คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากพิษณุโลกสู่ประเทศนอร์เวย์

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศนอร์เวย์  เธอคือครูต้อย และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในประเทศนอร์เวย์

ผมอยากจะแนะนำคุณกับ ครูต้อย

new-10

ทุกภาพเครดิต ครูต้อย

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศนอร์เวย์  เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศนอร์เวย์ครับ

ดิฉันมาจากครอบครัวที่เป็นตระกูลเก่าแก่ที่พิษณุโลก นามสกุล”ศรีภิรมย์มีชื่อเป็นทั้งตำบลและชื่อโรงเรียนที่จังหวัดพิษณุโลกด้วยสาเหตุที่สามีไม่รักและครอบครัวต้องแตกแยก ดิฉันรู้สึกอับอายและเศร้ามากที่ลูกสาว 2 คนจะโตขึ้นมาโดยไม่มีพ่อ เลยอยากหนีไปให้ไกลแสนไกล ยอมทิ้งทั้งตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่ เกือบ 9 ปีที่ ร.ร. พิษณุโลกศึกษา ปัจจุบันเป็น ร.ร. เตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ ดิฉันเป็นอาจารย์สอนตั้งแต่ 1977 จนย้ายมาอยู่นอร์เวย์ ในปี 1986 โดยขอตามพี่นุชซึ่งเป็นคนพิษณุโลกที่แต่งงานกับชาวนอร์เวย์ พี่นุชก็ใจดีมากและสงสารดิฉัน เลยให้ตามมานอร์เวย์ด้วย ซึ่งในสมัยนั้นสามารถมานอร์เวย์ได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนด้วยความตั้งมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะต้องพาลูกที่พ่อขาด ไปให้ไกลแสนไกล ดิฉันจึงได้มาตั้งหลักฐานอยู่ที่ นอร์เวย์ และหลังจากดิฉันมาได้ 9 เดือน ลูกสาวทั้งสองคน ตอนนั้นอายุ 7 ปี และ4 ปี ก็ได้มาเริ่มชีวิตใหม่อยู่ด้วยกันที่นอร์เวย์

ปัจจุบัน ดิฉันอยู่ที่ เมือง Sørumsand ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินOslo AirPort Gardermoen ประมาณ 35 ก.ม. และ อยู่ห่างจากOslo 40 ก.ม. บ้านดิฉันอยู่ไม่ไกลจากวัดไทยนอร์เวย์ Wat Thai Norway 

Oslo cityhall ศาลากลาง Oslo
Oslo city hall ศาลากลาง Oslo

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กนั้นเป็นอย่างไรครับ

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของดิฉัน ในนอร์เวย์ในตอนนั้นมีความรู้สึกก็ไม่ต่างจากกลุ่มพวกลี้ภัยที่ต้องย้ายถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนด้วยความจำเป็น ด้วยหน้าที่ของความเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูก อยากให้ลูกเติบโตโดยไม่ต้องมากระทบกระเทือนจิตใจที่พ่อแม่ต้องเลิกกัน ซึ่งในสมัยนั้นก็มีไม่มากนักที่ครอบครัวแตกแยกดิฉันเติบโตมาจากครอบครัวและตระกูลที่อบอุ่น มีคุณพ่อเป็นตำรวจและรักศักดิ์ศรีของตระกูล “ศรีภิรมย์”

เมื่อดิฉันถูกสามีทิ้งและนอกใจ ถึงแม้ดิฉันจะมีหน้าที่การงานที่ดีมีหน้ามีตาในสังคม แต่ก็ช่วยดิฉันในตอนนั้นไม่ได้ ดิฉันเหมือนผู้ลี้ภัยความรัก ครอบครัวแตกแยก เกิดความสับสนและต้องการหนีความจริงไปให้ไกลแสนไกล ไกลจนมาอยู่ขั้วโลกเหนือNorway ซึ่งต้องไปจากเมืองพิษณุโลกบ้านเกิดเมืองนอน ไปจากตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยขาดงานไปเฉยๆ

The Vigeland Park
The Vigeland Park

ไม่ได้บอกกล่าวใครทั้งสิ้น เพราะไม่ทราบว่า จะไปได้จริงหรือเปล่า มันเป็นอะไรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเมื่อดิฉันมาถึงนอร์เวย์แล้ว อ้าว. !! เราอยู่ที่ไหนนี่ เหมือนคนข้ามสะพานแล้วเผาสะพานทิ้งหรือ ตำราคนจีนเขาว่าทุบหม้อข้าวทิ้ง ต้องไปตายเอาดาบหน้า ชีวิตต้องสู้ข้างหน้า ย้อนกลับไม่ได้แล้ว ชีวิตต้องมีเป้าหมาย … เพื่อ ลูกสาวทั้งสองคนจะได้เติบโตโดยไม่ต้องรับรู้ว่าพ่อเขาทิ้งแม่ ดิฉันบอกลูกๆตอนเล็กๆว่าแม่อยากมาอยู่ยุโรปอยากให้ลูกๆมาเรียนที่ยุโรป ตอบแบบง่ายๆ ไม่ต้องอธิบายมากมาย ซึ่งเขาก็ยังเล็กๆอยู่

ดิฉันเติบโตมาจากครอบครัว มีฐานะแต่ไม่ได้ร่ำรวย คุณพ่อเป็นตำรวจ และคุณแม่เป็นคนดูแลบ้านเช่าประมาณ 20 หลัง ซึ่งในละแวกนั้นก็ถึงว่า มีฐานะพอที่จะส่งลูกๆทุกคนได้รับการศึกษาชั้นสูงทุกคน ดิฉันเรียนจบเอกดนตรี รุ่น 6 วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์ พิษณุโลก และรับราชการครู ในปี 1977 – 1986.

ด้านหลังของ โรงละครแห่งชาติ Nationaltheater
ด้านหลังของ โรงละครแห่งชาติ Nationaltheater

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศนอร์เวย์ ช่วยบอกเรางานของคุณเป็นอย่างไรครับ

หลังจากดิฉันย้ายมาอยู่นอร์เวย์ในปี 1986 ดิฉันก็ ประกอบอาชีพหลายอย่าง เช่น ทำความสะอาด งานหลายหน้าที่ในสถานบ้านพักคนชรา นอกจากนี้ก็ทำงานล่าม ,โรงเรียนอนุบาล และเป็นครูสองภาษา (ภาษาแม่ และ ภาษานอรเวเจียน) ช่วยเด็กนักเรียนที่ตามผู้ปกครองมาอยู่นอร์เวย์ เพราะเมื่อ 30 ปีที่แล้วหางานทำยากในนอร์เวย์ เลยต้องทำงานหลายอย่าง ยังไม่ได้งานบรรจุประจำ ได้งานชั่วคราว

ประชุมเครือข่ายสตรีไทยในยุโรป ปี 2016 จัดที่ Oslo โดยสมาคมสตรีไทย ในนอร์เวย์ เป็นเจ้าภาพ
ประชุมเครือข่ายสตรีไทยในยุโรป ปี 2016 จัดที่ Oslo โดยสมาคมสตรีไทย ในนอร์เวย์ เป็นเจ้าภาพ

และด้วยความที่ใจรักในอาชีพครูเพราะจบปริญญาตรี ทำงานด้านศึกษาและใฝ่ฝันจะต้องเป็นครูอย่างเต็มตัวอีกครั้ง ดิฉันขวนขวายศึกษาต่อ ที่วิทยาลัยชั้นสูง Hogskole I Oslo ในช่วงปี2000-2002 ในสาขาการศึกษาพิเศษต่อจากวุฒิปริญญาตรีทางด้านการศึกษา และได้ปรับวุฒิ เพิ่มขึ้นและได้บรรจุเป็นข้าราชการครูอย่างเต็มตัว อัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากวุฒิปริญญาที่จบมาจากไทย ดิฉันเคยรับราชการมาจากประเทศไทย 9 ปีหลังจากมาที่นอร์เวย์ทางราชการก็นับอายุราชการต่อเนื่องให้ด้วย แต่ต้องเป็นในสายการศึกษาอันเดียวกันและใบรับรองงานที่บรรจุที่ไทย รวมอาชีพรับราชการต่อเนื่องจากปี 1977 – 2012รวมอายุราชการ 35 ปี หลังจากปี 2012 ดิฉันสุขภาพ ไม่ดี ทรุดโทรมลง ก็เลยต้องรีไทร์เกษียณออกจากราชการก่อนวัย

แต่ดิฉันเสียดายความรู้ ดิฉันจึงรับสอนวิชาสังคมนอร์เวย์ 50ชั่วโมงให้คนไทย โดยกระทรวงการสนับสนุนและการปรับตัวของคนอพยพ ได้เรียนวิชาสังคมของนอร์เวย์ภายในเวลา 50ชั่วโมง คือให้ครูไทยสอนเป็นภาษาแม่ของแต่ละประเทศ ปรับเพื่อต้องสอบเพราะเป็นกฎระเบียบใหม่ที่คนต่างชาติต้องเรียนวิชาสังคม 50 ชั่วโมงโดยใช้ครูภาษาแม่ คือสอนเป็นถาษาไทย

การประชุมสามัญของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป 2016 ที่ Oslo โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน
การประชุมสามัญของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป 2016 ที่ Oslo โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน

ปัจจุบันดิฉันเป็นครูเกษียณ เพียงแค่รับสอนคอร์สวิชาสังคมนอร์เวย์ 50 ชม ให้คนไทยในเขต Akerhus และ Oslo โดยรัฐบาลเป็นผู้จ้างครู

นอกจากนี้ดิฉันได้รับเกียรติ จากสำนักพิมพ์แต่งตำรา เรียนฉบับกะทัดรัดสำหรับให้ เด็กนักเรียนที่ตามผู้ปกครองมาอยู่ที่นอร์เวย์แบ่งเป็น 3 ระดับ ซึ่งเป็นผลงานที่ดิฉันภูมิใจมาก ดิฉันและครูชนกมล โพธิศรียุช เป็นผู้เขียนตำราชุดขึ้นมามี 3 ระดับ ซึ่งเป็นผลในชีวิตของดิฉันมากจ้ะ

นอกจากนี้ดิฉันก็ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้สมาคสตรีไทยในนอร์เวย์ Thaikvinne ทั้งในด้านการศึกษาและด้านกฎหมายให้คนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วยค่ะ

ถ่ายกับลูกศิษย์ ที่เรียนคอร์สวิชาสังคมนอร์เวย์ ที่ Oslo
ถ่ายกับลูกศิษย์ ที่เรียนคอร์สวิชาสังคมนอร์เวย์ ที่ Oslo

คุณพูดภาษานอร์เวย์ ได้ไหม คุณคิดว่าภาษานอร์เวย์ยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาแล้ว เสร็จได้ พูดภาษาอื่น ไหม

สำหรับเรื่องเรียนภาษานอร์เวย์ เรียกสั้นๆภาษา นอร์ส ขอย้อนไปเมื่อปี 1986 ตอนนั้นทางการนอร์เวย์ยังไม่ได้สนับสนุนคนต่างชาติโดยทั่วไปมากนัก จะสนับสนุนดูแลเฉพาะกลุ่มลี้ภัยหรือเมืองใหญ่ๆที่มีงบประมาณดูแล ชาวต่างชาติ  ดิฉันอยู่ในกลุ่มของการรวมญาติ คือ แต่งงานกับชาวนอร์เวย์และอยู่เมืองเล็กเลยไม่มีงบประมาณที่จะให้เรียนภาษานอร์ส

ส่วนภาษาอังกฤษดิฉันเองก็ไม่เก่ง เพราะก่อนมาเป็นอาจารย์สอนดนตรีและเป็น หัวหน้าหมวดดนตรีของ ร.ร มัธยมมาค่ะ ดิฉันจำได้ว่าตื่นเช้ามาก็คว้าดิกชั่นนารีไทย-อังกฤษแล้วแปลจากอังกฤษเป็นภาษานอร์เวย์ จดเป็นเล่มๆเลย แต่ในปัจจุบันมีดิกชั่นนารี ไทย-นอร์เวย์ และนอร์เวย์-ไทย สะดวกเลยค่ะ

โรงเรียน ภาษาแม่ ที่ Oslo โครงการสอนภาษาไทยให้เด็กลูกครึ่ง ไทย-นอร์เวย์ ด้วยจิตอาสา ของสมาคมสตรีไทย ในนอร์เวย์ Thaikvinneforening Norway
โรงเรียน ภาษาแม่ ที่ Oslo โครงการสอนภาษาไทยให้เด็กลูกครึ่ง ไทย-นอร์เวย์ ด้วยจิตอาสา ของสมาคมสตรีไทย ในนอร์เวย์ Thaikvinneforening Norway

ดิฉันไม่เก่งภาษาอังกฤษมา ก็เลยใช่ภาษาอังกฤษเป็นแค่สะพานไปหาภาษานอร์เวย์ ดิฉันอยู่เมืองเล็ก ที่นั่นมีแต่คนพูดภาษาท้องถิ่น ถ้าดิฉันไม่ได้ภาษาเค้า ดิฉันก็จะหางานทำไม่ได้สื่อสารกับใครไม่ได้ ในช่วงนั้นดิฉันไม่ได้ชั่วโมงเรียนภาษา ต้องเรียนด้วยตนเอง ต้องถามสามี อันนี้ เรียกว่าอะไร เขียนอย่างไรต้องขวนขวายเอง เพราะเป้าหมายในตอนนั้นอยากมีงานทำ มีรายได้เพราะเอาลูกสาว 2 คนจากไทยมาอยู่ด้วยกันที่นอร์เวย์ซึ่งลูกคือเป้าหมายในชีวิตของดิฉัน พอมาอยู่ นอร์เวย์ได้ประมาณ 5 เดือน ดิฉันก็เริ่มออกทำงาน โดยงานครั้งแรกๆ คืองานทำความสะอาด

ในตอนนั้นดิฉันทำงานไป น้ำตาร่วงไป สงสารชีวิตตนเองที่ต้องมาลำบาก อดคิดไม่ได้ว่าจริงๆแล้วจะต้องยืนหน้าห้อง สอนเด็กเล่นดนตรี ซ้อมดนตรี มีเพื่อนร่วมงาน มีญาติพี่น้องที่อบอุ่น กินอย่างไทย อยู่อย่างไทย พูดภาษาไทย ประกอบกิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมไทย แต่นี่เราต้องมาทำงานทำความสะอาดไม่ได้ใช้ความรู้ปริญญาตรีที่เรียนมาเลย และ ในเวลาเดียวก็ดีใจมากๆ เมื่อได้เขียนชั่วโมงทำงานทำความสะอาด สับสนค่ะเหนื่อยก็เหนื่อย เพราะไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน แต่เงินเดือนก็อยากได้เยอะๆ เพราะจะได้พาลูกๆไปเมืองไทย ไปหาคุณยายและญาติๆ ที่ไทย ดิฉันรักและภูมิใจในรากฐานวงศ์ตระกูลของดิฉันมากๆค่ะ ดิฉันพาลูกๆ ไปเมืองไทยทุกๆปี ที่โรงเรียนปิดภาคเรียน ซึ่งก็หมายถึงค่าใช้จ่าย ค่าตั๋วเครื่องบินให้ลูกไปไทย ในสมัยนั้นค่าเดินทางแพงมากค่ะ ดิฉันจึงทำงานอย่างไม่ย่อท้อด้วยความตั้งใจอันนี้ทำให้ลูกสาวทั้งสองผูกพัน กับครอบครัวที่เมืองไทย และพวกเขาก็ได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของไทยตั้งแต่เด็กๆเป็นต้นมา ลูกๆเมื่อมีครอบครัว พวกเค้าก็พาครอบครัวของเขาไป Thailand ทุกปี และเมื่อพวกเขามีเวลาพักร้อน ด้วยความเผอิญและโชคดีของพวกเขาและดิฉัน ลูกสาวทั้งสองคนเป็นแอร์โฮสเตสของ SAS ทั้งสองคน อาจเป็นเพราะลูกๆผูกพันกับประเทศไทย รักและภูมิใจในความเป็นคนไทยของเขาก็อาจจะเป็นได้

ลูกสาวทั้งสองคน เป็น แอร์โฮเตส ของสายการบินสแกนดิเนเวียแอร์ไลน์ SAS
ลูกสาวทั้งสองคน เป็น แอร์โฮเตส ของสายการบินสแกนดิเนเวียแอร์ไลน์ SAS

 ดิฉันได้เรียนภาษาด้วยตนเอง และได้เรียนรู้จากเพื่อนที่ทำงานครอบครัว และชีวิตประจำวันมาตลอด แต่ในใจของดิฉัน การเรียนโดยไม่มีวุฒิหรือใบประกาศ เราก็คงต้องทำความสะอาดหรืองานรับจ้างไปตลอดแน่ ดิฉันมีความมุ่งมั่นที่ต้องการจะใช้ความรู้ความสามารถ ปริญญาที่กว่าจะได้มาเมื่อปี 1980 นั่น และรับราชการครูที่เมืองไทยมาใช้ที่นอร์เวย์ ด้วยความตั่งใจไม่ย่อท้อ ดิฉัน ก็ได้ศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ Oslo ในสาขาการศึกษาพิเศษ เรียนด้วย ทำงานด้วย ใช้เวลา 2 ปีและก็ได้บรรจุเป็นข้าราชการประจำของโรงเรียนประถม ในสาขาครูศิลปะนอกจากนี้ ดิฉันก็เป็นครูสองภาษาในโรงเรียนหลายแห่งและที่ภูมิใจมากในการเป็นครู คือได้สอนวิชาสังคมนอร์เวย์ให้ คนไทยโดยรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการให้คนไทยทุกคน ก่อนที่จะได้วีซ่าถาวรต้องผ่านคอร์สวิชาสังคมซึ่งเป็นภาษาแม่ เป็นเวลา50ชั่วโมง ดิฉันดีใจที่มีโอกาสได้แนะนำ ชี้แนะคนไทยที่เพิ่งมา ได้เข้าใจวัฒนธรรม กฏระเบียบของนอร์เวย์ เพื่อได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และการปรับตัวได้ดีขึ้น และสิ่งที่ดิฉันภูมิใจที่สุดของความเป็นครู คือ ดิฉันได้รับเกียรติได้เขียนตำราเรียนภาษาไทยกับครู ชนกกมล ยูอร์ท โพธิ์ศรี ให้กับสำนักพิมพ์โดยเป็นการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศนอร์เวย์เพื่อเด็กไทยที่ตามผู้ปกครองมาอยู่ที่นี่ หนังสือชื่อ ภาษาแม่ค่ะ

ผลงานแต่งตำรา "ภาษาแม่" ความภูมิใจของการเป็นครู
ผลงานแต่งตำรา “ภาษาแม่” ความภูมิใจของการเป็นครู

เว็บไซต์

สำหรับการเรียนภาษานอร์เวย์นั้น การอ่านจะอ่านไม่ยากเพราะออกเสียงสระทุกตัว แต่หลักภาษาก็ยุ่งยากเหมือนทุกๆภาษาค่ะแต่การเรียนรู้ในชีวิตดิฉันคิดว่าคงไม่มีวันจบหรอกค่ะ การได้ภาษาจะทำให้เราได้มีความรู้ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ได้รู้กฏระเบียบ ข่าวสาร กว้างไกลและทันโลกทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา และการอยู่ที่ไหนก็ควรฝึกหัดเรียนภาษาที่นั่นเพราะง่ายกับการทำงาน เจ้าบ้านเองเขาก็ภูมิใจในภาษาของเขา คนนอร์เวย์ก็จะชื่นชมคนไทยที่พูดภาษานอร์สมากกว่าที่จะไปใช้ภาษาอังกฤษพูดกับพวกเขา นอกจากนี้การได้ภาษาสามารถเข้าเรียนศึกษาต่อ เพิ่มเติมวุฒิการศึกษาและเป็นการพัฒนาตนเองอย่างดีเยี่ยม

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนนอร์เวย์ แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

2 Comments Add yours

  1. Don Sødahl says:

    ดีใจ&ปลื้มคุณมากๆหญิงไทยมีค่าในต่างแดนหายากตัวอย่างทีดีจ้า

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s