ชีวิตหลัง 4 ปีกว่าที่ย้ายมาทำงานที่ประเทศออสเตรีย

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศออสเตรีย เธอคือคุณ ซี และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศออสเตรีย

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ ซี (Khun Sea)

ย้ายมาอยู่ประเทศ ออสเตรีย (Austria) เมื่อปี 2013

เมือง: อินส์บรุค กับ ลานซ์

Work and Live Abroad: Stories of a Thai Lady

ภาพถ่ายจาก คุณ ซี ( Khun Sea)

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศออสเตรีย เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศออสเตรียครับ

ซีย้ายมาอยู่ที่ประเทศออสเตรียเพราะงานค่ะ ตั้งแต่ตอนเรียนโทที่อังกฤษก็ฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้ทำงานในต่างประเทศ เพราะติดใจอิสรภาพเวลาใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศน่ะค่ะ ซีอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆชื่อ ลานซ์ หรือเรียกว่าหมู่บ้านเล็กๆจะถูกมากกว่านะคะ เพราะมีประชากรอยู่น้อยมากค่ะ สัตว์เลี้ยงพวกวัว ม้า ในหมู่บ้านรวมกันอาจจะพอๆกับจำนวนประชากรก็ได้นะคะ ฮ่าๆๆๆ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนในประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ซีเกิดในจังหวัดกรุงเทพฯค่ะ แต่ไปเติบโตที่จังหวัดอ่างทองเพราะคุณพ่อคุณแม่ทำงานที่นั่นค่ะ และเรียนประถมต้นที่จังหวัดอยุธยาและต่อประถมปลายในกรุงเทพฯค่ะ ชีวิตวัยเด็กก็คงเหมือนกับเด็กต่างจังหวัดทั่วไปนะคะ เราโชคดีที่มีโอกาสได้เติบโตท่ามกลางพื้นที่กว้างใหญ่ ได้เห็นไร่นาต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวขจี ได้มองพระอาทิตย์ดวงใหญ่ขึ้นและตกอย่างชัดเจน ได้อยู่ในสังคมที่ชาวบ้านจะเอื้อเฟื้อและมีน้ำใจต่อกัน ในเขตบ้านพักของบริษัทฯที่คุณพ่อคุณแม่ทำงาน ซีมีเพื่อนที่พ่อแม่ของเรารู้จักกันตั้งแต่ก่อนเราอยู่ในท้องของท่าน และจนถึงวันนี้รุ่นลูกๆก็ยังสนิทกันดีค่ะ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศออสเตรียครับ

ตั้งแต่ย้ายมาทำงานที่นี่สี่ปีกว่าก็ทำอยู่อาชีพเดียวค่ะ คือเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์สินค้าในบริษัทเครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ฯของสินค้าทางการแพทย์ชนิดหนึ่งค่ะ คิดแล้วก็ใจหายนะคะที่เวลาผ่านไปเร็วมากจริงๆค่ะ รู้สึกเหมือนซีเพิ่งย้ายมาไม่กี่ปีเองค่ะ

คุณพูดภาษาเยอรมันได้ไหม คุณคิดว่าภาษาเยอรมันยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาเยอรมันจนเข้าใจและสื่อสารได้

ซีพูดภาษาเยอรมันได้นิดหน่อยค่ะ เพราะเวลาทำงานจะใช้แต่ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเรียนมาก และด้วยเมืองที่ทำงานอยู่เป็นเมืองที่มีนักศึกษาอยู่มากจึงมีแต่คนที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีอยู่แล้วน่ะค่ะ ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่ออกเสียงยากมากเลยค่ะ โดยเฉพาะตัว R กับ Z มันทำให้ไม่อยากพูดเลยค่ะ เพราะออกเสียงทีไรทุกคนจะขำเราทุกที ก่อนย้ายมาทำงานที่นี่เคยเรียนภาษาเยอรมันประมาณ 6 เดือนตอนที่มาเยี่ยมคนรู้จักที่ออสเตรียน่ะค่ะ แต่พอตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่อีกค่ะ เพราะเรียนแล้วไม่ได้ใช้นานไปก็ลืมค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังสื่อสารได้ไม่ดีเท่าไหร่นะคะ เพราะว่าในเขตทิโรลเขาพูดภาษาเยอรมันตามแบบภาษาพื้นบ้านซึ่งแตกต่างกับภาษาเยอรมันที่เป็นภาษาที่ใช้เป็นทางการอยู่มากเลยค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนออสเตรีย แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

คนออสเตรียเป็นคนอนุรักษ์นิยมค่ะและเขามีความรักความเป็นส่วนตัวสูงมากโดยเฉพาะคนในเขตทิโรลเป็นคนที่ชอบความเรียบง่ายและธรรมชาติอย่างที่สุด เขามีความพอใจและภูมิใจกับสิ่งที่เขามีอยู่ ในจำนวนเพื่อนและครอบครัวที่เขามี เขาจึงไม่ค่อยเปิดพื้นที่ต้อนรับคนนอกสักเท่าไหร่ค่ะ และที่สำคัญเขาค่อนข้างคิดว่าชนชาติและประเทศของเขานั้นเหนือกว่าประเทศอื่นๆน่ะค่ะ เพราะบ้านเมืองเขาสมบูรณ์ดีด้วยธรรมชาติ และทุกคนเท่าเทียมกันทั้งด้านโอกาสทางการศึกษาและการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เขาจึงมองประเทศที่ด้อยกว่าว่าเป็นชนชาติที่ขาดการพัฒนา เราจึงจะถูกดูถูกและล้อเลียนเป็นเรื่องปกติน่ะค่ะ แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและประสบการณ์การท่องเที่ยวของแต่ละบุคคลนะคะ เช่น ถ้าเขาเคยไปเมืองไทย แล้วเขาไปพัทยา หรือไปสุโขทัย ก็จะมีทัศนคติต่อคนไทยแตกต่างกันไปน่ะค่ะ


ส่วนใหญ่เขาจะมองรวมว่าคนเอเชียคือคนจีนเหมือนกันหมดค่ะ มันจึงเป็นการยากที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมหรือหาเพื่อนสนิทที่นี่ และการปรับตัวที่สำคัญคือ เราต้องมีความสุขกับตัวเราเองได้โดยไม่หวังพึ่งคนอื่นน่ะค่ะ ซึ่งมันทั้งเหงาและโดดเดี่ยวมากๆโดยเฉพาะสำหรับคนไทยซึ่งเราจะเคยชินกับการยิ้มให้กับคนไม่รู้จัก ความอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ จิตสาธารณะช่วยเหลือกันและกัน และเปิดรับอะไรง่ายๆ จากสังคมที่พึ่งพากัน มาเจอกับสังคมพึ่งตนเองนั่นเองค่ะ

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

เมืองที่ซีย้ายมาอยู่ตอนนี้มีประชากรอยู่น้อยมากค่ะ และซีน่าจะเป็นคนเอเชียคนเดียวในหมู่บ้านด้วยนะคะ หรือไม่เช่นนั้น อาจจะเป็นคนต่างชาติคนเดียวในหมู่บ้านเลยก็ได้ค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
ตอนย้ายมาอยู่ที่ออสเตรียใหม่ๆซีเคยไปงานเลี้ยงของคนไทยที่อยู่ในเขตทิโรลครั้งหนึ่งค่ะ ในงานนั้นมีคนไทยเยอะมาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่ากี่ร้อยคนนะคะ รู้สึกว่าทุกคนมีความสุขดีค่ะ ส่วนใหญ่จะมีครอบครัวกับคนในพื้นที่ บางคนก็มาเรียน หรือมาทำงานในร้านอาหารไทย ในร้านนวด หรือตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือทั้งเรียนทั้งทำงานน่ะค่ะ ทุกคนจะอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเหมือนจะมีวัดไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ของทุกคนไว้ด้วยกันค่ะ

อะไรที่คนออสเตรียชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายออสเตรียเป็นอย่างไร ผู้หญิงออสเตรียเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนออสเตรียเป็นอย่างไร

อย่างที่เคยบอกไปว่า คนออสเตรียส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเขตทิโรลจะชอบธรรมชาติมากๆเลยค่ะ แต่ก็ชอบดื่มแอลกอฮอล์มากๆเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยเช่นกันค่ะ ส่วนที่ดูเขาจะมีความสุขมากที่สุดคือการใช้เวลาหลังการทำงานหรือเรียนเพื่อการพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนสนิท ซึ่งก็คงไม่ต่างจากคนเชื้อชาติอื่นๆเท่าไหร่นัก เพียงแต่เขาสามารถตัดขาดจากเรื่องงานได้สนิทเมื่อเวลางานจบลงค่ะ


ผู้ชายออสเตรียส่วนใหญ่ติดเพื่อนผู้ชายด้วยกันมากค่ะ และเขาชอบออกกำลังกาย อยู่ไม่นิ่งค่ะ ผู้ชายในเขตทิโรลจะไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้าหนาและแต่งตัวสวยเซ็กซี่ แต่ถ้าเห็นผ่านก็ชอบดูตามภาษาผู้ชายนะคะ ฮ่าๆ แต่เขาจะชอบผู้หญิงที่เรียบง่าย ช่วยเหลือตัวเองได้ มีสังคมของตนเอง และให้เวลาเขาได้อยู่กับเพื่อนตามลำพังด้วยความเชื่อใจ
ผู้หญิงออสเตรียเป็นผู้หญิงมั่น ตามใจตนเองสุดๆ และก็เข้าใจและเข้าถึงได้จริงๆยากมากค่ะ เพราะเขาจะมีกำแพงมากมายหลายชั้นที่กันให้เราเข้าไม่ถึงตัวตนที่แท้จริง แต่เขามักจะยิ้มง่ายและแลดูเหมือนมีอัธยาศัยที่ดี เขาชอบคนตามใจให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิงผมแดงในเรื่อง Brave หรือในเรื่องเงือกน้อยก็ตาม


ครอบครัวในประเทศออสเตรียมีความใกล้ชิดกันมาก แต่เป็นแบบที่แตกต่างจากประเทศไทยตรงที่ไม่มีการต้องอ่อนน้อมต่อคนที่มีอายุมากกว่า จึงทำให้เขาสนิทสนมกันในครอบครัวแค่ระดับเพื่อนพี่น้องเท่านั้น ทำให้สามารถออกความคิดเห็นและถกเถียงกันได้ในครอบครัวเกี่ยวกับทุกๆเรื่อง ไม่มีความคิดว่าต้องกตัญญูตอบแทนบุพการีแต่อย่างใด เพราะรัฐบาลรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุให้อยู่แล้วนั่นเองค่ะ

ค่าครองชีพที่ออสเตรียเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพแต่ละที่ในประเทศออสเตรียก็แตกต่างกันไปในแต่ละที่นะคะ แต่ในเขตทิโรลซึ่งล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอล์ปนั้นสามสิ่งที่แพงเกินไปคือ
1. ค่าที่อยู่อาศัย เพราะพื้นที่จำกัดค่ะ
2. ค่าของใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเวลาไปเยอรมนีทุกคนจะซื้อของในซุปเปอร์กลับมาตุนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผ้าอ้อมเด็กค่ะ
3. ค่ากินอยู่และแอลกอฮอล์ที่ไม่ใช่เบียร์และไวน์ เพราะค่าครองชีพที่นี่สูงมากค่ะ

สิ่งที่เลอค่าและดีงามหาได้ง่ายที่นี่ คือ
1. น้ำเปล่าจากก๊อกน้ำ ซึ่งเป็นน้ำแร่ที่มาจากบนเทือกเขาแอล์ป อันนี้ยกให้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเลยค่ะ
2. ค่าขนส่งมวลชน รถบัสกับรถไฟ ไม่รวมแท็กซี่นะคะ
3. เบียร์และไวน์ สำหรับคนชอบดื่ม ที่นี่คือสวรรค์แห่งหนึ่งค่ะ

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรียตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของ การใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรีย

ข้อดีของการอยู่ที่ออสเตรียสำหรับซี คือ
1. ชีวิตการทำงานที่เรารู้สึกว่าเราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถ ความรู้ และได้ออกความคิดเห็น เรียกร้องสิ่งที่ต้องการตามสมควร ถกเถียงเรื่องงานกับคนที่มีตำแหน่งสูงมากๆได้อย่างเต็มที่
2. เราเรียนรู้การรักตัวเองและคนที่เรารัก มากกว่าการรักงานและความสำเร็จภายนอกบ้าน และการให้เวลาตัวเองได้พัก
3. เราจะได้รู้ว่าเราแข็งแกร่งมากแค่ไหน และเราแกร่งได้มากกว่านี้อีกเท่าไหร่

ข้อเสียตามความคิดและประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ คือ
1. เราอาจจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวมากขึ้นในสายตาคนอื่น และสันโดษ เมื่อเรารักตัวเองมากขึ้น
2. เราอาจจะเหงาและทุกข์ใจมากจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมจนอาจจะทำให้ป่วยและเสียเงินในการรักษาตัวเองมากในภายหลัง
3. เราอาจจะติดความเงียบสงบมากจนไปอยู่ที่ไหนๆนานๆไม่ได้ อยากแต่จะกลับมาอยู่ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติเร็วๆค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหม และคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ซีมาอยู่ที่ออสเตรียคนเดียวค่ะ ทั้งครอบครัวและเพื่อนที่สนิทอยู่ที่เมืองไทยและกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกค่ะ แต่ไม่มีกระจายมาอยู่ออสเตรียสักคนเลยค่ะ ฮ่าๆ ซีคิดถึงทุกคนเสมอ โดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อนที่เมืองไทย ตอนย้ายมาที่นี่ใหม่ๆ วันหยุดยาวแต่ละปีทีไรต้องกลับไปเมืองไทยและต้องไปเที่ยวหาเยี่ยมเยียนทุกคนให้มากที่สุด

แต่แล้ววันหนึ่งก็รู้สึกเหนื่อยกับการตามไปขอนัดเจอคนที่เราคิดถึงในวันหยุดที่เราเก็บสะสมไว้ของแต่ละปี บางทีก็รู้สึกเหมือนถูกใช้งานในวันหยุด แม้จะเต็มใจทุกครั้งก็ตามนะคะ แต่สุดท้าย เรารู้สึกเหนื่อยกลับมา เพราะไม่ได้หยุดนิ่งพักผ่อนในวันหยุดที่เราเก็บสะสมไว้ จึงเริ่มคิดถึงเมืองไทยน้อยลงค่ะ อันที่จริง คนเดียวที่คิดถึงมากที่สุด คือ คุณแม่ค่ะ ช่วงหลังจึงพยายามใช้เวลาด้วยกันเวลาซีกลับไปให้มากที่สุด ด้วยการเอาแม่ไปด้วยทุกที่เวลาซีอยู่เมืองไทยค่ะ


ซีรักเมืองไทย ความเป็นไทย และภูมิใจในประเทศไทยเกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆของเราในทุกพื้นที่มากๆค่ะ อยากให้มีวันที่ทุกคนสามารถสวมชุดไทยบ้านๆเดินตามถนนเป็นปกติกันได้ เหมือนคนญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโนในฤดูกาลต่างๆ ซีชอบเชียงใหม่กับวัฒนธรรมลอยโคมไฟ และภูเขาที่สวยงามกับชนเผ่าพื้นเมือง ภูเก็ตที่เป็นที่ๆมีทุกอย่างในขนาดที่กำลังดีและเดินทางสะดวก กาญจนบุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าและลุ่มน้ำรวมถึงประวัติศาสตร์ของโลก

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรีย

ไม่เคยเลยค่ะ ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ซีได้เดินทางทำงานในหลายๆประเทศที่ไม่เคยไปรวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกาที่ซีเคยกังวล ทุกอย่างก็ราบรื่น เมืองสวยงาม คนที่พบก็น่ารักค่ะ การเดินทางบ่อยๆถูกยกเลิกเที่ยวบินก็หลายครั้ง จนล่าสุดถูกกักตัวและส่งกลับประเทศออสเตรียขณะเดินทางไปทำงานที่ไซปรัสตอนเหนือ ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเกี่ยวกับความปลอดภัยในยุโรปในแค่ครึ่งปีนี้ค่ะ การได้เห็นโลกมากขึ้นในทุกๆวันจากการทำงาน มันทำให้ความกลัวกลายเป็นความปลงหมดแล้วค่ะ

สถานที่ไหนในประเทศออสเตรียที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ซีชอบซิลเลอร์ทาล (Zillertal) ซึ่งเป็นหุบเขายาวๆในเขตทิโรล (Tirol) ค่ะ อาจจะเป็นเพราะซีผูกพันกับสถานที่ด้วยน่ะค่ะ ส่วนเมือง ลานซ์ (Lans) ที่ซีอยู่ปัจจุบัน ซีก็ชอบมากค่ะ เพราะเราอยู่บนเขา ซีสามารถเดินออกจากบ้านและเข้าป่าสนหลังบ้านเพื่อเดินเล่นได้เลยค่ะ แถมมีจุดชมวิวเมืองอินส์บรุค (Innsbruck) และหุบเขากว้างใหญ่ทั้งแนวอีกด้วยค่ะ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

สกีค่ะ เพราะการเล่นสกีคือความสุขที่ได้หลายด้านมากค่ะ สำหรับซีที่กลัวความสูงชันและความเร็วแบบไม่มีหลักยึด การเล่นสกีทำให้ซีได้เอาชนะความกลัวเหล่านี้ และสายลมที่ตีบนใบหน้าขณะสกีมันช่างเย็นสบายและสงบมากค่ะ สุดท้ายคือวิวจากบนภูเขาและหิมะที่เกาะตามต้นสนของแต่ละที่ๆเราไปเล่นสกีมันช่างงดงามเหมือนเทพนิยายจริงๆค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / ประเทศ ออสเตรียจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

สิ่งหนึ่งที่ทุกๆคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจะพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ การใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนั้นไม่ง่ายเลย แต่แน่นอนว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะจดจำไม่ลืม เพราะคุณจะได้เหงาที่สุด ทุกข์ที่สุด และสุขที่สุด ดังนั้น ใครที่ต้องการที่จะใช้ชีวิตในต่างประเทศต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ถ้าเรารู้สึกไม่ไหวในขณะที่อยู่ต่างประเทศ แล้วเราไม่มีใครให้พึ่งพา เราจะทำอย่างไร

หากคุณตอบคำถามตรงนี้ได้ แล้วคุณพอใจกับคำตอบของตนเอง ซีคิดว่าคุณพร้อมเดินทางแล้วค่ะ เพียงแต่ขอให้ทุกคนจดจำว่า คุณเป็นตัวแทนคนหนึ่งของเมืองไทยที่สามารถทำให้คนต่างชาติตัดสินเกี่ยวกับประเทศไทยทั้งในด้านดีและด้านไม่ดี ดังนั้น ขอให้คุณช่วยกันนำด้านดีของประเทศไทยไปเผยแพร่ด้วยนะคะ

คุณ ซี (Khun Sea)

Work and Live Abroad: Stories of a Thai Lady

เพิ่มเติม

วัฒนธรรมที่แตกต่างจากคนไทยที่คนไทยพบเจอในประเทศออสเตรีย

Thais Abroad: From Angthong, Thailand to Innsbruck, Austria

โปสการ์ดจากอินส์บรุคประเทศออสเตรีย

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

2 Comments Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s