ชีวิตในแอฟริกาใต้:มารู้จักกับแอฟริกาใต้

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับคุณ เห็นกระด้าง ขอนบินอีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งนี้คุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศแอฟริกาใต้ เธอคือคุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศแอฟริกาใต้

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน

ย้ายมาอยู่ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) เมื่อปี 2012

เมือง:โจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)

ภาพถ่ายจาก คุณ เห็นกระด้าง ขอนบิน

ทำไมคุณถึงย้ายออกมาจากประเทศไต้หวันครับ คุณช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น และตอนนี้คุณอาศัยอยู่ที่ไหนครับ

ดิฉันทำงานจนครบกำหนดปีสุดท้ายเดือนมิถุนายน 2011 แล้วเลยไม่ต่อสัญญาอีกเพราะ ป่วยกระเพาะอักเสบมาตลอดปีสุดท้ายค่ะ ทางบริษัทรักษาดิฉันจนหายดีแต่เขากลัวจะกลับมาเป็นใหม่อีกจึงไม่ต่อสัญญาว่าจ้างดิฉันทำงานต่อซึ่งปกติดิฉันจะต้องต่อได้อีก 1 ปีค่ะ จึงเดินทางกลับมาเมืองไทยค่ะและตอนนี้ดิฉันอาศัยอยู่ที่ประเทศ แอฟริกาใต้ค่ะ

คุณเคยทำงานอะไรมาบ้างในประเทศแอฟริกาใต้ และตอนนี้คุณทำงานอะไรอยู่ครับ

ดิฉันกลับจากไต้หวันก่อนจะมา ดิฉันได้ไปเรียนนวดแผนไทยเพิ่มเติมจนจบหลักสูตรเดือนครึ่ง คือพอกลับจากไต้หวันได้แค่ 2 เดือนก็เดินทางมาที่แอฟริกาใต้จุดหมายคืออยากมาท่องเที่ยวและถ้ามีโอกาสก็จะหางานทำไปด้วย โดยการชักชวนของเพื่อนคนหนึ่งที่แต่งานกับผู้ชายอินเดียสัญชาติแอฟริกันด้วยวีซ่า 4 เดือน จริงๆแล้วดิฉันมาในวีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถทำงานได้แต่สามีเพื่อน บอกว่าดิฉันมาเป็นครูสอนนวดไทยและสปาก็ทำงานและเที่ยวไปด้วยในวันหยุด และดิฉันได้พบรักกับสามีดิฉันก่อนวีซ่าท่องเที่ยวจะหมด 4 เดือน

จึงได้กลับไปเมืองไทยพร้อมเขา 10 วันและกลับมาที่แอฟริกาใต้อีกครั้ง ฟรีวีซ่า 1 เดือนมาอยู่กับเขาและเขารับรองต่อวีซ่าให้อีก 3 เดือน แต่พอจะต่ออีกครั้งต่อไม่ได้ ดิฉันและสามีจึงปรึกษากันและทางครอบครัวเขาลงความเห็นว่าให้เราจดทะเบียนสมรสกันเพื่อจะได้ทำวีซ่าให้ได้อยู่ได้ถาวร ดิฉันจึงได้วีซ่าติดตามสามี ดิฉันไม่ได้ทำงาน อะไรเป็นแม่บ้านและอาศัยที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กค่ะ แต่สามีไม่ได้เกิดที่นี่เขาเกิดที่เมืองเคปทาวน์แต่เขาย้ายมาทำงานที่นี่ค่ะ

ในประเทศแอฟริกาใต้เขาพูดภาษาอะไรกันบ้างครับ และคุณใช้ภาษาอะไรในการสื่อสารเมื่อคุณอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ เรื่องภาษานี่เป็นปัญหาไหมครับในประเทศแอฟริกาใต้

แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีชนเผ่ามากมายหลายเผ่าพันธุ์ ตามภาษาเผ่าทำให้มีหลากหลาย ภาษามากและต่อมาก็มาถึงยุคล่าอาณานิคม มีทั้งอังกฤษ ฮอลแลนด์ ฮอลันดา ทำให้มีภาษาใหม่เกิดขึ้นนั่นคือภาษา แอฟริกาแต่สำเนียงก็จะแตกต่างกันออกไปอีก ก็เลยตกลงกันว่าใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการและภาษาแอฟริกาเป็นภาษาที่ 2 และทุกคนที่เกิดและได้สัญชาติแอฟริกาใต้จะต้องเรียนทั้งภาษาอังกฤษและ ภาษาแอฟริกา ง่ายๆคือจะต้องได้ทั้ง 2 ภาษานั่นเองค่ะ สำหรับคนต่างชาติอย่างเช่นดิฉันก็ใช้ภาษาอังกฤษค่ะ ทำให้ง่ายต่อการสื่อสารและไม่รู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องภาษา และโชคดีที่เขาไม่บังคับคนที่ย้ายถิ่นฐาน ให้ไปเรียนภาษาแอฟริกา

แอฟริกาใต้เป็นประเทศเปิด ฟรีวีซ่า 1 เดือนเหมือนไทย และต้อนรับนักธุรกิจนักลงทุนทุกชาติ จึงทำให้แอฟริกาใต้ไม่ได้มีแค่คนผิวสีเท่านั้น มีทั้งฝรั่งสัญชาติต่างๆ อินเดีย จีนและอีกมากมาย และมีมากมายหลากหลายศาสนา

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมครับสำหรับการที่ คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนแอฟริกาใต้ แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ถ้าพูดถึงแอฟริกา สิ่งแรกที่ผู้คนนึกถึงคือประเทศที่ร้อนแห้งแล้ง ผู้คนอดอยากหิวโหยและคนผิวสี แต่ความจริงแล้วที่มีผู้คนหลากหลายประเทศหลั่งไหลเข้ามาทั้งทำงานทำธุรกิจ จนคนพื้นเมืองแท้ๆกลายเป็นคนกลุ่มเล็ก และทำให้ประเทศพัฒนาแบบก้าวกระโดดทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำทางสังคมมาก คุณคงเคยได้ยินการเหยียดผิวนะคะ ที่ระหว่างคนขาวกับคนผิวสี ถึงแม้จะยกเลิกไปแล้วแต่ลึกๆก็ยังมีอยู่ และจากสาเหตุการเหลื่อมล้ำทางสังคมและการเหยียดผิว และตกงานทำให้เกิดการปล้นจี้ ฆ่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อาชญากรเป็นประเทศที่อันตรายระดับต้นๆของโลกเลย และเป็นประเทศเปิดทำให้มีทุกชาติทุกภาษาและหลายศาสนา

ไม่ยากที่จะปรับตัวในการกินอยู่ แต่ยากที่ต้องอยู่แบบระวังตัวทุกฝีก้าว บ้านต้องรั้วรอบขอบชิดและมีรั้วกันไฟฟ้าอีกชั้น ออกจากบ้านคุณต้องระแวดระวัง แม้รถติดไฟแดงหรือหยุดรถเติมน้ำมันเพราะคุณอาจโดนปล้นตอนไหนก็ได้ แม้คุณทำธุรกิจร้านคุณก็อาจโดนปล้นง่ายๆแม้มียามเดินวนเวียนอยู่ก็ตาม ในมุมมองของดิฉันมันเป็นเรื่องอยากมากที่จะชินเพราะมันทำให้ลำบากมากในการใช้ชีวิตที่นี่ แต่ดิฉันก็ชอบที่นี่หลายอย่าง อากาศที่นี่ดีมาก ไม่หนาวมากมาย ไม่ร้อนมาก อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 20-25 องศาตลอดปี ทิวทัศน์สวยงาม บ้านเมืองค่อนข้างเป็นระเบียบ ค่ะ

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

ที่นี่มีคนไทยไม่เยอะค่ะแต่ก็มีประปราย คนไทยที่มาที่นี่ส่วนมากแต่งงานกับผู้ชายที่นี่และมีมาทำธุระกิจบ้างทำงานบ้างนิดหน่อยและส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ที่ดี ดิฉันมีเพื่อนคนไทยที่นี่มากมายหลายคน บางคนทำธุรกิจเกี่ยวกับสปาหรือร้านอาหารไทยหรือขายปลีกส่งอาหารไทย ร้านขายของที่เกี่ยวข้องกับของไทยหรือเอเชีย คนไทยที่นี่อยู่กระจัดกระจาย ทั้งในโจฮันเนสเบิร์ก,โดบัน, พิทอเรีย, เคปทาวน์ และในอีกหลายๆเมือง และส่วนมากจะไม่ได้ทำงาน เป็นแม่บ้านค่ะ

อะไรที่คนแอฟริกาใต้ชอบ และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายแอฟริกาใต้เป็นอย่างไรผู้หญิงแอฟริกาใต้เป็นอย่างไร และครอบครัวของคนแอฟริกาใต้เป็นอย่างไร

ตามมุมมองของดิฉันนะคะ อย่างที่บอกแอฟฟริกามีคนหลากหลายเชื้อชาติ สัญชาติ และหลากหลายศาสนา และยังมีลัทธิปลีกย่อยอีกมากมาย สังคมที่นี่อยู่แบบมีหลากหลายแบบ แต่จะออกแนวฝรั่งมากกว่า ดิฉันไม่รู้ว่าผู้คนตามชนบทที่นี่ใช้ชีวิตกันอย่างไรเพราะอยู่แต่ในเมือง คนที่นี่ อย่างที่บอกการแบ่งแยกสีผิวถึงแม้จะยกเลิกไปแล้วแต่ก็ยังทิ้งรอยไว้ให้เห็นชัดเจนหลายอย่าง เช่น หมู่บ้านต่างหรือเขตอำเภอต่างๆ จะแบ่งแยกว่า ที่ไหนถิ่นคนผิวสีอาศัย, อินเดีย, มุสลิม, จีน (คัลเลอร์ คือลูกผสม) และยังมาแบ่งอีกว่าคัลเลอร์เอเชียหรือผสมคนผิวสี จะแบ่งแยกไว้ชัดเจน อย่างที่ในเขตที่ดิฉันอาศัยอยู่มีบ้าน 500 กว่าหลังเป็นเขตของคนมุสลิม ก็มีบ้างที่เป็นคนผิวขาว ผิวสี แต่ ไม่มาก อย่างสามีดิฉันเป็นคัลเลอร์ก็จะมีแค่ 3 ครอบครัวเท่านั้นในถิ่นนี้ นอกนั้นก็จะเป็นคนมุสลิมค่ะ

ผู้ชายที่นี่รักครอบครัวค่ะ ไม่ค่อยเห็นผู้ชายที่นี่เจ้าชู้ถ้าแต่งงานแล้ว ทั้งผู้หญิงด้วยช่วยกันทำมาหากินบ้างทำงานนอกบ้านหรือเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกและไม่ค่อยสุงสิงข้องเกียวกัน แต่จะเป็นบางเมือง แต่ที่เมืองเคปทาวน์บ้านเกิดสามีจะไม่เป็นค่ะจะคล้ายๆคนไทย เพราะคนที่นี่ 80% เป็นคัลเลอร์และเป็นลูกผสมเอเชียและหลากหลายสัญชาติ อย่างเช่นสามีดิฉันนี่พ่อเขาจะเป็นลูกครึ่งตุรกีผสมมาเลเชีย แม่เขาจะครึ่งฝรั่งอิงแลนด์กับอินเดีย เป็นต้นค่ะ

ค่าครองชีพที่แอฟริกาใต้เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่แอฟริกาใต้จัดว่าไม่สูงค่ะ และด้วยความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีมาก คนจน มากกว่าคนรวย เงินเดือนของคนที่นี่ที่ทำงานทั่วไปเริ่มต้นที่ 1,200-4,000 แรนด์ ถ้า เปรียบเป็นค่าเงินไทย ก็ราว 3,000-10,000 บาทไทย พวกพนักงานออฟฟิศก็จะมากขึ้นมาตามลำดับ ด้วยสาเหตุจึงมีทั้งซุปเปอร์มาเก็ตสำหรับคนมีรายได้น้อย ร้านค้าต่างๆก็เหมือนกันค่ะ

สิ่งที่คิดว่าแพงเกินไปสำหรับดิฉัน
ข้อ 1 คงเป็นพวกของแบรนด์เนมมั้งคะ
ข้อ 2 พวกจิวเวลรี่ต่างๆ
ข้อ 3 ที่ดิน ถ้าเปรียบเทียบค่าครองชีพที่นี่ ที่ดินที่นี่ถือว่ามีราคาแพงค่ะ แต่สำหรับดิฉัน อย่างพวกของยี่ห้อแบรนด์เนมหรือพวกจิวเวลรี่ดิฉันไม่สนใจอยู่แล้วค่ะ และเรื่องบ้านหรือที่ดินก็โชคดีที่สามีมีหน้าที่การงานค่อนข้างดีเลยสามารถซื้อผ่อนกับธนาคารได้ค่ะ

ที่นี่สิ่งที่คิดว่าเหมาะสมราคา ข้อ 1 พวกอาหารประเภทเนื้อ ถ้าเปรียบกับค่าครองชีพที่นี่อาหารประเภทเนื้อถือว่าราคาเหมาะสมค่อนข้างถูก ยกเว้นเนื้อแกะที่ราคาแพง
ข้อ 2 รถยนต์ที่นี่ก็รู้สึกว่าไม่แพงมาก คิดเป็นค่าเงินไทยก็รู้สึกว่าไม่แพงค่ะ
ข้อ 3 เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ถ้าไม่ติดยี่ห้อหรือแบรนด์ดัง ก็มีทางเลือกมากมายหลายยี่ห้อ อาจเป็นเพราะที่นี่ใช้ไฟฟ้าแทบทุกอย่าง อุปกรณ์ในครัวเรือน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ล้วนใช้ไฟฟ้า แม้ทำอาหารก็ล้วนใช้ไฟฟ้า ต่างจากที่เมืองไทยที่ยังใช้แก๊สหุงต้มอยู่ค่ะ

แต่จริงๆแล้วในมุมมองของดิฉันทุกๆอย่างก็ราคาสมเหตุ สมผลทุกอย่างแหละค่ะ อยู่ที่เราจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเราและฐานะเรามากกว่า

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาใต้ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาใต้ครับ

ขอดี

ข้อที่ 1 ที่ชอบที่สุดคืออากาศ ที่นี่ไม่ร้อนมากไม่หนาวมาก อากาศเฉลี่ยทั้งปีที่ 20-25 องศา
ข้อ 2 ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งป่าซาฟารีที่เหมือน ป่า แต่เหมือนสวนสัตว์เพราะเราสามารถเห็นพวกเขาได้ตลอดโดยการนำของเจ้าหน้าที่ขับรถพาเข้าไป สามารถเห็นวิถีชีวิตของสัตว์ป่าเหล่านี้ซึ่งแตกต่างจากการไปดูสัตว์ในกรงที่สวนสัตว์ มีทั้งสิงโต ช้าง ยีราฟ แรด ทุกอย่างที่อยู่ในป่า และมีทะเลที่สวยงาม เหมือนมีความรู้สึกว่าคุณได้ไปเที่ยวแถบยุโรปและบางที่ก็ฟิวคล้ายคุณไปเที่ยวอเมริกา ไม่ใช่มาที่แอฟริกา
ข้อ 3 ผู้คนที่นี่มีหลากหลายชาติพันธ์ุ บางคนมาอยู่ที่นี่หรือเกิดที่นี่จนได้สัญชาติ แต่ต่างเชื้อชาติ มากมายและก็มีชาติผสมที่เรียกว่าคัลเลอร์มากมาย ทำให้ดิฉันไม่รู้สึกว่าแตกต่างค่ะ อย่างโจฮันเนสเบิร์กจะเป็นคัลเลอร์ คนผิวสีผสมฝรั่ง โดยันก็จะเป็นคนขาวผสมคนผิวสีหรืออินเดีย และจะมีคนอินเดียอาศัยอยู่เยอะที่สุด อย่างเมืองเคปทาวน์ก็จะเป็นเมืองคัลเลอร์ ฝรั่งผสม เอเชีย ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน หน้าตาพวกเขาจะคล้ายไปทางคนเอเชียค่ะ

ข้อเสีย

ข้อที่ 1 ดิฉันรู้สึกว่าคนทำงานที่นี่โดนหักภาษีแพงมากๆ และภาษีที่ถูกหักไปนั้นไม่ได้เอาไปสร้างประโยชน์ให้คุ้มค่ากับที่หักไป และภาษีทุกอย่างค่อนข้างแพง
ข้อ 2 เนื่องจากเกิดการเหลื่อมล้ำทางสังคมมากและเกิดการเหยียดสีผิว เมื่อก่อนทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนขาวกับคนผิวสี ถึงแม้จะยกเลิกไปแล้วช่องว่างนี้ยังมีอยู่และเกิดการ แตกแยกแบ่งแยก ทำให้รู้สึกไม่พอในเลยเถิดทำให้มีการปล้น จี้ เกิดอาชญากรรม เป็นอันดับต้นๆของโลก ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิตมากมายค่ะ
ข้อ 3 ค่าจ้าง ค่าแรง เงินเดือนของคนที่การศึกษาน้อย ดิฉันว่ายังถูกอยู่มากและคนหางานมีเยอะ แต่งานมีน้อยทำให้เกิด การว่างงานตกงานเยอะมาก และรัฐก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย ทำให้มีขอทานตามถนนตามแยกไฟแดงมากมาย ทั้งๆพวกเขายังหนุ่มแน่นมีอวัยวะครบ แต่เพราะไม่ได้รับการศึกษา เกิดการคอร์รัปชั่นในทุกที่ทั้งรัฐ และเอกชน

ในความคิดของคุณ อะไรคือปัญหาที่มีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักชาวไทยกับชาวแอฟริกาใต้

ผู้ชายชาวแอฟริกาใต้ในมุมมองของดิฉันพวกเขานิสัยดีไม่ค่อยเจ้าชู้ ถ้ายังไม่แต่งานดูเหมือนพวกเขาเจ้าชู้แต่พอแต่งงานมีครอบครัวแล้วความเจ้าชู้มักจะหยุด ครอบครัว สำคัญที่สุด การหย่าร้างก็มีบ้าง แต่เท่าที่ได้สัมผัสน่าจะเกิดจากสิ่งยั่วยุจากสิ่งเร้าใจรอบข้าง ภาษาก็มีส่วน วัฒนธรรมที่ต่างกัน การเลี้ยงดู คนไทยชอบพบปะสังสรรค์ชอบการปาร์ตี้มีเพื่อนเยอะ แต่คนที่นี่นิสัยจะคล้ายฝรั่งตะวันตกคือชอบอยู่กับครอบครัว ไม่ค่อยชอบรวมกลุ่ม วันหยุดจะชอบปาร์ตี้เล็กๆกับครอบครัวหรือออกไปเที่ยว กับครอบครัว ถ้าจะพบปะสังสรรค์ก็ต้องแพลนต้องนัดกันก่อนล่วงหน้านานๆครั้ง เสาร์อาทิตย์คือวันของครอบครัวค่ะ

คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่า

คำว่าคิดถึงครอบครัวที่เมืองไทยไหม คิดถึงสิคะ มากด้วย แต่ดิฉันโชคดีที่ไม่ค่อยได้อยู่กับครอบครัวตั้งแต่อายุ 11 ขวบ และก็ไปอยู่ที่ประเทศไต้หวัน 15 ปีจึงทำให้ไม่รู้สึกว่าลำบากกับการที่ต้องอยู่ห่างไกลครอบครัวที่เมืองไทย และทุกวันนี้วิวัฒนาการโลกออนไลน์ โทรสารดีมากทำให้ได้คุยกันทุกวันเหมือนไม่ได้อยู่ห่างไกลกันคนละทวีปเลยค่ะ จริงๆแล้วดิฉันแทบไม่รู้จักเมืองไทยเลย 22 ปีแล้วกับการใช้ชีวิตต่างประเทศเลยไม่มีปัญหาเรื่อง ปรับตัวเรื่องการใช้ชีวิตในต่างประเทศและคิดถึงเมืองไทยค่ะ

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก / คุณรู้สึกปลอดภัยในแอฟริกาใต้หรือไม่ครับ

คำถามนี้กินใจมาก ดิฉันไม่เคยรู้สึกปลอดภัยเลยในแอฟริกาใต้แม้แต่อยู่ในบ้านของตัวเองทั้งๆที่รั้วรอบสี่ทิศ พร้อมรั้วไฟฟ้าสูงท่วมหัว แม้เวลาออกไปนอกบ้านหรืออยู่ในรถ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหวาดกลัวจนไม่อยากอยู่ แค่รู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องระแวดระวังภัย ตลอดเวลา อาจเกิดเหตุไม่ดีกับคุณได้ตลอดเวลาเลย

สถานที่ไหนในแอฟริกาใต้ที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – แอฟริกาใต้สวยไหมครับ – เมืองโจฮันเนสเบิร์กสวยไหมครับ

แอฟริกาใต้ พอได้ยินคำนี้ทุกคนจะนึกถึงความแห้งแล้ง อดอยากหิวโหย ผู้คนผิวสี หัวหยิก อาศัยอยู่ในป่า ไม่ใส่เสื้อผ้า และสัตว์ป่าสิงโต ยีราฟ แรด สัตว์ป่าต่างๆ คุณคิดผิดค่ะถ้าคุณคิดแบบนี้ นั่นคือทวีปแอฟริกาไม่ใช่แอฟริกาใต้ ทวีปแอฟริกาประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่พัฒนาและเจริญที่สุด คุณลองหลับตาแล้วลองนึกภาพอเมริกา แคลิฟอร์เนีย ฟอริด้า เหมือนย่อส่วนอเมริกามาไว้ที่นี จริงๆแล้วดิฉันยังไม่เคยไปอเมริกาหรอกค่ะแต่สามีเคยไปแล้วเขาเล่าให้ฟังค่ะ เมืองโจฮันเนสเบิร์กสวยค่ะ

ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบลุ่มและลาดชันคล้ายไปภูเขาแต่ไม่สูงค่ะ ผู้คนจะปลูกบ้านไปตามไหล่เนิน จะมีตึกสูงเฉพาะในตัวเมืองจริงๆเท่านั้น รอบนอกออกมาจะไม่มีตึกสูงบดบังสายตา คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไกลสุดสายตา กลางคืนก็จะสวยเพราะคุณจะมองเห็นแสงไฟระยิบระยับได้สุดสายตาในแทบทุกที่เลยทีเดียว หรือจะออกรอบนอกเมืองไปขับรถแค่ 30 นาทีก็จะเริ่มมีสัตว์ให้คุณได้ไปนอนดูตามรีสอร์ตต่างๆมากมายที่ใครรู้จักในนามป่าซาฟารี

ถ้าถามว่าชอบที่ไหนที่สุดในแอฟริกาใต้ ตอบแบบไม่คิดเลยว่า เมือง Cape Town เคปทาวน์สวยงามที่สุดเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับต้นๆของโลกที่น่าเที่ยวและสวยงามที่สุดและเป็นบ้านเกิดสามี ดิฉันไปเมืองนี้ปีละ 4-6 ครั้งหรือมากกว่านี้แต่ไม่เคยเบื่อที่นี่ ดิฉันมีบ้านที่เคปทาวน์ ดิฉันหลงรักเมืองนี้พอๆกับเกาะพีพีหรือทะเลแถบภาคใต้ของไทยเคปทาวน์สวยงามไร้ที่ติและจะมีเมืองติดชายฝั่งอีกหลายเมืองที่สวยงาม เช่น จอร์ส อีสแลนเดิ้น ไนท์น่า พีอี หรือ โดบัน ถ้าไม่ติดเรื่องการปล้น ชิง วิ่งราว ที่นี่เป็นอีกประเทศที่น่าท่องเที่ยวและน่าอยู่ที่สุดค่ะ

คุณมักจะใช้เวลาว่างของคุณทำอะไรครับเมื่อคุณอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้

ดิฉันไม่ได้ทำงาน เป็นแม่บ้าน ฉะนั้นเวลาว่างจึงค่อนข้างเยอะ ดิฉันไม่ค่อยชอบออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนคนไทยที่นี่นัก ดิฉันจะปลูกดอกกุหลาบและปลูกผักสวนครัวเล็กน้อยไว้ทานเอง ออกกำลังกาย และที่สำคัญพยายามเรียนรู้ภาษา อังกฤษให้ได้มากๆ เพราะดิฉัน ความรู้น้อยเลยต้องพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะดิฉันไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ มาก่อน เพื่อที่จะให้อ่านออก เขียนได้ เข้าใจสื่อสารให้มากขึ้น และถ้ามีเวลามากพอดิฉันชอบท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆในแอฟริกาใต้ค่ะ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / ประเทศ แอฟริกาใต้ จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

ในความคิดเห็นส่วนตัว ดิฉันอยากบอกผู้หญิงไทยที่คิดจะแต่งงานกับชาวต่างชาติต่างๆ หรือผู้ชายแอฟริกาใต้ ก่อนอื่นคุณควรศึกษานิสัยพื้นฐานของคนประเทศนั้นๆ ประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ อากาศในประเทศที่คุณย้ายตามสามีไปอยู่ที่ประเทศนั้นๆให้ดีเสียก่อน ภาษา เพราะบางประเทศไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ คุณต้องไปเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มเติมเพื่อให้สื่อสารรู้เรื่อง เตรียมพร้อมที่จะเผชิญ ความโดดเดี่ยวความเหงาเพราะสังคมจะแตกต่างจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้ได้เมื่อต้องอยู่คนเดียวเวลาสามีไปทำงาน ยิ่งไม่มีพื้นฐานด้านภาษายิ่งลำบาก เพราะคุณจะต้องสื่อสารกับบุคคลรอบข้างคุณ ไม่ใช่คุยรู้เรื่องแค่คุณกับสามี ควรไปเรียนวิชาชีพติดตัวมาบ้างในสิ่งที่คุณรัก เช่น เรียนทำอาหารคาวหวาน เสริมสวยต่างๆหรือนวดแผนไทย สปา ตามที่คุณชอบและถนัดติดตัวมาบ้าง บางทีคุณอาจได้ใช้มันพัฒนาตัวเองหรือสามารถทำงานได้ อย่าคิดแค่ว่าไปตายเอาดาบหน้า ไปถึงไปอยู่แล้วค่อยหัด ค่อยเรียนรู้เอา ใช่ค่ะคุณอาจคิดถูกแต่ถ้าคุณไม่มีพื้นฐานมาเลยจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน และคุณจะมีโอกาสได้เรียนรู้ไหม เพราะในแต่ละประเทศ แตกต่างกันมากโดยเฉพาะ แอฟริกาใต้

หากคุณคิดว่า อยากจะแต่งงานกับผู้ชายที่นี่ ย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น คุณเสี่ยงมาก คุณอย่าลืมผู้ชายไม่ว่าเชื้อชาติอะไร สัญชาติไหนก็คนเหมือนกัน มีทั้งดีและเลว ปะปนกันไป ตอนคบกันคุยกัน เขาอาจเป็นคนดีที่สุด แต่พอมาอยู่กับเขาที่ต่างประเทศเขาอาจเปลี่ยนไปก็ได้ และคุณอาจต้องมาอยู่กับครอบครัวเขา พ่อแม่พี่น้องหรือแม้กระทั่งลูกติดจาก ภรรยาเก่าของผู้ชายคนนั้น ถ้าทุกคนยินดีต้อนรับคุณมาเป็น สมาชิกในครอบครัวเขาคุณโชคดีค่ะ แต่ถ้าตรงกันข้ามล่ะ คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดไม่ว่าคุณจะเผชิญเจอสถานการณ์แบบไหน ไม่ใช่ว่า ทุกคนที่แต่งงานกับชาวต่างชาติจะโชคดีเจอสามีดีและรวยอย่างเดียว พวกเขาอาจเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งหรือมีกิจการเล็กๆเป็นของตัวเองพร้อมหนี้สินก็ได้

การแต่งงานควรจะแต่งเพราะรักแต่งเพราะอยากมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ พร้อมจะดูแลซึ่งกันและกันไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข พร้อมที่จะเผชิญ ทุกปัญหาและช่วยกันแก้ปัญหาไปด้วยกัน เพราะหญิงไทยหลายๆคนที่คิดจะแต่งงานกับชาวต่างชาติเพียงเพราะหวังว่าให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น หวังแค่เงินของผู้ชายเหล่านั้นมาช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ช่วยใช้หนี้ใช้สินที่คุณมี คนที่คิดแบบนี้มักประสบกับการถูกผู้ชายทิ้งลอยแพ หย่าร้าง และบางคนมาที่นี่ปรับตัวไม่ได้ ติดสังสรรค์ ติดการพนัน และอาจนำไปสู่การนอกใจและสุดท้าย ติดยาเสพติด เยอะมากแบบนี้ และบางคนมาแบบไม่มีวีซ่า อยู่ที่แอฟริกาใต้ 5 ปี 10 ปีหรือมากกว่านั้นยังกลับเมืองไทยไม่ได้ เพราะมีครอบครัวที่นี่ ถ้ากลับเมืองไทยก็จะกลับเข้ามาอีกไม่ได้ สุดท้ายอยากบอกผู้หญิงไทยทุกคนว่าผู้ชายต่างชาติไม่ได้รวยทุกคนและไม่ได้เป็นคนดีทุกคน ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ถ้าไม่ดีหาเอาใหม่ ถ้าคิดแบบนี้คุณอาจเอาชีวิตมาทิ้งที่แอฟริกาใต้ก็ได้

เพิ่มเติม

โปสการ์ดจากโจฮันเนสเบิร์กประเทศแอฟริกาใต้

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

2 Comments Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s