คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ:จากอุบลราชธานีสู่เวนิส อิตาลี

แขกรับเชิญคนแรกของผม ในหัวข้อ คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ : จากอุบลราชธานีภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยสู่เวนิส อิตาลี 1998 เธอได้มาอาศัยอยู่ที่เวนิสและทำงานที่นี่มา 17 ปีแล้ว

ผมอยากจะแนะนำคุณกับคุณ ปนัดดา –  ชื่อเล่น  (ดา)

Italy 4

เริ่มตั้งแต่แรกเลยคุณมาอยู่ประเทศอิตาลีเพราะอะไร

ดามาอิตาลี่เพราะ สถาบันที่ดาเรียนอยู่ ส่งดามาค่ะ ดาเรียนเกี่ยวกับการโรงแรมและการท่องเที่ยวค่ะ สมัยนั้น ทางสถาบัน มีการส่งนักเรียนที่เรียนจบแล้วและอยากทำงาน ในหลายๆประเทศ ที่ติดต่อมาขอนักเรียนจาก สถาบันค่ะ ส่วนมากจะเป็นงานเสิร์ฟในเรือสำราญค่ะ ชึ่งดาก็เป็นหนึ่งในนักเรียนเหล่านั้น

คุณอาศัยอยู่ที่เมืองอะไรในประเทศอิตาลีและคุณอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว

ต่อมาตามประสาคนโสด ก็ได้เจอกับความรักเลยตัดสินใจอยู่ที่นี่ ที่เวนิส อิตาลี่ อยู่มา 17 ปี แล้วค่ะ

ฉันใช้เวลาสักพักเลยที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มันเหมือนกับว่าชีวิตฉันได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันต้องเรียนรู้ ชาวอิตาเลียนเป็นคนที่มีความรักชาติมาก ตอนที่ฉันมาอยู่ที่อิตาลีใหม่ๆฉันพบว่ากฏหมาย,ข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของอิตาลีมีความเคร่งครัดมาก ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่อิสระมาก ง่ายๆและไม่มีระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัดสักเท่าไร

จนถึงตอนนี้ดาบอกได้เลยค่ะว่าอิตาลีสอนให้ดาเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง เป็นตัวของตัวเองและสามารถดูแลตัวเองได้ค่ะ

ที่เวนิสสวยและโรแมนติกเหมือนในรูปถ่ายที่เขาเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวไหมครับ หรือว่าจริงๆแล้วมันแตกต่างเมื่อคุณได้ไปอยู่ที่นั่นจริงๆ

เวนิส เป็นเมืองที่มี สถาปัตยกรรม ที่สวยงาม เป็นหนึ่งเดียวในโลก ที่เมืองสร้างขึ้นกลางทะเล
เวนิสเหมาะกับการท่องเที่ยวสั้นๆ แต่ไม่เหมาะ ที่จะอาศัยอยู่ตลอดไป
ถ้าใครชอบ สถาปัตยกรรม ที่เก่าแก่ และสวยงาม เวนิสจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

บางมุมของเวนิสน่ะค่ะ ที่ดาเก็บภาพมา
บางมุมของเวนิสน่ะค่ะ ที่ดาเก็บภาพมา

ใช่ค่ะ เวนิส เป็นเมืองที่โรมันติก โดยฉะเพราะ กลางคืน เวนิส จะมีบรรยากาศที่สวยงามที่สุด
ถ้าคุณถาม ดาว่า อิตาลี่ กับเมืองไทย ชอบเมืองไหนมากก่าวกัน? ก็คงจะตอบยาก ค่ะ
เพราะ ต่างก็มีข้อดี และข้อเสีย พอๆกัน

ผมรู้ว่าคุณรักการถ่ายรูป และผมก็รู้ว่าเวนิสเป็นเมืองที่สวยงามที่เหมาะกับการถ่ายรูป คุณถ่ายรูปเมืองเวนิสไว้เยอะไหมครับ

รูปแรกเป็นโบถท์ Madonna di Salute เป็นโบถท์ หนึ่งที่สำคัญของเวนิสค่ะ

สะพาน Ratio, เวนิส
สะพาน Ratio, เวนิส

รูปที่สอง เป็นคลอง ที่เวนิส ดาถ่ายที่สะพาน Riato เป็นสะพานที่สำคัญ ที่ใครมาเวนิสจะต้องมาสะพานนี้
รัชกาลที่ 5 ของไทยท่านก็มาเปิดสะพานนี้ค่ะ เป็นรูปที่ดาถ่ายเองค่ะ สะพานนี้ มีเรื่องเล่า ค่ะ ว่าถ้าคู่รักไปยืนบนสะพานนี้ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง แล้วจูบกัน บนสะพานนี้ตอน เที่่ยงคืนแล้วจะได้อยู่ ด้วยกันตลอดไป ดายังไม่เคยทำน่ะค่ะ เพราะหาคนที่จะจูบยังไม่ได้ (หัวเราะ )

เห็นไหมค่ะ เห็นสะพานที่มีคนยืนอยู่ไหมค่ะ แล้วเห็นสะพานที่อยู่ข้างบนสูงๆ ที่มีหน้าต่าง สองช่องไหมค่ะ นั้นเป็นทางเดินระห่าวง วังกับห้องขัง ขาวมือคือวังค่ะ ขาวมือคือห้องขังใต้น้ำ เขาจะนำนักโทษ ไปขังและตายในนั้น
เขาเรียกกันว่าสะพานเฮือกสุดท้าย จะเป็น ครั้งสุดท้ายที่ นักโทษจะเห็นแสงสว่างก่อนตาย เพราะถ้าไปถึงห้องขังแล้ว จะไม่เห็นแสงสวางอีกเลย เขาว่ากันว่า ในคืนพระจัทร์เต็มดวง จะมีนำ้ไหล หยดลงมาจากสะพานนี้
ดายังไม่เคยเห็นนะค่ะ แต่ประวัติเขาเล่ามาแบบนี้  เขาว่าเป็นสะพานศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไปขอพรเกี่ยวกับคาวมรัก เขาว่าจะเป็นจริง

คุณพูดภาษาอิตาลีได้ไหม ถ้าคุณพูดได้คุณคิดว่าภาษาอิตาลีมันยากสำหรับคุณไหมและคุณใช้เวลาเรียนรู้ฝึกฝนนานแค่ไหนกว่าคุณจะพูดภาษา อิตาลีได้

ค่ะดาพูดอิตาเลียน ดาไม่ได้ไปโรงเรียน ดาอาศัยการดูทีวี และเรียนรู้จาก (คนรอบข้างค่ะ)
1 ปีค่ะ ดาถึงออกทำงานได้ ยากไหม ยากค่ะ ทุกวันนี้ดายัง ไม่เข้าใจหมดน่ะค่ะ

ตอนนี้คุณทำอาชีพอะไรที่ประเทศอิตาลีครับ

ดาลองผิดลองถูกมาหลายงานค่ะ ตอนแรกดา ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ  ในโรงแรม มาตลอด จนมาถึงปลายปีที่แล้ว ดาได้เปลี่ยนตัว เอง มาเรียนรู้งานใหม่ดาได้มาลองทำ ซูชิค่ะ เงินดี  สวัสดิการ พอเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ ลำบากค่ะ

ซูชิ เวนิส อิตาลี
ซูชิ เวนิส อิตาลี

เป็นประสบการณ์ไหม่ของชิวิตค่ะ เพราะชีวิต คือการเรียนรู้ ขอบคุณค่ะ ที่อิตาลี่ซูชิขายดีมากค่ะ ไม่คิดว่าจะขายดีขนาดนี้

ที่ที่คุณอยู่มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะไหม และพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่สบายดีไหม

ที่เวนิส มีคนไทยเยอะค่ะ ที่ทำงานกับดาก็มี 4 คน แต่ดาไม่ค่อยได้คบกับคนไทย ที่อยู่ที่นี่สักเท่าไหร่นะค่ะ เพราะไม่ค่อยชอบ พวกเขาเป็นการส่วนตัว สำหรับดาน่ะค่ะ พวกเขาชอบ อวดร่ำ อวดรวย ดาเลยใช้เวลา อยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่ามันยากไหมสำหรับการที่คนไทยต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตแบบคนอิตาลี แล้วถ้ามันยาก มันยากยังไง และอะไรเป็นเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุด

วัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่ ที่แตกต่างจาก ความเป็นไทย ที่ดาต้องปรับตัวให้เข้ากับมันหรือค่ะ ก็มี เรื่อง การกิน การสวัสดี

สวัสดี

เช่น คนไทย เวลาเจอกัน ก็จะทักกันธรรมดา ถ้าเป็นผู้ใหญ่  ก็ยกมือไหว้
แต่ที่อิตาลี่ พอเจอหน้ากัน ก็ต้อง say Ciao  ซึ่งเป็นคำสวัสดีของอิตาลี พอหันหลังจากกัน และเดินมาเจอกันอีก ก็ต้อง Ciao อีกเจอ10 ครั้งก็ต้อง Ciao 10 ครั้ง ชึ่งสำหรับดา มันค่อยข้างน่าเบื่อ Ciao ครั้งเดียวก็น่าจะพอแล้ว (หัวเราะ)

ปิซ่า อิตาลี
ปิซ่า อิตาลี

อาหาร

อีกเรื่อง คือ การรับประทานอาหาร เมืองไทย ทานได้ทั้งวัน แต่ที่นี่ เขาทานเป็นเวลา ตอนเช้า อาหารเช้า เจ็ดโมงเช้า อาหารเที่ยงก็ เที่ยงตรง อาหารเย็นก็ทุ่มตรง
ถ้าทานอาหารเช้าแล้ว ก็ห้ามทานจนกว่าจะถึงอาหารเที่ยง
อาหารก็จะ มี จานแรก จานสอง ตามด้วย ของหวาน ถ้าเป็นจำพวกเนื้อ ก็ต้องเป็นเนื้อทั้งหมดจะไม่ทาน ปะปนกัน ระหว่าง เนื้อกับปลา

วันอาทิตย์ 

อย่างวัน อาทิตย์ ถือเป็นวันครอบครัว ลูกๆที่ออกเรือนไป ต้องมา ทานข้าวบ้านแม่ คือ สำหรับดาน่ะค่ะ ทำงานมาทั้ง อาทิตย์แล้ว วันหยุดวันเดียว คือวันอาทิตย์ อยากนอนตื่นสาย อยากพักผ่อน เป็นส่วนตัวมั่ง แต่กลับต้องมาตื่นเช้า เข้าโบสถ์ ออกจากโบสถ์ ไปทานข้าว บ้าน พ่อแม่
มันก็ดีน่ะค่ะ เขาสอนให้เราเป็นระเบียบ แต่คุณต้องเข้าใจว่า คนไทย ติดนิสัยแบบ สบาย สบาย ไม่เร่งรีบ ไม่มี กฎเกณฑ์ กับชีวิต มาเจอแบบนี้ มันก็ค่อยข้างจะหงุดหงิด

ชาวอิตาลี่ไม่นิยมไปทานอาหารนอกบ้านส่วนใหญ่จะทำกินกันที่บ้าน เชิญญาติ หรือเพื่อนๆมาทานอาหารกันที่บ้านมากกว่าไปทานนอกบ้านค่ะ

คุณ ปนัดดา
คุณ ปนัดดา

อะไรที่คนอิตาลีชอบและคุณบอกผมได้ไหมว่าผู้ชายอิตาลี เป็นอย่างไร ผู้หญิงอิตาลี เป็นอย่างไรและครอบครัวของคนอิตาลี เป็นอย่างไร

ผู้ชายอิตาลี่ ก็เป็นนักรัก ประเทศหนึ่งน่ะค่ะ  โรแมนติก เจ้าชู้ (ส่วนใหญ่)
ผู้ชายอิตาลี่ปากหวาน ส่วนมาก ผู้ชายอิตาลี่ จะชอบผู้หญิง ผมยาว ตัวเล็ก ผิวคล้ำ และ เซ็กซี่
สาวอิตาเลี่ยน ชอบแต่งตัว ออกโป๊นิดๆชอบผู้ชายผิวคล้ำ มีกล้าม ยิ่งดี สาวอิตาเลี่ยน hot ค่ะ

ครอบครัว

อย่างแรกเลยฉันอยากจะบอกว่าสิ่งที่ไทยกับอิตาลีเหมือนกันมากก็คือเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ทั้งสองประเทศนี้ให้ความสำคัญกับครอบครัวมากที่สุด และนี่คือสิ่งที่ดี นอกเหนือจากสิ่งนี้ฉันคิดว่าอย่างอื่นเราค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก

แต่ในความคิดของดา เขาเลี้ยงลูกผิด รักลูกผิดทาง เลี้ยงให้เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พ่อแม่ชาวอิตาเลี่ยน ต้องคอยช่วยเหลือลูกตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรือเรื่องอื่นๆ บางคน 30 40 ปี ยังอยู่กับพ่อแม่อยู่เลย เด็กอิตาลี่ ทุกวันนี้ ขี้เกียจ ทำงาน ทำงานแป๊บเดียวก็ออก มาอยู่บ้าน ให้พ่อแม่เลี้ยงค่ะ

ฟลอเรนซ์ อิตาลี
ฟลอเรนซ์ อิตาลี

สำหรับดาน่ะค่ะ ดาว่าคนอิตาเลี่ยน เป็น ลูกแหง่ติดแม่ ไม่ว่าหญิงหรือชาย อายุมากแล้วก็ยังอยู่กับพ่อแม่ ทำอะไรไม่เป็น ให้แม่ทำให้ตลอด ชักผ้า รีดผ้า เตรียมอาหาร มีแต่แม่ทำให้หมด  ไม่ยอมออกค่าใช้จ่ายใดๆให้พ่อแม่ออกอยู่ฝ่ายเดียว พอแต่งงานไป ออกเรือน ก้อยู่ไกล้ๆแม่เหมือนเดิม

ตอนดาแต่งงานกับคนอิตาลี่ มีปัญหากันก็เพราะ แม่เขานี่แหละ   เพราะเขาติดแม่ เชื่อแม่ทุกอย่าง เขาติดแม่มาก เชื่อทุกคำพูดของแม่

จะซื้อเสื้อผ้า หรือแต่งตัวก็ต้องให้แม่เห็นดีด้วย โอ้ย ดารับไม่ค่อยจะได้น่ะค่ะ ชอบความเป็นตัวของตัวเอง คนอิตาเลี่ยน เขาเลี้ยงดูดีค่ะ

ค่าครองชีพที่อิตาลี่เป็นอย่างไร อะไรที่คุณคิดว่ามันแพงเกินไป (3 things) และอะไรที่คุณคิดว่ามันมีคุณค่าเหมาะสมกับราคา (3 things)

ที่อิตาลีค่าครองชีพค่อนข้างแพงค่ะ แต่ไม่แพงเท่าสวิสเซอร์แลนด์กับอังกฤษหรอกนะคะ (หัวเราะ) ที่นี่สิ่งที่ฉันต้องจ่ายแพงที่สุดเลยคือภาษี ฉันต้องจ่ายภาษีถึง 30 เปอร์เซนต์ของรายได้ และสิ่งที่แพงอีกก็คือน้ำมันกับแก๊สค่ะ

บ้านที่นี่ราคาขั้นต่ำประมาณ 150,000 ยูโร ก็ราวๆ 107,000 ปอนด์ และค่าเช่าที่พักต่อเดือนก็ประมาณ 700-900 ยูโร ก็ราวๆ 495-635 ปอนด์

รถยนต์ไม่ค่อยแพงมากค่ะ โดยเฉพาะรถมือสองไม่แพงเลย ส่วนรถยนต์ใหม่ๆเลยก็ราคาพอรับได้ค่ะแต่มันก็ขึ้นอยู่กับแบบและยี่ห้อของรถที่คุณจะเลือกซื้อด้วยนะคะ

สิ่งที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่อิตาลี ฉันคิดว่ามันคือน้ำมันมะกอกแท้ที่ใช้ทำอาหาร, ผลไม้และผัก
สิ่งที่มีคุณค่าอันดับ 1 คือพิพิธภัณฑ์, พระราชวัง, สถาปัตยกรรมที่อิงประวัติศาสตร์ เพราะอิตาลีคือเมืองแห่งศิลปกรรมและประวัติศาสตร์

ค่าครองชีพที่อิตาลีแพงกว่าค่าครองชีพที่ประเทศไทย แต่ตอนนี้ค่าครองชีพที่ประเทศไทยมันสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่นอนค่ะ

ฟลอเรนซ์ อิตาลี
ฟลอเรนซ์ อิตาลี

บอกข้อดี 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน อิตาลีตามความคิดเห็นของคุณ – บอกข้อเสีย 3 ข้อของการใช้ชีวิตอยู่ใน อิตาลี

ก่อนอื่นฉันอยากจะบอกว่าอิตาลีเป็นประเทศที่สวยงามและอากาศดีมากด้วย ไม่ค่อยหนาวมาก จริงๆแล้วช่วงฤดูร้อนที่อิตาลีก็ร้อนมากๆเหมือนประเทศไทย แต่มันก็เป็นแค่ช่วงสั้นๆ 3 เดือนเท่านั้น

1) ดาหมายคาวมว่า เขากระจาย คาวมเจริญสู่ท้องถิ่น ไม่เหมือนเมืองไทย ที่เอาคาวมเจริญมากองไว้ที่
กรุงเทพ ผู้คนต้องเดินทางมากรุงเทพ ถึงจะมีงานทำ แต่ที่อิตาลี่ ทุกที่มีงานทำมีความเจริญเท่ากัน

2) อิตาลี่   สอนให้ดาเรียนรู้การ อยู่ด้วยตนเอง พึ่งตนเอง สอนให้รู้จักปรับตัวเวลาอยู่ ในสังคมที่แตกต่าง

3) อิตาลี่ ไม่แบ่ง ชั้น วรรณะ ยกย่องคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร  กวาดถนนหรือ งานอะไรก็ตาม ทึ่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน คนคือคนดี

ข้อเสีย น่ะค่ะ

1. เหงา อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีไครให้ปรึกษา

2. การเมือง คอรัปชั่นเยอะ ดีแต่พูด แต่ไม่ลงมือทำ – (มันจะเหมือนกับในประเทศส่วนใหญ่)

3. ภาษีแพง

คุณยังมีครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองไทยหรือไม่ ถ้ามี….คุณคิดถึงครอบครัวของคุณมากไหมและคุณคิดถึงเมืองไทยหรือเปล่าและสถานที่ไหนในประเทศไทยที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

มีค่ะ ครอบครัวของดา อยู่ที่เมืองไทยหมด มีแต่ดาคนเดียวเท่านั้น ที่ อาศัยอยู่ที่อิตาลี่ คิดถึงค่ะ แต่ก็นั่นแหละ ชีวิต ต้องยอมรับว่าชีวิต บางครั้งก็ไม่ได้เป็น อย่างที่เราหวัง ถ้ามีเวลา ดาจะกลับไปเยี่ยมเมืองไทย ปีละครั้งค่ะยู่ใกล้ๆแม่

ดาอยากไปเที่ยว เชียงราย  เกาะสิมิลันล์ และ  กาญจนบุรี ค่ะ

วัดภูพร้าว อุบลราชธานี
วัดภูพร้าว อุบลราชธานี

ชาวอิตาเลียนคิดยังไงกับคนไทยและประเทศไทย

ก็มีหลากหลายความคิดน่ะค่ะ มีทั้งดีทั้งเสีย แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน คนที่เขาเห็นความสวยงาม ของเมืองไทย ไม่ว่า จะเป็น ธรรมชาติ หรือวัฒนธรรม เขาก็พูดถึงเมืองไทยในทางที่ดี ก็มีไม่น้อยเช่นกัน ที่พูดถึงเมืองไทยในทางเสียหาย โดยเฉพาะ เรื่อง โสเภณี แต่ก็นั่นแหละค่ะ ความคิดของคน เราห้ามเขาไม่ได้ ดาอยากจะบอกฝากบอกไว้ตรงนี้ว่า เมืองไทยจะเป็นแบบไหน ก็ขอให้ทุกท่าน พิจารณาด้วยตนเอง อย่าตัดสินเมืองไทย เพียงแค่คุณได้ยินได้ฟังจากคนอื่น ขอบคุณค่ะ

ผาแต้ม อุบลราชธานี
ผาแต้ม อุบลราชธานี

อะไรคือปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและคนอิตาเลียน อะไรคือปัญหาในเรื่องของความโรแมนติก

ปัญหา ที่เกิดขึ้นระหว่าง สาวไทย กับ หนุ่มอิตาลี่หรือค่ะ ก็มีเรื่อง การแต่งตัว ชาวอิตาเลี่ยน ค่อนข้าง พิถีพิถัน ในเรื่องการแต่งตัวค่ะ คนไทย แต่งตัวไม่ค่อยมีกาละเทศะ แรกๆ ดากับแฟน มีปัญหา มาก เพราะดาชอบใส่เสื้อยึด กางกงยีนส์ แต่แฟนดาชอบให้แต่งตัวแบบ ผู้ดี เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ต้องเข้ากันค่ะ

อีกเรื่องน่าจะเป็นเรื่องการรับประทานอาหาร คนไทยชอบทาน จุกจิก แต่ชาวอิตาเลี่ยนชอบทานเป็นเวลา หนุ่มอิตาเลี่ยนติดแม่มาก อันนี้เป็นปัญหาใหญ่เลยค่ะเพราะเขาจะเชื่อทุกอย่างที่แม่พูด ดากับแฟนก็มีปัญหากัน จากเรื่องนี้ค่ะ

สถานที่ไหนในอิตาลีที่คุณชอบไปเที่ยวมาก

สถานที่ที่ดาชอบไปเที่ยวในอิตาลีก็คือฟลอเรนซ์และปิซ่า

การทำงานของคุณ ปนัดดา – Blueflower

Thank you Khun Panatda from Thai Women Living Abroad

 

โปรดลงทะเบียนเพื่อรับThai Women Living Abroad ข่าวสารใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s