วัฒนธรรมที่แตกต่างจากคนไทยที่คนไทยพบเจอในแอฟริกาใต้

ผมอยากจะแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณ เห็นกระด้าง ขอนบินอีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน จะมาเล่าถึงประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับการพบเจอวัฒนธรรมที่แตกต่าง (culture shock) ระหว่างคนไทยกับคนแอฟริกาใต้

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน

ย้ายมาอยู่ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) เมื่อปี 2012

เมือง:โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)

ภาพถ่ายจาก คุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน

ตั้งแต่ที่คุณ Pawina ย้ายจากประเทศแอฟริกาใต้ครั้งแรก มีวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติอย่างใดของชาวแอฟริกาใต้บ้างครับที่คุณ Pawina รู้สึกประหลาดใจ ( cultural shock ) ช่วยบอกผมมาอย่างน้อยสัก3 ข้อ

คืออย่างที่บอกแอฟริกาใต้เป็นประเทศเปิดเหมือนไทย มีคนพื้นเมืองที่เป็นคนผิวสีและก็มีหลายเผ่าเช่นกันค่ะ และต่อมาก็มีคนผิวขาวเข้ามาและเปลี่ยนแปลงประเพณีและธรรมเนียมของคนที่นี่ไป มากมาย และยังมีอีกหลากหลายประเทศที่เข้ามาเช่นมุสลิม อินเดีย จีน ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย แต่ก็ยังมีหลายอย่างที่ยังดำรงคงอยู่ค่ะ และดูแปลกมากสำหรับดิฉัน

1) การแต่งกายชุดประจำชาติ ชุดประจำเผ่า ซึ่งคนผิวสีที่นี่พอเห็นจะรู้เลยว่ามาจากเผ่าไหน เราอาจดูไม่ออกแต่พวกเขาจะดูออก อย่างผ้าที่โพกหัว กำไลข้อมือข้อเท้า ชุดที่ใส่ทำมาจากอะไรบ้าง สี และเครื่องประดับและจะเห็นพวกเขาใส่ทั่วไป อาจจะไม่ทุกคน หรือพวกเขาจะแต่งตัวแบบนี้ในวันสำคัญของพวกเขา และพวกเขาใส่มาทำธุระในเมืองไม่ใช่แค่ใส่อยู่บ้าน มาทำธุระที่ธนาคาร ตามห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สีสันสดใสตัดกับสีผิวพวกเขา สวยงามแปลกตาค่ะ

2) ที่นี่เป็นที่ราบเนิน จะไม่ราบลุ่ม มองเห็นสุดสายตาเช่นไทย ที่นี่จะเป็นเนินคล้ายภูเขาขนาดย่อมๆ ต้องเดินขึ้นเนินลงเนินเวลาไปไหนๆ สามีเล่าว่าเมื่อก่อนยังไม่มีพาหนะมากมาย การคมนาคมยังไม่สะดวกสะบายเหมือนทุกวันนี้ พวกเขาใช้วิธีการเดินหรือรถม้า ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ในบางพื้นที่ เวลาเดินพวกเขาจะเอาผ้ามัดหัวซึ่งเขาก็จะมัดผูกโพกผ้ากันอยู่แล้ว แล้วเอาสิ่งของต่างๆ เทินไว้บนหัวและไม่จับด้วย เดินขึ้นเนินหรือไปที่ต่างๆและไม่ใช่ใกล้ๆค่ะ 5-10 กิโลเมตรกันเลยโดยไม่ตก บางทีเห็นเขาเอากระสอบปุ๋ยใส่มัน เผือกหรือ ข้าวโพดเอาเทินไว้บนหัวเดินเฉยแบบไม่ตก ทำให้ทึ่งมากๆเลยค่ะ แต่ดิฉันจะขับรถผ่านเขา และไม่ได้ถ่ายรูปไว้คะ แต่จะเห็นได้ทั่วไปค่ะ

3). อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าแปลกสำหรับดิฉันคือ ดนตรีของพวกเขาและการแสดงอารมณ์ของพวกเขาผ่านดนตรีไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ แสดงความรัก พวกเขาจะแสดงออกมาผ่านดนตรี การร้อง การเต้น และที่แปลกคือ ดนตรีของพวกเขาจะมีแนวเฉพาะ มีเครื่องดนตรีเฉพาะ ท่วงทำนองการร้องการเต้น ที่เฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของคนผิวสีที่นี่เลยค่ะ พวกเขาชอบดนตรีมากและรู้สึกเหมือนมันฝังอยู่ในสายเลือดของพวกเขาทุกคนค่ะ

ตอนนี้คุณอยู่แอฟริกาใต้มาสักระยะแล้ว และเมื่อคุณได้กลับไปประเทศไทยคุณรู้สึกว่ามีบางวัฒนธรรมของไทยที่ทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจบ้างไหมครับ มีอะไรในประเทศไทยที่คุณรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปและมันแปลกไปกว่าที่เคย อะไรที่คุณชอบแบบที่คน แอฟริกาใต้ ทำมากว่าแบบที่คนไทยทำ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

ดิฉันพูดได้เลยว่าไม่ได้อยู่เมืองไทยมา 20 กว่าปีแล้วค่ะ และเมื่อตอนที่อาศัยอยู่ที่ไต้หวันก็ 2-3 ปีกลับบ้านสักครั้ง พอมาอยู่แอฟริกาใต้ถึงได้กลับเมืองไทยบ่อยปีละ 2-6 ครั้ง จึงได้รู้สึกว่าเมืองไทยเปลี่ยนไปเยอะมากๆค่ะจนหน้าตกใจ หลายๆอย่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น อย่างเช่นการคมนาคมใน กทม. ซึ่งมีรถไฟฟ้าหลากหลายสายในราคาที่ไม่แพงมากมาย ไปไหนมาไหนสะดวกสบายขึ้นค่ะ ดิฉันชอบมากค่ะ

ส่วนเรื่องวัฒนธรรมที่ทำให้แปลกใจมากๆในมุมมองของดิฉันนะคะคือรู้สึกว่าคนไทยรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามากเกินไปเกินพอดีและรับเอามาเกินไป ฝรั่งหรือต่างชาติเขาจะมีจุดที่เรียกว่า ลิมิต นะคะ แต่คนไทยไม่มีลิมิตค่ะ รับเอามาลอกเลียนแบบจนเกินงามเกินคำว่าพอดี นึกว่าที่ทำนั้นถูกแล้ว จนลืมว่าคนไทยวัฒนธรรมเมื่อ 20-30 ปีที่แล้วเป็นยังไง โดยเฉพาะระยะช่วงมีอินเตอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทต่อความเปลี่ยนแปลงนี้มาก มีส่วนน้อยใช้ให้เกิดประโยชน์แต่ก็จะมีอีกส่วนใหญ่เอาไปเป็นสื่อใช้ในทางที่ผิดและแปลงออกไปในทางเสื่อมค่ะ และสิ่งสุดท้ายค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัวค่ะ

ที่ดิฉันชอบแอฟริกาใต้มากกว่าไทย คือ

1) ไม่มีรถติดเป็นแพค่ะ อาจติดบ้างนิดหน่อยแต่ไม่มากค่ะไฟแดงก็ไม่มากมายค่ะ ทางด่วนก็มีแค่ 3 เส้นทาง เท่านั้นค่ะ และด่วนก็ด่วนจริงๆค่ะ และการเก็บค่าผ่านทางด่วน ก็จะเป็นแบบอัตโนมัติค่ะ จะมีบิลมาเก็บที่บ้านค่ะ

2) ที่นี่ไม่มีตลาดนัดทั่วไปเหมือนที่ไทย ไม่มีขายของข้างทางทั้งของกินของใช้จะมีร้านเฉพาะเจาะจงเลยว่าขายอะไร ของใช้ภายในบ้าน นอกบ้าน หรืออาหาร หรือร้านอาหารก็จะแยกเป็นโซนเป็นร้านจริงๆไม่มีตามข้างถนนและราคาก็มีทั้งถูกและแพงตามระดับเกรดของร้านตามที่เราสามารถเลือกได้ค่ะและมีเวลาเปิดปิดแน่นอนค่ะ

3) ที่นี่เป็นเมืองที่ไม่แออัด และเขาเพิ่งเจริญ และเขามีการวางแผนฝังเมืองค่อนข้างดีจะมี เขตโรงงานอุตสาหกรรม เขตเมือง เขตเกษตรและเลี้ยงสัตว์ การระบายน้ำเวลาฝนตก เขตคนผิวสี เขตคนผิวขาว คนลูกผสมหรือคัลเลอร์หรือแม้กระทั่งโซนคนที่ย้ายถิ่นฐานมา เช่น อินเดีย จีน มุสลิม จริงๆก็อยู่รวมกันได้ค่ะแต่จะไม่ค่อยเห็นมากมายค่ะ และไม่มีสายไฟระโยงระยางเหมือนบ้านเราค่ะเก็บลงดินหมดค่ะ ตามถนนหนทางแทบทุกสายจะมีต้นไม้ ยืนตนทุกสาย ไม่ว่าเส้นเล็กหรือสายหลัก บางที่นะคะดิฉันอาศัย อยู่ใจกลางเมืองหลวงแท้แแต่มีความรู้สึกว่าอยู่ในป่าค่ะ

เมื่อคุณมาถึงแอฟริกาใต้ใหม่ๆคุณรู้สึกอย่างไรกับอาหารของชาวแอฟริกาใต้เมนูไหนที่คุณชอบและเมนูไหนที่คุณไม่ชอบ คุณ Pawina รู้สึกว่าเมนูไหนแปลกอย่างที่คุณ Pawina ไม่เคยเจอมาก่อน

อย่างที่ดิฉันเคยบอกนะคะที่นี่มีวัฒธรรมค่อนข้างหลากหลาย เพราะในเวลา 100 ปีที่ผ่านมามีหลากหลายสัญชาติที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่แอฟริกาใต้ ย้ายเข้ามาในรุ่นปู่รุ่นทวด และคนจำพวกนี้ได้สัญชาติแอฟริกาใต้ เพราะฉะนั้น อาหารของคนที่นี่จึงหลากหลายมากมายค่ะ อย่างเช่นสามีของดิฉันเป็นคัลเลอร์เป็นลูกผสมของทางฝั่งเอเชีย เพราะพวกเขามาจากมาเลเซียและอินเดีย มาแต่กับคนฝรั่งอิงแลนด์ อาหารเขาก็จะมีทั้งแบบฝรั่งและมาเลเชียหรืออินเดียและด้วยบ้านเกิดเขามีมุสลิมมากพวกเขาจะชอบอาหารมุสลิมด้วยค่ะ สำหรับส่วนตัวดิฉันรู้สึกตื่นตาตื่นใจ กับอาหารของคนที่นี่มากๆค่ะดิฉันเป็นคนที่กินง่ายกินอาหารได้ทุกชนิดและชอบลองทานอาหารทุกชนิดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไร อาหารที่นี่แปลก แหวกแนวกว่าอาหารที่เมืองไทยและที่ไต้หวันโดยสิ้นเชิง ด้วยทั้งรสชาติและวิธีการปรุง ดิฉันต้องปรับตัวค่อนข้างมากกับอาหารค่ะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แปลกมากสำหรับดิฉันซึ่งตอนมาใหม่ดิฉันบอกได้เลยเห็นแล้วเบือนหน้าหนีและลองแตะแค่คำเดียวและก็ไม่กินอีกเลยจนทุกวันนี้นั้นก็คือข้าวปั๊บ ลักษณะก็จะเป็นปลายข้าวขาวป่นหยาบ แล้วเอามาหุง อ้อไม่ใช่สิ เอามากวนให้สุก พอสุกจะคล้ายๆแป้งข้าวจ้าวไม่ละเอียด เละๆ แฉะๆ เขาจะทานคู่กับสตูต่างๆ นี่คือไม่ชอบที่สุดในบรรดาอาหารของคนที่นี่ค่ะ นอกนั้นถึงไม่ชอบแต่ก็พอทานได้ค่ะ

ส่วนอาหารที่ชอบ คือ เนื้อแห้ง ค่ะ คนที่นี่เรียกว่าบรัวตองค่ะ ลักษณะคือเอาเนื้อแห้ง มาหมักกับเกลือและเมล็ดผักชีและปรุงรสต่างๆ เช่นเผ็ด เปรี้ยวนิด หรือรสดั้งเดิม และบรัวตองนี้ ไม่สุกค่ะเป็นเนื้อดิบตากแห้งด้วยแดดค่ะ ถ้าขอบแบบนิ่มก็แค่ 1 แดด. ถ้าชอบแบบแห้งก็ตากจนแห้ง ก็ตากนานนิดหนึ่งค่ะแล้วแต่ว่าชิ้นเนื้อใหญ่หรือเล็ก และชอบแบบไหนและทำแบบนี้ไม่ใช่แค่เนื้อวัวเท่านั้นค่ะจะมีทั้งเนื้อกวาง เนื้อเก้ง เนื้อควายป่าก็มีค่ะ เนื้อนกกระจอกเทศก็มี แม้กระทั้งเนื้อปลาทะเลค่ะ ตอนแรกที่รู้สึกไม่ชอบคือมันไม่สุก กินดิบๆ เลยไม่ชอบ แต่พอได้ลองเท่านั้นค่ะชอบมากๆที่สุด และมีขายอยู่ทั่วไป และราคาที่ไม่แพงค่ะ และที่คิดว่าดีคือจะมีร้านขายบรัวตองนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ

ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่แอฟริกาใต้ คุณเคยคิดฝันว่าแอฟริกาใต้ , หรือดินแดนของพวกฝรั่งเป็นอย่างไร เคยคิดไหมครับว่าดินแดนของพวกฝรั่งนั้นทางเดินโรยด้วยทองคำและถ้าได้อยู่ที่นั่นจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และพอคุณได้มาอยู่มาใช้ชีวิตจริงๆ สิ่งที่คุณเคยคิดฝันไว้นั้นมันเป็นอย่างที่คิดไว้ไหมครับ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งว่าอะไรที่คุณคิดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย และช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 สิ่งคุณคิดว่าคุณไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้เลยถ้าขาด 3 สิ่งนี้จากทางแอฟริกาใต้

บอกตามตรงจากใจจริงๆเลยนะคะ ไม่เคยคิดที่จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ ไม่เคยมีในความคิดเลยค่ะ ไปไต้หวัน 15 ปี นั้นดิฉันคิดแค่ว่าไปทำงานค่ะ ไม่เคยคิดจะมีสามีฝรั่งหรือสามีต่างชาติเลย เหตุผลคือ3ข้อ 1) ดิฉันคิดว่าตัวเองไม่สวย ไม่ใช่สเปก ต่างชาติ 2) ดิฉันไม่เก่งภาษาเรียนมาน้อยหรือว่าคือมีปมด้อยในด้านการศึกษา กลัวคุยไม่รู้เรื่องกลัวเวลาไปอยู่แล้วไม่สามารถ ทำอะไรได้ 3) ดิฉันเป็นทอมบอย ไม่ชอบผู้ชาย แต่ดิฉันก็ได้แต่งงานกับต่างชาติ และได้ย้ายถิ่นฐานจนได้ซึ่งมันเป็นเรื่องตลกมากๆสำหรับดิฉันแล้ว ดินแดนของฝรั่งเป็นอะไรที่น่ากลัว มากเพราะเคยได้ดูแค่จากในทีวีสารคดีและหนังสือ ดิฉันไม่เคยรู้จักคนต่างชาติที่เป็นฝรั่ง หรือนอกเหนือจากคนเอเชียเลยอย่างที่บอกชีวิตดิฉันค่อนข้างโลกแคบเป็นแค่สาวโรงงาน แค่นั้นเองแม้ประเทศไต้หวันเองที่อาศัยอยู่ตั้ง 15 ปี ดิฉันยังมีโอกาศไปเที่ยวในที่ต่างๆแค่วันหยุดหรือตามแต่โอกาสและ เทศกาลเท่านั้น ถ้าจะตอบคำถามว่าฝันไว้เกี่ยวกับต่างประเทศดินแดนฝรั่งยังไง ตอบสั้นๆเลยค่ะน่ากลัวมากคะ พอได้ย้ายมาอยู่ที่แอฟริกาใต้ สิ่งที่คิดถึงที่สุดที่เมืองไทย อืมมมมมม คิดถึงทุกอย่างค่ะ ที่แอฟริกาใต้ตรงกันข้ามกับเมืองไทยทุกอย่างทุกๆด้านเลยค่ะเช่น

1) เมืองไทยมีร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงมากมายเต็มไปหมดทุกหนทุกแห่ง ห้างชอปปิ้งเซ็นเตอร์ปิดทุ่มทุกวันแต่ที่นี่ จันทร์-ศุกร์ ปิด1ทุ่ม เสาร์-อาทิตย์ปิดบ่าย5โมงเย็นหรือบ่ายสามในบางที่ เมืองไทยมี ตลาดนัด ตลาดประจำเช้าสาย บ่ายเย็นร้านของกินของใช้ แค่เปิดประตูหน้าบ้านเดินออกมา ก็มีมาให้เลือกมากมายแล้วค่ะแต่ที่นี่แอฟริกาใต้ไม่มีค่ะ

2) คิดถึงผลไม้และผักประจำฤดูกาลที่เมืองไทยมีผลไม้มากมายเหลือเกินเหลือกินเหลือใช้ มีให้เลือกมากมาย หลากหลายค่ะซึ่งที่นี่ไม่ค่อยมีผลไม้และผักค่ะ

3) การคมนาคมค่ะที่เมืองไทย มีรถเมล์มากมายหลากหลายสายทั้งรัฐและเอกชนมีรถบัสในสายต่างๆ แม้ในต่างจังหวัดที่ห่างไกลจะไปไหนมาไหนสดวกสบาย รถไฟก็มีแทบทุกสายไปเหนือใต้ออกตกไปได้ทุกที่ ได้ทุกเวลา วันหนึ่งมีมากมายหลายเที่ยว คือง่ายๆว่าคุณไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวก็ได้ค่พและราคาไม่แพงค่ะ

ถ้าบอกว่าขาดอะไรในแอฟริกาใต้แล้วคุณจะตาย อืมมมมมตอบอยากนะคะ อะไรๆมันสำคัญไปหมด ฮ่าๆๆ

1) เงินนี่หล่ะค่ะสำคัญที่สุด ไม่มีคุณสามารถตายได้เลย ที่เมืองไทยคุณไม่มีเงินคุณอยู่ได้ค่ะ มีผัก มีปลา มีข้าว ผลไม้มากมาย ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยเงิน

2) รถยนต์ส่วนตัวค่ะ ที่นี่ถ้าไม่มีคุณไม่สามารถทำอะไรได้เลยค่ะ ไม่รู้นะคะสำหรับคนอื่นอาจไปรถเมล์รถไฟหรือเดิน แต่สำหรับดิฉันมันจำเป็นมากมายค่ะ

3) เครื่องปรุงอาหารไทยค่ะขาดไม่ได้เลย โชคดีว่าทุกวันนี้ทันสมัยหาซื้อง่ายกว่าเมื่อก่อน แม้ตามร้านค้าช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ต่างๆก็พอจะมีขายแล้วค่ะตอนนี้

เราเคยได้ยินกันบ่อยๆว่าในแอฟริกาใต้นั้นมีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงมาก คุณ Pawina คิดว่าเรื่องนี้มันจริงอย่างที่คนเขาพูดกันไหมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการข่มขืนผู้หญิง และคุณ Pawina คิดว่ามีเรื่องไหนที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษเมื่ออาศัยอยู่ที่แอฟริกาใต้ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับอยู่ที่ประเทศไทยแล้วคุณไม่ต้องระมัดระวังเลย

สำหรับเรื่องอาชญากรรมในแอฟริกาใต้ ไม่จริง100%นะคะ จริงๆแล้วแอฟริกาใต้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายๆคนคิดนะคะ เรื่องอาชญากรรมก็มีบ้างคะ อย่างที่บอกเกิดจากการเหลื่อมล้ำทางสังคมและการพัฒนาแบบก้าวกระโดดและการแบ่งชนชั้นและเหยียดผิวในเมื่อก่อน ซึ่งตอนนี้ไม่มีแล้วแต่ก็ยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เห็นอยู่ค่ะ จริงแล้วคนที่นี่จิตใจดีนะคะ มีมิตรไมตรีที่ดีนะคะ ส่วนการข่มขืนนั้นที่นี่ไม่เยอะ ถ้าเยอะก็จะเป็นจี้ปล้น มากกว่าค่ะ

เรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษที่นี่คือเรื่องปล้นจี้และยาเสพติด ค่ะที่นี่ค่อนข้างเยอะ เวลาอยู่บ้านก็ต้องปิดประตูให้มิดชิด ต้องมีรั้วไฟฟ้ารอบบ้าน มีหมาป้องกันคอยเห่าเตือนภัย ไม่ไป ในที่อันตรายหรือเขตคนผิวสี เวลาขับรถไปจอดตามปั๊มหรือ ติดไฟแดงก็ต้องคอยระวัง เพราะถ้าจี้เขาจะจี้ตามสี่แยก เอารถคุณไปค่ะ หรือตามปั๊มน้ำมันค่ะเวลาคุณขับรถไปคนเดียว ถามว่ากลัวไหม กลัวค่ะ แต่ไม่ได้ร้ายแรงขนาดอยู่ไม่ได้ ไม่ได้ร้ายแรงถึงกับเป็นประเทศที่อันตรายมาก แม้ประเทศไทยก็ต้องระวังตัวเหมือนกันคะ

จากการสังเกตและจากที่คุณเรียนรู้มา คุณคิดว่างานประจำประเภทใดที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้ นีสามารถทำได้และได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วยครับ

ที่นี่คนไทยไม่มากแต่พอมีคะแต่ละคนส่วนมากเป็นแม่บ้านหรือทำธุรกิจเปิดร้านเสริมสวย ร้านอาหารไทย ร้านขายเสื้อผ้า สินค้านำเข้าจากไทย ร้านนวดแผนไทย สปา ประมาณนี้ค่ะ และคนทำงานก็จะทำตามร้านไทยที่กล่าวมานี้ค่ะ เช่นร้านสปาไทยร้านอาหารไทยตามความสามารถของคุณ ค่าจ้างก็สมเหตุสมผลไปทางค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ

คุณคิดว่าการขอวีซ่าเพื่ออาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้อย่างถาวรนั้นยากไหมครับ และมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ และการขอวีซ่าท่องเที่ยวแอฟริกาใต้ล่ะครับขอยากไหมครับ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างสะดวกไหมครับ และสามารถเปิดบัญชีในแบบใดได้บ้างครับ และธนาคารไหนดีที่สุดในแอฟริกาใต้ครับ

การขอวีซ่าเพื่ออาศัยในแอฟริกาใต้ไม่ยากค่ะและคุณต้องการขอวีซ่าแบบไหน วีซ่า ติดตามสามี วีซ่าคู่หมั้น วีซ่าแต่งงานเพศเดียวกันหรือวีซ่าธุรกิจ แล้วแต่คุณจะขอวีซ่าประเภทไหน

การขอวีซ่าท่องเที่ยวที่แอฟริกาใต้ฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 1 เดือนค่ะและสามารถขอต่อได้ 3 เดือน 6 เดือนค่ะ

ประชาชนทุกคนสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ทุกคนค่ะ แม้แต่คนที่ย้ายถิ่นฐานอย่างดิฉัน ขอแค่คุณมีวีซ่าระยะยาวค่ะคือ 2 ปีขึ้นไปค่ะ คนที่นี่ไม่นิยมใช้เงินสดกันค่ะส่วนมากจะใช้บัตรเดบิตหรือเครดิต แต่ถ้าเป็นคนระดับเงินเดือนทั่วไปก็จะต้องมีบัญชีเพื่อให้นายจ้างโอนเงินเดือนเข้าให้ทุกเดือน และเป็นการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย ก็จะหักและดูได้จากบัญชีธนาคารค่ะ การเปิดบัญชีธนาคารที่นี่จะเปิดแบบออนไลน์ไม่มีสมุดธนาคาร ให้เก็บรักษาเหมือนที่ไทย มีแค่การพิมพ์ลายนิ้วมือเราและรหัสบัญชีเราให้เราจำเองค่ะ แต่จะมีรหัสล็อกหลายชั้นเพื่อป้องกันค่ะก็ถือว่าดีมากๆค่ะ ดิฉันว่าธนาคารที่ดีทุกธนาคารค่ะไม่ขอเจาะจงว่าธนาคารไหนดีกว่ากันนะคะ เพราะแต่ละธนาคารก็มีข้อดีคล้ายๆกันดอกเบี้ยก็ไม่ต่างกัน การป้องกันการแฮ็กก็ดีทุกธนาคารค่ะ

ยกตัวอย่างเช่นดิฉันขอวีซ่า ติดตามสามีซึ่งไม่สามารถทำงานได้ แต่ดิฉันขอแบบทำงานได้หรือสามารถทำธุรกิจ ได้ อ้อก่อนอื่นก็ต้องจดทะเบียนสมรสก่อน ซึ่งจดที่ไทยก็ได้ที่แอฟริกาใต้ก็ได้ แต่ถ้าจดที่แอฟริกาใต้จะง่ายกว่าที่ไทยค่ะพอได้ทะเบียนสมรสก็สามารถยื่นวีซ่าติดตามสามีได้เลยค่ะไม่ต้องรอแบบฟอร์มเอกสารก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์สถานฑูตและจะบอกว่าใช้อะไรบ้าง อันไหนที่เป็ภาษาไทย ก็ต้องไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ และไปยื่นที่กงศุลไทยเพื่อรับรองเอกสารค่ะ และเอกสารฝ่ายสามีค่ะ อย่างเช่นใบรับรองเงินเดือนจากธนาคาร ที่อยู่อาศัย ประมาณนี้ค่ะพอเอกสารครบไปยื่นที่สถานฑูตแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย หรือไปยื่นที่โฮมแฟร์ที่แอฟริกาใต้ค่ะ ที่เมืองไทยรอ 2 อาทิตย์ก็จะได้ค่ะ ที่แอฟริกาใต้ 2 เดือนค่ะ

ผู้ชายชาวแอฟริกาใต้มีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าผู้ชายชาวแอฟริกาใต้เหมาะสมที่ผู้หญิงไทยจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตไหม

ก็อย่างที่บอกผู้ชายชาวแอฟริกาใต้มีหลากหลายเชื้อชาติและสัญชาติ คนผิวสีส่วนมากจะไม่นิยมแต่งานกับคนต่างชาติต่างเผ่า แม้ฝรั่งเองก็จะมีหลากหลายเชื้อชาติ ถึงแม้พวกเขาจะเกิดและโตที่แอฟริกาใต้แต่ส่วนใหญ่มักไม่แต่งงานกับคนต่างชาติ ถึงแม้แต่งแล้วก็มักมีปัญหาทางครอบครัว คนเชื้อสายอินเดียก็มักแต่งงานกับคนเชื้อสายอินเดีย และจีนและมุสลิมก็มักแต่งงานกับคนเชื้อชาติศาสนาเดียวกัน จะมีแค่ 1% เท่านั้นที่แต่งงานกับคนต่างเชื้อชาติ แต่จะมีอีกเมืองหนึ่งคือเมืองเคปทาวน์ ที่นี่แทบจะไม่มีคนเชื้อชาติแท้ๆเลย ที่แทบจะบอกได้เลยว่าเป็นเมืองคัลเลอร์ซึ่งทุกๆคนแทบจะไม่มีเลือดแท้ คือเชื้อชาติแท้เลยอย่างเช่นสามีของดิฉันเป็นต้น แต่ที่นี่จะเป็นคัลเลอร์สายเอเชียส่วนใหญ่ และจะมีอีกเมืองคืโดบัน จะมีคัลเลอร์ผสมอินเดียและคนผิวสี ตามที่ได้ศึกษาสัมผัส(สอบถามตามญาติพี่น้องสามีและสามี รวมทั้งเพื่อนต่างชาติ) ตามที่เห็นส่วนมากช่วงเวลา20-30ปี ที่ผ่านมาถึงแม้จะมีคนแอฟริกาใต้เชื้อชาติต่างๆแต่งงานกับหญิงไทย ส่วนมากก็มีปัญหาน้อยบ้างมากบ้างซึ่งแล้วแต่บุคคลด้วยและการเลี้ยงดูจากครอบครัวด้วย ทำให้มีปัญหา ซึ่งที่พูดมาขอตอบตามตรงเลยว่าเหมาะที่สาวไทยจะเลือกเป็นคู่ชีวิตไหม มันตอบไม่ได้ค่ะ ผู้ชายทุกชาติทุกภาษามีดีและเลวผสมกันไปทุกๆประเทศแหละค่ะ ชีวิตคู่ไม่ได้ขึ้นว่าคุณแต่งงานกับคนสัญชาติอะไรแต่มันขึ้นอยู่ที่คนสองคนมากกว่าค่ะ

จากที่คุณได้เรียนรู้หรือพบเจอหรือเคยได้ยินมา อะไรบ้างที่เป็นปัญหาหลักๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างซึ่งทำให้ผู้หญิงไทยและผู้ชายชาวแอฟริกาใต้มักจะมีปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อครับ

1) ปัญหาหลักของชีวิตคู่ด้านวัฒนธรรมที่แตกต่าง ข้อแรกน่าจะเป็นการเลี้ยงดูการเติบโตที่แตกต่างกัน คนที่นี่อยู่แบบครอบครัวเดี่ยว และพอโตถูกสอนให้ช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็กและพออายุ 18 จะเริ่มเป็นตัวของตัวเองเพราะจบมัธยมก็จะต้องหางานทำ บางคนแยกตัวออกจากครอบครัวไปสร้างความก้าวหน้าให้ตัวเอง ซึ่งต่างจากคนไทยที่พ่อแม่เลี้ยงดูแบบ ครอบครัวใหญ่ สอนให้รักพ่อแม่ ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าชรา รักพี่น้องรักครอบครัว ทำให้เกิดช่องว่างครอบครัวขึ้นเมื่อแต่งงานกับหญิงไทย

2) พอต่างวัฒนธรรมก็จะมีผลมาถึงครอบครัว พ่อแม่ของฝ่ายชายชาวแอฟริกาใต้บางครอบครัวไม่ยอมรับหญิงต่างชาติหรือหญิงไทย และสามีอาจเป็นพ่อม่ายและอาจมีลูกติดจากภรรยาเก่าซึ่งอาจมีทั้งที่โตแล้วและเด็กกำลังเติบโต ปัญหาลูกเลี้ยงแม่เลี้ยงอาจตามมา ทำให้เกิดการหย่าร้างได้ค่ะ

3) สองข้อที่กล่าวมาผู้หญิงไทย ชอบสังสรรค์ อาจจัดเล็กๆพบปะเพื่อนฝูงหรือออกข้างนอก พบปะดื่ม พูดคุยกับเพื่อน แต่ผู้ชายที่นี่ชอบอยู่บ้านอยู่กับครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ และถ้าไปมักไปกับครอบครัวมากกว่าค่ะ สรุปจริงแล้วชีวิตคู่ มันก็เป็นเรื่องของคน 2 คนและมันก็มีส่วนประกอบมากมาย ของคน 2 คนที่จะอยู่ร่วมกันไม่ว่าชาติเดียวกันหรือต่างชาติต่างภาษา โดยเฉพาะความรัก บางคนแค่ความรักยังไม่พอ ยังมีเหตุผลอีกมากมายของคน 2 คนที่จะอยู่ร่วมกันมากกว่าค่ะ

คุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน

เพิ่มเติม

ชีวิตในแอฟริกาใต้:มารู้จักกับแอฟริกาใต้

โปสการ์ดจากโจฮันเนสเบิร์กประเทศแอฟริกาใต้

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One Comment Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s