ตัดสินใจย้ายไปอยู่ยังประเทศของสามี

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณหวานใจ ชายต่างชาติ อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณหวานใจ ชายต่างชาติ จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการย้ายไปอยู่ยังประเทศของสามีและความสัมพันธ์กับชาวต่างชาซึ่งบทสัมภาษณ์นี้จะแบ่งเป็น 4 ช่วงครับ และนี่คือบทสัมภาษณ์ในช่วงสี่

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

ย้ายมาอยู่ประเทศ เยอรมนี (Germany)เมื่อปี 2010

อ่านช่วง 1: เราจะหาคู่ชาวต่างชาติได้อย่างไร

อ่านช่วง 2: ทดลองอยู่ต่างแดนกับฝรั่งก่อนตัดสินใจแต่งงาน ดีหรือไม่

อ่านช่วง 3: ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อย้ายไปอยู่กับผู้ชายต่างชาติ

เฟสบุค: คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

ภาพถ่ายจาก คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

สังคมของผู้หญิงไทยในต่างประเทศนั้นมีทั้งดีและไม่ดี ผู้หญิงไทยที่เพิ่งไปอยู่ต่างประเทศใหม่ๆบางคนถูกผู้หญิงไทยบางคนที่ชอบดื่มและเล่นการพนันชวนออกไปสังสรรค์บ่อยๆและได้ยุยงว่าสามีฝรั่งของผู้หญิงไทยที่เพิ่งไปอยู่ต่างประเทศนั้นขี้เหร่ แก่และจน และยังแนะนำให้หาผู้ชายฝรั่งคนใหม่ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มันทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวของผู้หญิงคนไทยที่เพิ่งย้ายมาอยู่ต่างประเทศ

คุณ Tan เคยเจอคนที่เป็นแบบนี้ไหมครับ และคุณ Tan คิดว่าควรจะแนะนำเธออย่างไรดีให้อยู่ห่างกับคนที่ไม่หวังดีอย่างนี้

จากประสบการณ์ของดิฉันที่ดิฉันเคยไปเรียนต่อที่ประเทศสวีเดน และ ต่อมาย้ายมาแต่งงานกับสามีคนเยอรมันค่ะ ทำให้ดิฉันได้ทราบเรื่องราวต่างๆในลักษณะดังกล่าวที่คุณถาม ซึ่งคนลักษณะที่ชอบยุยง ทำให้คนในครอบครัวนั้นมีปัญหาต่างๆตามมานั้นมีเยอะเลยค่ะ บางคนที่ทำแบบนั้น บ้างก็คิดว่าไม่อยากให้สาวไทยได้ดีกว่าตน หรือ มายุยงให้เลิกเพื่อที่ตนจะได้เอาฝรั่งแฟนของคนนั้นซะเอง แบบนี้ก็มีค่ะ
ยกตัวอย่าง จากประสบการณ์ของดิฉันเอง เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ดิฉันย้ายมาแต่งงานกับสามีคนเยอรมัน ในวันแต่งงานของดิฉัน ดิฉันไม่ได้เชิญคนไทยมาร่วมงานค่ะ เพราะตอนนั้นดิฉันไม่รู้จักใคร ในวันนั้นดิฉันเลือกที่จะไปจัดปาร์ตี้งานแต่งงาน ที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งค่ะ พอตกดึกมีสาวไทยกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในร้านอาหารแห่งนั้น มีป้าคนนึงค่ะ เค้าเดินมากอดดิฉัน และ บอกกับดิฉันว่า “ทำไมถึงไม่ชวนป้ามางานแต่งเลย”
ดิฉันบอกกับป้าคนนั้นไปว่า “สามีให้เชิญแค่ญาติพี่น้องของเค้ามาร่วมงานค่ะ และ หนูเองก็ไม่รู้จักคนไทยที่นี่ เพราะเพิ่งจะมาอยู่ค่ะ”

แรกๆป้าคนนั้นเข้ามาชวนดิฉันคุยดีค่ะ บอกว่า “หากเจอสาวไทยคนอื่น อย่าไปเข้ากลุ่มด้วยนะ เพราะชอบยุแยงตะแคงให้เลิกกัน และ เค้าจะเอาสามีเธอซะเอง อีกอย่างป้าว่าสามีของเธอเค้าเป็นคนดี ขอให้รักกันนานๆนะ ป้าคนนั้นอวยพรให้กับดิฉันค่ะ”

จากนั้นป้าและทีมเพื่อนๆของเค้า ที่เค้ามาในร้านอาหารไทยแห่งนั้น คือเค้ามาขายบริการ จับแขกในร้านค่ะ ที่ดิฉันรู้ เพราะเค้าเป็นคนบอกเองค่ะ ดิฉันเลยบอกพวกเค้าไปว่า ขอความกรุณาอย่ามาจับแขกในงานแต่งงานของหนูนะค่ะ เพราะมีแต่ญาติๆ และ เพื่อนๆของสามีที่มาร่วมงานค่ะ ไม่อยากให้เค้ามองคนไทยไม่ดีค่ะ

ผ่านไปได้สักประมาณ 1 ชั่วโมง ป้าและกลุ่มสาวไทยที่มาด้วย เค้าดื่มแอลกอฮอล์จนเริ่มมีอาการเมา และป้าคนนั้นเดินมาบอกกับดิฉันว่า “เนี่ย รู้ไหมว่าสามีเธอเค้ามีเมียน้อย เค้าเป็นคนไม่ดีหรอก เดี๋ยวเค้าก็ทิ้งเธอ เพราะฉะนั้นเธอต้องทิ้งเค้าก่อนนะ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ”

ดิฉันตอบป้าคนนั้นไปว่า “ก่อนหน้าป้าบอกหนูว่า สามีหนูเป็นคนดี และ อย่าให้หนูไปคบกับคนไทยเยอะ เดี๋ยวเค้าจะมาเอาสามีเราซะเอง พอตอนนี้ป้าเมา ป้ากลับบอกอีกอย่างว่า ให้หนูเลิกกับสามี เพราะเค้ามีเมียน้อย หากป้าเมาก็ไปนอนซะนะค่ะ ไม่ต้องมายุให้หนูกับสามีเลิกกันค่ะ เพราะวันนี้เป็นวันมงคล วันแต่งงานของหนูค่ะ”
จากนั้นดิฉันก็ไม่สนใจสาวไทยกลุ่มนั้นค่ะ เพราะดูแล้วเป็นคนประเภทที่ไม่จริงใจ ไม่น่าคบหาค่ะ

หากให้ดิฉันแนะนำให้กับสาวไทย ที่เจอกับปัญหาต่างๆให้อยู่ห่างจากกับคนที่ไม่หวังดีแบบนี้ คือ ไม่ต้องไปสนใจค่ะ ไม่ต้องไปทะเลาะกันค่ะ เพราะชีวิตของแต่ล่ะคนนั้น ต่างคน ต่างอยู่ค่ะ คนไหนดีเราสามารถเลือกคบได้ค่ะ หากใครที่ไม่ดีก็ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปคบหาค่ะ บางทีคนไทยที่อยู่ในเมืองเดียวกัน บางคนก็อิจฉากันเองค่ะ หรือ นินทากันเองค่ะ ยิ่งคบมากคนก็มากความค่ะ บางคนคบเพื่อไว้ยืมเงินค่ะ บางคนติดเล่นพนันไม่มีเงินไปจ่ายก็มาหยิบยืมเงินจากกลุ่มคนไทยด้วยกันค่ะ พอถึงเวลานัดคืนเงินแล้วไม่คืน จากนั้นก็ทะเลาะกันจนเป็นเรื่องเป็นราวกันก็เยอะค่ะ

ด้วยหลายๆสาเหตุของปัญหาจากกลุ่มคนไทยในต่างประเทศที่มักเกิดขึ้นได้ทุกประเทศ และ เกิดขึ้นได้หลายๆที่ค่ะ ทางที่ดีคือ หาเพื่อนสักคนที่รัก จริงใจ เข้าใจเราดีสักคนจะดีกว่าค่ะ เพราะบางทีการที่มีเพื่อนเยอะ ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะรัก และ จริงใจกับเราทั้งหมดค่ะ

ทุกวันนี้คำถามที่ผมได้รับบ่อยๆคือคำถามเกี่ยวกับการทำงานในต่างประเทศ ว่าจะสามารถหางานทำในต่างประเทศได้อย่างไร ประเภทของงานอย่างเช่น งานทำความสะอาด สปาเสริมความงาม งานนวด งานในร้านอาหาร หรือมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตัวเอง และถ้าผู้หญิงไทยยังอยู่ในประเทศไทยคุณ Tan จะแนะนำให้เขาหาข้อมูลการหางานในต่างประเทศจากที่ไหนได้บ้าง หรือคุณ Tan คิดว่าการจะหางานทำในต่างประเทศได้ง่ายๆนั้นจะต้องแต่งงานและย้ายมาอยู่ต่างประเทศกับผู้ชายต่างชาติก่อน

สำหรับสาวๆที่อยู่เมืองไทย ที่กำลังมองหางานทำอยู่ หากคุณตกงานไม่มีงานทำ อย่าเพิ่งไปท้อนะค่ะ ลองไปหาสมัครงาน ที่ร้านกาแฟ , ร้านอาหารไทย , ร้านเบเกอร์รี่ , ร้านพิซซ่า , ร้านเพ้นเล็บ หรือ เรียนนวดดูค่ะ

ที่ดิฉันแนะนำคุณไปทำงานที่ร้านดังกล่าวเพราะ อยากจะให้ไปเรียนรู้ เอาสูตรในการทำกาแฟที่ร้านเค้า เช่น เค้าทำกาแฟให้อร่อยนั้นต้องทำยังไง หรือ ร้านทำพิซซ่า ทำอย่างไรให้อร่อย คือพูดง่ายๆ ไปทำงานที่นั้น เพื่อไปเรียนรู้+เอาประสบการณ์+เอาสูตรจากร้านเค้ามาลองหัดทำเองดูค่ะ เผื่อในวันข้างหน้า คุณได้มีโอกาสได้สามีฝรั่ง มาอยู่เมืองนอก คุณจะได้มีความรู้ในเรื่องนั้นๆบ้าง

เพราะฝรั่งเกือบจะทุกประเทศ เค้าชอบดื่มกาแฟกันค่ะ หากคุณเคยทำงานร้านกาแฟ หรือ ร้านเบเกอร์รี่ หรือ พิซซ่ามาก่อน หรือ ร้านอาหารไทย ซึ่งเป็นผลดีกับตัวคุณค่ะ ถึงคุณจะไม่ได้มาทำงานที่เมืองนอกในร้านดังกล่าว แต่คุณก็สามารถทำสูตรกาแฟ หรือ สูตรเบเกอร์รี่ หรือ พิซซ่าให้แฟนฝรั่งคุณทานที่บ้าน เค้าจะได้ดีใจ ที่เลือกคุณเป็นแฟน คุณทำอะไรหลายๆอย่างได้เหมือนกันค่ะ

ส่วนการเพ้นเล็บที่นี่ รายได้ดีเหมือนกันค่ะ และเพ้นเล็บทีก็แพงมากๆ ทำทีนึง ประมาณ 30-45 นาที ได้เงินละ 30-45 Euro หรือ คิดเป็นเงินไทยก็ 1,200 ถึง 2,000 บาท ต่อการทำเล็บหนึ่งครั้งค่ะ เพราะฝรั่งที่นี่ เค้านิยมทำเล็บ เพ้นเล็บกันค่ะ วันนึงเพ้นเล็บได้สัก 4-5 คน ทำแค่ 4-5 ชม.ต่อวัน ก็ได้วันละ 8,000-10,000 บาทต่อวันแล้วค่ะ เงินดี ใครอยากเรียน ดิฉันแนะนำเลยค่ะ เพราะดิฉันมีเพื่อนคนเวียดนามคนนึง เค้าเป็นลูกจ้างที่ร้านทำเล็บ เค้ามาบอกเรา เค้าได้เงินเดือน 3,000 Euro (120,000 บาทต่อเดือน) เพราะฝรั่งเค้านิยมทำเล็บกัน พอเล็บเค้ายาว ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เค้าก็จะกลับมาให้เราทำเล็บอีกค่ะ

ส่วนเรียนนวดมาก่อน ดีตรงที่ จะได้รู้จักจุดที่เราจะนวด หากคุณไปเรียนนวดมา และ วันนึงคุณได้มาทำงานร้านนวดที่เมืองนอก ราคาค่านวดที่เมืองนอกแพงมากๆ 45 นาที ราคา 39 – 45 Euro คิดเป็นเงินไทยก็ 1,560 – 1,800 บาทต่อการนวดครั้งนึง และอีกประเด็นหนึ่ง ที่ดิฉันเรียนนวดมานั้น สามารถนำวิชาความรู้ในการเรียนนวดนั้น มานวดให้สามีได้ เพราะนี่เหมือนเป็นเสน่ห์ปลายจวัก ของสาวไทยอีกอย่างหนึ่งเลยค่ะ

ก่อนที่คุณจะมาเมืองนอก หากคุณไปเรียนสายอาชีพ มีอาชีพติดตัวมาบ้างก็ดีคะ เพราะมันเป็นผลดีกับตัวคุณแน่นอนค่ะ เพราะสาวไทยหลายคนเค้าไม่มีความรู้สายอาชีพกัน ส่วนใหญ่เค้าไปทำงานทำความสะอาดกันค่ะ ในเมื่อคุณๆยังอยู่ที่เมืองไทย และยังมีเวลาก่อนที่คุณจะมาอยู่เมืองนอก เราอยากแนะนำให้คุณไปเรียนสายอาชีพต่างๆที่คุณชอบ มาก่อนที่จะมาอยู่เมืองนอกก็ดีค่ะ หาเรียนที่สารพัดช่าง หรือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งมีทุกๆจังหวัดคะ ยังไงลองหาข้อมูล และลองไปเรียนกันดูนะค่ะ

สาขาวิชาด้านสายอาชีพ ที่ดิฉันอยากจะแนะนำให้คุณไปเรียนก่อนที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกนะค่ะ ก็มี

– เรียนนวด
– เรียนตัดผม
– เรียนเพ้นเล็บ ทำเล็บ
– เรียนทำอาหารไทย
– เรียนทำอาหารฝรั่ง
– เรียนทำขนมไทย
– เรียนทำเบเกอร์รี่
– เรียนตัดเย็บผ้า
– เรียนแกะสลัก พวกร้อยมะลัย เป็นต้น

ซึ่งสาขาวิชาเรียน ที่คุณสนใจนั้น ยังมีอีกเยอะค่ะ ที่เค้ารับเปิดสอน คุณสามารถติดต่อที่เรียนได้ คือ ที่สารพัดช่าง จำได้ว่าตอนนั้นดิฉันไปเรียนนวดมา เสียค่าเรียนชั่วโมงล่ะ 1 บาท หลักสูตรเรียนประมาณ 2 เดือนค่ะ หรือ สามารถเรียนที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หลักสูตรที่ดิฉันเคยเรียนนวด คือ เรียน 10 วัน ค่าเรียน 1,000 บาทค่ะ ตอนนั้นดิฉันไปเรียนนวดมาค่ะ

ซึ่งทั้งหมดนี้ ที่สารพัดช่าง และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีทุกจังหวัดค่ะ ใครอยู่จังหวัดไหน ก็สามารถไปติดต่อ สมัครเรียนกันได้เลยค่ะ เพราะดีมากๆค่ะ ได้มีความรู้ติดตัว และเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองค่ะ เพราะวันนึง สมมุติว่าคุณไม่มีงานทำ(ที่เมืองนอก) คุณก็ยังมีวิชาชีพติดตัวคุณเอง ยังสามารถบอกเจ้าของร้าน ว่าคุณสามารถทำนวดไทยได้ หรือ คุณสามารถทำอาหารได้ ฯลฯ เพราะทุกอย่าง สายอาชีพที่คุณได้เรียนมาน่ะ มันเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองจริงๆค่ะ

ป.ล : อ่านเพิ่มเติมได้  – จากบทสัมภาษณ์ที่คุณเทร์เวอร์เคยสัมภาษณ์ดิฉันไปแล้วก่อนหน้า ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ

ต่อเนื่องจากคำถามเรื่องการทำงานนะครับ วันนี้ผมได้รับคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดการหางานนวดในเยอรมัน คือถ้าอยู่เมืองไทยแต่อยากทำงานนวดในเยอรมันจะติดต่อได้ที่ไหนและอย่างไรได้บ้างครับ และถ้าอยู่ที่เยอรมันแล้วผู้หญิงไทยสามารถที่จะไปเคาะประตูบ้านของแขกเพื่อที่จะบริการนวดได้เลยไหมครับ

หากอยู่ที่เมืองไทย และ สนใจจะทำงานที่ร้านนวดในประเทศเยอรมัน จะต้องติดต่อที่ กรมแรงงานค่ะ ให้ทางเจ้าหน้าที่ที่กรมแรงงานนั้นช่วยประสานงานที่ร้านนวดให้อีกทีค่ะ ว่ามีร้านนวด ที่อยู่ในประเทศเยอรมัน ร้านไหนบ้างที่รับลูกจ้างเข้าทำงานค่ะ เพราะทางกรมแรงงานจะมีข้อมูลตรงนี้อยู่ด้วยค่ะ เพราะร้านนวด(บางร้าน) เค้าจะทำการติดต่อรับลูกจ้างโดยตรงกับทางกรมแรงงานค่ะ และ เพื่อความแน่ใจว่าทางร้านนวดแห่งนั้นจะไม่มีการนวดแบบแอบแฝง (ดิฉันหมายถึง ที่ร้านนวดจะไม่มีการนวดแอบแฝงในเชิงมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าค่ะ)

หรือ อีกทางก็คือ หากคุณรู้จักคนไทย ที่เปิดร้านนวด หรือ เค้าเป็นเจ้าของร้านนวดโดยตรง คุณเองก็ลองติดต่อสอบถามได้เลยค่ะ ว่ามีร้านนวดร้านไหนบ้าง ที่เค้ารับลูกจ้างให้ไปนวด แต่หากมาทำงานในลักษณะลูกจ้าง เจ้าของร้านจะต้องเป็นคนทำเอกสาร ให้มาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายนะค่ะ จะได้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารต่างๆตามมาทีหลังค่ะ

ที่เยอรมันผู้หญิงไทยไม่สามารถไปเคาะประตูบ้านของแขก เพื่อที่จะบริการนวดได้เลยนะค่ะ เพราะที่นี่เค้าไม่ทำกันค่ะ หากคุณจะไปนวดลูกค้าที่คุณรู้จัก เช่น เป็นเพื่อน หรือ เป็นญาติทางฝ่ายสามี แบบนั้นไปเคาะประตูเพื่อนวดได้ค่ะ เพราะเป็นคนรู้จักกัน แต่หากไม่รู้จักกัน จะไปเคาะประตูเพื่อไปนวดนี่ไม่ได้ค่ะ อีกอย่างบ้านฝรั่งที่คุณไม่รู้จัก ล่ะคุณไปเคาะประตูเพื่อบริการนวดนั้น เค้าจะคิดว่าคุณมีจุดประสงค์ที่ไม่ดี อาจจะมาในรูปแบบของโจรที่แอบแฝงมาในการทำงานนวดตามบ้าน เค้าอาจจะโทรเรียกตำรวจมาจับคุณได้นะค่ะ เพื่อถือว่าผิดกฎหมายด้วยค่ะ การทำงานนวด หรือ งานทุกๆอย่าง จะต้องทำการเสียภาษีค่ะ หากคุณมาทำงานนวดในลักษณะดังกล่าว คุณได้รับเงินกับมือโดยตรง ไม่ได้เสียภาษี ถือว่าผิดกฎหมายค่ะ ยกเว้นคนรู้จักที่จ้างคุณไปนวด และ คุณได้รับเงินค่านวดกับมือ โดยที่ไม่ได้เสียภาษี แบบนั้นถือว่า การจ้างแบบลักษณะ Privat คือ ลักษณะการจ้างแบบส่วนบุคคลค่ะ

มีผู้หญิงไทยหลายคนที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ยังประเทศของสามีหลังจากที่ได้แต่งงานแล้ว ซึ่งเธอเหล่านั้นจะต้องปรับตัวกับอากาศที่หนาวเย็น อาหารที่แตกต่าง เรียนรู้ภาษาใหม่ และวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่าง คุณ Tan คิดว่ามันจะง่ายกว่าไหมหากให้ฝ่ายผู้ชายต่างชาติย้ายมาอยู่กับผู้หญิงไทยที่ประเทศไทย หรือคุณ Tan คิดว่ามันจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ และปัญหาที่จะเกิดขึ้นนั้นน่าจะมีอะไรปัญหาอะไรบ้าง

จากประสบการณ์ของดิฉันนะค่ะ การที่ดิฉันย้ายมาแต่งงาน มาอยู่ในสังคมในต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนค่ะ ต้องมีการปรับตัวเกี่ยวกับเรื่องของสภาพอากาศ ความเป็นอยู่ การเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาใหม่ ประเพณี และ วัฒนธรรมของประเทศ รวมถึงอาหารการกินต่างๆค่ะ สำหรับดิฉันแล้วคิดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องปรับตัวเป็นอย่างมากค่ะ ในการใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศอย่างไร ให้มีความสุขค่ะ เพราะด้วยความเคยชินกับสภาพอากาศที่เมืองไทย เป็นเมืองร้อน และ อาหารการกิน ความเป็นอยู่ต่างๆคือมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากค่ะ อีกทั้งไม่มีครอบครัวของเราที่มีพ่อแม่พี่น้องมาอยู่ด้วย เดินไปทางไหนก็เจอแต่ฝรั่ง บางคนอาจจะคิดถึงบ้าน จนทำให้รับสภาพความเป็นอยู่ต่างๆของต่างประเทศไม่ได้ ผู้หญิง(บางคน)ขอกลับไปอยู่ที่เมืองไทยก็มีเยอะค่ะ

หรือ เท่าที่ดิฉันเห็นมา มีผู้หญิงไทย(บางคน) หากเข้าหน้าหนาว มีหิมะตก เค้าจะหนีหนาวไปอยู่ที่เมืองไทย 3 เดือนค่ะ พอหมดหน้าหนาวแล้วเค้าก็บินกลับมาอยู่ที่ต่างประเทศเหมือนเดิมค่ะ

บางคู่ ฝรั่งที่ใกล้จะปลดเกษียณ เค้าได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองไทยเลยก็มีเยอะค่ะ แต่บางคู่ ฝรั่งยังหนุ่มๆอยู่ การย้ายไปอยู่ที่เมืองไทย อาจจะเป็นอะไรที่ยากสำหรับเค้าค่ะ เพราะเค้าอาจจะหางานทำไม่ได้ หรือ ที่ดิฉันเห็นฝรั่งหนุ่มๆไปอยู่ที่เมืองไทยกัน เค้าก็จะหางานทำกันในลักษณะเปิดธุรกิจส่วนตัว หรือ ทำงานเป็นอาจารย์สอนภาษาต่างชาติ ในมหาวิทยาลักต่างๆ เป็นต้นค่ะ

ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คู่ของแต่ล่ะคนค่ะ ว่าแฟน หรือ สามีของคุณนั้นอยากที่จะอยู่เมืองนอก หรือ อยู่ที่เมืองไทย ต้องลองคุยกับเค้าดูค่ะ แต่สำหรับคู่ของดิฉันแล้ว การที่จะย้ายไปอยู่ที่เมืองไทยตอนนี้ เป็นอะไรที่ยากมากค่ะ เนื่องจากดิฉันมีลูกกับสามี 2 คน และ สวัสดิการของประเทศเยอรมันดีกว่าเมืองไทย คู่ของดิฉันจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่เยอรมันกันก่อนค่ะ จนกว่าลูกๆจะโต พอที่จะมีความรับผิดชอบต่อตนเองได้ หลังจากที่ลูกๆของดิฉัน อายุ 25 ปี ในอนาคต ดิฉันและสามีก็จะ 60-65 ปี ถึงบั้นปลายชีวิตตอนนั้น คู่ของดิฉันก็อยากที่จะไปใช้ชีวิตแบบพอเพียงอยู่ที่เมืองไทยกันค่ะ นี่คือสิ่งที่ได้วางแผนกันไว้ค่ะ

ส่วนปัญหาที่จะเกิดขึ้นนั้นน่าจะมีอะไรบ้าง ข้อนี้อาจจะเป็นในเรื่องของการหางานที่เมืองไทยค่ะ ฝรั่งที่ย้ายไปอยู่เมืองไทย อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการหางาน และ รายได้ที่ไม่เยอะมากนัก หากเปรียบเทียบกับการทำงานในต่างประเทศค่ะ และ อาจจะมีปัญหาส่วนตัวของแต่ล่ะคนต่างๆที่ตามมา ซึ่งข้อนี้ต้องลองพูดคุยกับฝรั่งแต่ล่ะคนเองค่ะ เพราะปัญหาของแต่ล่ะคนนั้นก็ล้วนแตกต่างกันออกไปค่ะ

ในความสัมพันธ์ของผู้หญิงไทยและชายต่างชาติ ถ้าอยู่ด้วยกันจนแก่แล้ว และลูกๆก็ต่างเติบโตจนมีครอบครัวของตัวเองแล้วนั้น ทั้งคู่จึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตในประเทศไทย 6 เดือนช่วงที่ต่างประเทศเป็นฤดูหนาวและอยู่ต่างประเทศ 6 เดือนในช่วงที่อากาศไม่หนาวมากนักสลับกันไปอย่างนี้ คุณ Tan คิดว่าชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบไหมครับ หรืออะไรคือชีวิตที่สมบูรณ์แบบในความคิดเห็นของคุณ Tan ครับ

ในความคิดของดิฉันที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้คือเป็นการดีค่ะ เพราะหากลูกชายทั้งสองคนของดิฉันโตเป็นหนุ่มแล้ว พวกเค้ามีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้แล้ว ดิฉันก็อยากที่จะทำแบบที่คุณเขียนแนะนำมาค่ะ อยู่ที่เมืองไทย 6 เดือนในช่วงฤดูหนาวของต่างประเทศ และ บินกลับไปอยู่ที่ต่างประเทศ 6 เดือนในช่วงหน้าร้อน สำหรับดิฉันแล้วคือดีค่ะ เพราะอยู่ที่เมืองไทย เราจะได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ของเราด้วยค่ะ และ บินกลับไปอยู่ที่ต่างประเทศในช่วงที่กล่าวไว้ จะได้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับลูกๆด้วยเช่นกันค่ะ

หากท่านใดสนใจเรื่องราวของเธอเพิ่มเติมจากนี้ ติดตามเธอทางเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอได้ครับ

เฟสบุค: คุณ หวานใจ ชายต่างชาติ

โปสการ์ดจากเบราน์ชไวก์ ประเทศเยอรมนี

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

10 thoughts on “ตัดสินใจย้ายไปอยู่ยังประเทศของสามี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s