คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากพัทลุงสู่มอสโกรัสเซีย

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศรัสเซีย เธอคือคุณ ทอรุ้ง และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในรัสเซีย

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ ทอรุ้ง

12

รูปถ่ายมอสโก   รูปถ่ายเครดิต คุณ ทอรุ้ง

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศรัสเซีย เพราะอะไรครับ

เพราะว่าแต่งงานกับสามีชาวรัสเซียค่ะ เลยย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ค่ะ

คุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศรัสเซียและคุณอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้วครับ

ดิฉันอาศัยอยู่ที่เมืองมอสโกซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซียค่ะ  อยู่ที่นี่มาประมาณ 1 ปีครึ่งแล้วค่ะ

จัตุรัสแดง มอสโก
จัตุรัสแดง มอสโก

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราได้ไหมครับว่าชีวิตวัยเด็กของคุณเป็นอย่างไร

ดิฉันเป็นคนภาคใต้ค่ะ จังหวัดพัทลุง ดิฉันเกิดและเติบโตที่นั่น ครอบครัวทำอาชีพเป็นเกษตรกรค่ะ
ฐานะปานกลาง ไม่ขัดสน ไม่ลำบาก มีบ้าน มีรถ มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองค่ะ ดิฉันชอบใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมากๆค่ะ เพราะที่นั่นสงบ ธรรมชาติ ไม่วุ่นวาย ผู้คนส่วนมากใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและมีน้ำใจค่ะ ตอนเด็กๆจะมีเพื่อนเล่นหลายคน พวกเราชอบพากันไปเล่นตามท้องนาค่ะ ความทรงจำยังตราตรึงอยู่จนถึงทุกวันนี้ เป็นวัยที่มีความสุขและสนุกมากๆ อย่างที่เด็กในเมืองหลายๆคนไม่เคยพบเจอมาก่อนค่ะ

พัทลุง
พัทลุง

พอดิฉันโตขึ้นมาก็มาศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดใกล้ๆกันกับจังหวัดบ้านเกิดของดิฉันค่ะ ดิฉันจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว เอกวิชาการท่องเที่ยวค่ะ
ตอนฝึกงานก็ได้ฝึกงานที่บริษัททัวร์จังหวัดภูเก็ตในตำแหน่งผู้ช่วยมัคคุเทศก์ จากเหตุการ์ณนี้ทำให้ได้พบรักกับสามี ซึ่งเค้าเป็นนักท่องเที่ยวในกรุ๊ปที่ดิฉันทำหน้าที่ดูแลอยู่ เค้าเพิ่งจะมาเที่ยวประเทศไทยเป็นครั้งแรก

หลังจากสำเร็จการศึกษาดิฉันก็ได้กลับไปหางานทำที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งงานของดิฉันก็คืองานโรงแรมในตำแหน่ง Guest Service Agent(GSA) ค่ะ

พัทลุง
พัทลุง
  • พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่รู้จักกันดีว่า “พระพุทธรูปสี่มุมเมือง” ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ด้วยกัน และหนึ่งในสี่องค์นั้นประดิษฐานอยู่ ณ จังหวัดพัทลุงนั่นเอง โดยนับเป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพัทลุงด้วยเช่นกัน ข้อมูลและรูปภาพจากเวป wikipedia ค่ะ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศรัสเซียครับ

ตอนนี้ดิฉันมีอาชีพเป็นแม่บ้านให้สามีค่ะ เพราะด้วยข้อจำกัดทางภาษาที่ 3 และประเทศรัสเซียผู้คนส่วนใหญ่จะสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่สามีก็ส่งให้ดิฉันเรียนและตอนนี้ดิฉันก็พยายามศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองอีกทางหนึ่งอยู่ค่ะ เผื่อว่าอนาคตจะได้ใช้ในการทำงานได้

9

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ

ดิฉันชอบทำอาหารค่ะ โดยเฉพาะอาหารไทย และขนมต่างๆ แต่ดิฉันจะชอบอาหารไทยพื้นบ้านแบบปักษ์ใต้เป็นพิเศษค่ะ ดิฉันทำอาหารไทยและรับประทานอาหารไทยเกือบจะทุกมื้อค่ะ เพราะไม่ค่อยชื่นชอบอาหารฝรั่งและอาหารรัสเซียสักเท่าไหร่ แต่ในเวลาว่างดิฉันก็จะฝึกทำอาหารรัสเซียเช่นกันค่ะ เพราะสามีก็ไม่สามารถทานอาหารไทยรสจัดๆได้ เค้าจะทานได้อยู่แค่ไม่กี่อย่างค่ะ เช่น ปอเปี๊ยะทอด ผัดไทย สามีเห็นว่าดิฉันอยู่บ้านเฉยๆ คงจะเหงา เลยสมัครสมาชิกคลับฟิตเนสให้ไปออกกำลังกายและเข้าคลาสต่างๆค่ะ

เพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมยามว่างนะคะ ดิฉันชอบฤดูร้อนมากๆเลยค่ะ เพราะอากาศสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้าที่นี่จะสวยมากๆเลยค่ะ สามีและดิฉันรักธรรมชาติมากๆ ในวันหยุดพวกเราและเพื่อนๆจะนัดกันไปเดินเล่น ท่องเที่ยวยังเมืองใกล้ๆ สวนสาธารณะ หรือไม่ก็ปิ้งย่างบาร์บีคิวกัน
แต่ในฤดูหนาวที่นี่จะหนาวมากๆค่ะ มอสโกติดลบสูงสุดที่ 40 องศา เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่หนาวที่สุดเลยก็ว่าได้ค่ะท้องฟ้าเป็นสีเทา มีลม มีฝน หิมะปกคลุมไปทั่วทำให้จิตใจของคนไกลบ้านอย่างเราซึมเศร้าไปด้วย แต่ช่วงซัมเมอร์คืออะไรที่วิเศษที่สุดแล้วค่ะสำหรับฉัน การได้มองต้นใบใบหญ้าสีเขียวๆ ดอกไม้สีสดใส ช่างสบายใจยิ่งนัก อีกอย่างนึงที่ทำให้คนไทยไกลบ้านอย่างเราได้คลายเหงาลงได้ ก็คงต้องขอขอบคุณสื่อโซเชี่ยล อินเตอร์เน็ต มีเฟสบุ๊ค ไอจี ได้อัพเดทข่าวสารของเพื่อนๆรอบโลก และติดต่อครอบครัวที่ไทย การที่เราได้ย้ายมาอยู่ต่างประเทศ เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่หมด เราต้องรู้จักเรียนรู้ ปรับตัว ให้เข้ากับสังคมและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้ได้ แต่มองอีกด้านนึง เหมือนกับเราโชคดีที่มีโอกาสได้ออกมาสัมผัสโลกกว้าง ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น

29

คุณพูดภาษารัสเซียได้ไหม คุณคิดว่าภาษารัสเซียยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษารัสเซียได้ และคุณพูดภาษาอื่นได้อีกไหมครับ

ตอนแรกๆดิฉันก็หวั่นๆว่าจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง แต่ปรากฏว่าตอนนี้ความกลัวนั้นหายไปหมดแล้วค่ะ เพราะดิฉันคิดว่าทุกๆครั้งที่เราได้ออกนอกบ้านนั่นคือการเรียนรู้ เราสามารถเรียนรู้ทุกๆอย่างได้จากสิ่งรอบข้าง ไม่ใช่แค่ในตำราเรียน

ขอตอบคำถามต่อไปเลยนะคะ เพราะเห็นว่าเชื่อมโยงกัน และส่วนตัวดิฉันคิดว่า เวลาเรียนภาษากับครู กับตอนมาใช้ในชีวิตจริง ดิฉันสามารถจำคำศัพท์ ประโยคการสื่อสารได้ง่ายกว่าค่ะ
เพราะเวลาเรียนหรืออ่านหนังสือ จะไม่ค่อยจำ แต่พอได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นในเหตุการณ์จริงๆ เราจะเรียนรู้เร็วมากกว่าเช่น การโดยสารรถสารธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถตู้ รถราง เมโทร เราจะต้องอ่านป้าย ฟังประกาศ และสื่อสารกับผู้คนรอบข้างบ้างในบางครั้ง ตอนแรกที่เพิ่งมาอาศัยที่นี่ ดิฉันยังไม่ได้เรียนภาษา ก็อ่านไม่ออก สื่อสารไม่ได้ ตอนนั้นยังไม่กล้าไปไหนมาไหนเองค่ะ
แต่หลังจากที่เรียนแล้ว เราสามารถอ่านออก เขียนได้ สื่อสารได้ ถึงแม้จะยังไม่ดี แต่สิ่งง่ายๆที่เป็นพื้นฐาน เราก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจำวันค่ะ ด้วยความที่เป็นคนชอบทำกับข้าว ก็เลยชอบเดินในซุปเปอร์มาเก็ต ชอบดูนั่น ดูนี่ไปเรื่อย สังเกตุป้ายต่างๆ คำศัพท์และชอบหยิบเอกสารโบรชัวร์สินค้าติดมือมาทุกครั้ง เพราะชอบอ่านคำศัพท์ในนั้นค่ะ

red-square-2

สามีให้อิสระแก่ดิฉันเต็มที่ค่ะ ถ้าอยากออกไปพบเพื่อนคนไทย ไปซื้อของ ไปเที่ยวคนเดียว ก็อนุญาตให้ไปค่ะ แต่ก็ต้องบอกเค้าว่าจะไปที่ไหน กลับกี่โมง เพราะเค้าเป็นห่วงค่ะ เวลาเดินทาง ดิฉันก็หลงทางบ่อยเหมือนกันค่ะ บ้างก็ขึ้นรถเมล์ เมโทร ผิดสาย คุยกับคนไม่รู้เรื่อง มีบ้างค่ะที่โดนด่า นึกๆไปก็ตลกๆขำๆตัวเองดีเหมือนกันค่ะ แต่เราก็ควรคิดในแง่ดีว่า อย่างน้อยการที่เราหลงทาง ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง บางทีไปพบแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารใหม่ และมิตรภาพจากคนแปลกหน้า
เรื่องภาษา เป็นอะไรที่เป็นอุปสรรคอีกอย่างหนึ่งของการดำรงชีวิตที่นี่ เพราะผู้คนจะพูดภาษาอังกฤษได้น้อย ถ้าดิฉันพูดภาษาอังกฤษแล้วคนที่นี่ได้ยิน เค้าก็จะมองว่าเราแปลกๆ เคยไปซื้อของที่ตลาดสด จนแม่ค้าด่าค่ะ เค้าบอกว่าไม่ขายให้กับคนต่างชาติ พูดภาษาบ้านเค้าไม่ได้ เป็นที่รู้ๆกันอยู่ใช่ไหมหล่ะค่ะ ว่ารัสเซียกำลังมีปัญหาอยู่กับอเมริกา จึงทำให้ผู้คนที่นี่คิดว่าใครที่แปลกปลอมเข้ามาจะเป็นอเมริกันทั้งหมด
เนื่องด้วยรัสเซียเป็นประเทศที่มีความเป็นชาตินิยม ผู้คนก็ไม่ค่อยจะยิ้มแย้มแจ่มใส ทำตัวเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา นั่นเพราะเป็นวัฒนธรรมของเค้า แต่บางคนก็มีอัธยาศัยดีอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ
ส่วนเรื่องภาษานอกเหนือจากนี้ดิฉันก็พอรู้ภาษาจีนแค่นิดๆหน่อยๆค่ะ เพราะก่อนมาสมัครงานดิฉันได้ลงเรียนคอร์สภาษาจีนพื้นฐานในระยะเวลาสั้นๆ ประกอบกับตอนที่ทำงานเป็นพนังงานต้อนรับที่โรงแรม ทำให้ดิฉันได้ใช้ประโยชน์กับการทำงานค่ะ ที่นี่ก็มีคนจีนมาท่องเที่ยว เรียน ทำงานและอยู่อาศัยเยอะเช่นกันค่ะ มีตลาดจีน เวียดนามด้วย เวลาดิฉันไปซื้อของก็สามารถใช้ภาษาจีนได้ค่ะ

14

เพิ่มเติมในส่วนภาษารัสเซียนะคะ ตอนดิฉันเข้าคอร์สเรียนกับอาจารย์แค่ 12 ชม.เองค่ะ เพราะอาจารย์มีภารกิจ เธอเป็นคนรัสเซียที่เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษให้กับสามีค่ะ สามีเลยติดต่อให้ ส่วนตอนนี้ดิฉันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองไปก่อนค่ะ เช่น จากการดูละคร ทีวี การ์ตูน พูดคุยสื่อสารกับคนรอบข้างเยอะๆ อ่านหนังสือ และออกท่องเที่ยว ทำกิจกรรมนอกบ้าน อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนรัสเซีย แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

ดิฉันตื่นเต้นกับหน้าหนาวครั้งแรกมากๆเลยค่ะเพราะมันเป็นครั้งแรกที่ดิฉันจะได้สัมผัสกับหิมะ ดิฉันไม่เคยเดินทางไปยังประเทศที่มีหิมะเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในประเทศเอเชียใกล้ๆกับไทย เช่น มาเลเซีย สิงค์โปร์
ตอนที่ดิฉันยังไม่ได้เดินทางมาที่นี่ สามีของดิฉันก็จะส่งรูปมาให้ดูว่าหน้าหนาวของรัสเซียมีความสวยงามขนาดไหน
เค้าถนัดและชอบเล่นกีฬาจำพวกไอซ์สเก็ต ไอซ์ฮอกกี้ที่สุดเลยค่ะ
ตอนเด็กๆดิฉันเคยฝันว่าอยากจะมาสัมผัสหิมะที่เมืองนอก ไม่คิดว่าพอโตขึ้นความฝันจะเป็นจริงนะคะ

25
คือตามประสาของเด็กบ้านนอกค่ะ ตลกดี ดิฉันและเพื่อนๆ ชอบไปเก็บโฟมสีขาวๆที่แม่ทิ้งแล้วเอามาแกะเล่นกัน สมมุติว่านี่คือหิมะ เราโยนเล่น ให้มันร่วงโปรยๆลงมา สนุกดีค่ะ ตอนนี้นึกถึงความรู้สึกนั้นมากๆเคยคิดว่า หิมะมันจะนุ่ม สีขาวปุยๆเหมือนน้ำแข็งไสรึเปล่า
ดิฉันคิดว่าคุณคงน่าจะรู้จักน้ำแข็งไส ซึ่งเป็นขนมหวานสุดฮิตของคนไทยในช่วงหน้าร้อนนะคะ สามีเลยพาดิฉันไปซื้อชุดกันหนาว รองเท้า หมวก ถุงมือ ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์กันหนาวที่ห้างสรรพสินค้า ดิฉันเห็นราคาแล้วตกใจมากๆเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้
อยู่รัสเซียจะให้มาแต่งตัวสวยๆหน้าหนาวแบบประเทศอื่นๆเขายากมากๆค่ะ
เพราะที่นี่หนาวมากๆ ตอนแรกดิฉันไม่ยอมเชื่อฟังสามี
เพราะอยากแต่งตัวสวยๆสุดท้ายไม่สามารถกันหนาวได้ค่ะ กลับมาไม่สบายทุกที

7

ตอนนี้เลยคิดว่าขอให้กันหนาวได้ สามารถอบอุ่นร่างกายได้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะเวลาไม่สบายก็หนักเอาการเลยค่ะ ทรมานร่างกายมากๆ จะไปหาหมอเหมือนที่ไทย ค่ารักษาที่นี่ก็แพง อีกอย่างดิฉันไม่ชอบกินยาเลยค่ะ
อ้อ อีกเรื่องนึงเคยฝันว่า ถ้าฉันเจอหิมะครั้งแรกฉันจะลองชิมมันดู ว่ารสชาติมันเป็นยังไง จะนอนเกลือกกลิ้ง เล่นปาหิมะ ปั้นตุ๊กตาหิมะ เหมือนในหนังฝรั่งที่เคยดู เล่นสเก็ต สไลเดอร์
ตอนนี้ดิฉันได้ลองทำกิจกรรมที่อยากทำครบแล้วค่ะ สนุกดี
เคยดูในหนังฝรั่งตอนหิมะตกช่วงเทศกาลคริสต์มาส มีการประดับไฟ แต่งต้นคริสต์มาส จัดสถานที่สวยงาม มีกวางเรนเดียร์ มีคุณลุงแซนต้า
ตอนนี้ได้มาเห็นของจริงทั้งหมดที่นี่ คือตื่นตาตื่นใจมากๆค่ะ
แต่ดิฉันคิดว่าที่นี่หนาวมากๆ
ถ้าลดอุณหภูมิให้เท่าๆกับประเทศอื่นๆก็คงจะดีกว่านี้ค่ะ
คงง่ายและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทยมากกว่า
ดิฉันรู้สึกขี้เกียจมากๆเวลาที่ต้องแต่งตัวออกจากบ้านในฤดูหนาว

เพราะต้องแต่งกายด้วยชุดกันหนาวหลายชั้น อึดอัดมากๆค่ะ
ที่นี่ฤดูร้อนสั้นมากๆด้วย
ไม่ค่อยจะพบแดดหรอกค่ะ
ตอนอยู่ไทยดิฉันกลัวแดดมาก
แต่พอมาอยู่ที่นี่วันไหนมีแดดจะรีบวิ่งออกข้างนอกเลยค่ะ
ตลกมากๆ

11

เรื่องที่ยากที่สุดในการปรับตัวของคนไทย ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องของภาษาค่ะ เพราะภาษารัสเซียมีความยากมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นแกรมม่า การออกเสียงยากมากๆค่ะ
เพราะหากเราพูดไทยมาตั้งแต่เด็ก จะให้มาปรับตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วยากมาก
ลิ้นจะแข็ง ไม่เหมือนภาษาอังกฤษที่เราสามารถเลียนสำเนียงเอ็กเซ้นท์ของเจ้าของภาษาได้
และดิฉันคิดว่าคนไทยไม่สามารถที่จะปรับตัวให้เป็นแบบคนรัสเซียทั้งหมดได้ค่ะ
เรื่องอาหารการกินก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน
คนไทยจะกินรสจัด ส่วนอาหารรัสเซียจะออกรสชาติจืดๆ แถมมันๆ เพราะอาหารแต่ละพื้นที่ก็ต้องประยุกต์ให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม ธรรมชาติ และอุณหภูมิ
ตามวิถีชีวิตของคนในท้องที่นั้นๆ
ส่วนมากแล้วดิฉันก็จะทำและทานอาหารไทยทุกวันค่ะ
เกือบจะทุกมื้อที่ทาน
ส่วนอาหารรัสเซียก็มีมาเสริมบ้าง เราใช้ชีวิตและมีสามีเป็นคนรัสเซีย เราก็ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆให้มากที่สุด
เพื่อใช้ในการเข้าสังคม
ต้องเรียนรู้และปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

21

เราไม่สามารถยึดติดกับวัฒนธรรมไทยได้ทั้งหมด
เหมือนเข้าสำนวนไทยที่ว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม
หวังว่าคุณคงรู้เคยได้ยินนะคะ
เรื่องภาษาเราก็ไม่สามารถให้คนรัสเซียทั้งประเทศหันมาใช้ภาษาอังกฤษได้
ฉะนั้นเราก็ต้องเรียนรู้ภาษารัสเซีย เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน
แรกๆที่ดิฉันไม่สามารถพูดรัสเซียได้ ก็ไปซื้อของ
แม่ค้าจะมองเรา พูดจาแปลกๆ เหยียดๆว่า เธอพูดรัสเซียไม่ได้แล้วจะมาอยู่ที่นี่ทำไม
มันเหมือนเป็นแรกผลักดันให้เราพยายามต่อไป
ซึ่งแตกต่างจากตอนที่เราตั้งใจพยายามสื่อสารภาษารัสเซียโดยไม่ใช้ภาษาอังกฤษปะปน
รู้สึกเหมือนเค้าจะเป็นมิตรกับเรามากกว่าค่ะ

red-square-3

เค้าจะรู้สึกดีกว่าที่เห็นความพยายามของเรา
เรื่องอาหารดิฉันก็เอามาประยุกต์ดัดแปลงกันค่ะ
ตามวัตถุดิบที่มี
ที่นี่จะมีคนไทยอยู่อาศัยไม่เยอะค่ะ หากเทียบกับประเทศอื่นๆแล้ว
จึงไม่มีร้านขายกับข้าวไทยโดยตรง
เครื่องปรุงและวัตถุดิบต่างๆจึงมีไม่ครบเหมือนประเทศอื่น
และราคาก็แพงมากๆด้วย
ดิฉันก็เลยต้องกินแบบประหยัดๆวัตถุดิบที่นำมาจากไทยค่ะ
อะไรที่พอจะดัดแปลงประยุกต์ได้ก็ต้องทำเอง
ตอนแรกๆก็ยี้ๆอาหารรัสเซียบางอย่างค่ะ
คิดว่าชาตินี้ฉันคงไม่กินเมนูนี้แน่ๆ
แต่บางอย่างตอนนี้เรารู้สึกว่ามันอร่อย
ไหงเป็นอย่างนั้นไปซะ ตลกดีเหมือนกันค่ะ
บางอย่างเขียนวกไปวนมาสักหน่อย

5

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าครับ

ที่มอสโกถือว่ามีคนไทยจำนวนไม่มากถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ คนไทยที่มาอยู่ที่นี่ส่วนมากก็เพราะมาศึกษาต่อ ทำงานในสถานฑูต เป็นเชฟในร้านอาหาร พนักงานนวดสปา และแม่บ้านที่แต่งงานกับสามีชาวรัสเซียค่ะ
ก็มีอยู่อาศัยกระจายๆกันไปตามเมืองต่างๆ ส่วนในมอสโกดิฉันก็มีพบปะกับกลุ่มแม่บ้านเป็นบางโอกาสค่ะ อย่างเช่นตามงานที่สถานฑูตไทยจัดขึ้นหรือไปมาหาสู่กันที่บ้าน มีนัดมาพบปะสังสรรค์กัน เดินเล่น ทำอาหารรับประทานร่วมกัน
แต่ส่วนมากคนที่เป็นแม่บ้านจะมีลูกกันแล้วค่ะ แต่ดิฉันยังไม่มี บางเวลาก็เลยไม่อยากรบกวนเขา

6

พวกเขาก็ใช้ชีวิตกันสุขสบายดี และเป็นมิตรกับดิฉันค่ะ ที่ดิฉันเคยอ่านมาในเพจผู้หญิงไทยต่างแดนที่เขียนเรื่องเล่าก็จะมีการบอกเล่ากันว่า คนไทยด้วยกันเองน่ากลัวที่สุดและไม่น่าคบ สำหรับดิฉันคิดว่าอาจจะเป็นแค่บางคนค่ะส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ตัวเราด้วย ดิฉันจะเปิดใจและให้เกียรติ สร้างมิตรไมตรีแก่ผู้อื่นก่อนเสมอค่ะ
หลายๆคนบอกว่าคนที่อยู่ในต่างประเทศโดยเฉพาะคนไทยด้วยกันน่ากลัว และไม่น่าคบที่สุด สำหรับดิฉันคิดว่า หากเรายังไม่รู้จักใครดีพอก็อย่าไปตัดสินว่าเขาเป็นคนอย่างไรดีกว่าค่ะ เพราะบางทีการที่เราคิดไปเองก่อน หรือฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่นๆมา อาจจะทำให้เราเกิดอคติได้ หรืออาจจะทำให้เราพลาดมิตรภาพดีๆหรือรู้จักเพื่อนคนไทยที่ดีๆไปได้ค่ะ แต่เราก็ต้องรู้จักปรับตัวเราเอง รักษาระยะห่างในการคบหา ให้ความจริงใจและให้เกียรติผู้อื่นด้วยค่ะ หากเราเป็นคนดี สักวันเราก็ต้องพบมิตรภาพจากคนดีๆค่ะ

17

อะไรที่คนรัสเซียชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายรัสเซียเป็นอย่างไร ผู้หญิงรัสเซียเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนรัสเซียเป็นอย่างไร

สำหรับสังคมรัสเซียตามวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของผู้คนที่นี่ จะใช้ชีวิตแบบส่วนตัว ตัวใครตัวมัน เร่งรีบ และพึ่งพาตนเองมากที่สุด คนที่นี่ลักษณะท่าทางและนิสัย ส่วนใหญ่แล้วดูภายนอกอาจจะหน้าตาบึ้งๆไม่ค่อยยิ้มแย้ม นิสัยแข็งกระด้าง แต่ด้วยวัฒนธรรมของเขาที่จะไม่ยอมยิ้มพร่ำเพรื่อให้กับคนแปลกหน้า หรือแม้คนที่รู้จักด้วยกันเอง หากยังไม่สนิทกันมาก ก็อาจจะดูตึงๆ แต่จริงๆแล้วเหตุการณ์ปกติ ดิฉันอยู่ในเมืองหลวง วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนก็จะดำเนินไปอย่างเร่งรีบ แต่ผู้สูงอายุที่นี่ ส่วนมากก็ชอบช่วยเหลือตนเองค่ะ อย่างเช่น เดินทางเองคนเดียวโดยใช้รถสาธารณะ ไปจ่ายตลาด ซื้อของ ไปโรงพยาบาล ก็ไปได้สบายๆโดยไม่ต้องมีลูกหลานคอยดูแลอย่างเช่นในประเทศไทย แต่ผู้คนถึงจะมีนิสัยภายนอกที่ไม่ค่อยเฟรนด์ลี่แต่พวกเค้าก็มีน้ำใจนะคะ อย่างเช่น หากพบเห็นคนสูงวัยถือไม้เท้า กำลังจะขึ้นรถบัส มีสัมภาระ หรือพบคุณแม่ลูกอ่อนที่ใช้รถเข็นในระหว่างการเดินทาง ก็จะช่วยมาอำนวยความสะดวกให้ค่ะ

latest-7

กับนักท่องเที่ยวก็เช่นกัน ที่นี่ถ้าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเซ็นเตอร์จะหาป้ายข้อมูลภาษาอังกฤษค่อนข้างยาก บนเมโทรก็ประกาศเป็นภาษารัสเซียทั้งหมดค่ะ แรกๆที่ดิฉันมาอยู่ที่นี่ ตอนนั้นยังอ่านไม่ออก ฟังไม่ชัด เวลาเดินทางก็ใช้วิธีการนับสถานี หรือดู GPS ในมือถือเอาค่ะ หากเราหลงทางก็สามารถสอบถามจากผู้คนได้ค่ะ ตอนแรกดิฉันก็กลัวๆเหมือนกัน แต่บางคนก็มีน้ำใจค่ะ มาขอช่วยเองเลย ถึงแม้ว่าเค้าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ตาม
คนรัสเซียจะชอบสังสรรค์ เฮฮา ปาร์ตี้ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย คนทุกเพศทุกวัย จะชอบมาสังสรรค์ในวันหยุดและในกิจกรรมต่างๆกันค่ะ คนที่นี่จะสูบบุหรี่และดื่มกันหนักมากๆ โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ อากาศจะดีเป็นพิเศษ เพราะประเทศบ้านเมืองเค้าจะหนาวตลอดเกือบทั้งปี ช่วงนี้สามารถเห็นคนเมาได้บ่อยๆ บ้างก็นั่งดื่มกันในสวนสาธารณะ บางคนที่ดื่มและเมาหนักๆกลับบ้านไม่ไหว ก็นอนกันที่นั่นเลยค่ะ บ้างก็มีเรื่องทะเลาะ ชกต่อยกัน ให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ดิฉันโชคดีอย่างคือ สามีไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ค่ะ จะมีก็บางโอกาสที่สำคัญ

latest-4

ส่วนมากผู้คนที่นี่หน้าตาและรูปร่างดีค่ะ แต่จะมีผสมกันหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม เนื่องด้วยประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ทำให้มีผู้คนอพยพมาหลายประเทศ ผู้หญิงส่วนมากจะหน้าตาดีค่ะ ถ้าแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์รัสเซียจะมีพื้นที่ 2 ใน 3 ที่อยู่ในทวีปเอเชีย และอีก 1 ส่วนที่เหลืออยู่ในพื้นที่ทวีปยุโรป หน้าตาของผู้คนที่นี่เลยออกแนวผสมกันเยอะค่ะ และอีกอย่างนึงคือ คุณคงเคยได้ยินมาใช่ไหมค่ะว่า ผู้หญิงรัสเซีย เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก บางคนหน้าตาผสมระหว่างเอเชีย ฝรั่ง บวกแขกนิดๆ ทำให้หน้าตาดูคมเข้ม ผสมความอ่อนหวาน ผิวขาว จมูกโด่งได้รูป ปากนิด จมูกหน่อย บวกกับรูปร่างที่สูงโปร่ง สวยงามราวกับตุ๊กตาบาร์บี้เลยค่ะ อีกอย่างสาวๆที่นี่แต่งตัวเก่งๆกันมากค่ะ เรียกได้ว่า เป็นนางแบบเดินแคทวอล์คได้ที่ไทยอย่างสบายๆเลยค่ะ

อ้อ อีกอย่างนึงค่ะ ในสมัยก่อนรัฐบาลจะมอบบ้านและที่ดินทำกินนอกเมืองให้กับประชาชน เรียกเป็นภาษารัสเซียว่า ดาช่า ในตอนซัมเมอร์ผู้คนจะพากันไปพักผ่อน อยู่อาศัยกันที่นั่นไปซ่อมแซม ตกแต่งบ้าน ปลูกผัก ดอกไม้ ต้นไม้หรือบางครอบครัวก็เหมือนนัดรวมญาติกันไปปาร์ตี้ปิ้งย่าง BBQ ร้องเพลง เต้นรำ กันอย่างสนุกสนานค่ะเรียกว่า คนรัสเซียเวลามีงานรื่นเริงเค้าก็สนุกสนาน กินดื่มกันเต็มที่เลยค่ะปาร์ตี้งานวันเกิดมีจัดให้เห็นอยู่บ่อยๆหรืองานแต่งงานที่นี่ เจ้าบ่าว เจ้าสาว และแขกจะเต็มที่มากๆค่ะเกือบจะทุกงานจะต้องมีแขกชกต่อยกันแต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของคนรัสเซียค่ะเพราะเจ้าของงานจะถือว่า เป็นการดี เค้าได้จัดงานเลี้ยงได้สนุกสนาน ผู้คนจึงได้สนุกสนาน เต็มที่กันค่ะ

31

ค่าครองชีพที่รัสเซียเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพที่รัสเซียเมื่อก่อนค่าเงินจะเท่ากับที่ไทย แต่ตอนนี้เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ทำให้ค่าเงินดอลล่าร์ลดลงเกือบครึ่งต่อครึ่ง ราคาค่าครองชีพเลยถูกลงสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่ ราคาของสินค้าจะถูกจะแพงก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วยค่ะ
เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองหนาว ของกิน ของใช้ ผัก ผลไม้ บางอย่างก็ต้องอิมพอร์ตนำเข้าสิ่งที่ดิฉันคิดว่าแพงก็คือ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลค่ะ อาจจะเป็นเพราะมอสโก เมืองหลวงที่ดิฉันอาศัยอยู่ มีระยะทางห่างไกลจากทะเล
ฤดูร้อนก็สั้น เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอาหารทะเลสดๆจะราคาแพงมากๆเลยค่ะ แถมบางครั้งไม่มีความสดอร่อยเลย ที่นี่ส่วนใหญ่จึงนิยมขายอาหารทะเลแบบแช่แข็งกันค่ะ

30

นอกจากนี้ยังรวมถึงพืชผักด้วยค่ะที่นิยมซื้อขายกันแบบแช่แข็ง เพราะในฤดูหนาวผักจะแพงผู้คนจะนิยมถนอมอาหารกันไว้กินตอนฤดูหนาว ทั้งแช่แข็ง หรือใช้วิธีการดอง
เช่น แตงกวาดอง เป็นอาหารที่เป็นที่นิยมของชาวรัสเซียมากเลยค่ะ นิยมกินกับอาหารจานหลักต่างๆ ครีมเปรี้ยว และเหล้าวอดก้า
อาหารในร้านอาหารก็มีค่าบริการที่สูงเช่นกันค่ะ เพราะที่นี่มีการบวกค่าเซอร์วิสชาร์จเอาไว้แล้ว
พวกร้านซาลอน ทำเล็บ ธุรกิจเสริมสวย ก็มีค่าบริการที่แพงมากๆเช่นกันค่ะ ถ้าไม่จำเป็นดิฉันก็จะบริการตัวเองค่ะ
ผัก ผลไม้ จะมีราคาแพงมากๆในฤดูหนาว และนอกฤดู มีสินค้าอิมพอร์ตจากหลายๆประเทศ จากไทยก็มีให้เห็นค่ะ ถ้าไม่จำเป็นมากๆ ดิฉันก็ไม่ค่อยอยากซื้อนะคะ เพราะบางอย่างแพงแต่ไม่อร่อยเลย เราเป็นคนไทยสินค้าไทย เราจะรับรู้รสชาติได้เป็นอย่างดี
อย่างเช่น มะพร้าวน้ำหอมลูกละ 500 บาท มะม่วงลูกละ 350 บาท ที่อิมพอร์ตมาจากไทย
ดิฉันคิดราคาตอนที่เงินดอลล่าร์ยังไม่ลดนะคะ
แต่ตอนนี้ถูกลงเกือบจะครึ่งต่อครึ่งค่ะ
แต่อย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับเราคนไทย ถึงแม้ว่าค่าเงินจะลดลง แต่ของพวกนี้ก็ยังแพงอยู่ดีค่ะ เพราะตอนนี้เรามาอาศัยตั้งรกรากอยู่ที่นี่
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ
มีสินค้าอีกหนึ่งชนิดค่ะ ที่ดิฉันคิดว่าแพง นั่นก็คือน้ำดื่ม
ในไทยเราสามารถซื้อน้ำดื่มได้เริ่มต้นที่ขวดละ 5 บาท
แต่ที่นี่เริ่มต้นที่ประมาณ 30 บาท (ค่าเงินตอนยังไม่ลด) ตอนนี้ประมาณ 17 บาท
ก็ยังถือว่าแพงสำหรับคนไทยเช่นกันค่ะ

latest-2

บางครั้งเราอาจพบสินค้าราคาถูกก็ตอนที่มีการจัดโปรโมชั่นลดราคาค่ะ
ส่วนสินค้าที่ราคาถูก เห็นว่าจะหนีไม่พ้น พวกเหล้าเบียร์ วอดก้า เครื่องดื่มแอลกฮอล์ต่างๆค่ะ
ที่นี่มีหลากหลายยี่ห้อมากๆ เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องผลิตสินค้าพวกนี้อยู่แล้ว
ราคาก็ตามเกรดของสินค้าค่ะ
มีอิมพอร์ตส่วนมากมาจากเยอรมัน อิตาลี ค่ะ ไวน์ก็มีหลากหลายยี่ห้อมากๆ
บางช่วงที่ลดราคาสุดๆ ก็สามารถหาเบียร์หรือวอดก้า (เกรดจะ Down ลงมา) ได้เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้นค่ะ
ช็อกโกแลต ขนมหวาน บิสกิต ต่างๆก็ราคาถูกเช่นกันค่ะ ถ้าเกรดพรีเมี่ยมผลิตภัณฑ์ชั้นดีราคาก็สูงตามมาด้วย แต่ส่วนมากของที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาไม่แพงค่ะ
คนรัสเซียจะนิยมดื่มชาคู่กับขนมหวานและแยมผลไม้ค่ะ
โดยเฉพาะช็อกโกแลตยี่ห้อนี้ นักท่องเที่ยวจะชอบซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกัน ถูกปากคนไทยอย่างเราๆด้วยค่ะ
คนไทยมักจะเรียกติดปากกันว่า ช็อกโกแลตเด็กอ้วน
ตอนดิฉันเป็นพนักงานโรงแรมก็มักจะได้ของฝากเป็นขนมหวานชนิดนี้จากนักท่องเที่ยวจากรัสเซียอยู่เป็นประจำค่ะ

ขนมหวานที่เป็นที่นิยมของชาวรัสเซีย

ของที่ดิฉันคิดว่าราคาถูกอีกอย่างหนึ่งคือ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ในช่วงซัมเมอร์ค่ะ

ราคาจะถูกมากๆ รสชาติอร่อยมากๆด้วยค่ะ

เรียกได้ว่า กินกันจนเบื่อเลย

หากมีผลไม้เหลือเยอะ คนรัสเซียจะนิยมมาทำแยมโฮมเมดค่ะ
ผู้หญิงที่นี่รุ่นคุณย่า คุณยาย ส่วนใหญ่จะทำอาหาร ทำขนมกันเก่งมากๆเลยค่ะ
ลืมเล่าไปค่ะว่าตอนงานปีใหม่ครอบครัวของสามีจะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆกันภายในครอบครัว
คุณยายของสามีท่านอายุค่อนข้างเยอะแล้วประมาณ 82 ปี ท่านทำอาหาร ขนม เก่งมากๆเลยค่ะ
ดิฉันก็คอยเป็นลูกมือช่วยท่านด้วย
พวกเราทำอาหารและขนมหลายอย่างมากๆ
อีกวัฒนธรรมนึงของชาวรัสเซียคือ ตอนจัดโต๊ะอาหารต้องนำอาหารมาวางไว้ให้เต็มโต๊ะ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพวกเราจะต้องเหลืออาหารไว้บนโต๊ะนิดหน่อยค่ะ
เพราะพวกเค้ามีความเชื่อว่าหากตอนจัดโต๊ะมีการวางอาหารไว้มากมาย จนทุกคนกินกันอิ่มและเหลือ นั่นหมายถึง ความมั่งมี และความอุดมสมบูรณ์ของครอบครัวค่ะ จะมีกิน มีใช้ตลอดไป
ของที่มีราคาถูกกว่าที่เมืองไทยที่นี่ คือ น้ำมัน ค่ะ เพราะรัสเซียมีทรัพยากรแร่ธาตุ และพลังงานสำรองที่ใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล

32

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในรัสเซีย ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน รัสเซียครับ

ข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในรัสเซีย คือ

1. ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตในต่างประเทศมากขึ้น ได้มีการคิด การวางแผนในการใช้ชีวิตตลอดจนเรื่องอื่นๆ รู้จักช่วยเหลือตัวเอง มีความอดทน ใช้สติและความรอบคอบในการดำเนินชีวิตค่ะ

2.ทำให้ดิฉันมีโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาภาษารัสเซีย ซึ่งเป็นอีกภาษานึงที่สำคัญ และมีผู้ใช้เป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากนี้ยังติดอันดับภาษาที่ยากที่สุดด้วย จากที่เราไม่มีความรู้ด้านภาษานี้เลย แต่ด้วยสภาพแวดล้อม สังคมที่เราต้องดำรงชีวิต จึงเป็นเเรงผลักดันและช่วยส่งเสริมให้เราต้องเรียนรู้ และฝึกทักษะทางด้านภาษามากยิ่งขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต หากดิฉันและครอบครัวย้ายกลับเมืองไทยในอนาคตก็สามารถนำไปใช้ในการทำงาน ประกอบธุรกิจหรือสื่อสารทั่วไปได้ เพราะในปัจจุบันมีชาวรัสเซียและยุโรปตะวันออกที่สื่อสารภาษารัสเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่บุคลากรที่มีทักษะความรู้ทางด้านภาษารัสเซียยังคงมีอยู่อย่างจำกัด

3.การได้มาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เสมือนกับการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น เรียนรู้ถึงความแตกต่างของวัฒนธรรม ภาษา อาหารการกิน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆได้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวและเมืองที่สำคัญต่างๆอีกด้วย จากที่เคยได้ยินจากคำบอกเล่าของผู้คน ดูจากรูปภาพ อ่านจากตัวหนังสือและสื่อต่างๆ การได้มาสัมผัส การที่ได้มาเห็นของจริงด้วยตนเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและโชคดีมากๆค่ะ

red-square-4

ข้อเสีย 3 ข้อ ของการมาใช้ชีวิตอยู่ที่รัสเซีย

1.เนื่องจากสภาพสังคม และวัฒนธรรม ที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทำให้เราต้องใช้เวลาในการปรับตัวค่อนข้างนาน และมีความยาก ซึ่งเราต้องใช้ความอดทน พยายาม เรียนรู้และปรับตัวให้ได้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราท้อแท้ในอุปสรรคบ้าง แต่ทุกครั้งก็ได้กำลังใจจากครอบครัว เพื่อนๆ สุดท้ายเราก็ต้องพยายามและผ่านพ้นมันไปให้ได้ สำหรับดิฉันสิ่งที่เป็นอุปสรรคมากๆคือด้านภาษาค่ะ เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศที่ใช้ภาษาที่สาม และผู้คนส่วนมากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และสังคมค่อนข้างจะเป็นแบบปิด ทำให้ไม่สามารถทำงานที่นี่ได้ค่ะ และถึงแม้ดิฉันจะสามารถสื่อสารภาษารัสเซียได้เป็นอย่างดี แต่งานบางประเภทก็จะรับพนักงานที่มีสัญชาติรัสเซียเท่านั้น แต่คนไทยที่มาทำงานที่นี่ส่วนใหญ่แล้ว จะมาทำงานเป็นพนักงานนวดสปาค่ะ ซึ่งดิฉันก็ไม่มีทักษะความรู้ในด้านนั้น ถ้าหากเป็นประเทศอื่นๆที่สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกเหนือจากงานที่กล่าวมาแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ก็จะทำงานในร้านอาหารกัน พนักงานทำความสะอาด พี่เลี้ยงเด็ก หรือดูแลคนชรา

15

2. สภาพอากาศที่หนาวเย็น แปรปรวนง่าย และแตกต่างจากประเทศไทยที่เป็นภูมิภาคอากาศแบบร้อนชื้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะดิฉันเป็นคนภาคใต้ อยู่ในเขตอากาศร้อน ส่วนใหญ่จะมีแค่ฤดูร้อนกับฤดูฝน ส่วนฤดูหนาวก็จะมีแค่บางช่วงเวลาสั้นๆ แต่ประเทศรัสเซียถือได้ว่าเป็นประเทศที่หนาวที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ในหนึ่งวันสามารถเปลี่ยนสภาพได้หลายฤดู บางครั้งถ้าร่างกายในช่วงนั้นไม่แข็งแรงพอก็ทำให้ดิฉันเจ็บป่วยได้ง่ายค่ะ แต่ตอนนี้ดิฉันสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นแล้ว รู้จักเลือกเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ เลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ วิตามิน ที่ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ดิฉันยังรักการออกกำลังกาย จากที่เมื่อก่อนเป็นคนขี้เกียจ แต่ตอนนี้พอปรับเปลี่ยนวิถีการกิน การใช้ชีวิต ก็ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่ายเหมือนเมื่อก่อนค่ะ

3.เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างชาติที่ย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ ทำให้ค่าเงินดอลล่าร์มีราคาที่สูงขึ้น และค่าเงินรัสเซีย(รูเบิ้ล) ตกต่ำลง นักศึกษา นักท่องเที่ยวคนไทยหรือชาติอื่นๆ ที่เดินทางมาที่นี่ก็ได้เปรียบในเรื่องของอัตราแลกเงิน ข้าวของต่างพากันขึ้นราคา ทำให้ประชาชนต้องปรับวิถีการใช้ชีวิตและประหยัดกันมากขึ้น ยิ่งดิฉันและสามีต้องเดินทางกลับประเทศไทยในบางโอกาสด้วย ทำให้พวกเราต้องช่วยกันประหยัด
กันมากขึ้นค่ะ ดิฉันและคนที่นี่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นในเร็ววันค่ะ

27

อะไรคือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคนรัสเซียในเรื่องของความโรแมนติก

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร คนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก มีอาหารรสจัดและมีรสหลากหลาย แต่ละมื้อจะรับประทานพร้อมกันกับกับข้าวหลายๆอย่าง มีรสชาติครบรส แกงจืด แกงเผ็ด ต้มยำ ยำชนิดต่างๆ ตามด้วยผลไม้ หรือของหวานล้างปาก ไม่ค่อยมีการเสิร์ฟอาหารจานต่อจานแบบวัฒนธรรมตะวันตก หรือใครอยากจะรับประทานอะไรทีหลังก็ได้แล้วแต่ความพึงพอใจ แต่คนไทยจะรับประทานร่วมกัน เช่น สั่งอาหารมาหลายๆอย่าง แล้วรับประทานร่วมกัน มีการแชร์ อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารก็มีไม่มาก แค่จาน ชาม ช้อน ส้อม ดูแล้วไม่ยุ่งยาก

ส่วนวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบตะวันตก อาหารจะมีรสชาติไม่ครบรสและจัดจ้าน ซึ่งอาหารจานแรกที่เสิร์ฟคือ ขนมปัง Appetiezer ซุป main course และ Dessert เป็นลำดับสุดท้าย และจะต้องรอให้ผู้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารที่เสิร์ฟแต่ละลำดับให้หมดก่อน

20

ซึ่งสามีจะตำหนิดิฉันอยู่บ่อยๆในเรื่องรับประทานอาหารค่ะ เพราะเขามีความเห็นว่าถ้ารับประทานทุกอย่างรวมกันในครั้งเดียว หรือรับประทานอาหารที่รสจัดมากๆ เพราะอาหารไทยบางอย่างจะต้องใช้เครื่องปรุงหลายๆอย่างผสมกัน มีพริกที่เผ็ด มีเครื่องแกง น้ำปลา กะปิ หรืออื่นๆ ที่มีกลิ่นไม่ค่อยจะชวนรับประทานสำหรับฝรั่ง อาจจะทำให้ท้องเสียหรือระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติปั่นป่วนได้ ควรจัดลำดับและเว้นระยะห่างในการรับประทาน
สามีดิฉันเลยไม่ค่อยชอบรับประทานอาหารไทยค่ะ ผิดกับสามีบ้านอื่นๆ ที่ชื่นชอบอาหารไทยเป็นอย่างมาก รับประทานแม้กระทั่งส้มตำปูปลาร้า ภรรยาก็มีความสุขในการทำอาหารให้สามีทาน ส่วนดิฉันบางทีก็รู้สึกน้อยใจนิดๆค่ะ เพราะต้องทำอาหารและรับประทานคนเดียว นานๆทีเขาถึงจะมีการรีเควสให้ทำอาหารไทยให้ อาหารที่เขาชื่นชอบก็จะเป็นพวกอาหารที่รสไม่จัด อย่างเช่น ปอเปี๊ยะทอด ข้าวผัดทะเล ผัดไท ต้มยำกุ้งแบบไม่เผ็ด
ดิฉันคิดว่าฝรั่งรับประทานอาหารค่อนข้างพิถีพิถัน เป็นลำดับ ทั้งลำดับอาหาร อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร สำหรับดิฉันคิดว่าค่อนข้างยุ่งยากค่ะ

8

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการตอบแทนพระคุณต่อพ่อแม่ หรือบุคคลที่ให้การเลี้ยงดูเรามา สังคมไทยโดยเฉพาะสังคมครอบครัว จะสอนให้มีความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างพ่อแม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนพ้อง โดยวัฒนธรรมไทยจะยึดถือปฏิบัติกันมา เมื่อตอนเราเป็นเด็กมีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู เมื่อลูกเติบโตขึ้น มีงานทำ มีครอบครัว อย่างไรเสียก็ละเลยหน้าที่ปฏิบัติเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ได้ ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมตะวันตก ที่ต่างคนต่างต้องดูแลรับผิดชอบตัวเอง

เรื่องประเพณีการแต่งงาน การเรียกสินสอดทองหมั้น วัฒนธรรมไทยเมื่อมีการแต่งงาน ฝ่ายเจ้าสาวจะมีการเรียกค่าสินสอดจากฝ่ายเจ้าบ่าว เพื่อมอบให้แก่พ่อแม่เป็นค่าน้ำนม ที่ได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมา
ในตอนแรก สามีก็ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องความแตกต่างของวัฒนธรรมในด้านนี้ ดิฉันก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของไทย ก็เลยต้องค่อยๆหาข้อมูลและอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจถึงในสิ่งที่ถูกต้องค่ะ

26

ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในยุโรปจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม
ผู้หญิงไทยส่วนมากและคนไทยส่วนมากมีความคิดยึดติดกัน ทำให้มีค่านิยมกันแบบนี้ค่ะ 
คล้ายๆว่าเป็นความเชื่อที่ฝังกันมานานว่าการได้มาใช้ชีวิตที่เมืองนอกหรือการมีสามีต่างชาติ จะช่วยยกระดับมาตรฐานชีวิตให้ดีขึ้น มีความโก้หรู ดูเก๋
แต่บางคนก็รักกันโดยไม่มีเงื่อนไขในเรื่องผลประโยชน์ และเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง  บ้างก็ได้รับคำบอกเล่าจากผู้หญิงไทยที่ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตต่างแดน
จึงทำให้พวกเขาเหล่านั้นมักจะสรรหาคู่ต่างชาติ ไม่ว่าจากทางอินเตอร์เนต เดินทางไปทำงานยังเมืองท่องเที่ยว หรืออาจให้บุคคลที่รู้จักติดต่อหาคู่ให้
22
โดยปราศจากการไตร่ตรองถึงผลดีผลเสีย ทั้งที่ตอนนี้สามารถศึกษาข้อมูลข่าวสารในโลกโซเชียลได้ง่ายขึ้น
ผู้หญิงที่โชคร้ายก็โดนชายต่างชาติหลอกมาขายบริการทางเพศที่เมืองนอก หรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตแต่งงาน โดนสามีทุบตีทำร้ายทั้งภรรยาและลูกๆ บางเคสก็ถึงขั้นเสียชีวิต
ดิฉันจึงอยากให้หญิงไทยทุกคน ก่อนที่จะมาใช้ชีวิตที่เมืองนอก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาทำงาน หรือการสมรส ก็ควรศึกษารายละเอียดข้อมูล ผลดีผลเสียให้ถี่ถ้วนซะก่อน
หากจะสมรสกับสามีชาวต่างชาติก็ควรศึกษาดูใจกันให้แน่ใจถึงลักษณะนิสัยใจคอ
อย่าด่วนตัดสินใจแต่งงานเพียงเพราะแค่อยากแต่งงานกับฝรั่งและได้ย้ายมาอยู่ต่างประเทศ
และต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง โดยการศึกษาข้อมูลของพื้นที่ที่เราจะไปอยู่อาศัย ภาษา วัฒนธรรม เพื่อที่จะได้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
และควรหาแนวทางในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของภาษาและกฏหมาย
19
เพราะอนาคตหากเราต้องการหางานทำ ก็สามารถเป็นช่องทางที่ช่วยให้เราหางานทำได้ง่ายขึ้น ฝึกช่วยเหลือทำอะไรด้วยตัวเองเยอะๆ เช่น ฝึกเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ติดต่อสถานที่ราชการ จำข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญ เผื่อช่วยเราในกรณีฉุกเฉิน เช่น เบอร์โทรโรงพยาบาล สถานนีตำรวจ สถานฑูตไทยประจำประเทศนั้นๆ
หากยังไม่มีงานทำก็หมั่นเก็บออม มีเงินใช้ในยามฉุกเฉิน ไม่หลงใหลใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไปกับการช้อปปิ้งข้าวของแบรนด์เนม หรือใช้ชีวิตตามแบบคนที่มีฐานะร่ำรวยแล้ว
อีกอย่างนึงที่สำคัญก็คือ การมีความเป็นมิตร มีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนชาวต่างชาติหรือคนไทยด้วยกัน ไม่เพียงแต่พวกเค้าเหล่านั้นจะช่วยให้คุณมีเพื่อนเพิ่มขึ้น ช่วยคลายเหงา แต่ในอนาคตอาจจะพึ่งพาช่วยเหลือกันได้
10
คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในรัสเซีย
ความปลอดภัย ถ้าเป็นด้านครอบครัว ดิฉันรู้สึกว่าปลอดภัยมากค่ะ เพราะสามีเป็นคนดี ขยันทำงานและรักครอบครัว แต่ถ้าหากเป็นความปลอดภัยด้านอื่นๆในการดำรงชีวิต ในตอนกำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้มีสภาวะความตึงเครียด ซึ่งก็ไม่สามารถทราบได้ว่าในอนาคตจะกลับมาฟื้นตัวอีกเมื่อไหร่ ส่วนในการใช้ชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น การฉกชิงวิ่งราว ดิฉันคิดว่าทุกประเทศทุกสถานที่ย่อมไม่มีความปลอดภัย 100% ดังนั้นจึงอยู่ที่เราว่าควรตั้งสติและระมัดระวังตัวอยู่สม่ำเสมอ
 16
คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก
ดิฉันมีครอบครัวอยู่ที่เมืองไทยค่ะ มีพ่อแม่ น้องชาย ดิฉันคิดถึงพวกเขามากๆ และพวกเขาก็คิดถึงดิฉันเช่นกัน โชคดีที่ทุกวันนี้มีโซเชียลโปรแกรมต่างๆมากมาย ทำให้เราได้ติดต่อสื่อสารพูดคุยกันง่ายขึ้น จึงช่วยลดความกังวล ลดความเหงาลงได้ค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ดิฉันและครอบครัวชอบท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทะเล ภูเขา ป่าไม้ แต่จะเดินทางไปแค่จังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ยังชอบไปทำบุญไหว้พระที่วัด หรือบริจาคสิ่งของ เพราะรู้สึกอิ่มบุญและสบายใจค่ะ 
โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s