คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากสุรินทร์สู่เชเวอรีนประเทศเยอรมัน

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศเยอรมัน เธอคือ คุณ สุธิมา เซฮาเกล และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเยอรมัน

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ สุธิมา เซฮาเกล

ภาพถ่ายจาก คุณ สุธิมา เซฮาเกล

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเยอรมัน เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเยอรมันครับ

มาเยอรมันเพราะแต่งงานกับ สามีคนเยอรมันและอาศัยอยู่เมือง Schwerin (เชเวอรีน) ประเทศเยอรมันนี จนถึงปัจจุบัน ได้ 10 ปีแล้วค่ะ

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

ดิฉันเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ โดยกำเนิด เติบโตกับครอบครัวที่อบอุ่น มีพี่น้องห้าคน หญิง 4 คน ชาย 1 คน ดิฉันเป็นลูกสาวคนโต มีปู่ย่าตายาย อยู่พร้อมหน้า อาศัยหมู่บ้าน ใกล้เคียงกัน ไปมาหาสู่สะดวก และดิฉันก็เป็นที่รักของทุกคน เพราะเป็นหลานคนแรกของ ปู่ย่าตายายด้วย เพราะเป็นคนพูดคุยเก่งและอารมณ์ดี ชอบร้องเพลง การเรียนดีพอใช้ คุณครูจะมอบหน้าที่ให้อยู่เสมอ เช่นถือพานไหว้ครูตั้งแต่ชั้น ป.1 จนถึงชั้น ป.6 เคยรับมอบหน้าที่ให้เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดตอนอยู่ชั้น ป.5 และ ป.6 เป็นที่รักของเพื่อนร่วมห้อง จน เพื่อนให้ลงสมัครประธานนักเรียน แต่ดิฉันตัวเล็กที่สุดในห้องเรียนเลยให้เพื่อนผู้ชายลงสมัครดีกว่า เอาเป็นว่าเล่าแค่ความประทับใจที่ยังจดจำในวัยเด็กแค่นี้พอ เพราะเยอะจริงๆ และดิฉันเรียนจบเเค่ ม.3 กศน.

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศเยอรมันครับ

เมื่อมาอยู่เยอรมัน เริ่มเเรกเป็นแม่บ้านค่ะ หกเดือนแรกที่มาไปเรียนภาษาเยอรมัน 630 ชั่วโมงและสอบผ่าน B1. ภายในปี 2007 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2007 ตั้งท้องลูกคนเล็กก่อนสอบ B1 สองเดือน โชคดีมากที่ดิฉันสอบผ่าน พอคลอดลูกได้สองขวบก็ส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่ (Kindergrippe) แรกเกิดถึงสามขวบ ในช่วงนี้ดิฉันยังไม่มีงานทำ เลยไปลงคอร์สเรียนเพิ่มอีก 9 เดือน ชื่อคอร์สเป็นภาษาเยอรมันว่า Weiterbildung für Migranten Aus alles Bereichen.( Kaufmännischer Bereich.) เค้าเน้นให้ผู้เรียนใช้ภาษาพูดและเขียนให้ถูกต้องด้วย ดิฉันดีใจมากที่มีโอกาสได้เข้าเรียน พอจบจากคอร์ส 9 เดือน ดิฉันก็ต่อด้วยเข้าสอบใบขับขี่รถยนต์ เยอรมันผ่านปี 2011 ควบกับทำ กิจการส่วนตัวเล็กๆขายอาหาร จากเอเชีย (แบบร้านขายของชำ) ปี 2011 เป็นปีที่ดิฉัน ทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้มากที่สุด โดยสามีคอยเป็นที่ปรึกษาและลงทุนให้ทุกอย่าง พอได้ทำงานดิฉันก็เลยบ้างาน รับทำอาหารงานเลี้ยงต่างๆช่วงสุดสัปดาห์ งานวันเกิด ครอบครัวแต่งงาน สังสรรค์ครอบครัว แล้วแต่ลูกค้าชอบให้บอกดิฉันก็จะทำให้ เค้าพอใจ ขอบใจ สุดความสามารถครั้ง 2-4 ชั่วโมง แล้วก็ไม่มีเวลาให้ครอบครัว จนสามีและลูกไม่พอใจก็ทะเลาะขัดเเย้งในครอบครัวเกิดขึ้น แล้วสามีก็ยื่นคำขาดให้หยุดกิจการ 5 ปีเต็ม ที่สนุกการทำงานจนลืมนึกถึงความเอาใจใส่ครอบครัว ครอบครัวคือสิ่งสำคัญ เลยตัดสินใจเลือกครอบครัว ถึงแม้ดิฉันจะเสียดายและเสียใจมากๆ สามีให้อยู่บ้านเป็นแม่บ้าน หยุดกิจการ ตอนนี้ได้ 4 เดือนแล้วค่ะ แต่ดิฉันอยู่เฉยๆไม่เป็น ไปช่วยเพื่อนร้านนวดไทยบ้าง ทำความสะอาดบ้าง มินิจ๊อบ ดิฉันไม่เลือกงานค่ะ มีคติ “อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” เลยเป็นคนหางานได้ง่ายมาก
ตอนนี้ของที่ขายไม่หมดก็อยู่ในโกดัง ทยอยขายออกทีละนิดละหน่อย

คุณพูดภาษาเยอรมันได้ไหม คุณคิดว่าภาษาเยอรมันยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะเข้าใจจนสื่อสารได้ และพูดภาษาอื่นได้ไหมครับ

ภาษาเยอรมันดิฉันก็พูดได้พอสมควรค่ะ ภาษาเยอรมันยาก ค่ะ ดิฉันใช้เวลาประมาณสองปี ถึงพอพูด ฟัง พอได้ ภาษาเยอรมันยากเพราะภาษาที่พูดใช้เป็นแค่เพื่อชีวิตประจำวัน ถ้า ติดต่อราชการ ธนาคาร ออฟฟิศ ก็จะยากมากขึ้น ขนาดเจ้าของภาษายังเข้าใจไม่หมด อันนี้สามีบอกค่ะ

ดิฉันพูดได้สามภาษาค่ะ ไทย อังกฤษ เยอรมัน ที่เขียนได้พูดได้ แต่ไม่ได้เก่งนะคะพออ่านออกเขียนได้ที่ใช้ประจำในปัจจุบัน และอื่นๆก็มี ส่วย เขมร ลาวอีสาน นับด้วยไหมคะ? ภาษาพื้นบ้าน? ถ้าไม่รวมก็ยกเว้นได้นะคะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนเยอรมัน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

การปรับตัวในมุมมองของดิฉัน สำหรับตัวดิฉันเองไม่ยากค่ะ เพราะดิฉันเรียนรู้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ
การที่คนไทยจะมาอยู่เมืองนอก ถ้าภาษาไม่ได้ ยากค่ะ เพราะไม่มีใครมาช่วยคุณได้เลย ถ้าตัวเองไม่สนใจที่จะเรียนรู้ สามี เค้าก็ต้องทำงาน คงมีเวลาน้อยมากที่จะช่วยเรื่องภาษา ก็คุยกันแค่ชีวิตประจำวัน แต่ถ้าโชคดีเจอเพื่อนคนไทยที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องใช้ภาษามาก แต่ใครล่ะจะช่วยเราได้ทุกสถานการณ์ เพราะฉะนั้น ตัวเองต้องเรียนรู้ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้มีโอกาสดีๆในการหางานทำ ติดต่อธุระส่วนตัว เข้าสังคมผู้คน ภาษาต้องเรียนค่ะ มันจะช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้นให้กับตัวเอง

สิ่งที่ดิฉันปรับยากคือ คิดถึง บ้านเกิด ธรรมชาติ ครอบครัว พ่อแม่พี่น้องที่อยู่เมืองไทย ห่วง พ่อแม่ที่เริ่มแก่ชราลง ถ้ามีครอบครัวอบอุ่น ผู้คนรอบข้าง เพื่อนดีทุกอย่างก็จะไม่รู้สึกยากเลย

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

เมืองที่ดิฉันอาศัยอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่ไม่ถึงสิบคน แต่ก็มีอาศัยอยู่ตามเมืองใกล้เคียง ประปราย และดิฉันคิดว่าเค้าอยู่สุขสบายดี เพราะส่วนมากมีงานทำ ถ้าครอบครัวเข้าใจกัน ดิฉันคิดว่าคนไทยมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ความอดทน เป็นทุนเดิม และมีหนทางแก้ไข ปัญหาด้วยตัวเองได้ไม่ยาก ดิฉันก็มาทำความรู้จักกันเป็นเพื่อนกับคนไทยที่เยอรมันค่ะ ไม่เคยรู้จักกันจากเมืองไทยมาก่อน ก็น่ารักทุกคน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามโอกาส

อะไรที่คนเยอรมันชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายเยอรมันเป็นอย่างไร ผู้หญิงเยอรมันเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนเยอรมันเป็นอย่างไร

นิสัยของคนเยอรมันคือมีโลกส่วนตัวสูง จนเรามองว่าเค้าเห็นแก่ตัวในบางครั้ง ตรงต่อเวลา รักษาน้ำใจซึ่งกันและกัน (จนลืมนึกถึงข้อเสียที่จะตามมา คือ พูดแต่แง่ดี ลืมว่าข้อเสียก็ควรแก้ไข) ก็ดี ไม่ดี ไม่ได้แตกต่างจากคนไทยในความคิดและประสบการณ์ของดิฉันที่มาอยู่ที่นะคะ อยู่กับพื้นฐานครอบครัว สังคมเลยว่าเค้าได้รับการสอนเรียนรู้ความรับผิดชอบมายังไง

ข้อดีของคนเยอรมันคือเค้าเคารพกฎหมาย ข้อบังคับ กฏเกณฑ์ และระบบประกันสังคมเข้มแข็ง โดยเฉพาะเพื่อเด็กและสตรี คนที่มีงานทำต้องเสียภาษี ให้กับรัฐบาลเพื่อที่จะได้เอามาดูแลคนที่ไม่มีประสิทธิภาพที่จะทำงานได้ และคนเยอรมันก็ไม่ จำเป็นต้องดิ้นรนอะไรมากมาย เหมือนเราคนไทย รัฐบาลช่วยเหลือ ถ้าไม่มีงานทำไม่มีที่อยู่อาศัยจะมีองค์กรดูแลส่วนนี้ เพราะระบบการเสียภาษี มากมาย ค่าครองชีพก็สูงตามมา ในความดีก็จะเกิดการเอารัดเอาเปรียบเป็นเรื่องธรรมดา

สถาบันครอบครัวเล็ก การนับญาติ คือ พ่อแม่ลูกหลาน ลุงป้าน้าอา ความสัมพันธ์แทบจะเหมือนแค่คนรู้จักไปเลย อันนี้ดิฉันไม่ชินเพราะดิฉันมาจาก ครอบครัวญาติเยอะ

คนเยอรมันชอบการเอาใจใส่ ชอบได้รับคำชม ชอบการท่องเที่ยว (ถ้าไม่มีงานทำคนเยอรมันก็ไม่สามารถที่จะไปท่องเที่ยวได้) ถ้ายังไม่สนิทห้ามพูดถึงข้อเสียของเค้าเด็ดขาด อันนี้ก็แล้วแต่ว่าคนใดคนนั้นยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือเปล่า

ผู้ชายเยอรมันมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การทำงาน ครอบครัว อันนี้ก็ผลพวงมาจากข้อบังคับ กฏเกณฑ์ กฎหมายของเยอรมันอีกนั่นแหละ

ผู้หญิงเยอรมันจะมั่นใจเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบอิสระ ไม่ง้อผู้ชายถ้าเค้ามีงานทำ

สถานะครอบครัวเล็ก ช่วยเหลือซึ่งกันและกันดี นับญาติน้อยมาก กิจกรรมครอบครัวดีมาก ถ้าถึงเนื่องในเทศกาล ประเพณี วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วันอาทิตย์คือวันพบปะพูดคุย ทานอาหาร ชา กาแฟ ร่วมกัน ของครอบครัวของคนเยอรมันส่วนมาก

ครอบครัวของดิฉันก็จะมีเกมส์ เพิ่มมาอีกอย่าง บางทีก็ไปเดินเล่นสูดอากาศภายนอกถ้าเป็นหน้าหนาว และจะมีกิจกรรม เพิ่มก็หน้าร้อน

ค่าครองชีพที่เยอรมันเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพสูงค่ะเยอรมัน เพราะเยอรมันเจริญทางเทคโนโลยี เครื่องจักร อุตสาหกรรม สิ่งอำนวยความสะดวก เนื่องด้วยอากาศไม่อำนวยจึงมีเกษตรกรน้อยเเละการลงทุนก็สูงเช่นกัน ตอนนี้เยอรมันก็จะออกกฎหมายภาษี อาหารปรับขึ้นจาก 7% เป็น 19% แต่ดิฉันยังไม่รู้แน่นะคะว่า เค้าใช้กฎหมายข้อนี้แน่ชัดหรือยัง จึงทำให้อาหารพืชผักผลไม้แพง ภาษีเยอรมันมีสองชนิด หรือสองอย่าง อาหาร 7%( ยกเว้นเครื่องดื่มและแอลกอฮอร์ 19% ) และภาษีสิ่งของเครื่องใช้ รถยนต์ หรือจิปาถะ ฯลฯ 19% แยกภาษีรายได้อีก ตามขั้นต่างๆจนดิฉันงง ไม่เข้าใจเท่าไหร่

สิ่งที่ดิฉันคิดว่าเหมาะสมกับราคา คือ อันนี้ยากเหมือนกัน งั้นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ทีวี ค่าบริการ โทรศัพท์ อยากจะบอกว่าราคาเปรียบเทียบเมืองไทยถูกกว่าด้วยซ้ำ เพราะเค้าเน้นประสิทธิภาพ

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันครับ

ข้อดี ที่อยู่ที่นี่ของดิฉัน คือ ความมีกฏระเบียบกฎหมาย สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบประกันสังคม ค่าแรงของคนทำงาน ควรใช้สอยอย่างประหยัดเพราะค่าครองชีพสูง

ข้อเสีย อากาศ สังคมเพื่อนฝูง คงเป็นเพราะเยอรมันมีองค์กรช่วยเหลือมากจนความช่วยเหลือแบบเพื่อนถึงเพื่อน ญาติ เพื่อญาติไม่ค่อยมี จนดูเหมือนจะขาดน้ำใจแบบเพื่อนมนุษย์โดยสัญชาตญาณ อุ้ยแรงไปไหม?

อะไรคือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคนเยอรมันในเรื่องของความโรแมนติก

ความโรแมนติก ความรักระหว่างคนไทยและคนเยอรมัน อันนี้ก็ยากอีกแล้ว งั้นเอาที่ดิฉันกับสามีเป็นเกณฑ์ข้อนี้ สัมพันธ์ เรียนรู้กันใหม่ๆดิฉันพูดความจริงไม่เอาเกณฑ์การเงินมาพูดถึง เรื่องเงินสามีดิฉันไม่เคยประหยัด ดิฉันไม่พูดหรือบอก ว่าอยากได้นั่นได้นี่ ก่อนแต่งงานทุกการแสดงออกจริงใจอยู่เสมอคบกันเหมือนเพื่อน พัฒนาการมาเป็นแฟน จนเชื่อใจการขอแต่งงานจึงเกิดขึ้น และก่อนแต่งงานสามีดิฉันบอกว่าเรามาจากคนละต่าง ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม เราพบกันครึ่งทาง ยอมรับซึ่งกันและกัน และสามีดิฉันไว้ใจดิฉันทุกอย่าง ( อันนี้คิดเอง) และดิฉันก็เป็นคนซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน ใช้เท่าที่มี ไม่สร้างหนี้ จนดิฉันต้องรับหน้าที่เรื่องเงินแต่ก็ต้องปรึกษาสามีก่อนทุกครั้ง นั่นคือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน สามีดิฉันโรแมนติก ชอบเที่ยวตามธรรมชาติต่างสถานที่ แต่สามีดิฉันพูดไม่หวานเเละพูดน้อย (ดิฉันพูดมาก) ส่วนมากจะเออออตามกันตามเหตุผลด้วยค่ะ ถ้าจะทำอะไรก็ต้องถามปรึกษากันอยู่เสมอไม่ว่าจะทำอะไร ข้อเสียของดิฉันคือพูดตรงเกินไปบางทีสามีดิฉันก็ไม่พอใจเท่าไหร่ ทุกอย่างของคนสองคนอยู่ร่วมกันก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป ควรจะนึกถึงการให้อภัย ขอโทษ ยอมรับ อาจจะช่วยอะไรง่ายขึ้น

สรุป อยู่ที่โชคชะตาด้วยดิฉันเชื่ออย่างนั้น ตั้งอยู่ในเกณฑ์ความดีของทั้งสองฝ่าย

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ดิฉันมาจากครอบครัวที่มีพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย พร้อมหน้า จึงทำให้ดิฉันคิดถึงทุกคนมาก โดยเฉพาะพ่อแม่ เพราะท่านแก่ชราลงเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้ดิฉันหายห่วงหายคิดถึงได้นะ ดิฉันก็จะพยายามพูดคุยบ้าง ส่วนมากจะทำงาน เงินที่ได้มาก็แบ่งส่งให้บ้างตามความเหมาะสม และจะเก็บไว้บ้างบางทีท่านอาจต้องใช้เพื่อแก้ไขปัญหา พ่อแม่ของดิฉันไม่ค่อยจะขอเงินเท่าไหร่ แต่ดิฉันให้เสมอถ้ามีน้องๆขอดิฉันก็ดูแลท่าน ช่วยกันทุกคนอยู่แล้ว สถานที่ที่ดิฉันชอบไป คือบ้านพ่อแม่ดิฉันเองเลย เพราะได้อยู่ทานอาหารร่วมกัน ทำบุญร่วมกับครอบครัว และน้องๆ ญาติ น้าอาปู่ย่าตายายก็จะไปรับมาหรือมารอที่บ้านถ้าท่านรู้ข่าวว่าดิฉันจะกลับไปเมืองไทยก็จะเจอกันถ้าเค้าลางานมาได้ พูดคุยนั้นคือทำให้ดิฉันหายความคิดถึงบ้าง เพราะดิฉันทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยไม่เคยได้อยู่กับพ่อแม่ดิฉันน้อยมาก

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเยอรมันครับ

เรื่องความปลอดภัยในเมือง Schwerin ประเทศเยอรมันนี เมื่อก่อนหน้านี้ก็รู้สึกปลอดภัยดี แต่หลังจากที่ได้มีผู้อพยพ สงครามเข้ามา เริ่มมีปัญหาเพิ่ม ผู้คนเริ่มระวังตัวเองมากขึ้น หน่วยราชการ ตำรวจตรวจความเรียบร้อยก็จะมีเพิ่มมากขึ้นอยู่ทุกมุมเมือง ดิฉันก็จะพยายามอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก กลับบ้านเร็วกว่าที่เคยเพราะสาเหตุก่ออาชญากรรม ลักขโมยมากขึ้น ดิฉันก็มีประสบการณ์ด้วยตัวเองด้วย สองครั้ง ครั้งแรกแท็บเล็ตโดนขโมยในร้านของดิฉันเอง ครั้งที่สองกระเป๋าสตางค์โดนขโมย คือ มันเข้าไปหลังร้านหยิบเอา กระเป๋าไปทั้งกระเป๋า โดยที่ดิฉันไหวตัวไม่ทันเลย บัตร ประชาชน วีซ่าใบขับขี่ เงินสดสามร้อยกว่ายูโร นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สามีดิฉันไม่อยากให้ทำกิจการร้านต่อไปเพราะดิฉันอยู่ร้านคนเดียว บางวันจะมีเพื่อนคนไทยมาอยู่คุยเป็นเพื่อน หลังจากนั้นดิฉันไม่ค่อยพกเงินสดในกระเป๋าเลย แค่นิดหน่อยเวลาฉุกเฉิน และทุกคนไม่ว่าคนเยอรมันหรือผู้ที่มาอยู่อาศัยก็จะพยายามระวังตัวเองมากขึ้นไม่ไปในที่เปลี่ยวตามลำพัง

ทุกคนต้องปรับการเอาตัวรอด เพื่อให้ตัวเองปลอดภัยจากเคยมีผู้คนเดินเล่น ปั่นจักรยานช่วงเวลาหลัง 20 นาฬิกา ลดน้อยลง สถานบันเทิงก็จะเงียบเหงากว่าที่เคย

สถานที่ไหนในเยอรมันที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – เยอรมันสวยไหมครับ

ประเทศเยอรมันนีและเมืองที่ดิฉันอาศัยอยู่จะมีธรรมชาติที่สวยงาม ทะเลสาบ สัตว์ป่าอยู่ทั่วป่าทุ่ง เช่น กวาง สัตว์ หมูป่า หลากหลายมากแค่เดินออกไป ตามเเม่น้ำท้องทุ่งส่วนมากจะพบได้ง่าย เริ่มหน้าฤดูใบไม้ผลิ จนถึงหน้าร้อนอากาศอบอุ่น ระยะเวลาช่วงสามถึงห้าเดือน
ที่ครอบครัวดิฉันชอบไปคือทะเล Ostsee (ทะเลบอลติก Baltic sea) เพราะอยู่ไม่ไกลนัก จากเมืองที่ดิฉันอาศัยอยู่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 กิโลเมตร และเมืองที่อาศัยอยู่ก็สวยมาก ดิฉันชอบที่นี่มากเป็นเมืองเล็กๆและเป็นเมืองหลวง เขตปกครองของเขต Mecklenburg Vorpommern มีคฤหาสน์ที่สวยงามมาก หน้าร้อนจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆเยอะ ไว้ตอนท้าย จะมีรูปประกอบค่ะ

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

ในยามว่าง เมื่อก่อนจะมีกิจการดิฉันชอบวาดรูป ถ่ายภาพธรรมชาติ ถักโครเชต์บ้าง ถ้าว่างพร้อมกันพ่อแม่ลูกก็จะไปทะเลหรือตามเมืองต่างๆ ชม พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองนั้นๆ
ส่วนมากไม่ว่างเลย หลังจากมีกิจการร้านค้าจะทำตัวให้ว่าง ช่วงปิดเทอมของลูกๆ

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ยุโรป / เยอรมัน จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

สำหรับความคิดเห็นเพื่อเเนะนำ สำหรับใครที่จะมาอยู่ต่างแดน อันดับแรกคุณต้องมั่นใจว่าคุณจะอดทนต่ออุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า เเละพร้อมจะยอมรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่อาจไม่เคยพบเห็นในบ้านเมืองของเรา ภาษาสำคัญที่สุด ต้องฝึกฝนอยู่เสมอ ถ้ามีโอกาสควรไปเรียนภาษาโดยเร็ว ถ้าคิดจะทำงาน หรือเป็นแม่บ้านก็จำเป็น ยิ่งถ้ามีลูกเพราะคุณจะต้องได้พบปะผู้คนติดต่อเสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ง่าย เช่น ยามเจ็บไข้ได้ป่วย ติดต่อสถานที่ราชการ เพราะต้องต่อวีซ่า ประชุมผู้ปกครองอยู่ประจำ และศึกษาให้แน่ชัดกฏข้อบังคับ กฎหมายของประเทศที่คุณจะไปให้ถูกต้อง อย่ากลัวจนขาดความกล้า อันนี้ภาษาไม่ได้ก็จะกลายเป็นกลัว ไม่รู้ก็ถามคนรอบข้างที่คิดว่าเค้าสามารถ แนะนำเราได้ ถ้าแต่มาอยู่กับครอบครัวก็สามี พ่อเเม่สามี ช่วยเราเเน่นอน โดยเฉพาะเยอรมันใช้แต่ภาษาเยอรมันส่วนมาก คนเยอรมันสุภาพมีระเบียบ(จัด) เราต้องสุภาพแต่ก็ไม่ทุกคนเสมอไปนะคะ อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ

ท้ายสุดก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่จะมาอยู่เยอรมันหรือประเทศต่างๆที่คุณจะไป ขอให้ประสบโชคดีมีผลสำเร็จ มีความสุขกับสิ่งที่คุณเลือกที่จะทำ อยู่ในเขต ความดี ความเป็นไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยของเรา ให้เค้ารู้ยอมรับและชื่นชอบ
เพื่อตัวเอง ครอบครัว และประเทศไทยของเรา

คุณ สุธิมา เซฮาเกล

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s