คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากนครสวรรค์สู่กอเทนเบิร์กสวีเดน

บทสัมภาษณ์ผู้หญิงไทยที่ย้ายไปอยู่ยังต่างประเทศ ครั้งนี้ผมอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้หญิงไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังประเทศสวีเดน เธอคือคุณ Penpayom Poolkett และนี่คือ มุมมอง ประสบการณ์ และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตในสวีเดน

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ Penpayom Poolkett  – ชื่อเล่น (ส้ม)

penpayom

รูปถ่ายเครดิต คุณ Penpayom Poolkett

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศสวีเดน เพราะอะไร และคุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศสวีเดนครับ

มาสวีเดนเพราะ พ่อแม่ล้มละลายด้านธุรกิจ ไม่มีเงินส่งเรียนต่อ มาอยู่เมือง เมอรดอล( Mölndal) เขตปริมณฑลของเมือง Gothenburg ค่ะ ตอนอายุไ้ด้14 ปี

1

คุณเกิดและเติบโตที่ไหนที่ประเทศไทยครับ ช่วยบอกเราชีวิตนั้นเป็นเด็กเป็นอย่างไรครับ

ส้มเป็นสาวเมืองนครสวรรค์ ส้มเกิดในครอบครัวที่ทำธุรกิจ พ่อมีเชื้อสายคนจีนที่มีพื้นฐานของความมุมานะ และช่วยเหลือตัวเอง ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใครๆ ตามนิสัยของคนที่มีเชื้อสายจีนโบราณที่สั่งสอนกันมา และปู่มีธุรกิจด้านภาพยนตร์ เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ส่วนแม่เป็นลูกของคนที่มีฐานะ และไม่ชอบคนจีนและยังเป็นคนจีนที่ทำงานบันเทิง เหมือนเป็นพวกเต้นกินรำกินไม่จีรังยั่งยืน 30 ปีที่แล้วตอนส้มอายุ 13 ปี ธุรกิจของพ่อย่ำแย่ และปู่ต้องการที่จะเข้ามาช่วยเหลือกู้บริษัท แต่พ่อมีทิฐิ จึงปฏิเสธความช่วยเหลือนี้และทำให้บริษัทล้มละลายไป ด้านตายายก็มีความสงสารที่พ่อแม่ต้องดูแลลูกๆหลายคนและมีหนี้สิน จึงรับส้มมาอยู่ด้วย ทางด้านปู่ไม่ละความพยายามที่จะช่วยเหลือครอบครัวของส้ม และปู่มาขอส้ม เพื่อไปเลี้ยงดูเพื่อส้มจะได้มีโอกาสเรียนจนจบมหาวิทยาลัย มีอาชีพที่ดีและต้องช่วยงานปู่ด้วย แต่ตาไม่ชอบอาชีพที่ปู่ทำอยู่จึงไม่ยอมยกส้มให้ปู่ไปดูแล หลังจากที่ปู่กลับไป ด้วยปัญหาสุขภาพ หรือความเครียดใดๆส้มไม่รู้ และไม่นานปู่ก็เสียชีวิตและได้เขียนพินัยกรรมมอบสมบัติ หุ้นในบริษัท และที่ดินบางส่วนของปู่ให้ส้ม แต่ด้วยเหตุการณ์หลายประการ ในสมัยนั้นส้มไม่ได้ใช้นามสกุลของพ่อ จึงทำให้ลูกหลานของปู่ แย่งและไม่ให้สมบัติ มีการขึ้นโรงขึ้นศาลแย่ง “สมบัติของเจ้าคุณปู่” หลายครั้งจนในที่สุด พ่อเบื่อปัญหาเลยยอมยกสมบัติให้คนอยากได้ไปทั้งหมด จากนั้นก็ตัดญาติขาดมิตรกับญาติทุกๆคน และยังมีญาติฝ่ายแม่ที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกสองท่าน ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวเรา ก็มาพูดขอกับตา จะเอาส้มเป็นบุตรบุญธรรม และตกลงกันไม่ได้ว่าจะให้ใครดี หรือใครที่เหมาะสมที่สุด นี่แหละชีวิตของ”ส้ม” ใครๆก็อยากได้ไปดูแล จนตาคิดทบทวนและยกส้มให้คุณน้าที่มีสามีเป็นสวีเดน น่าจะเหมาะที่สุด สวัสดิการเขาดี ส้มมีที่เรียนที่เมืองนอก และตาได้ติดต่อกับน้าสาวและตกลงกันได้ น้าดำเนินเรื่องขอส้มไปเป็นลูกบุญธรรมทันที ก่อนที่น้าจะไปไทย ๒-๓ เดือนก่อนส้มมาอยู่ต่างประเทศ ตาก็เสียชีวิตลง น้ามาพาส้มบินกลับเพื่อให้ทันเปิดเทอมที่สวีเดน “ส้มตื่นเต้นมาก” นี่แหละชีวิตของส้มก่อนไปอยู่สวีเดน

3

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศ สวีเดน ครับ

เป็นผู้ช่วยพยาบาล, เป็นกุ๊กประจำของเมืองที่อยู่ (แต่ตอนนี้กำลังเรียนเอาใบ”educate ” เพื่อประกอบอาชีพอยู่ค่ะ จบมกราคมปีหน้า) เป็นล่ามภาษาสวีดีชและไทย , แต่งหนังสือและเป็นอาสาสมัครด้านจิตวิทยา ของกรมสังคมสงเคราะห์ ค่ะ

 คุณพูดภาษา สวีเดน ได้ไหม คุณคิดว่าภาษา สวีเดน ยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษาแล้ว เสร็จได้ พูดภาษาอื่นได้ไหม

ได้ค่ะ ดีพอๆเท่ากับชาวสวีดีชทั่วไป ภาษาสวีดีชไม่ยากเท่าไหร่นัก เพราะพื้นฐาน ของภาษาอังกฤษที่ได้มาจากไทยแลนด์ (ก่อนย้ายถิ่นมาอยู่ที่นี่) ก็ต้องดีพอสมควร เนื่องจากภาษาสวีดีช นั้นมาจากภาษา “เยอรมอน” หมายความว่า รวมมาจากภาษา เยอรมัน, อังกฤษและสแกนดิเนเวี่ยน ตัวอักษรและการออกเสียงบางคำ จะใกล้เคียงกันมาก บางคำก็สะกดเหมือนกันเช่น คำว่า Nation สะกดเหมือนภาษาอังกฤษ แต่ออกเสียงคนละอย่าง ฯลฯ เป็นต้น ตอนมาใหม่ๆก็ได้เรียนภาษาอยู่ 1ปี พอจบก็ได้ไปเรียนไฮสคูลต่อกับนักเรียนสวีดีช จึงทำให้ได้มีโอกาสฝึกภาษาเพิ่มขึ้น นอกจากสวีดีชแล้ว พูดภาษาอังกฤษได้ ( เคยไปเรียนต่อที่อังกฤษ”Cambridge “อยู่1ปี) และพอฟังภาษาเยอรมัน, สเปน ได้ (เรียนตอนอยู่มัธยมปลาย แต่เพราะไม่ได้ใช้นักเลยลืมบ้าง) ชาวสวีเดนส่วนใหญ่ก็จะพูดและฟังภาษานอร์เวย์ เดนมาร์กได้ ดิฉันเองก็เช่นกัน แต่ภาษาเดนมาร์คนั้นออกสำเนียงไม่ได้ ฟังออกบ้างเล็กน้อยค่ะ

13

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนสวีเดน แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

จากประสบการณ์ตรงจากชีวิตของดิฉันนะคะ สำหรับดิฉัน นั้นการปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตแบบสวีเดน ตอนแรกก็ยากสักหน่อย เพราะเป็นเด็กที่มีโลกส่วนตัวสูงมากค่ะ และเป็นคนถือตัวมาก (ที่บ้านสอนมาในระบบไทยโบราณมากค่ะ) เช่นการเล่นหัว/ศีรษะของคนอื่นนั้นไม่เป็นที่นิยมของเรา หรือใช้เท้าเขี่ยตัวคนอื่นฯลฯ สิ่งพวกนี้ ตัวดิฉันเองยังไม่กล้าที่จะทำจน ณ ปัจจุบันค่ะ แต่เรื่องอาหารการกิน ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะชินกับอาหารฝรั่งตั้งแต่อยู่ประเทศไทย สำหรับคนไทยที่อยู่สวีเดนนั้น เท่าที่เห็นมา เรื่องอาหารนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และที่มีปัญหากับสามีหรือปัญหาครอบครัว ก็เรื่องนี้ค่ะ คือคนไทยเราจะเน้นทานอาหารไทยเป็นสำคัญ โดยให้เหตุผลว่า อาหารฝรั่งเลี่ยนบ้าง ทานแล้วไม่อิ่มบ้าง ฯลฯ ซึ่งทำให้ผลตามมาคือ ฝ่ายสามี ก็อยากให้ภรรยาได้ทานอาหารของเขาบ้าง คล้ายๆกับเขาเองก็ภูมิใจในวัฒนธรรมด้านอาหารของเขาเหมือนกัน มีบางครอบครัวสามีอุตส่าห์ลงมือทำเอง แต่พอจะทานหรือบางทีทานเสร็จ ภรรยากลับบอกไม่อร่อย

ที่สำคัญคือ อาหารไทยราคาจะสูงกว่าอาหารที่นี่ค่ะ ทีนี้ก็ส่งผลถึงเศษฐกิจของครอบครัว ตอนแรกทางสามีก็อดทนเอาใจภรรยา แต่นั่นแหละค่ะ มันกลายเป็นสิ่งที่สะสมไว้เยอะมาก พอภรรยาอยู่ได้ สัก 2-3 ปี เขาก็จะเริ่มคิดว่าถึงเวลาสมควรแล้วที่ภรรยาควรที่จะอยู่กินแบบชาวสวีเดนบ้าง ฝ่ายภรรยาก็จะหาว่าสามีหมดรัก เลยไม่ตามใจอีก และสิ่งอื่นๆก็จะตามมา ที่เขียนมาทั้งหมดคือจากประสบการณ์ที่
เห็นมาค่ะ

8

วิถีชีวิตชาวสวีเดน เท่าที่รู้จักนะคะ ส่วนมาก ถ้าสมมุติว่า สามีทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ว่างเสาร์อาทิตย์ เขาก็ต้องการอยู่บ้าน พักผ่อน กับครอบครัว ทำอะไรสบายๆ เพราะถือว่าเราทำงานหนักทั้งสัปดาห์แล้ว จะมีการสังคมบ้าง แต่ก็ไม่ทุกวันหยุด ส่วนคุณภรรยาไทย พอหยุดก็ต้องการสังคมกับเพื่อนๆคนไทยด้วยกัน ก็มีจัดปาร์ตี้ ทำอาหารกัน บางคนบางกลุ่มก็สุรา เล่นไพ่ ทุกเสาร์อาทิตย์ นี่ก็อีกเรื่องที่อยากให้คนไทยได้คิดบ้างค่ะ บางครั้งสามีก็เหนื่อยใจ

ครอบครัวเรา วันอาทิตย์คือวันของครอบครัวจริงๆ ตอนลูกๆยังเล็กอยู่ เราจะทำกิจกรรมกันเอง

อยากจะขอฝากสำหรับคนที่จะมาอยู่สวีเดน ขอให้สละเวลา หาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนี้ก่อน เช่นว่า คนสวีเดนชอบทำอะไร อาหารประจำชาติของเขาคืออะไร นิสัยเป็นไงบ้าง ฯลฯ แล้วรับรองว่า ปัญหาระหว่างครอบครัวจะลดลงมากค่ะ

อีกอย่างค่ะ พยายามหัดทานอาหารฝรั่งบ้างพอเวลามาถึงต่างประเทศ จะได้ไม่เลี่ยนปาก

อาหารที่ชาวสวีเดนชอบส่วนใหญ่จะชอบอาหารทุกอย่าง แต่ถามว่า อาหารพื้นเมืองหรืออาหารประจำบ้าน ก็อาจจะเป็น Swedish meatboll ส่วนมากจะเป็นอาหารประจำฤดูกาล ที่หาได้ของแต่ละฤดูค่ะ และตามแต่อากาศอำนวย อย่างเช่น หน้าร้อนก็จะทานอาหารที่ปรุงแบบเย็นๆหน้าหนาวก็จะเน้นที่มีไขมันมากเพราะไปช่วยอุณหภูมิในร่างกายให้ร้อน

10

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม คุณได้คบกับคนไทยที่อาศัยอยู่หรือยังครับ

คนไทยในปริมณฑล เมือง Gothenberg อาจจะมีอยู่สัก 2-3 พันคนค่ะ พวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ดีใหม? ส่วนใหญ่ก็คงจะดีกว่าที่ๆเขาเคยอยู่ที่ไทยค่ะ ถ้าพูดในแง่ของวัตถุหรือความสะดวกสบาย ตัวดิฉันเองก็มีเพื่อนเป็นคนไทยมากพอสมควรค่ะ อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้วดิฉันเป็นคนโลกส่วนตัวสูง จะมีเพื่อนที่สนิทสนมกันมากเป็นพิเศษก็ไม่กี่คน เพื่อนรุ่นสมัยเด็กๆ ที่มาพบกันที่นี่ เมื่อ 30 ปีกว่าได้ค่ะ คือว่าไม่รังเกียจใคร คบได้ทุกคน เพียงแต่เวลาว่างดิฉันไม่ค่อยจะมีค่ะ

อะไรที่คนสวีเดนชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายสวีเดนเป็นอย่างไร ผู้หญิงสวีเดนเป็นอย่างไรและครอบครัวของคนสวีเดนเป็นอย่างไร

ส่วนผู้ชายสวีเดนเป็นอย่างไรนั้น (เอาความเห็นส่วนตัวนะคะ) ก็จะเหมือนผู้ชายทั่วไปทั่วโลก ชอบสนุกสนาน ช่วงวัยเด็ก วัยรุ่น พอโตแล้วมีงานมีครอบครัว ก็ทำงาน เลิกงานอยู่กับครอบครัว รักครอบครัว
ส่วนผู้หญิงสวีเดน ก็คล้ายๆกัน ทำงาน เสร็จอยู่บ้าน กับครอบครัว แต่ที่แตกต่างจากผู้หญิงเอเซียคือ เขามีความเป็นตัวของตัวเองสูงและหล่อน ชอบความเป็นธรรมมาก ความเสมอภาคของทุกคนทุกเพศ การนินทาลับหลัง ขี้บ่น ขี้อิจฉา ก็เหมือนผู้หญิงทั่วโลก

ทั้งผู้ชายผู้หญิงชาวสวีเดน จิตใจลึกๆแล้ว เขามีความมีเมตตา ขี้สงสารคน เป็นอย่างมากค่ะ

9

ค่าครองชีพที่สวีเดนเป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ค่าครองชีพสูงมากค่ะ
1: อาหาร
2: น้ำมัน( เบนซิน)
3: ค่าหมอฟัน ข้อนี้แพงมากๆค่ะ

3 ข้อหลัง ไม่มีคำตอบค่ะ เพราะไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไรดี ทุกอย่างแพงเกินไป โดยเฉพาะภาษีอากร ยกตัวอย่างนะคะ ดิฉันทำงาน 2-3 ที่ ต้องจ่ายภาษี 51% ของเงินเดือน เพราะรายได้สูงกว่า 50,000kr ต่อเดือน ประกันบ้านก็สูงเพราะเขาจะรวมเงินเดือนดิฉันและสามีเข้าด้วยกัน

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ในสวีเดน ตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน สวีเดนครับ

ข้อดี

1. ระบบการทำงานของทุกหน่วยงานภาครัฐและเอกชนดี ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน ไม่ค่อยมีการกินกันใต้โต๊ะ มีระเบียบ แม้แต่การขึ้นรถเมล์รถไฟฯลฯ มีระเบียบ ไม่แย่งชิงกัน
2. สวัสดิการ ดีมากเช่น เงินภาษีประชาชนที่ทำงาน จะมีเก็บสะสมไว้ให้ ตอนเกษียณ (65-67ปี) ค่ารักษาพยาบาลก็ดี ไม่แพงมาก
3. การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเด็กในวัยก่อนอายุ 18 ปี หรือก่อนจะเข้าวัยเบญจเพส นั่นดีมาก
4.    ประเทศสวีเดนถือว่าเป็นประเทศที่มีอาชญากรรมน้อยกว่าประเทศอื่นๆในโซนยุโรป

ข้อเสีย

1. กระทรวงคมนาคมแย่ Define คือว่า ทุกปีช่วงเข้าหน้าหนาว วันที่หิมะตกวันแรกๆของปี (โดยเฉพาะแถบใต้ๆลงมาจากกรุงสต๊อกโฮม) จะมีการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถไฟ ทุกปี คือการเตรียมความพร้อมในการทำถนนเตรียมไว้รอรับหิมะและความลื่นของถนนไม่มีเลย ทั้งๆที่ ประเทศนี้ มีหิมะตกทุกๆปี มาตั้งแต่เป็น100ๆ1000ปี
2. อาหารไทยแพง
3. ภาษีอากรแพง (โดยเฉพาะร้านค้า เจ้าของบริษัท) จึงทำให้มีคนลักลอบทำงานมาก เพราะผู้จ้างไม่มีเงินเพียงพอให้สมดุลย์กับรายรับรายจ่าย

4

อะไรคือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคน สวีเดน ในเรื่องของความโรแมนติก

ปัญหาที่สำคัญระหว่างสามีภรรยาไทยสวีเดน (ความเห็นส่วนตัวนะคะ และประสบการณ์จากอาชีพ) คือ บางครอบครัว พอได้อยู่กินกันสักพักใหญ่ เรื่องเพศสัมพันธุ์ก็ลดถอยลง เพราะถือว่าคู่ของตัวเองนั้นเป็นของตาย เมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนคนที่ได้สามีที่มีอายุสูง และห่างกันเป็น 10 ปี สามีบางคนสมรรถภาพด้านเซ็กส์ก็น้อยลง ส่วนภรรยาที่อายุยังน้อยก็จะมีความต้องการตามอายุขัย แต่สามีไม่สามารถทำให้ได้เพียงพอ จึงเป็นปัญหาสะสมจนบางคนต้องออกไปหาที่อื่น หรือหาทางออกเช่น ไปเที่ยวกลางคืน ไปเล่นไพ่การพนันเพื่อให้ชดเชยกับสิ่งที่ขาด หญิงไทย( ที่ได้พบมา) เวลามีปากเสียงกับสามี เธอจะไม่ค่อยลืม ตัวอย่าง สามีภรรยาทะเลาะกันในตอนกลางวัน พอถึงเวลาเย็นค่ำ ตัวสามีนั้นลืมไปแล้วว่าทะเลาะกัน เพราะคิดว่าเคลียร์กันแล้ว ก็อยากจะมีโรมานซ์กับภรรยาแต่ตัวภรรยายังไม่ลืม สามีเลย ” อด” เลยกลายเป็นว่า ค่ำคืนนั้นจะมีความสุขกลับต้องนอนหันหลังให้กันก็มีค่ะ อีกอย่างคือ ปัญหาด้านภาษาที่สื่อสารกัน บางครอบครัวก็เป็นปัญหาใหญ่

พูดถึงด้านความเป็นโรแมนติก ของหนุ่มชาวสวีเดนนั้น ก็คงจะเหมือนๆกันกับหนุ่มทั่วโลก แต่คงไม่ถึงขนาดหนุ่มอิตาเลียนหรือฝรั่งเศส แต่ถ้าพูดถึงความรัก พวกเขาจะดีมาก คือว่ารักแท้ รักใครแล้วก็รักเลย จะคอยดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่ที่ดิฉันรู้จักนะคะ ในบรรดาเพื่อนๆชาวสวีเดน บ่อยครั้งที่ดิฉันต้องมานั่งปลอบใจเพื่อนๆผู้ชายสวีเดน เรื่องความรัก อิอิ จนเป็นที่เรียกขานว่า เป็น” ศิราณี ของสวีเดน” ชายสวีเดนเขาจะมีความคิดในเรื่องโรแมนติกตามแบบฟอร์มของเขา บางครั้งก็ไม่ค่อยจะตรงกับความคิดของผู้หญิงไทยนัก

14

 ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในยุโรปจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำที่จะบอกผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร และคุณมีคำแนะนำอะไรที่จะแนะนำให้พวกเขาต้องระมัดระวังบ้างไหม

อยากจะขอแนะนำเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน ที่จะมาเป็นแฟนกับคนสวีเดน (ขอเป็นที่ประเทศสวีเดนนะคะเพราะอยู่ที่นี่นาน) ก่อนอื่น ขอให้หาเวลาไปเรียนภาษาสวีเดนก่อนจะมา ถ้าไม่มีคอร์สสอน ในประเทศไทย เข้าไปหาในเวปยูทูป เคยเห็นคนเขาลงค่ะ หาเวลาไปหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนี้ เช่นว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีของเขาเป็นอย่างไร แน่นอนว่าต้องแตกต่างจากไทยมาก วันสำคัญของชาติมีวันอะไรบ้าง แต่ละเทศกาลเขาทำอะไรกันบ้าง ทานอาหารอะไรบ้าง ศึกษากฏหมายของเขาบ้างก็ดี (ตั้งคำถามกับอนาคตแฟนก็ได้ค่ะ จะเป็นผลพลอยได้คือ อนาคตแฟนเขาจะดีใจมากว่า ว่าที่ภรรยาเขามีความใจใส่กับตัวเขาและประเทศของเขา จะทำให้เขายิ่งรักและนับถือในตัวคุณเองเพิ่มขึ้น) ไปหัดฝึกทานอาหารฝรั่ง (ในกรณีที่ไม่ชอบทานอาหารพวกนี้หรือไม่คุ้นเคย) เพื่อว่าพอมาถึงจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ มารยาทบนโต๊ะอาหารที่นี่สำคัญมากค่ะ ถ้าว่างงานอยู่ ระหว่างรอวีซ่า ควรจะไปเรียนฝึกวิชาชีพ ไว้บ้างก็ดีค่ะ เช่นเรียนทำอาหาร ตัดผม ตัดผ้า มีความรู้ด้านพวกนี้จะทำให้หางาน
ง่ายขึ้น (ตอนนี้ตลาดแรงงานโดยเฉพาะอาชีพกุ๊ก กำลังจะขาดแคลน โดยเฉพาะกุ๊กในครัวใหญ่ ตามโรงพยาบาล โรงเรียน) ที่สำคัญ ขอให้พยายามทำความเข้าใจกับอนาคตสามีให้มากที่สุดว่าคุณเป็นคนอย่างไร สามีเป็นคนอย่างไร พยายามบอกกับครอบครัวที่เมืองไทยตามความเป็นจริงไม่ต้องสร้างภาพให้ดูดี เช่นว่า อนาคต สามีเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็บอกไปตามความจริง ไม่ต้องให้ความหวังกับพวกเขาว่าจะมีเงินส่งให้มากมาย ตราบใดที่คุณไม่ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี เมื่อได้มาอยู่แล้วควรจะพยายามดูทีวีสวีเดนบ้าง เพื่อฝึกฝนภาษา ไปไหนมาไหนให้พยายามจดจำสถานที่ที่ไปให้ได้ ถ้าสามีให้โอกาสเราช่วยเหลือตัวเองได้ เช่นฝึกให้ไปไหนมาไหนเองก็อย่าไปน้อยใจเขา ควรที่จะขอบคุณเขา เพราะมันจะทำให้เราเอาตัวเองรอดได้ เบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ เช่น สถานีตำรวจ สถานทูต และเบอร์โทรศัพท์ของสามี ของคนใกล้ชิด มีไว้ติดตัวตลอด เพื่อเวลาฉุกเฉิน ที่สำคัญอีกอย่าง พยายามทำความดี มีความนอบน้อมถ่อมตน กับบรรดาญาติๆสามีเข้าไว้ให้มากให้เขารักเรา การมาอยู่ต่างประเทศใหม่ๆ ที่ทุกคนจะหนีไม่พ้นคือ ความเหงา ว้าเหว่ สิ่งที่จะแก้ได้ก็คือหากิจกรรมทำ เวลาอยู่บ้านคนเดียว เช่นหัดทำอาหารฝรั่ง(สวีดีช) ฝึกพูดภาษา ออกไปเดินข้างนอก เพื่อศึกษาภูมิภาคที่ตัวเองอยู่

5

อะไรบ้างที่ควรระมัดระวัง? การพนัน บางคนมาอยู่ใหม่ๆ มีความเหงาหงอย คิดถึงบ้าน ออกไปพบปะกับเพื่อน (ทั้งไทยและต่างชาติ) พากันเล่นการพนัน ตอนแรกก็เพื่อให้หายเหงาไปวันๆ ต่อมากลายเป็นว่าโดนผีพนันสิง จนทำให้มีปัญหาตามมา อย่าเชื่อใจคนง่ายๆ อย่าเอาเรื่องไร้สาระไปบ่นหรือคุยกับคนที่บ้าน อย่าขี้บ่นขี้น้อยใจจนเกินไป ที่สำคัญ อย่าทำตัวเป็นแม่กับสามีตัวเอง

อย่าไปตามกระแส เช่นว่า เห็นเพื่อนมีของแบรนด์เนม ก็อย่าไปอยากได้ ถ้าคุณมีงานมีการทำแล้วนั่นก็อีกเรื่อง ที่สำคัญสุดๆ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะอย่าเอาสามีคนอื่นมาเปรียบเทียบกับสามีคุณเอง ทั้งด้านความคิดและคำพูด (หมายความว่าอย่าไปพูดเปรียบเทียบให้สามีตัวเองฟัง) ขอให้คุณเป็นตัวของตัวเอง นั่นแหละดีที่สุด ถ้าไม่เข้าใจอะไรให้ถามสามี อย่าไปตีความเอง

ขอเพิ่มนิดหน่อยนะคะ เพราะสิ่งนี้ติดคาใจมานานค่ะคือว่า ช่วงหลังๆเมื่อปีสองปีนี้ มีผู้อพยพเข้ามาในสวีเดนมาก ดิฉัน เห็นคนไทยโพสต์บ่นกันบ่อยๆว่า ทางรัฐบาลสวีเดนให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาก หลายๆคนพากันโกรธเกลียดพวกเขาไป ทำนองว่า เงินภาษีของประเทศไปลงกับ ผู้อพยพหมด ฯลฯ ขอแก้ข่าวนะคะ ในฐานะที่ดิฉันมีความรู้ด้านนี้เพียงพอที่จะบอกได้ว่า ทุกประเทศ ที่ขึ้นอยู่กับ EU ประชากร ของทุกประเทศมีสิทธิ์ที่จะย้ายถิ่นไปอยู่ไหนก็ได้ภายในกลุ่มนี้ แล้วที่มีผู้อพยพ ลี้ภัยการเมืองมาก เพราะประเทศเขาเหล่านั้นมีปัญหาสงครามกลางเมืองกัน ประเทศสวีเดนมีโควต้า จำนวนคนที่จะเข้ามา และเมื่อพวกเขาได้เข้ามาแล้ว ทางรัฐบาลสวีเดนก็จะได้เงินชดเชยจากองค์กรสหประชาชาติ เป็นรายหัวค่ะ (จำไม่ได้แน่นอนว่าคนละเท่าไหร่ที่สวีเดนได้ ) ต่อเดือนต่อปี ดังนั้น เงินภาษีของประเทศไม่ได้นำเอามาใช้ให้กับกลุ่มคนพวกนี้ทั้งหมด แต่ก็มีบ้างตามงบประมาณที่คณะกรรมการเขาทำไว้ อยากจะขอให้คนไทยพยายามค้นหาข้อมูลบ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องเครียดกับเรื่องนี้มากนัก บางครั้งดิฉันอ่านแล้ว ทำให้คิดไกลไปว่าไม่เฉพาะ คนอเมริกากลุ่ม Knkn เท่านั้นที่รังเกียจคนต่างชาติ แต่คนไทยก็เป็น คือว่าถ้าจะบ่นหรือไปโกรธเกลียดผู้อพยพ นั้น ขอให้ย้อนกลับมาดูตัวเองก่อนค่ะว่าคุณมาอยู่สวีเดนเพราะอะไรเหตุใด 90% มาอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการชีวิตที่ดีกว่าที่อยู่ไทย ( ดิฉันเองถูกส่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของน้าสาว เพราะว่าฐานะตอนนั้น ก่อนมาทางบ้านล้มละลาย ไม่สามารถส่งดิฉันเรียนต่อได้ ) แล้วทำไมคนอื่น จากประเทศอื่นเมื่อพวกเขาก็ลำบาก ที่จะอยู่บ้านเกิดเมืองนอนตัวเองได้ จะย้ายมาอยู่ที่นี่ไม่ได้เช่นกัน ทุกคนที่มาที่นี่ใหม่ๆ ก็ต้องใช้เงินรัฐบาล เงินภาษีของประเทศนี้เหมือนกัน แบบฟรีๆ การที่พวกคุณไปเรียนภาษาฟรี ลูกติดคุณมาไปเรียนฟรี หาหมอฟรี ฯลฯ นั่นก็เป็นเงินภาษีที่ประชากรของประเทศนี้ทำไว้เหมือนกัน ถ้ามาคิดให้ลึกลงไป คนอพยพเขายังนำเงินเข้าประเทศนี้ด้วยซ้ำ โดยผ่านทาง FN แต่ พวกเราล่ะ ที่ตามสามี ตามพ่อแม่มา เราเอาอะไรมาให้กับประเทศนี้บ้างก่อนที่คุณจะมีงานทำและจ่ายภาษี  อยากจะขอฝากว่าก่อนที่จะไปว่าเขาและโทษรัฐบาลสวีเดนว่ารับผู้อพยพเข้ามาก ขอให้คิดถึงใจเขาใจเราบ้างค่ะ ดิฉันทราบดีว่านับตั้งแต่กลุ่มอพยพรุ่นหลังๆมานี้ ทำให้มีอาชญากรรมมากขึ้นกว่าเดิม ก็จริง แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นคนร้ายซะเมื่อไหร่ ก็คล้ายกันกับที่เคยมีผู้หญิงสวีเดนออกมาเขียนบล็อกเกี่ยวกับผู้หญิงไทยเป็นโสเภณี และทำให้ชื่อเสียงของหญิงไทยเสีย จนเป็นเรื่องใหญ่ “ปลาตายตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง”

15

อะไรคือสิ่งที่คุณรัก และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างของคุณ อะไรที่ดิฉันชอบรักและชอบทำยามว่าง?

ดิฉันชอบอ่านหนังสือมาก ทุกครั้งที่โอกาสให้ก็จะอ่านหนังสือนวนิยายฆาตกรรม ประวัติศาสตร์ Fact literature อะไรที่ต้องใช้สมองคิดค่ะ นอกนั้นก็พาลูกชายสี่ขา (น้องหมา) ไปเดินออกกำลังกาย ทำอาหาร คิดหาสูตรอาหารเองบ้าง ค่ะ
ลืมบอกว่าดิฉันย้ายไปอยู่ประเทศสวีเดนในปี 1983ค่ะ

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

ดิฉันยังมีคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ที่เมืองไทย เป็นลูกคนเดียว คิดถึงมากค่ะ ทุกวันเลยทั้งครอบครัวและเมืองไทยค่ะ สถานที่เที่ยวที่เมืองไทย ไม่ค่อยรู้จักมากค่ะ ตอนเด็กๆไปแต่ชะอำ หัวหิน แต่ถ้าจะให้ตอบว่าชอบไปไหนมากที่สุดคงจะต้องตอบว่า ไปไหนก็ได้ค่ะที่มีของกินเยอะๆ เยาวราชกรุงเทพค่ะ อาหารอร่อยมาก

12

คุณเคยรู้สึกไม่ปลอดภัยบ้างไหมขณะที่คุณอาศัยอยู่ในสวีเดนครับ

ถามว่าเคยไหมที่รู้สึกไม่ปลอดภัยในสวีเดน ตอบว่าเคยมีค่ะ ยิ่งตอนนี้พวกอาชญากรรมเยอะมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ สมัยที่ดิฉันเป็นวัยรุ่น (ปี ’80’) สามารถเดินกลับบ้านดึกๆโดยไม่ต้องคอยเหลียวหลังตลอดเวลา แต่ที่หมู่บ้านที่ดิฉันอยู่ ไม่มีปัญหาอะไรมา เพราะทุกคนจะรู้จักกันหมด เราจะคอยดูแลซึ่งกันและกัน ถ้าจะกลัวเมื่อต้องกลับบ้านดึกๆ ก็คงจะเป็น “ผี” ค่ะ อิอิ

สถานที่ไหนในสวีเดนที่คุณชอบไปเที่ยวมาก – สวีเดนสวยไหมครับ

สถานที่ไหนที่ชอบมากที่สุดในสวีเดน?  ที่เมือง Ystad ภาคใต้สุดของสวีเดนค่ะ มีทะเลสวยงามมาก เป็นเมืองประวัติศาสตร์ ที่มีความสำคัญ และเป็นเมืองที่สวยงาม มีหาดทรายที่ยาวและทะเลสวยงามค่ะ เมืองมัลเม่อ อีกเมืองที่อยู่ภาคใต้ นั่งเรือข้ามไปฝั่งประเทศเดนมาร์กไม่กี่นาทีถึงค่ะ เป็นอีกเมืองที่สวยงามดี (สมัยก่อนดิฉันเคยมีม้าแข่ง และที่นั่นจะมีสนามแข่งม้าใหญ่และมีกิจกรรมแข่งม้าของระดับประเทศ เสาร์อาทิตย์แรกของเดือนกันยายนของทุกๆปี จะมีม้าแข่งของทุกสนามในสวีเดน มาแข่งชิงตำแหน่ง “Derby” พวกเราจะไปกันทุกปี แต่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเราเลิกลาวงการนี้แล้ว ขายหุ้นม้าไปทุกหุ้น เลยไม่ได้ไปอีก) เมืองหลวงของประเทศ สต๊อกโฮม น่าเที่ยวสำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ ส่วนมากจะไปแต่ทำงาน 1-2 วัน ทั่วประเทศสวีเดนไม่ค่อยได้เที่ยวมากนัก แต่ทุกๆเมืองที่ดิฉันไปมา สวยงามและน่าเที่ยวมาก สำหรับคนที่ไม่เคยมาสวีเดนค่ะ สุดท้ายก็มาลงที่เมืองที่ดิฉันเติบโตมาคือเมือง ก๊อตเธนเบรก์ Gothenburg เคยเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก ตอนนี้ก็โอเคอยู่ค่ะ

16

สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวสวีเดน ถ้าไม่ชอบอากาศหนาว แนะนำให้มาช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ช่วงนี้จะเป็น “ฤดูร้อน” อากาศดี ไม่หนาว แต่ถ้าชอบหิมะหรืออยากเล่นสกี ขอให้มาช่วงเดือนธันวาคมถึง มีนาคม และไปภาคเหนือของสวีเดน จะไม่เสียใจเลยค่ะ ประเทศสวีเดน มีธรรมชาติที่สวยงามมากค่ะ ฤดูร้อนจะสวยมากเลย ถ้าเป็นคนชอบธรรมชาติ มาเที่ยวสวีเดนฤดูนี้จะไม่ผิดหวังเลย ทุกๆเมือง

ต่อไปมากขึ้น

ส้มสาวน้อยวัยเยาว์ในต่างแดน เธอสู้ชีวิตมากมายสุดชีวิต ก่อนได้รับความสำเร็จ
เรื่องเล่ามาดามจากสวีเดน – โดยคุณ Penpayom Poolkett  – ชื่อเล่น (ส้ม)

photo

https://thaiwomenlivingabroad.com/2016/09/24/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81/

 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

One Comment Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s