คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากบุรีรัมย์สู่ดินแดนโคนมประเทศเดนมาร์ก

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศเดนมาร์ก เธอคือคุณ Skillfulviolet และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศเดนมาร์ก

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ คุณ Skillfulviolet

ภาพถ่ายจาก Anchan Chamnannao

1) เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศเดนมาร์กเพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศเดนมาร์กครับ

ย้ายมาอยู่เดนมาร์กเพราะคำนึงถึงเรื่องระบบการศึกษาค่ะ  ก่อนจะย้ายมาอยู่เดนมาร์ก ครอบครัวอาศัยอยู่ที่กรีนแลนด์มาก่อน  เมื่อลูกโตขึ้นอยากให้เขาได้รับการศึกษาที่เป็นระบบและมีมาตรฐานที่ดี  ประกอบกับตัวเองก็ต้องการศึกษาในระบบของเดนมาร์กด้วย  จึงได้ย้ายกลับมาบ้านเกิดของสามีที่อยู่เดนมาร์กค่ะ  ตอนนี้อาศัยอยู่ที่เมือง  Hundested ห่างจากกรุงโคเปนเฮเกนประมาณ สี่สิบห้านาที (โดยรถยนต์) ค่ะ

2) คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

เกิดที่อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ  คุณพ่อรับราชการครู  ส่วนแม่ค้าขาย ฐานะปานกลาง  อาศัยอยู่ที่อำเภอหนองกี่จนอายุสิบเอ็ดขวบ คุณพ่อย้ายมารับราชการที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  จึงได้ย้ายโรงเรียนมาเรียนต่อที่อำเภอเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ  ชีวิตในวัยเด็กถูกสอนจากคุณแม่ให้ช่วยเหลือและรับผิดชอบงานบ้าน  ด้วยความที่คุณแม่มีอาชีพค้าขาย  ลูกทั้งสามคนจึงได้รับมอบหมายหน้าที่ให้รับผิดชอบตั้งแต่เด็ก  เมื่อเข้าโรงเรียนก็ได้รับการปลูกฝังให้ตั้งใจเรียนเพื่อจะได้มีหน้าที่การงานที่ดีในอนาคต  ชีวิตในวัยเด็กมีกิจวัตรประจำวันที่เหมือนกันแทบจะทุกวันค่ะ  ตื่นเช้ามาต้องทำงานที่รับมอบหมายในบ้านให้เสร็จก่อนไปโรงเรียน  กลับจากโรงเรียนก็ช่วยงานพ่อแม่  อ่านหนังสือ  ทบทวนบทเรียน  ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นนอกบ้านมากนัก  โตขึ้นมาระดับชั้นมัธยมศึกษาก็เริ่มวางแผนเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย  จนกระทั่งเรียนจนระดับปริญญาตรีค่ะ

3) ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรครับ และคุณเคยทำอาชีพอะไรบ้างครับตั้งแต่มาอยู่ที่ ประเทศเดนมาร์กครับ

หลังจากย้ายมาอยู่เดนมาร์กเมื่อปี 2014 ก็เริ่มต้นด้วยการเรียนภาษาก่อนค่ะ เพราะที่เดนมาร์กมีกฏว่าต้องเรียนภาษาแดนิชให้จบภายในสามปีอย่างน้อยหนึ่งระดับ  แต่เราใช้เวลาในการเรียนภาษาในตอนเย็นควบคู่ไปกับการเรียนด้านการพยาบาลผู้สูงอายุในตอนกลางวันในโรงเรียนปกติของที่เดนมาร์กควบคู่ไปด้วย และเรียนจบภาษาสองระดับซัมเมอร์ปีที่แล้ว และเรียนจบด้านการพยาบาลผู้สูงอายุเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสทำงานด้านที่เรียนจบมาใกล้กับบ้านที่พักอยู่ตอนนี้ค่ะ    ตอนอยู่กรีนแลนด์ทำงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมให้เด็กค่ะ  ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยที่วิทยาลัยเทคนิคคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  และโรงเรียนบ้านสวายสอ  อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่กรีนแลนด์ในปี ค.ศ.2009 ค่ะ

4) คุณพูดภาษาเดนมาร์กได้ไหม คุณคิดว่าภาษาเดนมาร์กยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาเดนมาร์กจนเข้าใจและสื่อสารได้  และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหม

ที่เดนมาร์กมีกฏว่าคนที่เข้ามาอยู่ต้องเรียนภาษาแดนิชค่ะ  โดยถ้าเรียนเสร็จในระดับที่กำหนดภายในสามปี  คอมมูนจะจัดการค่าใช้จ่ายให้  ถ้าเรียนไม่จบภายในระยะเวลาที่กำหนดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองซึ่งแพงมาก  ด้วยความที่ดิฉันอาศัยที่กรีนแลนด์มาก่อนซึ่งที่นั่นใช้ภาษาแดนิชในการสื่อสารด้วย  ทำให้ง่ายสำหรับดิฉันในการใช้ภาษาแดนิช  ประกอบกับการตัดสินใจเข้าเรียนในระบบของเดนมาร์กทำให้ต้องใช้ภาษาแดนิชในการสื่อสารค่ะ  สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้ฝึกและใช้ภาษาแดนิชในชีวิตประจำวัน  ประกอบกับการทำงานซึ่งเป็นการบังคับให้ต้องใช้ภาษาแดนิชเป็นหลักค่ะ  ดิฉันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษมาก่อนเลยทำให้การเรียนรู้ภาษาแดนิชเร็วขึ้นด้วยค่ะ  นอกจากนี้เคยอาศัยอยู่ที่กรีนแลนด์มาก่อนเลยค่อนข้างคุ้นเคยกับภาษากรีนแลนดิกด้วยค่ะ  เข้าใจภาษากรีนแลนดิกได้นิดหน่อยค่ะ    การเรียนรู้ภาษาแดนิชค่อนข้างยากค่ะโดยเฉพาะการออกเสียงและหลักไวยากรณ์ที่ค่อนข้างยาก  แต่การที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมาก่อนค่อนข้างจะช่วยได้มากในการอ่านและการเขียนค่ะ

5) ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนเดนมาร์ก  แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ในมุมมองของดิฉันการปรับตัวเพื่ออยู่ในเดนมาร์กไม่ค่อยยากค่ะ  เนื่องด้วยไลฟ์สไตล์ของดิฉันชอบอยู่ในเมืองที่เงียบๆ สงบๆ อยู่แล้ว  แต่ต้องเพิ่มการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณีของชาวแดนิช  สิ่งที่ยากที่สุดในการอาศัยอยู่ที่เดนมาร์กน่าจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ภาษาแดนิช  ซึ่งกว่าจะเข้าใจและสื่อสารได้ค่อนข้างจะใช้เวลา  แต่เราจะเห็นได้ว่าที่เดนมาร์กคุณสามารถเรียนรู้ภาษาได้จากการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐบาล  รวมทั้งที่เดนมาร์กยังมีอาสาสมัครในแต่ละคอมมูนที่พร้อมจะช่วยเหลือในเรื่องของการเรียนรู้ภาษาค่ะ  คนเดนมาร์กค่อนข้างจะใช้ชีวิตเรียบง่าย สงบ  นอกจากนี้อาจจะมีเรื่องของอากาศ  ที่เดนมาร์กอากาศจะค่อนข้างเปลี่ยนแปลงบ่อย  อากาศค่อนข้างเย็นกว่าที่เมืองไทย  นอกจากนี้ก็คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาในการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับชาวแดนิชค่ะ

6) ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

เมืองที่อยู่มีคนไทยค่อนข้างเยอะค่ะ  รวมทั้งเมืองใกล้เคียงด้วย  ส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่สบายดีกันเกือบทุกคนค่ะ  มีนัดเจอกับคนไทยที่สนิทกันบ้างค่ะแต่ไม่บ่อยนักเพราะแต่ละคนต่างยุ่งกับงานและครอบครัวและเวลาว่างไม่ค่อยตรงกันค่ะ  เพราะลักษณะงานของตัวเองมักจะมีเวลาเข้างานและวันหยุดไม่ค่อยตรงกันกับคนอื่นนักค่ะ

7) อะไรที่คนเดนมาร์กชอบ และคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายเดนมาร์กเป็นอย่างไร ผู้หญิงเดนมาร์กเป็นอย่างไร และครอบครัวของคนเดนมาร์กเป็นอย่างไร

คนแดนิชชอบทำอะไรขึ้นอยู่กับว่ามาจากส่วนไหนของประเทศค่ะ  แต่เท่าที่สังเกตคนแดนิชอยู่กันอย่างเงียบๆ  ชอบการเดินทาง  ชอบธรรมชาติ  ไม่มีการแบ่งแยกว่าสิ่งใดเป็นหน้าที่ของผู้ชาย  สิ่งใดเป็นหน้าที่ของผู้หญิง  มักจะช่วยเหลือกันรับผิดชอบหน้าที่ในครอบครัวค่ะ  ผู้ชายแดนิชส่วนใหญ่จะสุภาพ  ให้เกียรติผู้อื่น  มีสังสรรค์เฮฮาเป็นเรื่องปกติ  ผู้ชายแดนิชมักจะทำงานบ้านเก่งค่ะ  ไม่ว่าจะทำอาหาร  ทำความสะอาด  ดูแลลูก  ฯลฯ  ผู้หญิงแดนิชมีความเป็นผู้นำสูง  มั่นใจในตัวเอง  ทำงานนอกบ้านเก่งและมักจะเป็นคนตัดสินใจในครอบครัวค่ะ  สิ่งที่น่าสังเกต คือ  อัตราการหย่าร้างค่อนข้างสูง  น่าจะเพราะสังคมของคนแดนิชที่ทุกคนต่างมีรายได้เป็นของตัวเองค่อนข้างสูง  สวัสดิการสังคมค่อนข้างดีและมั่นคง  ฯลฯ  ทำให้มีพ่อหรือแม่ใบเลี้ยงเดี่ยวค่อนข้างเยอะค่ะ

8) ค่าครองชีพที่เดนมาร์กเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายกับรายรับถือว่าค่าครองชีพอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ค่ะ

สินค้าที่มีราคาแพง  อย่างแรกคือ  อาหารทะเลค่ะ  ทั้งที่มีการทำประมงแต่ราคาอาหารทะเลแพงมาก

อย่างที่สองค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัย  บ้าน  ที่พัก มีราคาแพง เสียภาษีเยอะ

อย่างที่สาม ยารักษาโรค  ที่นี่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรีแต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องซื้อยาบางชนิดเองซึ่งแพงมากค่ะ

สิ่งที่เหมาะสมกับราคา  อย่างแรกน่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วๆไปค่ะ  เช่น  ผักสด  ผลไม้สด เนื้อสัตว์  ฯลฯ

อย่างที่สองค่าโดยสารขนส่งสาธารณะซึ่งมีให้เลือกจ่ายหลายรูปแบบและมีส่วนลดที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะมากกว่ารถยนต์ส่วนตัวค่ะ

อย่างที่สามค่าใช้จ่ายด้านการเรียนของเด็กๆ  เพราะเรียนฟรี  ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องซื้อสมุด หนังสือเรียน  เครื่องแบบเอง  เพราะที่โรงเรียนมีแจกให้  รวมไปถึงการเดินทางไปทัศนศึกษาของเด็กๆที่ไม่รบกวนค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครอง  ผู้ปกครองจะใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารกลางวัน  ดินสอ ปากกา ฯลฯ เองเป็นบางส่วนค่ะ

9) บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน เดนมาร์ก ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในเดนมาร์กครับ

ข้อดีของการใช้ชีวิตที่เดนมาร์ก คือ

1 . เงียบ สงบ และปลอดภัยค่ะ  ด้วยจำนวนพลเมืองที่ค่อนข้างน้อยในเดนมาร์กทำให้การใช้ชีวิตที่นี่เป็นไปอย่างเรียบง่าย การอยู่อาศัยที่ผู้คนต่างมีความเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน  ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกันอย่างเงียบๆ สงบ  เราจะไม่ค่อยเห็นการทะเลาะเบาะแว้ง  อารมณ์ฉุนเฉียวจากผู้คนที่นี่มากนัก  ความปลอดภัยจากปัญหาอาชญากรรมค่อนข้างสูง อาจจะมีบ้างแต่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยเมื่ออาศัยที่นี่  ถึงแม้ผู้คนจะไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนที่เมืองไทย  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่นี่จะใจดี มักชอบให้ความช่วยเหลือผู้อื่นและมีคุณธรรมในใจค่อนข้างสูง การก่อความรำคาญให้ผู้อื่นค่อนข้างมีอยู่น้อย  รัฐบาลมีระบบสวัสดิการที่สร้างความมั่นคงและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่พลเมืองที่อาศัยอยู่ที่นี่ค่อนข้างสูง

2 . ระบบการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพทำให้เราไม่ต้องรู้สึกอึดอัดกับปัญหาการจราจรที่อาจพบในเมืองใหญ่ๆ ที่อื่น  การเดินทางสะดวก ง่าย มีข้อมูลในการเดินทางที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ง่าย  ค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว  ผู้คนมักจะให้ความเคารพกฏจราจรทำให้ปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้น้อยมากค่ะ

3 . การส่งเสริมการศึกษาที่ดีและมีมาตรฐาน  รัฐบาลส่งเสริมให้พลเมืองมีการศึกษาที่ดี  สนับสนุนการศึกษาแก่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเดนมาร์กอย่างเท่าเทียมแม้จะไม่ได้มีสัญชาติแดนิช  แต่พลเมืองที่อาศัยในเดนมาร์กมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน  เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษามักจะได้คำปรึกษาในการเรียนที่ดี  ทำให้เป็นการเรียนอย่างมีความสุข และกระตุ้นให้พลเมืองอยากเรียน

ข้อเสียของการอยู่อาศัยในเดนมาร์กในความคิดเห็นของตัวเองยังไม่มีเป็นที่ชัดเจนค่ะ  ข้อเสียหลักน่าจะเป็นเรื่องของการที่เราต้องมาอาศัยต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างวัฒนธรรมและประเพณี  ทำให้เรารู้สึกแปลกแยก  คิดถึงบ้านที่เมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง  ภาษาแดนิชที่ยากทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสารบ่อยครั้ง เกิดความท้อแท้ใจบ้างแต่เรามักจะโชคดีที่มีคนเข้าใจและให้กำลังใจ  เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าการอาศัยอยู่ที่เดนมาร์กจะมีข้อเสียอะไรมากนัก นอกจากความคิดถึงบ้านเกิด

10) อะไรคือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคนเดนมาร์กในเรื่องของความโรแมนติก

ความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม ประเพณีและแนวคิดทำให้เรามีความต่างกัน  คนไทยมักจะไม่เปิดเผยหรือแสดงความรักต่อคู่รักต่อที่สาธารณชน  แต่สำหรับคนแดนิชเป็นเรื่องปกติ  นอกจากนี้คนไทยเรายังมีเรื่องของศีลธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง  ทำให้การแสดงความรักต่อกันไม่ได้แสดงออกอย่างที่คนแดนิชทำ  แต่เมื่อทำความเข้าใจกันระหว่างเรา  อธิบายถึงเหตุและผลก่อนการแต่งงานและตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน ก็สามารถทำให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยได้

11) คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

มีพี่ชายหนึ่งคน น้องชายหนึ่งคน และคุณแม่ที่ยังอาศัยอยู่ที่เมืองไทยค่ะ  คิดถึงครอบครัวที่เมืองไทยมากค่ะ  สถานที่ที่มักจะไปเที่ยวในเมืองไทยมักจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา ทะเล  แต่ถ้าได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย จะชอบใช้ชีวิตกับครอบครัว  หรือนัดเจอเพื่อนสมัยเรียน  เพื่อนร่วมงานเก่ามากกว่าค่ะ  แล้วมักจะอยู่กับบ้านเพราะไม่ชอบขับรถยนต์ค่ะ  ไม่ชอบความอึดอัดจากการจราจร

12) คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในเดนมาร์กครับ

เคยค่ะ  เมื่อปีที่แล้วเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟตอนดึก  แต่ใช้บริการรถไฟไม่ได้เพราะมีผู้พบวัตถุต้องสงสัยว่าจะมีระเบิด  ทำให้ต้องหาวิธีกลับบ้าน ซึ่งดึกและไม่รู้ว่ารถไฟและรถบัสจะเริ่มให้บริการอีกครั้งตอนไหน  ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยค่ะ

13) สถานที่ไหนในเดนมาร์กที่คุณชอบไปเที่ยวมาก –    เดนมาร์กสวยไหมครับ

ที่บ้านชอบเที่ยวสวนสนุกกันค่ะ  เช่น  Tivoli, Bakken, Sommerland,  Legolan  ฯลฯ  นอกจากนี้ที่เดนมาร์กยังมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง  แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ  เดนมาร์กเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวเพราะมีการเดินทางที่สะดวกสบาย  มีข้อมูลการท่องเที่ยวที่หาได้ง่าย  ที่พักมีให้เลือกหลากหลายค่ะ

14) อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

สิ่งที่รัก  คือ ครอบครัวค่ะ  เพราะฉะนั้นเวลาว่างส่วนใหญ่จะใช้กับครอบครัวมากกว่าอย่างอื่นค่ะ  มักจะใช้เวลาว่างกับการทำขนม  ทำอาหาร  ออกกำลังกาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับคนในครอบครัวมากกว่าออกไปนอกบ้านค่ะ

15) ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ ในต่างประเทศ / เดนมาร์ก  จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

การใช้ชีวิตในต่างประเทศมีทั้งข้อดีและข้อเสีย  การมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องอยู่ต่างประเทศเสมอไป  อยู่ที่วิธีการคิด การดำเนินชีวิต  การปรับตัว ฯลฯ  ข้อดีของการอยู่ต่างประเทศอาจจะทำให้เราได้มีคุณภาพชีวิตในบางด้านดีขึ้น  แต่ในขณะเดียวกันตัวเราเองก็ต้องปรับตัวทั้งด้านภาษา  ประเพณี  วัฒนธรรม  สภาพแวดล้อม  ฯลฯ  ในขณะที่อยู่บ้านเรา เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวเท่าใดนัก  หากเราต้องการเรียนรู้หรือมีประสบการณ์จากการอยู่ต่างประเทศ  เราก็ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาเป็นสิ่งจำเป็นมากในดำรงชีวิตในต่างประเทศ  เพราะภาษาเป็นสิ่งที่เราต้องใช้ในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับคนรอบข้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคู่ชีวิตของเรา หากเราขาดความเข้าใจภาษาอาจจะทำให้เกิดอุปสรรคในการดำรงชีวิตในต่างแดนได้  สิ่งที่เราควรระมัดระวังในการใช้ชีวิตต่างแดน คือ  เมื่อเราอยู่อาศัยในที่ใดก็ตาม เราควรให้ความเคารพเจ้าบ้าน  เคารพวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศนั้นๆ  ควรมีทัศนคติทางบวกในการดำรงชีวิตร่วมกับคนที่มาจากต่างประเพณีและวัฒนธรรม  แม้มนุษย์จะมีความแตกต่างกันแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s