การใช้ชีวิตในโกเธนเบริก สวีเดน

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศสวีเดน เธอคือคุณ ใกล้รุ่ง ผลาหาญ และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศสวีเดน

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ ใกล้รุ่ง ผลาหาญ / Klairung Palahan

ชื่อเล่น…รุ่ง /Rung

ย้ายมาอยู่ประเทศ สวีเดน (Sweden) เมื่อปี 2016

เมือง: โกเธนเบริก (Gothenburg)

เฟสบุค: Klairung Palahan

บางรูปที่เป็นของคุณ ใกล้รุ่ง ผลาหาญ / Klairung Palahan

ส่วนรูปของสถานที่ Pixabay

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศสวีเดนเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศสวีเดนครับ

เพราะมีแฟนเป็นชาวสวีเดนค่ะและอาศัยอยู่ที่เมือง โกเธนเบริกในประเทศสวีเดน

Gothenburg: Overlooking the harbour

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเกิดและโตในอำเภอ กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนประเทศกัมพูชา ชีวิตวัยเด็กของดิฉันได้ถูกเลี้ยงดูโดยย่าและอาเพราะพ่อกับแม่ต้องไปทำนาในตำบลอื่นซึ่งอยู่ไกลมาก ครอบครัวพ่อแม่ของดิฉันค่อนข้างยากจน และแม่ก็มีลูกหลายคน ทำให้ดิฉันไม่ค่อยได้รับความเอาใจใส่หรือดูแลจากพ่อแม่เท่าไหร่ จึงไม่ค่อยรู้ถึงความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ว่าเป็นอย่างไร ดิฉันจึงเป็นคนเงียบๆไม่ชอบพูดแต่ชอบอ่านหนังสือทุกชนิด แต่จะชอบเรื่องประวัติศาสตร์และเกี่ยวกับต่างประเทศเป็นพิเศษ ดิฉันได้เรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินให้เรียนต่อ ดิฉันจึงต้องออกหางานทำตั้งแต่อายุ สิบสามปีตามร้านอาหารบ้าง ตามไร่และสวนที่เขาจ้างเด็กๆทำงาน พออายุครบสิบห้าปีก็ไปทำบัตรประชาชน และหลังจากนั้นก็ได้ไปเริ่มต้นชีวิตเป็นสาวโรงงานทอผ้า และแต่งงานกับหนุ่มทีทำงานด้วยกันและมีลูกด้วยกันสามคนค่ะ แต่ชีวิตคู่ก็จบลงด้วยการหย่าร้างเพราะความฝันที่ต่างกัน แต่นั่นก็ทำให้ ดิฉันจึงได้มีโอกาสได้พบกับคู่ชีวิตชาวสวีเดนคนปัจจุบันนี้ และได้ตัดสินใจติดตามแฟนไปอยู่ต่างประเทศ

คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรมาบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศสวีเดนครับ

ดิฉันได้วีซ่ามาอยู่ประเทศนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2016 แต่ติดตามแฟนซึ่งมีบ้านพักร้อนอยู่ประเทศทางยุโรปใต้ทำให้ไปมาระหว่างสองประเทศบ่อยมาก แต่พอเดินทางบ่อยจึงทำให้เริ่มเบื่อ และจึงทำให้มาเริ่มต้นหางานทำที่สวีเดนจริงจังในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 แต่เพราะดิฉันพูดภาษาสวีดิชไม่ได้จึงทำให้การหางานค่อนข้างยาก ไปสมัครเรียนไว้แต่ก็ต้องรอคิวยาวเพราะในเมืองใหญ่คนมาอยู่กันเยอะ ดิฉันได้ไปติดต่อที่สำนักงานจัดหางานของเมืองนี้ และได้เห็นประกาศรับสมัครงานของร้านอาหารไทยจึงลองไปสมัครและผลปรากฏว่าเขารับเข้าทำงาน เพราะดิฉันพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีและแม่ครัวก็เป็นคนไทยและเจ้าของเป็นคนบังคลาเทศก็พูดภาษาอังกฤษ แต่ดิฉันต้องฝึกงานอยู่สามอาทิตย์โดยไม่ได้รับค่าแรงแค่หลังจากฝึกเสร็จก็จะได้ค่าแรงหนึ่งร้อยสิบโครนต่อชั่วโมงแต่กินอาหารที่ร้านได้ฟรีและทั้งวัน ด้วยความที่คิดว่าตัวเองพูดภาษาสวีดิชไม่ได้จึงยอมรับและฝึกงานไปจนครบสามอาทิตย์ แต่พอฝึกครบเจ้านายก็บอกว่าจะจ่ายเงินทุกอาทิตย์แต่เป็นเงินดำ ดิฉันก็ตกใจแต่ก็ยอมทำต่อเพราะก็ฝึกงานฟรีไปตั้งสามอาทิตย์แล้ว แต่พอทำงานครบอาทิตย์กลับจ่ายเงินดิฉันไม่ครบตามจำนวนวันที่ทำงานและบอกว่าจะจ่ายในอาทิตย์ถัดไป จึงทำให้แฟนโกรธและให้เลิกทำเพราะกลัวเขาหลอกให้ทำงานฟรี ที่จริงก็ว่าจะทำรอไปจนได้ใบรับรองจากโรงเรียนเพื่อนำไปยื่นขอความช่วยเหลือจากกรมแรงงานแล้วเจ้านายจึงจะจ่ายเงินขาวและเสียภาษีตามกฎหมาย ดิฉันจึงต้องจบงานร้านอาหารไปโดยปริยาย ซึ่งทำไปได้เพียงเดือนเดียว

หลังจากเลิกทำงานร้านอาหารก็ได้พบพี่สาวคนไทยใจดีที่พบและทักทายกันโดยบังเอิญและได้แนะนำงานโรงแรมให้และเนื่องด้วยที่ดิฉันพูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร จึงได้งานทำที่โรงแรมทันที แต่ก็เป็นงานเฉพาะช่วงหน้าร้อน แต่ก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้มีงานทำก็ดีใจแล้วค่ะและที่นี่ได้จ่ายเงินและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายทำให้ดิฉันรู้สึกสบายใจ และที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้ดิฉันได้ฝึกพูกภาษาสวีดิชไปในตัวด้วยค่ะ ส่วนงานซึ่งก็ค่อนข้างหนักแต่สำหรับคนตัวเล็กๆอย่างดิฉันค่ะ แต่พอเห็นค่าแรงแล้วความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ

Gothenburg: Old Tram – Tram 133

คุณพูดภาษาสวีดิช ได้ไหม คุณคิดว่าภาษาสวีดิชยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาสวีดิชจนเข้าใจและสื่อสารได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ดิฉันพูดภาษาสวีดิชได้นิดหน่อยเพราะยังไม่ได้ไปเรียนภาษาที่โรงเรียนค่ะ แต่ก็พอสื่อสารได้บ้าง

ภาษาสวีดิชไม่ยากเกินไปสำหรับดิฉันค่ะเพราะมีหลายคำที่คล้ายคลึงกับภาษาอังกฤษ แต่ก็จะมีบางคำที่ต้องฝึกพูดให้หนักนิดนึงเพราะคนไทยลิ้นแข็ง จึงค่อนข้างยากในบางคำที่มีตัว ร.ควบกล้ำและคำที่ต้องออกเสียง ส.และ ค. ต่อท้าย

เนื่องด้วยดิฉันเพิ่งมาอยู่ที่ประเทศนี้และหัดฝึกพูดภาษาสวีดิชได้เพียงไม่กี่เดือน จึงยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และฝึกฝนไปอีกสักระยะค่ะ ก่อนอื่นต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนเรื่องแกรมม่าและการใช้คำ ซึ่งก็คงเป็นปีเพราะดิฉันอายุมากแล้วความจำจึงช้ากว่าคนอายุน้อยๆ แต่ดิฉันก็พูดภาษาอังกฤษอ่านและเขียนได้ดีพอสมควรเพราะดิฉันได้ใช้ชีวิตอยู่กับชาวต่างชาติจนถึงวันนี้ก็ร่วมสิบสามปีค่ะแต่กว่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ดิฉันก็ใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าจะพูดคล่องซึ่งก็ต้องฝึกพูดทุกวันทั้งอ่านทั้งเขียนเพราะดิฉันเรียนด้วยตนเองกับแฟนและซื้อหนังสือมาเรียนเองและกล้าที่จะพูดกับคนต่างชาติ พูดผิดบ้างถูกบ้างขอให้กล้าพูด และดิฉันก็ยังพูดภาษาลาวได้ดีพอๆกับภาษาไทยค่ะ

Gothenburg: Feskekorka, fish church, rose grove

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวีเดน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ดิฉันคิดว่าไม่ยากค่ะเพราะคนชาตินี้จะมีความเป็นมิตรและเปิดใจสำหรับชาวชาติอื่นที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศเขามากๆ ถึงแม้มองจากภายนอกจะดูว่าเขาต่างคนต่างอยู่แต่พอได้เข้าไปสัมผัสและคุ้นเคยพวกเขาแล้วน่ารักมาก —และพวกเขาก็มีอารมณ์ขันและมีความตลกอย่างมากมายค่ะ

Gothenburg: City landscpe

เมืองที่คุณย้ายไปอยู่ มีคนไทยอาศัยอยู่มากไหม และคุณคิดว่าคนไทยที่นั่นเขามีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม อย่างไร

เมืองที่ดิฉันอยู่คือโกเธนเบริก เป็นเมืองใหญ่อันดับรองจากเมืองหลวงสต๊อคโฮล์มของสวีเดน จึงมีคนไทยอาศัยอยู่ที่นี่เยอะมากค่ะ เพราะเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติมากจึงเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันไปชม และจึงเป็นเมืองที่มีงานให้ทำเยอะมากทั้งร้านอาหารและโรงแรม และยังเป็นแหล่งผลิตรถยนต์วอลโว่ ที่มีโรงงานใหญ่มาก มีคนงานทำงานหลายพันคน และเมื่อมีงานทำและมีรายได้จึงทำให้คนไทยที่นี่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีระดับนึงค่ะ และที่นี่ยังมีร้านที่ขายของที่ส่งตรงไปจากเมืองไทยที่มีครบเกือบจากทุกภาคของเมืองไทย และราคาก็ไม่แพงมากจนเกินไปค่ะ โดยเฉพาะอาหารจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยจะมีมากเป็นพิเศษ คนไทยที่จะมาอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีอาหารพื้นบ้านกินหรอกค่ะ

เพื่อนที่สนิทกันกันมากๆยังไม่มีค่ะแต่จะมีเพื่อนคนไทยที่ทำงานด้วยกันก็จะได้พบและเจอกันเฉพาะตอนไปทำงานค่ะ แต่ก็ที่เป็นเพื่อนกันทางเฟสบุ๊คโดยที่ยังไม่เคยเจอกันจริงๆก็มีหลายคนค่ะ

Gothenburg: Street City Centre

อะไรที่คนสวีเดนชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายสวีเดนเป็นอย่างไร ผู้หญิงสวีเดนเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนสวีเดนเป็นอย่างไร

คนประเทศนี้เคารพกฎหมายและความถูกต้องมากๆ และมีความเปิดกว้างเรื่องสิทธิและเสรีภาพ

คนที่ประเทศสวีเดนชอบไปอาบแดดและออกกำลังกาย และรักษาสุขภาพกันเยอะมาก เพราะดิฉันไม่ค่อยเห็นคนที่นี่จะมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนฉุจากการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตัวสูงใหญ่ตามเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ของพวกเขาก็ตาม และคนส่วนใหญ่ที่นี่จะรักธรรมชาติกันมากโดยเฉพาะในป่า คุณจะเห็นพวกเขาในทุกส่วนของป่า ทั้งปั่นจักรยาน เดิน วิ่ง และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว

พวกเขาเหมือนจะต่างคนต่างอยู่แต่กลับมีความเป็นมิตรและอัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มและทักทายดีค่ะ

ดิฉันชื่นชมผู้ชายที่นี่มากค่ะ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองและเป็นสามีที่ช่วยภรรยาเลี้ยงลูกดีมาก เท่าที่เห็นด้วยสายตาของดิฉัน มีส่วนร่วมรับผิดชอบงานในบ้านเป็นอย่างดี ครั้งแรกที่ดิฉันมาประเทศนี้และได้ไปเดินในสวนสาธารณะแล้วเห็นคุณพ่อหลายๆคนวิ่งออกกำลังกายโดยเข็นรถเข็นที่มีลูกนั่งอยู่ไปด้วย มันเป็นภาพที่ประทับใจมากค่ะ ถึงแม้บางคนจะบอกว่าต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่ของพ่อก็ตาม แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและมันก็มาจากจิตสำนึกที่ดีด้วย เพราะถ้าคนจะไม่ทำต่อให้มีกฎหมายมาบังคับคนที่ไม่มีจิตสำนึกที่ดีก็จะหาทางเลี่ยงที่จะไม่ทำจนได้แหละค่ะ

ส่วนผู้หญิงจะมีความมั่นใจในตัวเองและเป็นแม่และภรรยาที่น่าชื่นชม เก่งทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับผู้ชายและมีความเป็นผู้นำ จึงทำให้บางคนก็ขาดความอ่อนหวานในแบบของผู้หญิงไปเลย

ครอบครัวของคนที่นี่ส่วนใหญ่ที่ดิฉันเห็นทั้งสามีและภรรยาจะออกทำงานนอกบ้านทั้งคู่ ถ้ามีลูกก็เอาไปไว้ที่ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กพอบ่ายๆก็ไปรับกลับบ้าน และหลายๆครอบครัวก็ยังมีพ่อหรือแม่ของฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายอาศัยอยู่ด้วย แต่ก็พบเห็นได้น้อยมาก เพราะพวกเขาชอบมีความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้พ่อหรือแม่ไปวุ่นวายกับชีวิตครอบครัวของพวกเขา ส่วนที่ยังอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ พวกเขาก็แยกชั้นของบ้านกันอยู่เป็นสัดส่วน ค่าน้ำและค่าไฟก็แยกกันรับผิดชอบ ซึ่งก็มีหลายเหตุผลที่บางคนยังอาศัยบ้านของพ่อและแม่อยู่ อย่างเช่นไม่สามารถหาบ้านเป็นของตัวเองได้ เพราะบ้านที่นี่ขายกันราคาแพงมากหรือแม้แต่ค่าเช่าก็ราคาค่อนข้างสูง และหรือบ้านของพ่อแม่ใหญ่พอสำหรับสองครอบครัว และที่นี่ดิฉันยังคงเห็น คุณปู่คุณย่าดูแลหลานในช่วงเย็นๆก่อนที่พ่อและแม่ของเด็กๆจะกลับจากทำงาน มองเห็นแล้วดูอบอุ่นดีเหมือนที่เมืองไทยเลยค่ะ ส่วนบางคนที่แยกครอบครัวออกไปจากพ่อและแม่ และพอมีวันหยุดพักช่วงสุดสัปดาห์พวกเขาก็จะพากันไปทำอาหารทานกับพ่อแม่หรือบางคนก็พากันออกไปปิคนิคตามสถานที่ต่างๆเพื่อแสดงออกถึงความรักที่พวกเขามีต่อพ่อและแม่ค่ะ

Gothenburg: Fish church, Rosenlund

คุณคิดว่าค่าครองชีพที่สวีเดนเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (ยกมาสามตัวอย่าง) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (ยกมาสามตัวอย่าง)

สำหรับดิฉันบอกได้เลยว่าค่าครองชีพของที่นี่แพงมากค่ะ

อย่างที่หนึ่ง อาหาร อย่างเช่นพวกผัก เนื้อสัตว์ ผลไม้และเครื่องดื่ม แต่อาหารและสินค้าของที่นี่ก็มีคุณภาพและรับประกันถึงความสะอาดและปลอดภัยค่ะคุ้มค่าเงินที่เราจ่ายไป
อย่างที่สอง เสื้อผ้า รองเท้า กว่าดิฉันจะซื้ออะไรได้แต่ละอย่างคำนวณแล้วคำนวณอีกว่ามันจำเป็นต้องซื้อจริงๆหรือไม่ แต่เสื้อผ้าของที่นี่รับประกันคุณภาพการใช้งานที่ยาวนานค่ะเพราะที่นี่ซักผ้าด้วยน้ำร้อนและอบแห้งด้วยความร้อนเช่นกันถ้าเสื้อผ้าไม่มีคุณภาพและถ้าผ่านการซักหรือใช้สวมใส่ เพียงครั้งเดียวแล้วเราไม่พอใจใช้ต่อไม่ได้เราสามารถเอาไปคืนที่ร้านได้ตามจำนวนวันและเงื่อนไข เช่น เจ็ดวันหรือ สิบสี่วันก็อยู่ที่แต่ละร้านจะกำหนดไว้ เพราะที่นี่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมีไว้เพื่อประชาชนจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนที่หวังจะเอาแต่ผลประโยชน์เข้าแต่ตนเอง
อย่างที่สาม ภาษี ที่นี่เสียภาษีแพงมากค่ะ แต่เขาก็คำนวณตามพื้นฐานของเงินเดือนที่เราได้รับ ยิ่งเงินเดือนสูงเปอร์เซ็นต์ของภาษีก็สูงตามไปด้วย เห็นเงินที่กักหักค่าภาษีแล้วบางคนถึงกับแทบหมดแรงก็มีเพราะเสียดายเงิน และในแต่เขตพื้นที่เมืองของประเทศก็เก็บไม่เท่ากัน ส่วนในเมืองที่ดิฉันอยู่และตามฐานรายได้ของดิฉัน ก็จะเสียภาษีอยู่ที่ 33 เปอร์เซ็นต์ค่ะ อย่างเช่นถ้าดิฉันได้เงินเดือน 20,000 kr. ดิฉันก็เสียภาษีประมาณ 4,500 kr. ค่ะ ค่าเงินของที่นี่เมื่อแลกเป็นเงินบาท ก็ใช้ 3.9 หรือ 4.0 คูณค่ะแต่ค่าเงินก็มีขึ้นและลงตามสภาพเศรษฐกิจของโลกค่ะ แต่ข้อดีของการเสียภาษีแพงมันมีมากจนบรรยายแทบไม่หมดเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล พอแก่ตัวมาไม่ได้ทำงานก็ได้เงินผู้สูงอายุที่มากพอในการใช้จ่ายแบบประหยัดต่อเดือน เด็กๆก็ได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาทุกเดือนจนอายุสิบแปด และความสะอาดของถนนและไฟฟ้าที่ส่องสว่าง และสวนสาธารณะที่สวยงามเพราะได้รับการดูแลก็ล้วนมาจากเงินที่ได้มาจากการเก็บภาษีค่ะ

Gothenburg: Street coffee

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในสวีเดน ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน สวีเดนครับ

ข้อดีคือ
1. ดิฉันได้อยู่กับคนที่รักและดูแลเอาใจใส่ดิฉันด้วยความรักที่ออกจากหัวใจของมนุษย์ผู้ชายที่พึงกระทำได้
2. ดิฉันได้มีโอกาสในการทำงานและมีรายได้ส่งให้ลูกๆได้รับการศึกษาเพื่อที่จะได้มีวิชาความรู้ในการดำรงชีวิตด้วยตัวของพวกเขาเอง
3. ที่นี่มีสวัสดิการในการดูแลปราชากรของประเทศดีมาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีรถเมล์ รถไฟ และรถรางสาธารณะไว้บริการให้ความสะดวกสบาย ถนนหนทางก็ไปมาสะดวกและมีทางจักรยานที่สำหรับคนที่ใช้รถจักรยานในการเดินทางไปทำงานได้อย่างปลอดภัยด้วยค่ะ

ข้อเสียคือ
1. ดิฉันต้องอยู่ไกลจากครอบครัวที่เมืองไทย
2. ที่นี่หนาวมากๆอากาศไม่อบอุ่นเหมือนเมืองไทย
3. ค่าครองชีพแพงมาก ถ้าไม่มีงานทำและมีรายได้จะอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้เลยค่ะ คนที่นี่จึงชอบที่จะมีคู่อยู่ด้วย เพื่อหารค่าใช้จ่ายต่างๆในบ้านเพราะค่าเช่าบ้านก็แพงเช่นกัน ยิ่งในตัวเมืองซึ่งมีแค่หนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำกับครัวที่เล็กๆค่าเช่าก็ร่วมหมื่นโครนแล้วค่ะ

Gothenburg: Port Cranes

ในมุมมองของคุณคุณคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องความโรแมนติก ความรัก ระหว่างคนไทยและคนสวีเดนอะไรคือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับคนอื่นดิฉันไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรแต่กับดิฉันแรกๆก็มีปัญหามากเลยค่ะ เพราะดิฉันโตมาโดยขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ ก็เลยไม่รู้ว่าความโรแมนติกต้องทำอย่างไร ส่วนแฟนดิฉันจะชอบให้อยู่ใกล้ๆและพูดคุยและทำกิจกรรมในบ้านร่วมกัน ทำอาหารและกินด้วยกัน ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน แม้กระทั่งล้างจานก็ล้างด้วยกัน เวลาเดินก็ต้องเดินจับมือกัน ก่อนนอนก็ต้องพูดคำว่าราตรีสวัสดิ์ เช้ามาก็อรุณสวัสดิ์แล้วก็จุ๊บปาก ชีวิตของดิฉันไม่ได้เจออะไรแบบนี้เลยค่ะ แรกๆก็อึดอัดและเขินอายที่จะทำ แต่พอนานๆไปก็คุ้นเคยและชอบที่จะทำค่ะ แฟนบอกว่ามันคือความโรแมนติกในแบบที่เขาชอบ ส่วนดิฉันพอคิดว่าจะทำอะไรก็ทำเลยไม่ได้คิดว่าจะให้ใครมามีส่วนร่วมเลยทำให้มีอาการงอนกันบ่อยๆว่าเห็นเขาไม่มีความสำคัญในบ้าน

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

มีค่ะ ดิฉันมีลูกสามคนอยู่ที่เมืองไทย และแม่ดิฉันก็อายุมากแล้ว คิดถึงและเป็นห่วงพวกเขาค่ะแต่พวกเขาก็โตๆกันแล้วดูแลตัวเองได้ แต่ดิฉันก็โทรหาลูกบ่อยๆผ่านวีดิโอคอล ก็หายคิดถึงไปได้บ้าง

คิดถึงเมืองไทยค่ะแต่ไม่มาก เพราะอยู่ที่สวีเดนมีธรรมชาติสวยๆเลยทำให้ช่วยคลายความคิดถึงเมืองไทยไปได้บ้าง และอีกอย่างบ้านของแฟนที่ยุโรปทางใต้ก็อยู่ติดทะเลและมีบรรยากาศใกล้เคียงกับบ้านที่ดิฉันมีอยู่ที่เมืองไทย เลยทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ๆบ้าน ดิฉันชอบไปที่ริมทะเลนั่งฟังเสียงคลื่นกระทบชายหาดมันทำให้สงบและผ่อนคลายค่ะ ยิ่งช่วงเย็นๆนั่งดูพระอาทิตย์ที่ค่อยๆลับขอบฟ้า มันสวยงามเกินจะบรรยายค่ะ

Gothenburg: Evening

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเมืองโกเธนเบริกประเทศสวีเดน ถ้ามีไม่ปลอดภัย มีความไม่ปลอดภัยอย่างไร

ดิฉันรู้สึกปลอดภัยมากๆในเขตเมืองที่อยู่เพราะดิฉันสามารถเดินหรือขี่จักรยานไปทำงานหรือเข้าไปในป่าสาธารณะได้ตามลำพังโดยไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่ดิฉันก็เลี่ยงที่จะไม่ไปในที่เปลี่ยวๆหรือที่ปลอดคนในยามวิกาลค่ะ เพราะมิจฉาชีพและคนไม่ดีมีอยู่ทุกที่เราต้องระวังตัวของเราเองด้วยแล้วจะปลอดภัยค่ะ

Gothenburg: City Bikes

ในประเทศสวีเดน คุณมีสถานที่ไหนที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ดิฉันชอบเข้าไปปิคนิคในป่าสาธารณะใกล้บ้านค่ะ เพราะมีม้านั่งรอบๆทะเลสาบน้ำจืด เดลเฮือน Delsjon ให้เรานั่งชมนกชมไม้กินลมชมวิวได้ทั้งวัน ถ้าวันนั้นมีแสงแดด และอีกอย่างดิฉันชอบไปหาเก็บผลไม้ป่า เช่นบลูเบอร์รี่และราสเบอร์รี่มาแช่แข็งและทำแยมเก็บไว้กิน อีกทั้งยังมีเห็ดหลายชนิดที่กินได้และดิฉันได้เก็บมาไว้ทำอาหารและแช่แข็งไว้กินในช่วงหน้าหนาวอีกทั้งยังเป็นช่องทางประหยัดเงินค่าอาหารได้เยอะเลยค่ะ และที่นี่ยังสวนสาธารณะที่ชื่อโกเธนเบริกโบตานิกการ์เด้น Gotenborgs botaniska traadgord ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จากแทบทุกส่วนของโลกมาไว้ที่นี่และจัดอย่างสวยงามมากค่ะอีกทั้งยังเปรียบเสมือนโรงเรียนแห่งธรรมชาติที่เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้และพืชพันธุ์ไม้นานาชนิดให้เข้าไปศึกษาหาความรู้และเยี่ยมชม และที่นี่ก็ยังมีสวนสาธารณะที่ใหญ่ในโกเธนเบริก ชื่อ สลอทส์สกู่เก้น Slottsskogen ที่เป็นสวนสาธารณะที่คงความสมบูรณ์ของธรรมชาติและเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองนี้ได้ใช้เป็นที่พักผ่อนในวันหยุดและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆค่ะ

ดิฉันชอบสวีเดนมากค่ะและ ตกหลุมรักธรรมชาติอันสวยงามของประเทศนี้เข้าอย่างเต็มหัวใจเลยค่ะ

Gothenburg: Tram

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

ดิฉันชอบปลูกต้นไม้และดอกไม้ค่ะและรวมถึงผักสวนครัวด้วย และชอบขี่จักรยานไปในป่าสาธารณะเพื่อเป็นการออกกำลังกายค่ะและดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้

เพื่อผู้หญิงไทยบางคนที่คิดว่าการย้ายมาอยู่ต่างประเทศ / หรือประเทศสวีเดนจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำให้เธอได้ระมัดระวังอะไรบ้าง

ดิฉันคิดการที่จะมาอยู่ในต่างแดนต่างภาษาและวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยค่ะแต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปที่เราจะทำไม่ได้ เพราะถ้าคุณมีแฟนหรือสามีที่พบกันปีละสองหรือสามเดือนที่เมืองไทยหรือแม้กระทั่งไปที่ประเทศที่เขาอยู่แค่ช่วงสั้นๆ ซึ่งมันก็เหมือนการพักผ่อนของทั้งสองฝ่ายอะไรๆก็สวยสดงดงามตามกันไปทุกอย่าง แต่ถ้าวันใดที่คุณย้ายไปอยู่ร่วมกันเกินสามเดือนแล้วละก็คราวนี้แหละชีวิตจริงและการดิ้นรนก็กำลังเริ่มต้นขึ้น เพราะเมื่อมาอยู่ที่นี่ คุณต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งอยู่ที่นี่และส่งให้พ่อแม่หรือลูกๆที่เมืองไทย ถ้าสามีมีเงินให้ใช้จ่ายเพียงพอก็ไม่มีปัญหามากแต่ถ้าเขามีให้แค่คุณกินและใช้อย่างจำกัดแล้วละก็ คุณก็ต้องหางานเพื่อหาเงินเพื่อส่งครอบครัวที่เมืองไทยเอง เพราะค่าครองชีพที่นี่แพงมาก แต่ก่อนดิฉันก็คิดน้อยใจแฟนบ่อยๆเพราะเวลาไปร้านขายของแล้วดิฉันอยากซื้อของกินที่มันเกินราคาที่แฟนกำหนดไว้ แต่เขาไม่ให้ซื้อและบอกมันแพง ดิฉันยืนน้ำตาไหลเลยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้หาเงินเอง แต่วันนี้หาเงินเองได้ก็ไม่กล้าซื้ออีกอยู่ดีเพราะเสียดายเงิน กว่าจะหามาได้ ทั้งไหล่ทั้งเอวแทบจะหลุดออกจากร่าง ดิฉันเป็นแม่บ้านในโรงแรมค่ะคนที่ทำงานแบบนี้ก็จะรู้ว่ามันหนัก เพราะฉะนั้นเมื่อคุณตัดสินใจว่าจะมาใช้ชีวิตที่นี่ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องภาษา อย่างน้อยก็ให้ได้ภาษาอังกฤษ เพราะที่สวีเดนหลายๆที่ยอมรับคนที่พูดและอ่านออกเขียนภาษาอังกฤษเข้าทำงาน แล้วเราค่อยเรียนภาษาสวีดิชควบคู่ไปกับการทำงาน และไปเรียนฝึกเกี่ยวกับวิชาชีพไว้เป็นพื้นฐานเมื่อไปที่โน่น อย่างเช่นวิชาชีพผู้ช่วยพยาบาล ที่สวีเดนต้องการบุคลากรด้านนี้เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้คนไทยที่เรียนด้านนี้มาหางานได้ง่าย เพียงแค่มาแล้วไปเรียนภาษาสวีดิชและเรียนด้านผู้ช่วยเพิ่มเติมอีกตามมาตรฐานของที่นี่ ก็จะได้งานทำแน่นอน และอีกอาชีพที่หางานง่ายก็คือ งานนวดค่ะ มีร้านนวดเยอะมากในสวีเดน แต่ที่สำคัญเมื่อมาแล้วเราต้องไปเรียนภาษาเพื่อสื่อสารกับคนที่นี่ให้ได้ ถึงแม้คนสวีเดนจะพูดอังกฤษกันได้แทบทุกคนแต่เราก็ต้องเรียนอยู่ดีเพื่อที่จะอ่านหนังสือหรือฟังข่าวของเขาให้รู้เรื่อง เพราะพวกป้ายรถเมล์หรือป้ายสถานที่ต่างๆเขาเขียนเป็นภาษาสวีดิช ไม่ได้เขียนอังกฤษกำกับเหมือนบ้านเรา มาอยู่ที่นี่ต้องระวังเรื่องการทำผิดกฎหมายเพราะมันสามารถทำให้ความฝันของเราดับลงได้ในพริบตาเดียว มาแล้วต้องรู้ว่าสถานีตำรวจหรือสถานที่ราชการอยู่ที่ไหนเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินจะได้ไปขอความช่วยเหลือ มีเพื่อนคนไทยไว้บ้างเพื่อคอยแนะนำช่วยเหลือกันและพูดคุยจะได้ไม่เหงาและคิดถึงบ้าน สุดท้ายนี้ขอให้โชคดีทุกคนค่ะ

เฟสบุค: Klairung Palahan

เพิ่มเติม

โปสการ์ดจากโกเธนเบิร์กประเทศสวีเดน

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One Comment Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s