ชีวิตใหม่ เริ่มใหม่ เรียนใหม่ในฮอลแลนด์

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ Naan Madamthai  อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ Naan Madamthai  จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่าง (culture shock) ระหว่างคนไทยกับคนเนเธอร์แลนด์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Naan Madamthai

ย้ายมาอยู่ประเทศ เนเธอร์แลนด์  (Netherlands) เมื่อปี 2009

เมือง: อัมสเตอร์ดัม

ภาพถ่ายจากคุณ Naan Madamthai

เรื่องเล่าจากมาดาม(เมียฝรั่ง)

ตั้งแต่ที่ คุณ Naan ย้ายจากประเทศไทยมาอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ครั้งแรก มีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวเนเธอร์แลนด์บ้างครับที่คุณ Naan รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

ดิฉันรู้ว่าการไปอยู่ต่างแดนวัฒนธรรมต้องแตกต่างและได้เรียนรู้จากหนังสือ ก็เตรียมตัวเตรียมใจพอสมควรค่ะ แต่ดิฉันก็รู้สึกได้ว่ามันสุดโต่งถึงความแตกต่างจริงๆ เช่นการเรียกคนที่สูงวัยกว่าที่ไทยเราจะเรียกพี่ ป้า น้า อา ลุง ยายและตามด้วยชื่อคนนั้น ถือว่าเป็นการนอบน้อมคนนั้นเป็นผู้สูงวัยกว่า หากไม่เรียกลำดับญาติก็เรียกคุณและตามด้วยชื่อ แต่ที่นี่เขาจะเรียกชื่อเลยเช่นหลานลูกน้องชายเรียกคุณหมอตะวันว่า ตะวัน ตะวันเรียกน้องพ่อว่าแซฟ
อีกเช่นกัน การเรียกชื่อลูกของตะวันเองเรียกพ่อแค่ชื่อ เมื่อฉันพูดคุยกับลูกสาวและกล่าวถึงพ่อของเธอ เธอใช้เวลานานจึงรับรู้ว่า your father หรือพ่อของคุณที่ฉันกล่าวถึงนั้นเป็นคุณตะวัน

การพบกันกับคนรู้จักค่ะ เขาจะเอาแก้มแตะกันซ้ายขวาซ้าย ซึ่งบ้านเราจะเพียงสวัสดีและไม่แตะต้องกันหากไม่สนิทสนมกัน
รวมถึงเวลานั่งรับแขกไทยเรานั่งตัวตรงเท้าเก็บมิดชิดไม่ชี้ใส่แขกให้เสียมารยาท แต่ที่บ้านเขาเก้าอี้โซฟารับแขกต่ำแขกอายุเล็กหรือน้อยมาก็ช่างเขานั่งเอกเขนกเท้าจะชี้ใส่หน้าใครก็ได้ ไม่สน รวมถึงเด็กบ้านเราเวลาไปนั่นมานี่ต้องบริการผู้สูงวัยในตระกูลให้มีที่นั่งที่พักก่อน ส่วนคนกลุ่มนี้ ไม่เขานั่งเฉยเอกเขนกและพูดนินทาต่อหน้าเลย โอ้ยตาหน่ายจริงๆช็อกค่ะ นี่แค่เรื่องในตระกูลนะคะ ทุกคนมีการศึกษากริยามารยาทดี แต่ไม่เหมือนที่เมืองไทยค่ะ เราต้องปรับตัวให้ยอมรับ หากปรับตัวไม่ได้ก็ปวดหัวอยากกลับบ้านเท่านั้นเองค่ะ

การมีตารางเวลาลงไว้ ทำอะไรก็ต้องนัดหมายต้องมาตรวจสอบเวลาที่ลงไว้ว่าว่างไหม ฉันอยู่ที่เมืองไทยนัดหมายไว้ไม่มาก การทำงานเป็นเวลา ฉันใช้สมองจำ แต่ที่บ้านเขาเขาทำงานหรือนัดหมายกันต้องลงในตารางการนัดหมาย นี่แหละคำว่าแตกต่างที่ชัดเจนมากในชีวิตฉัน

จูบกันนัวเนียตามถนนหนทาง แบบไม่อายฟ้า ณ ตอนแรกที่ฉันเห็นที่อัมสเตอร์ดัม แต่ในไทยทำไม่ได้ไม่ทำอาย มาตอนหลังฉันไม่สนใครแหละสามีฉันอยากหอมฉันก็หอม แต่ไม่จูบกันนัวเนียเพราะเรารู้กาลเทศะ การหอมกันเล็กๆน้อยๆในไทยในที่สาธารณะที่เหมาะสมก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ดูคนจะอิจฉาอยากได้แต่ไม่ฝึกทำค่ะ

ตอนนี้คุณอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์สักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย อะไรที่คุณชอบแบบที่คนเนเธอร์แลนด์ ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ฉันเห็นความแตกต่างมากมายหลายอย่างแต่สิ่งเล็กๆน้อยๆ จนถึงสิ่งที่ใหญ่

เล็กๆน้อยๆแต่ใหญ่เช่น
การนัดหมาย : คุณจะไปหาเพื่อนคุณต้องนัดหมายไม่มีคำว่าเซอร์ไพร์สเด็ดขาด เพราะบ้านเขาจะปิดประตูตลอดด้วยอากาศหนาวค่ะ

การนัดหมายเพื่อทานอาหาร : การไปเยี่ยมเพื่อนหากไม่ได้แจ้งจะทานข้าวคุณก็ไม่สามารถทานข้าวบ้านเขาได้ ถึงแม้จะไปถึงแล้วเขากำลังกินข้าวอยู่ก็ตาม เพราะอาหารเขาได้ทำไว้เฉพาะเจาะจงสำหรับเขาเท่านั้น ซื้อหามาจากซุปเปอร์สำหรับวันนั้น ทานหมดแล้วหมด ไม่ได้มีการกักตุนอาหารเยอะแยะเหมือนเมืองไทย ไม่ได้ทำอาหารหม้อใหญ่ที่ใครๆมาจะหาให้ทานได้

การนัดหมายตรงเวลา : ห้ามช้าเด็ดขาด หากช้าแม้แต่ 5 นาทีในการสัมภาษณ์งาน การไปพบหมอ คุณก็ไม่สามารถได้งาน หรือเข้าพบหมอได้ เพราะเวลาที่นัดคุณนั้นผ่านไปแล้ว คุณต้องนัดหมายใหม่ นี่แหละชีวิตอิสระตามเวลาที่นัดหมายค่ะ
ส่วนไทยการนัดหมายเป็นวันไม่ใช่เวลาเป็นนาทีอย่างที่ชาวเนเธอแลนด์นัดเป็นวันรอทั้งวันไม่มา ไม่มาและยังไม่แจ้งอีก ไม่รู้จักขอโทษที่เรารออยู่ทั้งวัน เสียเวลาเสียอารมณ์รอ และผ่านไปอีกอาทิตย์เจอกันก็ไม่บอกว่าเรามีปัญหาเลยไม่ได้ไปขอโทษนะ เธอแล้วๆไปเลยนี่แหละช็อกคนไทยด้วยกันอีก

การให้ของ : การให้เมื่อไปพบกัน เขาให้ดอกไม้เท่านั้น ส่วนคนไทยให้ได้หลายอย่างเพราะเรามีรวมถึงคะยั้นคะยอเอาให้ด้วย ถึงแม้ว่าคนรับไม่ต้องการแต่จำเป็นต้องรับเพื่อมารยาทและการดีใจของคนให้มิตรภาพ

การพูดจาเขาจะพูดตรง : เอาก็บอกไม่เอาก็บอก ส่วนคนไทยพูดเพื่อกริยามารยาท อ้อมค้อมเพื่อรักษามิตรภาพ หลายอย่างฉันใช้มารยาทไทยและหลายอย่างเช่นกันฉันใช้มารยาทของคนเนเธอแลนด์ในการเข้าสังคมทั้งไทยและเนเธอแลนด์ค่ะ ปรับใช้เพื่อชีวิตที่เป็นสุข

เมื่อคุณมาถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวเนเธอร์แลนด์เมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบคุณ Naan รู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่ คุณ Naan ไม่เคยเจอมาก่อน

ฉันคิดว่าอาหารของคนเนเธอแลนด์จริงๆรสจืดฉันและสามีไม่ค่อยจะทานเท่าไหร่ค่ะเราสองคนรักอาหารไทยมากกว่าอาหารเนเธอแลนด์ รวมถึงสามีก็ไม่ได้ทำทาน ไม่ชอบทานด้วยจึงทำให้ฉันมีความรู้เรื่องอาหารคนเนเธอร์แลนด์น้อยมากและรู้ว่าเขากินน้อยนะในบ้านจะกินเยอะเมื่อไปทานที่ร้านเช่นสเต็กชิ้นใหญ่ๆ ในร้านราคาไม่แพง และร้านอาหารราคาแพงของจะน้อยแต่แพงเพราะการตกแต่งจานอาหารออกมาในทางงานศิลป์มากกว่า


อาหารการกินง่ายในบ้านค่ะเช่นกินขนมปังกับชีส น้ำส้ม หรืออาหารครอบครัวเจอกัน อาหารหม้อเดียวกะทะเดียว เมนูเดียว อาหารจานใหญ่จานเดียวมีไก่สองสามชิ้น ในนั้นมีย่างมันเทศ ผัก ฟักทองคละกันไปคงไม่ต่างจากส้มตำถาดบ้านเราแหละ แค่นี้เขาก็อิ่มแล้ว มีไวน์แถมไปคนละแก้วแค่นี้ก็เริ่ดหรูแล้ว
ส่วนพื้ฐานการเป็นอยู่เรามีความโชคดีจากธรรมชาติที่ในน้ำมีปลาในนามีข้าวข้างรั้วมีผัก คนไทยเราทำอาหารสามอย่างห้าอย่างหกอย่างแถมของหวานอีก กินเสร็จแล้วให้ห่อกลับบ้านอีก หรือไปที่ร้านอาหารการสั่งอาหารหลายรายการเต็มโต๊ะทั้งที่กินกันแค่สองคนนี่ก็ทำให้ฝรั่งช็อกเราเช่นกัน


มีหลายคนที่แชทและมาเดทกับสาวไทย ด้วยการเจอกันครั้งแรก สาวไทยก็ต้องการเสิร์ฟชายหนุ่มอย่างดี เลยเมื่อสั่งอาหารเธอก็สั่งอาหารสำหรับสองคนนะห้าอย่างโดยไม่ได้สอบถามหนุ่มว่าต้องการอาหารอะไร พอจบรายการกินอาหารนัดแรกนั้น ชายฝรั่งนั่นก็หนีหายไปเลยโดยไม่บอกสาวคนนั้นอีกเลย นี่เพราะเขาช็อกวัฒนธรรมการกินของไทยเราค่ะ ซึ่งหากฝรั่งจะกินอาหารหลายรายการอย่างนั้นเขาไปกินที่ร้านบุปเฟ่ต์แทนค่ะเพราะอาหารที่สั่งแต่ละจานนะแพงมากๆ หรือสั่งเป็นชุดอาหารสองอย่างสามอย่างตามโปรพิเศษแทน

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ ประเทศเนเธอร์แลนด์คุณเคยคิดฝันว่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางประเทศเนเธอร์แลนด์

ฉันนะขำกับคำถามข้อนี้จังเลย ฉันเห็นเมืองไทยมีการอยู่การกินอุดมสมบูรณ์ ฉันเห็นฝรั่งซีดขาวเพราะเขาจนค่ะ ฝรั่งนะฉันไม่คิดว่าจะรวยกว่าคนไทยหรอกคนไทยรวยๆนะมีเยอะ
ฉันมีชีวิตการงานที่ดีที่เมืองไทย เป็นพยาบาลวิชาชีพระดับ 7 เงินเดือนเฉียดสี่หมื่นตอนนั้น รวมถึงไม่เป็นหนี้ใดๆมีเงินเก็บพอประมาณ สิ่งแวดล้อมในแวดวงสังคมดี สถานภาพการงานการเงินดีไม่มีปัญหา สถานภาพสบายๆ จริงๆอยู่เมืองไทยก็สบายมากแล้วไม่คิดจะไปขุดทองหรือไปกอบโกยหาเงินเข้ากระเป๋า ฉันมีพออยู่พอกินแล้ว แต่ฉันไปเพราะฉันอยากมีสามีค่ะ


ฉันคิดว่าเนเธอแลนด์น่าไปเพราะเขามีดอกไม้ฉันชอบดอกไม้ นี่คือเป้าหมายในการไป ไม่ได้ไปหาเงินหรือไปขุดทองใดๆ สิ่งฉันฝันคือมีชายคนรักและดอกไม้ ส่วนที่ฉันไปเจอมาเขามีดอกไม้จริงทำอะไรก็ถือดอกไม้ไปให้กันจริงแต่ที่เมืองไทยการจัดดอกไม้เว่อร์อลังการมากกว่าเยอะค่ะ เราทำดีทำเว่อร์กว่าเยอะ ที่นั่นมีขีดจำกัดเรื่องแรงงานและราคาของค่ะ ยกตัวอย่างดอกกุหลาบที่ตลาดดอกไม้สะพานพุทธ กรุงเทพ 50 ดอก 50 บาท แต่ที่นั่น 10 ดอก ห้าเหรียญหรือ 200 บาทเป็นต้น เขาเลยไม่ได้จัดอลังการอย่างไทย

ส่วนผู้ชายของฉันเขาน่ารักมาก เขาสุภาพนุ่มนวล เรียบร้อย ดูแลฉันดีมากกว่าชายไทยที่ฉันเคยรู้จักทั้งแฟนเพื่อนๆพี่ๆ คือเขาดูแลช่วยเหลือ ไม่คิดว่างานนี้เป็นของหญิงของชายใดๆเลย หากแต่ทำด้วยกันจนตอนนี้ทุกงานเป็นของสามีค่ะ ยอมรับและนอบน้อมว่าเขาดูแลฉันดีมากๆ
จริงๆตอนนี้ฉันอยู่ยากค่ะหากขาดสามีคนเนเธอแลนด์คนนี้ค่ะ เพราะเขาคือทุกอย่างทำให้ชีวิตของฉันมีคุณภาพมากขึ้น เขาเป็นคนหาอาหาร คนขับรถ คนซักผ้า คนควบคุมการแต่งตัว ทุกอย่างอย่างพี่อย่างเพื่อนอย่างพ่อเลยทีเดียว แค่นี้ที่ฉันขาดจากเนเธอแลนด์ไม่ได้ค่ะ

มีเรื่องใดบ้างครับที่เป็นวัฒนธรรมต้องห้ามในประเทศเนเธอร์แลนด์ ( สิ่งที่ห้ามทำเมื่ออยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ )

ที่เนเธอร์แลนด์ฉันไม่เห็นมีอะไรที่ห้ามทำนะคะ คิดไม่ออกจริงๆ เพราะบ้านเมืองเขาอิสระเสมอภาค และสิ่งที่ห้ามนั้นเขาได้ทำเป็นกฎหมายแล้วค่ะ ที่สำคัญคือห้ามแสดงท่าทีคำพูดเหยียดผู้อื่นว่าเป็นคนด้อยกว่า กระแนะกระแหนหรือเหยียดสีผิว หากคุณทำและมีการฟ้องร้องมาคุณมีสิทธิ์ตกงานได้ค่ะ

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

งานที่คนไทยย้ายถิ่นฐานไปส่วนมากที่ทำและค่าตอบแทนก็ไม่ด้อยนักขอเพียงคุณได้ทำงานก็บุญสุดๆแล้วค่ะ หากเกี่ยงงานนะไม่มีเงินไม่มีงานแน่เพราะเราเป็นเพียงประชากรย้ายถิ่น ภาษาเขาก็พูดได้ด้อยกว่าคนของเขา งานที่ทำจึงเป็นงานชนชั้นแรงงานเป็นส่วนมาก
เป็นเจ้าของธุรกิจร้านนวด เจ้าของร้านขายของชำ เจ้าของร้านอาหาร สาวเสิร์ฟ กุ๊ก ทำความสะอาด ทำงานที่ร้านซูชิ เป็นต้นค่ะ ค่าแรงก็ใกล้เคียงกัน แต่จุดหนึ่งเมื่อได้ค่าแรงแล้วคุณอย่ามองแค่รายได้นะคะ จงมองภาษีด้วยค่ะว่าเขาถูกหักกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนฉันสามีเสียภาษีเยอะครั้งสุดท้ายก่อนย้ายถิ่นฐานคือ 52% เป็นภาษีที่สูงมากค่ะ หากทำงานชั่วโมงเพื่อแต่หักภาษีเยอะ หากได้ทำจะไม่คุ้มกับการเสียเวลาและเสียสุขภาพกายสุขภาพจิต รวมถึงไม่สู้งานลำบากค่ะ กินอยู่ไปอย่างประหยัดแทน เอาแค่เรียนภาษาที่ยากไปวันๆก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ใครไปขยันมีงานทำนะก็มีเงินเก็บได้ค่ะ สู้ๆ

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวประเทศเนเธอร์แลนด์ล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์

การขอวีซ่าหนึ่งปีสำหรับคนต้องการย้ายถิ่นฐานสิ่งสำคัญคือคุยต้องเรียนภาษาดัตช์และสอบผ่านระดับ A1 ค่ะ และขอวีซ่าที่เรียกว่า MVV สมัยนั้นก็เรียนภาษาน้ำตาเล็ดหลายรอบไปสอบเพื่อให้ได้วีซ่า ต้องเสียเงินค่าเรียนสูง เดินทางไปเรียนทุกเสาร์อาทิตย์ที่กรุงเทพเป็นเวลาสามเดือนแต่เพราะรักและเป้าหมายก็ใจสู้ค่ะ ในปัจจุบันนี้ คุณมีสื่อการเรียนการสอบเยอะค่ะที่ยูทูปมีกลุ่มแนะนำเยอะแยะคุณสามารถค้นหากลุ่มแนะนำการเรียนการสอบได้ง่าย สามารถเรียนเองได้สอบผ่านได้ค่ะ

การขอวีซ่าท่องเที่ยวหากคุณมีเอกสารครบถ้วนตามรายการ มีแพลนการท่องเที่ยวชัดเจน มีการจองโรงแรมถูกต้องตามแพลนและขอแต่เนิ่นๆก็ไม่มีปัญหาค่ะ หากเอกสารไม่ครบถึงเงินจะเยอะก็ไม่ผ่านค่ะ เอกสารต้องทำให้เรียบร้อย เน้นให้คุณขอวีซ่าแต่เนิ่นๆนะคะ ประมาณ 3 เดือนก่อนเดินทางก็ควรขอได้แล้วค่ะ

การเปิดบัญชีธนาคารในเนเธอร์แลนด์ ทุกคนที่มีเลข BSN หรือเลขบัตรคุณสามารถเปิดบัญชีได้ ส่วนเป็นแบบไหนนั้นคุณสามารถสอบถามที่ธนาคารได้ เพราะหากคุณทำงานมีเงินคุณก็คงอยากเก็บเงิน แต่อย่าเก็บเกิน 20,000 ยูโรนะคะ เพราะคุณต้องเสียภาษีในการเก็บเงิน หากมีเงินเยอะน่าจะไปทำงานลงทุนอะไรสักอย่างหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะหากเงินเยอะคุณอาจถูกตรวจสอบทำไมมีเงินเยอะและมีการตรวจสอบการเสียภาษีอีกด้วย การใช้เงินโดยการ์ดหรือระบบดิจิทัลนั้นเขารู้หมดว่าคุณใช้จ่ายอะไรที่ไหนเมื่อไหร่นะคะ

ผู้ชายชาวประเทศเนเธอร์แลนด์ มีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวเนเธอร์แลนด์เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม

สำหรับฉันทั่วๆไปฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาสาวใหญ่ไร้สามีมีลูกติดทั้งหลายให้เป็นสาวแชทหาคู่ทางเน็ต ฉันไม่ให้เขาเลือกแชทกับชาวเนเธอแลนด์ค่ะ มีหลายอย่างมันยุ่งยากและรวมถึงวัฒนธรรมลึกๆด้วยถึงแม้ว่าสามีฉันจะน่ารัก เป็นคนดี คนเนเธอแลนด์ที่ฉันรู้จักเป็นคนดี สุภาพอ่อนโยนก็ตาม ที่ฉันคิดว่าไม่น่าเสี่ยงเป็นภรรยาคนเนเธอแลนด์คือ การย้ายถิ่นฐานไปในประเทศเล็กที่มีประชากรเยอะ การทำมาหากินลำบาก งานการหายาก กฎหมายเกี่ยวกับคนย้ายถิ่นฐานเปลี่ยนแปลงบ่อย และดูจากบางคนบางชุมชนของเขา เขารักง่ายหน่ายเร็ว ไม่อยากยุ่งยากอยู่กันแบบมั่นคง ดังนั้นหากใครคุยกับหนุ่มเนเธอแลนด์ฉันจึงแนะนำเขาให้คุยให้คัดกรองเยอะๆและให้ไปเยี่ยมเยียนก่อนตัดสินใจแต่งงานค่ะ

จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมา อะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวเนเธอร์แลนด์ มักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

วัฒนธรรมที่แตกต่างและนำมาถึงความร้าวฉานคือ

1. เงินค่ะ ไทยชอบเก็บเงินซื้อที่ซื้อบ้านเป็นของตนเอง ชอบดูยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้น
ส่วนคนเนเธอแลนด์ไม่เก็บมีแล้วกินไปเที่ยว อวดกันเรื่องได้ไปเที่ยวที่ไหนได้กินได้ดื่มอะไร

2. การเงินอีกครั้ง คนไทยต้องส่งเงินให้พ่อแม่ญาติพี่น้องเมื่อหาเงินได้ก็ส่งเสียเพราะเป็นการตอบแทนบุญคุณหาเงินหามรุ่งหามค่ำและส่งกลับบ้าน จนลืมคิดว่าตนมานี่เพื่อให้มีสามี ควรดูแลสามีและให้พ่อแม่ได้ตามวาระและสถานภาพที่ตนเป็น ส่วนญาติคือญาติ เราหาเงินยากดึกดื่นเที่ยงคืนหนาวสั่นยังอยู่บนรถไฟยังไม่กลับบ้าน หรือยังปั่นจักรยานกลางสายฝน หรือกลางหิมะ เงินที่มีต้องเก็บไว้เพื่อครอบครัวสามีและตนเองบ้าง ชายฝรั่งเขาไม่เข้าใจทำไมต้องให้ญาติด้วยเพราะเขาโตแล้ว เขาดูแลตนเองได้

3. หญิงไทยนิสัยเดิมๆคือการอยากเป็นใหญ่ในครอบครัวถึงแม้เธอจะย้ายถิ่นฐานตามสามีมาต่างแดนก็อยากเป็นใหญ่ในครอบครัว ลืมคิดไปว่าประเทศเขาเสมอภาคอะไรก็หารสองทั้งเรื่องกินเรื่องนอนเรื่องอยู่ คนโชคดีที่สามียินยอมเหมือนสามีไทยที่ไทยที่ให้เมียเป็นใหญ่ในครอบครัว

4. ปัญหาใหญ่คือภาษาค่ะ หากพูดภาษาได้ คุยกันได้ เปิดใจคุยกันปัญหาต่างๆสามารถลดความรุนแรงลงได้ เมื่อคุณย้ายถิ่นตามสามีมางานแรกงานหนักที่คุณต้องทำคือการเรียนภาษาจนคุณสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในต่างแดน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนทุกนาทีมีโอกาสพลาด เช่นกันกับเรามีชีวิตที่เมืองไทยค่ะ แต่เรามั่นใจเพราะเราพูดไทยในเมืองไทยมั่นใจและเข้าใจกระจ่างค่ะแต่ต่างแดนไม่ใช่ที่ไทยทุกคนต้องพัฒนาเพื่อการครองชีวิตให้รุ่งเรืองปลอดภัยค่ะ

การที่เราย้ายถิ่นฐานไปเพื่อชีวิตใหม่กับชายคนรักนั้น สำคัญหากรักกันต้องเอื้ออาทร ปรับเปลี่ยนเข้าหากัน และให้รู้ว่านี่คือครอบครัวคุณที่คุณจะอยู่ด้วยกัน แต่หากไม่รักกันจริงอย่าอยู่ด้วยกันนานเลย เพราะยังไงๆก็ต้องเลิก เลิกแต่วันนี้ เพื่อตั้งตัวได้ไวในวันหน้า

เป็นบทสรุป

ฮอลแลนด์หรือเนเธอแลนด์คือ ประเทศเดียวกันนะคะ ประชากรของที่นี่เป็นคนที่เอื้ออาทรแต่พูดตรง คิดอะไรพูดสิ่งนั้น ซึ่งแตกต่างจากเมืองไทย ที่จะพูดอะไรออกมาต้องเอื้ออาทร พูดอ้อมค้อมเพื่อรักษาน้ำใจ

การพูดตรงเป็นเพียงนิสัยพื้นฐานของประชากรของที่นี่ และที่ไทยพูดอ้อมค้อมนี่ก็เป็นขนบธรรมเนียมที่แตกต่าง สุขนิสัยที่สุดโต่งในความแตกต่างกัน หากใครสนใจหนุ่มต่างแดนชาวดัตช์คุณต้องเรียนรู้ ปรับตัวปรับใจเยอะๆ บวกความจริงใจจึงสามารถใช้ชีวิตในต่างแดนอย่างเนเธอแลนด์ได้อย่างมีความสุขค่ะ

คุณ Naan Madamthai

เพิ่มเติม

เรื่องเล่าจากมาดาม(เมียฝรั่ง)

สัมภาษณ์: คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากมุกดาหารสู่อัมสเตอร์ดัมเนเธอร์แลนด์

คนไทยในเนเธอร์แลนด์ โปสการ์ดจากอัมสเตอร์ดัม

ธุรกิจของลูกและ ของตัวเองนะงานอาสา

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s