างที่ผู้หญิงไทยสามารถทำได้ในประเทศเยอรมันนี

เราจะหาคู่ชาวต่างชาติได้อย่างไร

ทดลองอยู่ต่างแดนกับฝรั่งก่อนตัดสินใจแต่งงาน ดีหรือไม่

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อย้ายไปอยู่กับผู้ชายต่างชาติ

ตัดสินใจย้ายไปอยู่ยังประเทศของสามี

โปสการ์ดจากเบราน์ชไวก์ ประเทศเยอรมนี

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

5 Comments Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s